ตอนที่ 10 : ป๋ายอี้หลินคนงาม
“หากคุณอยากกลับมาปัจจุบันให้ได้ ก็ลองใช้เวลา 30 วันนี้ช่วยชีวิตโจวหยางอ๋องและชาวเมืองเอาไว้ให้ได้สิ…”
อย่าบอกนะว่าเขาตกหน้าผาแล้วย้อนเวลากลับมา 30 วันก่อนเกิดูเาไฟะเิจริงๆ!
ลู่หลินนะลู่หลิน! โดนผีบรรพบุรุษสาปแช่งแล้วมั้ยล่ะ!
ความจริงบางอย่างวิ่งเข้ากระแทกกลางหัวลู่หลินอย่างจัง แต่เขายังไม่มั่นใจนัก จำเป็ต้องพิสูจน์ให้ชัดเจนกว่านี้!
“ผมขอเวลา 15 นาที แล้วเดี๋ยวจะออกไปคุยกับพวกคุณ!”
“หา?” ซุนอวี้เซวียนสุดยอดบัณฑิตแห่งอาณาจักรฉินยังไม่เข้าใจ ก็ไม่ต้องหวังว่าคนอื่นจะเข้าใจ…
ลู่หลินเห็นคนอื่นๆ ยังงงกับคำพูดของตัวเองจึงค่อยๆ ตั้งสติแล้วพูดใหม่
“ขะ…ข้า… ขอเวลาส่วนตัวสัก 1 เค่อ ไม่สิ ขอสอง 2 เค่อเลย”
“…? …” แต่ทุกคนก็ยังดูงุนงง…
‘อะไรกันฟระ ก็พูดแบบในละครแล้วนะ ยังไม่เข้าใจอีกเหรอ? หรือต้องใส่แอคติ้งด้วย? เอาวะ!’
คิดแล้วคนใจร้อนอย่างลู่หลินก็ลงมือปฏิบัติทันที ใส่จริตเหมือนนางสนมในซีรีส์ชิงรักหักสวาทที่เพิ่งดูผ่านตามาล่าสุด เอนกายเท้าเตียงดูราวกับอ่อนแรง หลังมือข้างหนึ่งยกขึ้นมาแตะหน้าผาก ที่สำคัญคือนิ้วต้องกรีดกรายและปลายนิ้วก้อยกระดกด้วย!
“ข้าน้อย ป๋ายอี้หลิน… รู้สึกคลื่นเหียนและวิงเวียนเป็อย่างยิ่ง ขอเชิญทุกท่านออกไปสดับเสียงธรรมชาติ ชมนกชมไม้ ชมปูชมปลา ด้านนอกสักชั่วครู่ชั่วยามเถิด เมื่อข้าน้อยดีขึ้นแล้วจะรีบจรลีไปพบ…อะฮึก…”
พูดจบแล้วก็ไม่ลืมทำบีบน้ำตาส่งท้าย ฉากนี้เขาก๊อปปี้ได้เหมือนไม่มีผิด ต้องได้ผลแน่!
“……….” โจวหยางอ๋อง
“….?! ….” ซุนอวี้เซวียน
“o…....o" เสี่ยวเฮย
“!!! o_o!!!” เสี่ยวไป๋
แทนที่ทุกคนจะเข้าใจ กลายเป็ว่าตอนนี้ทุกคนกำลังมองมาทางลู่หลินอย่างตกตะลึงจนคนแสดงละครถึงกับหน้าม้านไป
“โถ่เอ้ย! บอกให้ออกไปก็ไม่ยอมออก งั้นฉันไปเองก็ได้วะ!”
พูดจบลู่หลินก็จัดการกวาดกองผ้าที่จะเป็อุปสรรคของตัวเองออกไปก่อนจะพุ่งตัวเตรียมออกจากห้อง คราวนี้เขาจะไม่ยอมให้สิ่งใดมาทำให้สะดุดล้มอีก แต่จะไปทางไหนดี? ทางออกด้านหน้าที่ทุกคนเข้ามาก็มีคนยืนออขวางอยู่เต็มไปหมด งั้นต้องหาประตูหลัง! นั่นไง เจอแล้ว!
เมื่อเห็นทางสว่าง ลู่หลินก็รีบพุ่งไปทางเป้าหมายทันทีไม่ยี่หระกับชายชุดรุ่มร่ามเพราะเขามั่นใจว่าจับรั้งชายของมันเอาไว้อย่างดีแล้วคราวนี้จะไม่สะดุดล้มแน่
เปิดประตูออกไปแล้วปิดล็อกดังปั้ง แอบแนบหูฟัง ไม่ได้ยินเสียงใครขยับก็กระหยิ่มยิ้มย่องในใจ มั่นใจว่าตัวเองหนีออกมาได้จนสำเร็จแล้ว
‘ตอนนี้มึนตึ้บมาก! ขอไปตั้งหลักหน่อยแล้วกัน!’
ความยินดีพาให้ลู่หลินมีสีหน้าเบิกบานใจ ก่อนที่จะหันออกมาแล้วพบกับ
“อ่างน้ำ? ……”
ความจริงแล้วลู่หลินไม่ได้หนีออกไปไหนไกลเลย… ก็แค่หลบไปที่ส่วนอาบน้ำแต่งตัวของตำหนักเย่วหยวนในจวนอ๋องเท่านั้นเอง…
‘เอาวะ ห้องน้ำก็ยังดี! …’
เมื่อได้มีเวลาส่วนตัว ลู่หลินก็รีบปรี่ไปนั่งที่โต๊ะสำหรับนั่งแต่งตัว มองเข้าไปในกระจกบานใหญ่ที่ตั้งอยู่ตรงหน้า
ลึกๆ ในใจยังหวังให้ทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็เพียงสิ่งที่เขาฟุ้งซ่านไปเอง แต่เมื่อได้ประจักกับภาพที่ปรากฏตรงหน้า เขาก็รู้ตัวได้ว่าเื่ราวปาฏิหาริย์สุดพิลึกพิลั่นได้เกิดขึ้นกับตัวเองแล้ว…
เขาไม่รู้ว่าป๋ายอี้หลินตัวจริงหน้าตาเป็ยังไง แต่บอกได้ว่าใบหน้างดงามล่มเมือง รูปหน้าเรียวอย่างเม็ดแตงทรงนิยม ริมฝีปากอวบอิ่มชวนัั แก้มนวลที่มีรอยบุ๋มของลักยิ้มเล็กๆ และจมูกโด่งรั้นน่าเอ็นดูนี่ไม่ใช่ใบหน้าของเขาแน่ๆ เหนือสิ่งอื่นใดคือดวงตากลมโตคล้ายลูกกวางคู่นี้ หากไม่เรียกว่างดงามชวนให้หลงใหลแล้วจะเรียกว่าอะไรได้?
ทั้งรูปร่างก็ยังดูอ้อนแอ้นอรชร ไหล่เล็กราวกับไม่ใช่ผู้ชาย แขนขาเรียวงดงาม ่เอวก็คอดกิ่ว ผิวขาวเนียนละเอียดดุจแพรไหม เส้นผมก็ยาวสยายเรียบนุ่มและเงางามจนถึงสะโพก
ในยุคปัจจุบันมีคนที่หน้าตาดีมากมาย แต่ลู่หลินก็ไม่เคยเจอใครที่งดงามหมดจดได้ขนาดนี้
อยู่ ๆ ก็นึกอิจฉาความงามของคนตรงหน้าขึ้นมา ถึงได้นึกอยากเห็นตำหนิของร่างนี้ดูบ้างจึงได้แยกเขี้ยวยีฟันดู แอบคาดหวังว่าจะได้เห็นฟันเกผิดรูปบ้าง แต่ก็ไม่ได้ดั่งหวัง เพราะแม้แต่ซี่ฟันก็ยังเรียงตัวสวยงามไร้ตำหนิใดๆ
‘เอานะ! อย่างน้อยป๋ายอี้หลินคนงามก็ไม่มีฟันกระต่ายเหมือนลู่หลินคนคิวท์ก็แล้วกัน!’
‘แต่เดี๋ยวสิ! นี่ไม่ใช่เวลามาประชันความงามนะ! ที่สำคัญคือต้องวิเคราะห์สถานการณ์และหาทางกลับบ้านต่างหาก!’
ลู่หลินตัดสินใจรีบลุกไปเปิดหน้าต่างห้องมองออกไปดูที่วิวด้านนอก ห้องของเขาอยู่บนยอดหน้าผาจึงสามารถมองลงไปเห็นวิวทิวทัศน์ด้านนอกได้ในวงกว้าง ปรากฏภาพบ้านเรือนแบบโบราณที่ยังพร้อมพรั่งสมบูรณ์ดูมีสีสันและครึกครื้นมาก ผู้คนในชุดโบราณก็เดินไปมากันขวักไขว่เต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ บ่งบอกถึงความเจริญรุ่งเรืองของบ้านเมืองนี้ได้เป็อย่างดี
แน่นอนแล้วว่าเขาย้อนอดีตมาในเมืองโจวโบราณเมื่อสี่พันปีก่อน เป็่เวลาสามสิบวันก่อนเกิดเหตุการณ์ูเาไฟเจียฮว๋าซานะเิจริง และตอนนี้ก็ได้มาอยู่ในร่างของชายกาลกิณีป๋ายอี้หลินที่ถูกกล่าวหาว่าทำให้เทพเ้าพิโรธจนดลบันดาลใหู้เาไฟะเิฆ่าล้างชีวิตผู้คนกว่า 30,000 ชีวิตของเมืองโจว
และที่สำคัญคือการที่เขาตกลงมาก็ไม่ใช่เื่บังเอิญ แต่เป็ความจงใจของไอ้อาจารย์ลีตัวแสบที่ผลักเขาลงมาจากหน้าผาจนมาโผล่ที่ยุคโบราณนี่ และเสียงที่บอกว่าหากเขา้าจะกลับไปก็ต้องช่วยเหลือโจวหยางอ๋องและทุกคนให้ได้จะเป็ใครได้อีกนอกจากไอ้อาจารย์ลีคนนั้น!
แปลว่าตอนนี้เขาไม่มีทางเลือกอื่นแล้วนอกจากต้องอยู่ในร่างนี้และใช้เวลา 30 วันอย่างคุ้มค่าที่สุด…
เมื่อเข้าใจสถานการณ์ของตัวเองอย่างถ่องแท้แล้ว ก็ถึงเวลามามองหาตัวช่วยกัน…
จากละครแนวย้อนเวลาที่เคยดูมา ตัวเอกจะได้รับความจำและความรู้ความสามารถของเ้าของร่าง…
‘อืม… ลองหลับตาดู แล้วตั้งสมาธิให้มั่น… ความทรงจำจะไหลบ่าเข้ามาเอง!’
“….อืม…..”
“………..”
‘หัวสมองว่างเปล่า… ไม่มีอะไรเลยสินะ… หรือว่าจะมีระบบช่วยเหลือ?!?’
“โอเค System Start! …. Turn On! … เปิดระบบ!!! "
“………” โอเคเป็อันว่าไม่มีระบบ…
‘แปลว่าไอ้อาจารย์ลีตัวแสบมันส่งเขากลับมาโดยที่ไม่มีตัวช่วยอะไรเลยงั้นเหรอ! แล้วลู่หลินคนนี้จะเอาตัวรอดได้ยังไงกัน อย่างน้อยก็ให้ตำราคู่มือมาสักนิดไม่ได้รึไง!! …ใช่สิ ตำรา!!’
เมื่อนึกถึงของสำคัญขึ้นมาได้ ลู่หลินก็รีบก้มหาตำราที่ว่านั่นทันทีแต่มันไม่อยู่กับตัว ก่อนหน้านี้ตอนอาจารย์ลีให้มาเขาก็เอามาถือไว้ ตกผาลงมาขนาดนี้มันไม่ไปอยู่ก้นเหวด้วยแล้วเหรอ? คงต้องหาทางรีบกลับไปเอามา เพราะตำรานั้นอาจารย์ลีบอกว่ามันบันทึกประวัติศาสตร์อีกด้านหนึ่งไว้ บางทีมันอาจช่วยเหลืออะไรเขาได้บ้างสำหรับการดิ้นรนในสามสิบวันนี้…
ทีนี้มาถึงเวลาวิเคราะห์คน… เขาไม่มีความทรงจำใดๆ เกี่ยวกับป๋ายอี้หลินเลย ในตำราประวัติศาสตร์ฉบับทั่วไปที่เคยอ่านก็เขียนเอาไว้แค่ผิวเผิน รู้แค่ว่าเป็คนงามเรียบร้อย แต่ไม่ได้รู้เื่ราวลึกๆ หรือนิสัยใจคออะไร ได้แต่หวังว่าในตำราลับราชวงศ์โจวจะมีข้อมูลอะไรให้อ่านมากกว่านี้ แต่นั่นก็เป็เื่ของอนาคต ตอนนี้คงทำได้แค่ต้องพึ่งตัวเองและความรู้ติดตัวที่มีเท่านั้น
ป๋ายอี้หลินเป็นักดนตรีขายเสียงเพลง คงพอรู้หนังสืออ่านออกเขียนได้บ้าง หากจะไม่มีความรู้ความสามารถในด้านอื่นๆ ก็คงไม่ใช่เื่แปลก โชคร้ายที่ความทรงจำเื่โน๊ตเพลงและความสามารถดีดพิณโบราณก็ไม่หลงเหลืออยู่ในร่างนี้ หากถูกขอให้ดีดพิณเขาคงทำไม่ได้
คงต้องสร้างเื่โกหกสักเล็กน้อยล่ะนะ… ไหน ๆ ก็ตกลงมาจากหน้าผาขนาดนั้น จะความจำเสื่อมหรือข้อมือเคล็ดก็คงจะไม่เป็ไรมั้ง…
ส่วนชายสี่คนที่เข้ามาในห้อง…
เสี่ยวไป๋และเสี่ยวเฮยนั้นฟังจากบทสนทนาก็พอจะบอกได้ว่าน่าจะเป็ข้ารับใช้ของป๋ายอี้หลินคนนี้ ถือเป็แหล่งข้อมูลชั้นดี ไว้หลังจากนี้คงต้องแสดงละครรีดข้อมูลสำคัญออกมาให้ได้
ชายหนุ่มอีกคนอยู่ในชุดสีเทาขลิบดำที่ดูหรูหรา ปักลายนกยูง จากข้อมูลที่เคยเรียนมา ลวดลายแบบนี้เป็ขุนนางฝ่ายบุ๋น ขั้นยศคือระดับ 3-4 เป็รองแค่เชื้อพระวงศ์และเสนาบดีเ้ากรมต่างๆ บวกกับในมือมีพัดลวดลายวิจิตรถืออยู่ อาศัยอยู่ที่เมืองโจวข้างกายโจวหยางอ๋องแบบนี้คงไม่พ้นเป็กุนซือประจำกองทัพ… แปลว่าคนคนนี้ฉลาด น่าจะเล่นละครหลอกลวงได้ยาก
และชายหนุ่มคนสุดท้ายชายชุดนักรบดำขลิบแดงลายัทมิฬ จะเป็ใครได้อีกนอกจากโจวหยางอ๋อง… สมเป็อ๋องนักรบจอมอหังการ ท่วงท่าดูผึ่งผายมากบารมีแม้จะไม่ได้ขยับตัวอะไรมาก พูดก็นับคำได้ แต่ก็น่าเกรงขามจนร่างกายของป๋ายอี้หลินออกอาการสั่นกลัวยามที่พบหน้า… แต่ยังไงซะทั้งสองคนก็เป็คนรักกัน ถือเป็ที่พึ่งที่ดี หากบอกความจริงไปชายคนนี้ต้องหาทางช่วยเขาทุกวิถีทางแน่ถ้าอยากได้คนรักของตัวเองคืนในสามสิบวันหลังจากนี้…
คงต้องใช้โจวหยางอ๋อง หวงเทียนหยาง คนนี้เป็ตัวช่วยเพื่อทำให้แผนการทั้งหมดสำเร็จ…
เท่ากับตัวอันตรายมีแค่เ้าขุนนางบุ๋นคนนั้นงั้นสินะ…
“ก๊อก ก๊อก ก๊อก….”
“คุณชายป๋าย… ท่านสบายดีหรือไม่… ให้บ่าวเข้าไปช่วยเหลือท่านสักหน่อยไม่ดีรึ”
นั่นไง… ไม่ทันไรตัวอันตรายก็มาเคาะประตูถึงหน้าห้อง เป็อันว่า่เวลาสงบสุขจบลงแล้ว….
เมื่อกี้เขาล่กมากไปทั้งยังไม่รู้สถานการณ์ที่ถูกต้อง ท่าทางต่างๆ จึงดูประหลาดไปหมด… ตอนนี้เขาตั้งสติได้แล้ว รู้ตัวแล้วว่าตัวละครที่เขาใช้เลียนแบบท่าทางนั้นลิเกเกินไป ป๋ายลู่หลินเป็คนงามที่ดูเรียบร้อย ท่าทีก็คงจะต้องนิ่งๆ สักหน่อย ละครย้อนยุคเขาก็ดูมาไม่กี่เื่ซะด้วย…. งั้นลองใช้มาดราชินีสูงศักดิ์อย่างบูเช็กเทียนดีมั้ย?
คิดได้ดังนั้น ลู่หลินก็ก้าวไปเปิดประตูอย่างช้าๆ แล้วยืนเชิดหน้านิ่งๆ รอคอยจนเ้าสองเด็กดำเด็กขาวเข้ามาช่วยขยายบานประตูให้แล้วจึงขยับออกเดินจากห้องอาบน้ำไปอย่างช้าๆ ด้วยมาดราชินีผู้สูงศักดิ์
“ขออภัยที่เมื่อครู่นี้ทำให้ทุกคนต้องใ ข้าน้อยยังอ่อนเพลียไม่พร้อมรับแขก ขอเชิญทุกคนออกไปก่อน เว้นท่านอ๋องไว้สักผู้หนึ่งเถิด ข้าขอปรึกษาหารือกันตามประสาคนรักสักครู่…”
“!!!!!!”
คำกล่าวอย่างหาญกล้าของลู่หลินไม่เพียงสร้างความตกตะลึงให้คนทั้งห้องเท่านั้น แม้แต่โจวหยางอ๋องที่เคร่งขรึมก็ยังเบิกตากว้างอย่างใไม่แพ้กัน
“นี่เ้า!!!”
________________
Talk#ขอบคุณคอมเมนต์ค่า
E-Book ที่ Meb ภาค 1 มี 80 ตอน เพิ่มตอนพิเศษ 5 ตอน ราคา 299 บาท>>กดซื้อลู่หลินภาค1<<
E-Book ที่ Meb ภาค 2 มี 67 ตอน เพิ่มตอนพิเศษ 3 ตอน ราคา 299 บาท>>กดซื้อลู่หลินภาค2<<
สำคัญ! ก่อนซื้อเข้าไปดูรายละเอียดข้อมูลเนื้อหาในเล่มในตอนที่ 1 ก่อนนะคะ ขอบคุณที่สนับสนุนค่า >_<