(จบ)ท่านอาหยุดตามใจข้าเสียที

    บทที่ 55 อยู่ข้างกายข้าไปตลอดชีวิต

    บทที่ 55 อยู่ข้างกายข้าไปตลอดชีวิต


    หลังจากไป๋อีจากไป อวิ๋นอินอินก็รู้สึกห่อเหี่ยวไปทั้งตัว เซวียนเหยียนฟู่เห็นนางไร้วิญญาณเช่นนี้ก็ปวดใจอย่างมาก อยากปลอบโยนนาง หากแต่ไม่รู้ว่าจะเอ่ยปากปลอบว่าอย่างไร

    “เสด็จอา ข้าเหนื่อยแล้วเพคะ อยากกลับไปพักที่เรือนกล้วยไม้เสียหน่อย”

    “ไปเถิด” พอเห็นก้าวย่างที่หนักอึ้งของนาง นัยน์ตาของเซวียนเหยียนฟู่เต็มไปด้วยความกังวล

    เมื่อกลับมาถึงเรือนกล้วยไม้  อวิ๋นอินอินก็นั่งลงบนเตียงทั้งชุดเต็มยศอย่างนั้น หงรื่อกับหลานเยว่ก้าวเข้ามาช่วยนางถอดรองเท้า แล้วช่วยห่มผ้าให้นาง

    “องค์หญิงเพคะ ผลัดชุดก่อนแล้วนอนพักเถิดเพคะ”

    อวิ๋นอินอินส่ายหัว มองไปทางหลานเยว่อย่างอ่อนแรง “ข้าไม่เป็นอันใด พวกเจ้าออกไปก่อน ข้าจะนั่งเพียงครู่แล้วค่อยนอน”

    “องค์หญิง…”

    หงรื่อกำลังจะเกลี้ยกล่อมหากแต่เอ่ยคำไปได้เพียงสองพยางค์ก็ถูกหลานเยว่ดึงแขนเสื้อเอาไว้แล้วลากออกไป

    อวิ๋นอินอินที่นั่งอยู่บนเตียงได้สักพัก จู่ ๆ ก็เลิกผ้าห่มขึ้นแล้วลุกลงจากเตียงด้วยเท้าเปล่า เดินไปนั่งลงหน้าโต๊ะเครื่องประทินโฉม มองซ้ายมองขวา มองรูปร่างและใบหน้าของตัวเองในกระจกทองเหลือง

    ตัวสูงประมาณร้อยห้าสิบเซ็นติเมตร แขนขาเรียวยาว ใบหน้าอ่อนเยาว์ มองผ่าน ๆ อย่างมากอายุก็ไม่เกินสิบสี่ปี แต่ว่าร่างนี้กำลังจะมีอายุครบสิบเจ็ดปีเต็มในอีกสองเดือนข้างหน้านี้แล้ว 


    “ถ้าต้องอยู่ในสภาพนี้ตลอดไป…”

    ไม่ช้าขอบตาของอวิ๋นอินอินก็เปลี่ยนเป็นสีแดง นางหายใจเข้าลึก ๆ พยายามกลั้นน้ำตาไว้ไม่ให้ไหลออกมา


    ด้านเซวียนเหยียนฟู่ที่อยู่ที่ศาลาสวนสนก็นั่งไม่ติดเช่นกัน นึกไปถึงท่าทางกลัดกลุ้มหวาดกลัวของเด็กสาว ใจเขาก็ไม่เป็นสุข ในที่สุดก็วางบันทึกโจ่วเจ๋อลงแล้วก้าวยาว ๆ ไปยังเรือนกล้วยไม้


    “คารวะท่านอ๋อง”

    “องค์หญิงหลับแล้วหรือ?”

    หงรื่อส่ายหน้า “ยังเพคะ พระองค์กลับมาก็เอาแต่นั่งเหม่ออยู่บนเตียง ไม่ยอมให้พวกบ่าวคอยถวายการรับใช้อยู่ข้างกายด้วยเพคะ”

    “ไปดูว่าไป๋อีปรุงยาเสร็จเรียบร้อยดีแล้วหรือไม่”

    หลังจากหลานเยว่และคนอื่น ๆ จากไป เซวียนเหยียนฟู่ก็ผลักประตูแล้วเดินเข้าไปด้านใน เห็นอวิ๋นอินอินยังนั่งชันเข่าอยู่บนเตียง ศรีษะเล็ก ๆ ของนางเกยอยู่บนหัวเข่าอย่างหมดแรง แขนทั้งสองข้างโอมกุมขาเอาไว้ราวกับลูกทรงกลมลูกหนึ่ง

    “ไหนว่าเหนื่อย? เหตุใดถึงยังไม่นอนเล่า”

    อวิ๋นอินอินเงยหน้าขึ้นมา มองไปทางเซวียนเหยียนฟู่ที่กำลังเดินมาทางตนด้วยความประหลาดใจ “เสด็จอา เสด็จมาได้อย่างไรเพคะ?”

    เซวียนเหยียนฟู่ไม่ตอบ แต่กลับเดินไปนั่งลงข้าง ๆ นางบนเตียง มือเรียวยาวยกขึ้นส้มผัสคิ้วที่ขมวดโค้งเป็นเนินเขาย่อม ๆ แล้วออกแรงเบา ๆ นวดให้คิ้วคลาย

    “วางใจเถิด ไป๋อีจะช่วยเจ้าปรับสมดุลด้วยตัวเอง อีกไม่นานเจ้าก็จะดีขึ้น”

    “เสด็จอา…” อวิ๋นอินอินที่แกล้งทำเป็นเข้มแข้งมาตลอด พลันน้ำตาไหลออกมาเพราะสัมผัสที่อ่อนโยนนี้ มือเล็ก ๆ ทั้งสองยกขึ้นมาวางบนแขนของเซวียนเหยียนฟู่โดยไม่รู้ตัว มองเขาด้วยความตระหนกกลัว “หากอาการป่วยของข้ารักษาไม่หาย เสด็จอาท่านจะรังเกียจข้าหรือไม่เพคะ…”

    ที่เศร้าใจเช่นนี้เป็นเพราะกลัวว่าข้าจะรังเกียจอย่างนั้นหรือ?


    มือของเซวียนเหยียนฟู่อ้อยอิ่งอยู่บนหน้าผากอันเรียบเนียนของนางอย่างไม่เต็มใจที่จะชักกลับ ให้คำสัญญากับนางอย่างแผ่วเบาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ไป๋อีต้องรักษาเจ้าได้แน่ ไม่มีคำว่า หาก อย่างเจ้าว่าหรอก”

    “เพคะ” อวิ๋นอินอินยิ้มขึ้นมาทันที “ข้าเชื่อเสด็จอา เสด็จอาตรัสว่าไป๋อีรักษาได้ เช่นนั้นก็ต้องรักษาได้แน่”

    เมื่อเห็นใบหน้ารูปไข่ของนางเริ่มกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง หัวใจของเซวียนเหยียนฟู่ก็ผ่อนคลายลงได้ในที่สุด

    “เสด็จอา ท่านยังไม่ตอบเลยนะเพคะว่าจะรังเกียจข้าหรือไม่?” อวิ๋นอินอินจับแขนเซวียนเหยียนฟู่เขย่าไปมา ต้อนถามอย่างออดอ้อน “เสด็จอา รังเกียจข้าหรือไม่เพคะ?”

    เซวียนเหยียนฟู่มองมือนุ่มที่จับเขาอยู่ด้วยสายตาลึกล้ำ เพียงแต่รู้สึกว่าที่นางเขย่าอยู่นั้น ไม่ใช่แขน แต่เป็นหัวใจของเขา

    ภายใต้สายตาที่รอคำตอบอย่างคาดหวังของนาง ในที่สุดเซวียนเหยียนฟู่ก็เอ่ยขึ้นเบา ๆ “ไม่”


    “เสด็จอา ไม่ เรื่องอะไรนะเพคะ?” อวิ๋นอินอินเอียงศรีษะลืมตาแป๋ว รอคอยเขาเอ่ยปากรับประกัน


    เซวียนเหยียนฟู่เองก็มองแววตาเจ้าเล่ห์ของนางออกจึงยกยิ้มขึ้น ใช้นิ้วดีดหน้าผากนางเบา ๆ แล้วพูด “ไม่ว่าเจ้าจะเปลี่ยนไปอย่างไร ข้าก็ไม่รังเกียจเจ้า จะไม่ทอดทิ้งเจ้า พูดแบบนี้ เจ้าพอใจแล้วหรือยัง?”

    “พอใจเพคะ”

    พอแผนเล็ก ๆ ของนางลุล่วงแล้ว อวิ๋นอินอินก็ยิ้มจนตาหยี


    “อินอิน เจ้าชอบที่จะอยู่ข้างกายข้ามากไหม?”


    “เพคะ ข้าชอบอยู่ข้างกายเสด็จอาที่สุด”


    อวิ๋นอินอินตอบคำถามของเซวียนเหยียนฟู่โดยไม่แม้แต่จะคิด ล้อกันเล่นหรือเปล่า ข้าผ่านความลำบากยากเย็นแสนเข็นมานานขนาดไหนกว่าจะพาตัวเองมาอยู่ข้างกายท่านได้ อีกอย่างนะ หากไม่มีการคุ้มครองของท่าน อาศัยตัวข้าเพียงลำพัง สถานที่กินคนอย่างวังแห่งนี้ ให้ไม่ถึงสามวันข้าก็ไม่รอดแล้ว 


    ยิ่งไม่ต้องพูดถึงอนาคตที่สวยหรูอันใดเลย


    เซวียนเหยียนฟู่ไม่สนใจว่าอวิ๋นอินอินคิดอะไรอยู่ในส่วนลึกในใจ เขาเพียงแต่สนถ้อยคำที่หูของตนได้ยินอย่างแจ่มชัดเหล่านี้


    นางบอกว่าชอบที่จะอยู่ข้างกายข้า…


    ชายหนุ่มพยายามระงับความลิงโลดเอาไว้ แต่อดไม่ได้ที่จะยื่นมือออกไปดึงนางเข้ามาในอ้อมอกตนและพูดอย่างอ่อนโยนระคนเอาแต่ใจว่า “ในเมื่อชอบ เช่นนั้นก็อยู่ข้างกายข้าไปชั่วชีวิตได้หรือไม่”


    อวิ๋นอินอินตกใจที่โดนสวมกอดอย่างกะทันหันจนเรียกสติกลับมาไม่ทัน เด็กสาวจึงยังไม่ค่อยเข้าใจว่าที่เซวียนเหยียนฟู่พูดนั้นหมายความว่าอย่างไร แต่ในเมื่อนางเป็นสุนัขขี้ประจบของเขา นางจึงได้แต่พยักหน้า แสดงออกว่าเชื่อฟังอย่างไม่มีเงื่อนไขต่อถ้อยคำของชายหนุ่ม


    ความรู้สึกที่ได้กอดนางนั้นทั้งนุ่มนวลหอมหวาน หากไม่กลัวว่านางจะสงสัย เซวียนเหยียนฟู่คิดที่จะกอดนางไว้อย่างนี้ไม่ปล่อยจริง ๆ


    พอเซวียนเหยียนฟู่ปล่อยอวิ๋นอินอิน หลานเยว่ที่อยู่ด้านนอกก็ส่งเสียงเข้ามา


    “ท่านอ๋องเพคะ ท่านหมอไป๋อีนำยาบำรุงมาส่งเพคะ”


    “เข้ามาได้”

    เซวียนเหยียนฟู่เอื้อมมือออกไปดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมขาให้อวิ๋นอินอิน แล้วถึงได้ลุกขึ้นไปนั่งเก้าอี้ไท่ซือที่อยู่ข้าง ๆ


    ไป๋อีทำใจดีสู้เสือเหลือบมองไปทางเซวียนเหยียนฟู่ที่นั่งอยู่เป็นอันดับแรก จากนั้นก็ก้มหน้าเดินไปที่ข้างเตียงอวิ๋นอินอิน “องค์หญิงพ่ะย่ะค่ะ วันนี้กระหม่อมต้มยาเสร็จแล้ว หลังจากองค์หญิงดื่มเข้าไปอาจจะมีอาการง่วงเล็กน้อย ให้นอนพักเสียเป็นใช้ได้พ่ะย่ะค่ะ”


    รอจนไป๋อีพูดจบ หลานเยว่ที่อยู่ด้านหลังก็ยกยาเข้ามาตรงหน้าอวิ๋นอินอิน 


    เห็นยาสีดำตุ่น ๆ พร้อมกลิ่นคาวแล้ว อวิ๋นอินอินก็เบ้หน้า ถอยหลังไปด้วยความรังเกียจ


    “ท่านหมอไป๋ ยานี่สามารถรักษาข้าให้หายได้จริงหรือ?”


    “องค์หญิงโปรดวางพระทัย ขอเพียงองค์หญิงรับประทานยาที่กระหม่อมจัดเตรียมไว้ให้อย่างตรงเวลา กระหม่อมขอรับรองว่า เพียงครึ่งปี หรืออย่างมากก็หนึ่งปี พระวรกายขององค์หญิงก็จะฟื้นคืนกลับมาทั้งหมดพ่ะย่ะค่ะ”


    “จริงหรือ”

    “กระหม่อมขอใช้ฉายาหมอหัตถ์เทวะเป็นประกันพ่ะย่ะค่ะ”

    ทั้งเซวียนเหยียนฟู่และไป๋อีต่างก็รับประกัน อวิ๋นอินอินจึงไม่รู้สึกเป็นกังวลอีก เพื่อที่จะได้โตไว ๆ อวิ๋นอินอินยื่นมือออกไปรับยามาจากมือของหลานเยว่แล้วบีบจมูกเงยหน้าขึ้นดื่มมันลงไป 


    ท่าทางเถรตรงนี้ของนางทำให้ไป๋อีรู้สึกตกใจเสียจริง พอถึงตอนนี้เขาถึงเข้าใจความหมายที่อาต้าเพิ่งพูดกับตนไว้ว่า ‘องค์หญิงพระองค์นี้ไม่ธรรมดาเลย’


    พอหันกลับไปก็ได้เห็นว่านายท่านของตนกำลังจ้องมององค์หญิงเก้าอยู่ด้วยสีหน้าอบอุ่น แววตาเต็มไปด้วยความรักความเอ็นดู


    หากแต่สีหน้าของไป๋อีทั้งดีใจระคนกังวล เขายินดีที่ในที่สุดก็มีผู้มาละลายหัวใจน้ำแข็งของนายท่านได้ ทว่าที่กังวลคือ ก่อนที่แผนการใหญ่จะลุล่วง ทางวังต้าโจวท่านนั้น จะทนรับองค์หญิงเก้าที่อยู่นอกเหนือแผนการผู้นี้ได้หรือไม่


    พอรับรู้ได้ถึงสายตาของไป๋อี เซวียนเหยียนฟู่ก็ส่งสายเย็นชาเตือนอีกฝ่ายไป


    ไป๋อีที่รู้ว่าตัวเองเป็นฝ่ายล้ำเส้นจึงก้มหัวลงต่ำด้วยความตระหนก

    ……………………………………………………………………………………………………………

    พิเศษ อ่านที่ www.bookfet.com คุ้มกว่าแค่ 99.- 

    อ่านเหมาได้เกือบทุกเรื่องของ Onlybook


    คล้ายกับเรื่อง(จบ)ท่านอาหยุดตามใจข้าเสียที ที่คุณอ่าน