



“แท้นทะละแล่น แทน แท้นนน แท่น แทน แท๊นน... ยินดีด้วยค่ะ คุณได้รับสิทธิ์ให้เกิดใหม่ในอีกโลกหนึ่ง! นี่เป็เื่ที่แปลกประหลาด แทบจะไม่เคยมีมาก่อน เรียกได้ว่าเหมือนถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 เลยก็ว่าได้! ดีใจมั้ยคะ? ดีใจใช่มั้ยล่ะคะ?โอเค... เอาเป็ว่าดีใจแล้วกันนะคะ... เอาล่ะทุกคน พลุกระดาษ พร้อมมม!”
“เอ๋?”
จู่ๆ ก็มีเด็กผู้หญิงผมบลอนด์ตัวเล็กในชุดผ้าสวมหัวที่ดูร่าเริงเกินเหตุโดยรอบยังเต็มไปด้วยกลุ่มผู้หญิงผมบลอนด์สวมชุดสวมหัวแบบเดียวกันมีปีกสีขาวคู่หนึ่งงอกออกมาจากกลางหลังรายล้อมอยู่เต็มทัศนวิสัยปรากฎตัวขึ้นตรงหน้า
แม้จะทำหน้าบอกบุญไม่รับ แต่ในมือผู้หญิงผมบลอนด์เ่าั้กลับกำพลุกระดาษขนาดใหญ่ที่ใช้ในงานปาร์ตี้เอาไว้ทุกคนเรียงแถวอย่างเป็ระเบียบ ตั้งท่ามืออยู่ระดับอก พร้อมรอจังหวะ
“ยิงได้!”
สิ้นเสียงสัญญาณจากเด็กสาว เชือกที่พลุกระดาษก็ถูกดึงอย่างพร้อมเพรียง
จำนวนของเหล่าผู้หญิงผมบลอนด์มีปีกที่เรียงรายอยู่นั้นมีเท่าไรไม่อาจทราบได้แต่เสียงสะท้อนกัมปนาทเท่าจำนวนพลุกระดาษที่แน่นขนัดอยู่เต็มพื้นที่เบื้องหน้าทำเอาพื้นดินถึงกับะเื
คุนุกิ เรนยะล้มก้นจ้ำเบ้ากับภาพที่ปรากฎตรงหน้า
“เก็บพลุกระดาษ! วงดนตรีเตรียมเครื่องดนตรี! เตรียมปรบมือให้จังหวะ นักร้องพร้อม!”
เด็กสาวตัวเล็กออกคำสั่งให้สัญญาณด้วยท่าทางร่าเริงสุดขีดผิดกับเหล่าผู้หญิงผมบลอนด์ที่ยังคงมีสีหน้าบอกบุญไม่รับ
ผู้หญิงผมบลอนด์เรียงรายกันอยู่ทั่วทุกทิศสุดลูกหูลูกตาพวกหล่อนครึ่งหนึ่งหยิบเครื่องดนตรีที่โผล่มาจากสักแห่งขึ้นมาตั้งท่าในขณะที่ผู้หญิงส่วนหนึ่งของอีกครึ่งที่เหลือ ตั้งท่าปรบมือให้จังหวะ และที่เหลือประสานมือลงที่อกเตรียมขับร้อง
สัญญาณเตือนภัยในสมองของเรนยะกำลังกรีดร้องว่านี่ต้องไม่ใช่เื่ดีแน่ๆ
ระดับเสียงพลุกระดาษเมื่อครู่ก็มากพอแล้วหากครั้งนี้มีทั้งเสียงเครื่องดนตรี เสียงปรบมือและยังเสียงร้องเพลงรวมกันอีก จะส่งเสียงอึกทึกดังสนั่นขนาดไหนกัน
เมื่อตัดสินใจแล้วว่าหากปล่อยไปแบบนี้ ไม่เพียงแก้วหู แต่จิตใจเขาก็คงรับไม่ไหวเช่นกันเรนยะจึงได้คิดวิธีที่จะหยุดยั้งสถานการณ์ที่เป็ภัยต่อโสตประสาทของเขาต่อจากนี้
“เอาล่ะเพลงฉลอง... พร้อม... ว้ายยยยย!?”
เรนยะลุกขึ้นจากสภาพก้นจ้ำเบ้าอย่างรวดเร็วเขารวบรวมพละกำลังและเตะเข้าที่ด้านหน้าของเด็กสาวตัวเล็กผู้ควบคุมคำสั่งอย่างอารมณ์ดีในคราแรกโดยปราศจากความปราณีและความลังเลใจแม้เพียงเศษเสี้ยว
เด็กสาวคาดไม่ถึงว่าจะถูกจู่โจม จึงทำให้เธอรับลูกเตะของเรนยะเข้าที่ใบหน้าจังๆ จนตีลังกาม้วนกลิ้งไปด้านหลัง
หลังจากที่ลงมือเตะเด็กสาวจนกระเด็นไปแล้ว เรนยะจึงนึกขึ้นได้ว่าเหล่าผู้หญิงผมบลอนด์ที่รายล้อมอยู่สุดลูกหูลูกตานี้ทำตามคำสั่งของเด็กหญิงตัวจ้อยฉะนั้นแล้วพวกเธอคงเป็ลูกน้องและเด็กสาวคนนี้ก็คงเป็หัวหน้า
เขาจึงลองมองไปโดยรอบเพราะอย่างไรเสียพวกนั้นคงไม่ปล่อยตนที่โจมตีหัวหน้าของพวกเธอไปแน่ แต่กลับไม่มีสัญญาณเคลื่อนไหวใดจากใครทั้งสิ้น
ทีแรกเรนยะคิดว่าหรือคนพวกนี้อาจจะเคลื่อนไหวไม่ได้หากไม่ได้รับคำสั่งแต่เมื่อเห็นว่าผู้หญิงพวกนั้นจำนวนไม่น้อยบ้างก็ยิ้ม บ้างก็หัวเราะทั้งยังยกนิ้วโป้งมาให้เขาอีก ก็ทำให้ต้องเปลี่ยนความคิด
เห็นได้ชัดว่าคงจะจำใจทำตามคำสั่งกันสินะ
ในผู้หญิงเ่าั้มีกระทั่งคนที่แอบโบกมือมาให้เรนยะด้วย
“ทะ... ทำอะไรน่ะห้ะ!”
เด็กสาวยืดตัวขึ้นจากสภาพม้วนกลิ้งเมื่อครู่และส่งเสียงประท้วงขึ้น
เขาเองก็ไม่ได้ตั้งใจ แต่สภาพที่สวมชุดผ้าสวมหัวแบบนี้ไปล้มกลิ้งมาแบบนั้น ก็ทำให้เรนยะเห็นอะไรๆ ที่ไม่ควรเห็นออกมาซะหมด
“เอะอะหนวกหูน่า! พลุกระดาษเมื่อกี้ก็หนวกหูจะแย่แล้วยังจะให้คนเยอะขนาดนี้มาร้องเล่นดนตรีกันอีก แก้วหูฉันจะฉีกอยู่แล้ว!”
“เพราะอย่างนั้นก็เลยเตะใบหน้าของหญิงสาวได้งั้นหรอคะ!?”
“ฉันเป็พวกไม่แบ่งเพศหรืออายุอะไรทั้งนั้น!”
“ฉันเป็เด็กผู้หญิงนะคะ!”
“ฉันยึดหลักชายหญิงเท่าเทียม!”
เมื่อเรนยะพูดตัดจบอย่างภาคภูมิใจ ก็เกิดเสียงอื้ออึงและเสียงปรบมือเบาบางเป็กระหยอม
“ทำไมถึงมีเสียงปรบมือกันคะ!”
เมื่อหญิงสาวะโอย่างหงุดหงิดพร้อมกับจ้องไปยังผู้หญิงทั้งหลายแต่ละคนก็เบือนหน้าหนี บอกผ่านทางสีหน้าว่าไม่ใช่เื่ของตน
ขณะที่เรนยะกำลังคิดอย่างประหลาดใจว่านี่มันทีมประเภทไหนกัน เด็กสาวก็ทำทีเป็วางท่าและหันกลับมาทางเรนยะใหม่
“ให้ตายเถอะเลือกคนผิดสินะ”
“พูดเื่อะไรของเธอน่ะ?ว่าแต่... ที่นี่มันที่ไหนล่ะเนี่ย?”
เอ่ยถามในขณะที่กวาดตามองไปรอบๆ แต่ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็เห็นเพียงแต่คนที่มีปีกงอกออกมาเต็มไปหมด
“ที่นี่คือเมืองของเทพค่ะ”
“โห”
เรนยะตอบกลับหญิงสาวที่ดูภูมิอกภูมิใจด้วยท่าทีสบายๆ
“คุณคุนุกิเรนยะ คุณตายแล้วค่ะ”
“เอ๋...”
“อายุ94 ปี ตายอย่างสงบด้วยโรคชรา ยอดไปเลยนะคะ สุขภาพแข็งแรงสุดๆ!”
ในสิ่งที่หญิงสาวพูดจบ เรนยะไม่เชื่อซักนิด
หากฟังคำหญิงสาวโดยไม่คิด เขาใช้ชีวิตผ่านมาถึง 94 ปีและตายเพราะสิ้นอายุขัย ไม่ใช่เพราะป่วยเป็โรค หรืออุบัติเหตุอะไรทั้งนั้น ซึ่งเขาจำไม่เห็นได้ซักนิดว่ามันเป็อย่างนั้น
“ก็... ถ้าเป็คุณตาอายุ94 ฉันเองก็คงดูแลลำบาก ก็เลยเปลี่ยนให้ใหม่หมด แล้วก็ตั้งให้สภาพจิตใจอยู่ใน่อายุ 18 ล่ะนะ”
ความจริงที่ถูกเปิดเผยจากเด็กสาวทำให้เส้นเืโปดปูนขึ้นบนหน้าผากของเรนยะเล็กน้อย
“นี่...”
“จริงๆแล้วถึงจะบอกว่าภายนอกที่ดูเป็หนุ่มหน้อยกับคำที่ใช้แบบตาแก่ดูเป็ความความต่างที่ช่างน่าร้ากน่ารักก็คงรู้สึกแย่เอาเปล่าๆสินะคะอยากจะบอกว่าอย่าฝันเป็คุณยายโลลิต้า หรือคุณตาโชตะค่อนเลยค่ะ”
“นี่... พอแล้วน่า”
ปล่อยให้เด็กสาวพูดไปตามใจชอบไปเรื่อยเช่นนี้เห็นทีจะไม่น่าพึงประสงค์เท่าไรนักเรนยะจึงพูดแทรกขึ้น
แต่ถึงจะลองพูดแทรกก็แล้ว เด็กสาวตัวจ้อยก็ดูจะไม่สนใจเขานัก
“จะยังไงก็ช่างเถอะ ปล่อยเื่ความชอบของชนกลุ่มน้อยพวกนั้นทิ้งลงถังขยะไปซะ”
“งั้นมันอะไรกันล่ะ?”
เด็กสาวเมินเฉยต่อความพยายามขุดคุ้ยของเรนยะ
“กลับมาที่เื่แรกของเรากันดีกว่า คุณได้รับสิทธิ์ให้ไปเกิดใหม่ในอีกโลกหนึ่งค่ะ”
“ไม่จำเป็”
คำปฎิเสธโต้ตอบทันทีโดยที่ตนยังพูดไม่จบทำให้เด็กสาวนิ่งไป
ถึงจะเป็เช่นนั้น เรนยะก็ยังคงพูดต่อ
“ฉันเองก็ไม่ได้อยากจะไปอยู่แล้วแถมยังดูยุ่งยากวุ่นวาย ไหนจะการจัดเตรียมที่ดูเว่อร์เกินจริงนี่ ดูยังไงๆ ก็เหมือนพยายามเปลี่ยนเื่จากอะไรบางอย่างนี่อีก”
“พะ... พูดเื่อะไรน่ะ?”
หญิงสาวหลบสายตาถามเสียงสั่นอย่างเห็นได้ชัด เห็นดังนั้นเรนยะก็พูดต่อราวกับ้าโจมตีหญิงสาวต่อไป
“ถ้าชีวิตฉันก่อนหน้าได้จากมาอย่างสงบอย่างที่เธอพูดล่ะก็ คงไม่มีอะไรติดค้างหรือมีเื่อะไรที่รู้สึกเสียใจ แต่ก็นะถึงจะพูดได้ไม่เต็มปากเพราะจำอะไรไม่ได้แบบนี้ก็เถอะ ต่อไปจะถูกส่งไปนรกหรือ์ยังไงก็ลืมอยู่ดีใช่มั้ยล่ะ? ถึงจะไม่อยากถูกพาไปนรกก็เถอะ”
“ชะ... ใช่แล้ว ถ้าปฎิเสธข้อเสนอนี้ล่ะก็ จะถูกส่งไปนรกนะคะ!”
เด็กสาวที่เริ่มพูดขึ้นเหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้ เรนยะมองเด็กสาวอย่างไม่ไว้วางใจพร้อมถามต่อ
“โทษฐานอะไรล่ะ?”
“โทษฐาน!?อะ... เอ่อ... ก็... นั่นไงล่ะ ใช่แล้ว! ฆาตกรรม!”
“ฉันน่ะ แก่ตายอย่างสงบใช่มั้ยล่ะ? หนีรอดการจับกุมมาได้จนตายเลยอย่างนั้นหรอ?”
แก้มเด็กสาวกระตุก
“เอ่อ... ตายในคุกน่ะค่ะ!”
“ฉันมาเป็ฆาตกรตอนแก่เลยสินะ ถ้าไม่อย่างนั้น ก็คงฆ่ามาหลายคนเลยงั้นหรอ? คงเป็เื่ใหญ่น่าดูถึงได้อยู่ในคุกจนแก่ตายได้ ฉันฆ่าไปกี่คนกันแน่ล่ะ?”
“เออะ... เอ่อ... ชะ... ใช่แล้ว! มนุษย์หน่ะเป็สิ่งที่ขโมยชีวิตของคนอื่น เพื่อที่จะรักษาชีวิตของตนเอง พูดง่ายๆก็คือ ผู้ร้าย นั่นล่ะ”
“ถ้าอย่างนั้น งั้นก็ไม่มี์งั้นสิ โลกนั้นทั้งหมดก็คือนรกอย่างนั้นหรอ?พวกนักศาสนาพวกนั้นคงเป็บ้ากันไปหมดแล้วสินะ”
“ถะ... ถ้าเป็มังสวิรัติล่ะก็”
“งั้นหรอเธอเป็พวกคิดว่าพืชเป็สิ่งไม่มีชีวิตสินะ หรือเป็พวกตีคุณค่ามากน้อยของแต่ละชีวิตกันล่ะ? เป็คนประเภท วาฬฉลาดก็เลยกินไม่ได้ส่วนวัวกับหมูกินได้อย่างนั้นหรอ? เป็เพื่อนกับโลมาได้ แต่เป็เพื่อนกับนกไม่ได้งั้นหรอ?”
เรนยะพูดไม่หยุด ขณะที่คิดไปด้วยว่าจะแบบไหนมันก็ไม่ใช่ทั้งนั้น
ถึงจะพูดออกไปโดยไม่ได้คิดอะไรลึกซึ้งมากแต่เรนยะก็คาดการณ์เอาไว้แล้วว่าหากอีกฝ่ายคิดจะโต้กลับ ก็คงยกเอาเื่ที่ไม่เกี่ยวข้องกับความคิดเขาซักนิดขึ้นมาอยู่ดี
บางทีสำหรับเด็กสาวคนนี้ชีวิตหนึ่งชีวิตคงไม่ได้มีค่าอะไรไปกว่าฝุ่นผง
“ขอโทษค่ะ ขอโทษด้วยจริงๆ ค่ะ จะอธิบายให้ฟังั้แ่ต้น ได้โปรดช่วยรับฟังด้วยเถอะค่ะ”
ไม่รู้ว่าเด็กสาวเข้าใจในสิ่งที่เรนยะพูดหรือไม่แต่เด็กสาวก็พูดเช่นนั้นขณะที่คุกเข่าขอขมาลงตรงนั้น