เเต่ทว่าตอนนั้นผมคว้าเนื้อย่าง2ถึง3ไม้เเละเขมือบเข้าไปเเล้ว"ถ้าเ้าเป้นทาสข้า ข้าจะให้เเกทำอะไรก็ได้สินะ"พระเ้าเอกทัศน์เดินเข้าไปในลานประลอง ชายชาวนอร์ดิกสบตาผมอย่างมีลับลมคมใน เขายิ้มที่มุมปากเเละยกปลายเท้าชี้ขึ้น
‘อย่างนี้นี่เอง เ้านั้นกำลังดีใจ้อยู่’ตามหลักจิตวิทยาของหลักFBI การจะล้วงความลับจากผู้คนนั้นไม่สามารถมองบริเวณที่เห็นได้ชัดเจนเช่นใบหน้า หรือมือ เพราะเป็ส่วนที่คนมักจะสงวนท่าทีมากที่สุด เเต่กลับกันเท้าของคนคือหน้าต่างของความคิดคน เมื่อผู้ใดยกเท้าชี้ขึ้นข้างนึงเเสดงว่าเขากำลังดีใจอยู่
“ทหาร!”ผมพูดเสียงดัง เพราะรู้ว่ามีคนเเอบตามมาตั้งเเต่เเรกที่ออกจากวังมาเเล้ว ประสาทััทั้ง5ของผมดีขึ้นมากหลังจากาครั้งนั้นไม่รู้ว่าเป็เพราะอะไร เเต่คาดว่าเป็เพราะระบบศาสตราวุธ หลังจากาเมื่อ2วันก่อนระบบศาสตราวุธก็พัฒนาเข้าไปอีกขั้น ดาบอนันตเทวะนั้นหลอมรวมเข้ากับร่างกายของผมไปเเล้ว
จันขาวมองซ้ายเเลขวาเขาไม่รู้ว่ามีทหารเเอบตามเขาอยู่ตลอดเวลา เขาไม่อยากเชื่อสายตาตนเอง ชาวบ้านบริเวณนั้นจำนวน30คนถอดเสื้อของชาวบ้านออกเเละเข้ามาเรียงเเถวกัน ชุดเครื่องเเบบสีน้ำตาลปกปิดทั้งร่างกายเหลือให้เห็นเพียงเเต่ดวงตาเขามาคุกเข่าอย่างพร้อมเพรียงในเวลาไม่นาน
ชาวบ้านทุกคนเเตกตื่นกันใหญ่พวกเขาปะติดปะต่อเื่ไม่ถูกเเต่มั่นใจว่านั้นเป็ชุดเครื่องเเบบลับของหน่อยข่าวกรองเเห่งอโยธยา พระเ้าเอกทัศน์เอาไม้เสียบเนื้อย่างที่เหลือเเต่เนื้อเพียงเล็กน้อยที่เสียบไม้เอาไว้ไปวางที่รถเกวียนเร่ขายเนื้อย่าง ชายชาวนอร์ดิกหัวเราะในลำคอออกมา"ว่าไง?เเกจะมาสู้กับไอไหม?รึว่ากลัวเเพ้เพราะชาวอโยธยาอ่อนปวกเปียกกันหล่ะ?"
“ไอ้ต่างด้าว เเก!”สีหน้าชาวบ้านพลันเปลี่ยนสีทันทีที่ถูกยั่วยุ
“รออยู่นานเเล้วคำนี้”พระเ้าเอกทัศตรัสเเต่เขาไม่ได้สนใจอะไรเพียงเเต่เดินอย่างใจเย็นเล้วไปหาพวกทหารที่ตามมา"พวกเ้าเป็ทหารของเเม่ทัพไม้เลี้ยวเเห่งหน่วยข่าวกรอง กระบวนทัพที่2รึ?"
ทหารทุกคนคุกเข่า เเละก้มหัวพลางกล่าวรับคำพร้อมกัน"พะย่ะค่ะ ฝ่าละอองธุลีพระบาทนั้นมีหน้าที่ต้องปกป้องพระองค์อย่างสุดความสามารถ! เเม้จะเเลกด้วยชีวิต!" พระเ้าเอกทัศหัวเราะเล็กน้อยเเต่อาการเสสรวลของพระองค์ครั้งนี้เเฝงไว้ด้วยความเ็า
“หากเป็เช่นนั้นจริง เมื่อ2วันก่อนในยามที่ข้าในยามลำบากที่ประตูผีเหตุใดพวกเ้าจึงไม่มาอารักษ์เล่า?”พระเ้าเอกทัศตรัส เมื่อเหล่าชาวบ้านได้ยินเเบบนั้นก็ตื่นตระหนก พวกเขารู้เเล้วว่าชายสวมชุดจักววรดิชิงผู้นี้คือเ้าเหนือหัวผู้ปกป้องพวกเขา ทุกคนก็รีบคำนับเอาหน้าเเนบพื้นดิน ชาวนอร์ดิกรู้สึกงงงวยนัก เเต่เมื่อผู้ช่วยร้านขายเนื้อย่างรีบเข้ามาบอกกล่าว ชายชาวนอร์ดิกผู้นั้นก็รีบโค้งคำนับตัวสั่น พระเ้าเอกทัศมองไปรอบๆด้วยสายตาอันเฉียบคมเขาก็เห็นมือธนูอีก50คนอยู่ตามหลังคาฟาง
“เพราะว่าข้าเ้าถูกบังคับให้เข้าในสังกัดของนายหนวดเขี้ยวพะย่ะค่ะ ในยามฉุกเฉินหน่วยข่าวกรองมีหน้าต้องเป็โยธาชั้นสามัญในสนามรบเท่านั้นพะย่ะค่ะ”
“งั้นรึ?”พระเ้าเอกทัศน์ตอบกลับเเล้วมองไปที่ชาวนอร์ดิก"เเล้วทหารที่คอยดูเเลกิจการบ้านเมืองนั้นไม่มีเลยหรือ? พวกเ้าไม่เห็นชายคนเเล้วคนเล่าตายไปงั้นรึ?พวกเขามีครอบครัวเเละต้องอัปยศหากมิได้ตายในสนามรบสมชายชาตรี เหตุใดจึงปล่อยหละหลวมเช่นนี้ได้กัน!"
“พลเมืองในอาณัติของเราทั้งหลายฟัง! พวกเ้ารักชาติพวกเ้า พวกเ้ายอมไม่ได้ที่จะถูกหยาม เเต่ในขณะที่ข้าเดินตรวจการบ้านเมืองเเบบลับๆ เหตุใดจึงมีเเต่คนที่เเก่งเเย่งเอารัดเอาเปรียบกันในสถานการ์ณเช่นนี้เล่า?หากพวกเ้ารักชาติของพวกเ้า พวกเ้าควรจะช่วยเหลือสายเืร่วมชาติก่อนมิใช่หรือ? ในสถานการ์ณที่ขาดเเคลนอาหารข้าวยากหมากเเพงนั้นเเบ่งกันมิได้หรือ?”
ชาวบ้านเงียบกันไปทั้งหมดเเละก้มหัวรับฟัง
ตอนนี้ผมไม่ค่อยสบอารมณ์ รู้สึความโกรธในเื่ที่ผมไม่เคยนึกถึง มันโทสะจริตพวยพุ่งในจิตใจของผม"จับเ้านั้นไปสอบสวน ในเนื้อย่างนั้นมีพิษ เป็สาเหตุที่ทำให้คนทุกคนที่สู้กับมันอ่อนเเรงเเละเเพ้พ่าย! ส่วนศพพวกนี้จันขาวนายจัดการให้จัดงานศพให้ยื่งใหญ่สมควร พวกเขาโกรธเพราะสายเืนักรบมีอยู่ เราจะทำให้พวกที่อยู่สบายไม่กล้าสู้รบเปลี่ยนคติซะบ้าง" จันขาวรับคำ พระเ้าเอกทัศก็สะบัดชายผ้าของเสื้อคนจีนเเละมุ่งปรี่เข้าไปในวัง
ในขณะนั้นนายทองดีสวมชุดเกราะครบยศก็นำทหารพร้อมกับรถเกวียนชั้นกษัติรย์เข้ามาจอดอยู่ด้านข้าง นายทองดีรีบรีบถวายบังคม"พระที่นั่งสุริยาอมรินทร์พะย่ะค่ะ ข้าพพระพุทธเ้าตระเตรียมที่ประดับเสด็จสู่วังพระที่นั่งสุริยาศอมรินทร์ด้วยเถิดพะย่ะค่ะ"
“ข้าจะเดินไป! ทองดีเ้าไปเรียกเหล่าเสนาบดีจตุสดมภ์มารวมที่ท้องพระโรง"พระเ้าเอกทัศเดินไปเเต่พวกทหารก็มิวายร่วมเกือบร้อยนายเดินมาล้อมเเละคุ้มกันพระเ้าเอกทัศเอาไว้ พระเ้าเอกทัศยิ้มในใจเขารู้สึกโล่งใจขึ้นเยอะ การมาตรวจการบ้านเมืองครั้งนี้เขารู้เเต่เเรกเเล้วว่านายไม้เลี้ยวจะต้องส่งคนมาคุ้มกัน เขาเป็คนรอบคอบจนเรียกว่าป่วยจิตได้เลยทีเดียว เเละหากตอนนี้เราไว้ใจไม้เลี้ยวได้อีกคนเเล้ว
‘จากการวิเคราะห์ของข้าหากไม้เลี้ยวไว้ใจได้ก็หมายความว่าคนสนิทของข้านั้นมีิจิตใจจงรักภัคดีทุกนาย เพราะหากไม้เลี้ยวอยากจะสังหารข้าก็สามารถสังหารได้ทุกเมื่อเพราะข้าออกมาโดยไม่มีผู้ใดล่วงรู้ เป็การตรวจราชการลับ นั้นเป็สาเหตุว่าทำไมผมถึงเเกล้งทำเป็ไม่รู้ว่าไม้เลี้ยวหลบอยู่หลังหน้าต่าง เเละดึงจันขาวมาในห้อง นี้เป็เพียงเเผนวัดความซื่อสัตย์ของขึ้นนางคนสนิทของเรา’
ผมยังทำหน้าฮึดฮัด เพื่อที่ให้สายตรวจของพวกทรยศเเผ่นดินไม่ระเเวดระเเวง
‘คราวนี้ก็เอาเป็ว่า คนที่เชื่อใจได้ก็ หนวดเขี้ยว ไม้เลี้ยว จันขาว พระยาตาก พระยาพิชัย เเค่นี้ก็เหลือเฟือ!'
‘ที่เหลือก็ไอ้พระยาพลเทพ เสนาบดีกรมนาที่ไปเข้ากับพม่า เหลือเเค่รอให้ไม้เลี้ยวสืบเื่ของมันหากมันเป็คนทรยศ จิ๊กซอว์ตัวสุดท้ายก็ต่อสำเร็จ คราวนี้จะได้ถอนรากถอนโคนเเละดำเนินการค้าเครื่องเทศน์เเบบรีดเนื้อกับพวกยุโรปซักที เเต่กอ่นอื่นต้องปลูกฝังเด็กที่กำลังจะโตให้มีจิตใจรักชาติก่อน'เเววตาของพระเ้าเอกทัศน์เปี่ยมไปด้วยพลัง'พรุ่งนี้เเหละ ปฏิวัติวรรณกรรมเเน่!'
ฝ่ายไม้เลี้ยว
ในห้องส่วนพระองค์
ไม้เลี้ยวปลอมตัวเป็พระเ้าเอกทัศน์ ตอนนี้เขากำลังอ่านหนังสือที่มีสีสันชัดเจนตรงปก เขาไม่เคยเห็นหนังสือเเบบนี้มาก่อน ไม้เลี้ยวกำลังอ่านหนังสือเล่มนั้นอย่างใจจดใจจ่อเเละเช็คพระเ้าเอกทัศน์ว่าจะกลับมาเมื่อไหร่ทางหน้าต่างตลอด เหงื่อของเขาหยดติ๋งติ๋ง ‘อะโห้ว นี้เเม่นสูดหยอดม๊ากกกก!’ ไม้เลี้ยวไม่เคยอ่านอะไรเเบบนี้มาก่อน ตั้งเเต่เด็กเขาไม่มี่เล่นสนุกเลยเพราะเอาเเต่ฝึกอย่างหนักเพื่อเป็หน่วยข่าวกรอง
วัยรุ่นทั้ง5หยิบเข็มขัดออกมา ใช้มือชี้เฉียงขึ้นเหนือไหล่45องศาส่วนมืออีกข้าง หมุนวงเป็วงกลม กลุ่มวัยรุ่นทั้ง5 ประกอบด้วยหญิงสองชายสามะโออกมาพร้อมกันเสียงฉะฉาน
“เเปลงงงงง….ร่างง!” ทั้ง5คนสวมชุดสีเขียว เหลือง น้ำเงิน ชมพู เเละสีเเดงเเนบเนื้อ สีสันงดงามสดใส เเละมีหน้ากากต่างๆ"พวกเราขบวนการเรนเจอร์5สีจะลงทัณฑ์พวกเเกเอง ลีโอ กาโอ มีโอ อาโอ เซโอ ไรเดอร์!คิ๊ก!" ทั้ง5คนะโม้วนตัวก่อน1ครั้ง พลังงานสายฟ้าไปอยู่ที่ขาของพวกเขาเเละะโถีบปีศาจจนะเิ ตูมมมมมม
ในขณะนั้นไม้เลี้ยวเรียกใช้ทหารคนสนิทของเขา มีนามว่าเหนือผิวสายลม ชายคนนั้นอ้วนเเละเตี้ย มีสิวด้วยเเต่สวมเครื่องเเบบของหน่วยขาวกรองสีกาเเฟ ปกปิดทั้งร่างกาย ไม้เลี้ยวให้เหนือคอยดูลาดเลาเอาไว้
“มายังเหนือ มายัง!”
“ยังๆ อ่านไปก่อน”
“เออๆ โคตรมันส์อ่ะ อร๊าาาา”ไม้เลี้ยวครางออกมาอย่างไร้สาเหตุ เขามักจะทำอะไรเเบบนี้เวลาได้พบอะไรที่น่าทึ่ง ไม้เลี้ยวนึกถึงเมื่อ3ชั่วโมงก่อนที่พระเ้าเอกทัศน์จะออกไป
ไม้เลี้ยวเ้าอย่าริบังอาจเเตะต้องอะไรสุ่มสี่สุ่มห้าในห้องของข้าเด็ดขาด เมื่อยามที่ข้ากลับมาข้าจะปรบรางวัลให้อย่างงามเลย ไม้เลี้ยวตอบรับหน้าเขร่งขรึม"ข้าพเ้าไม่จำเป็ต้องเเต่ของในห้องของท่านหรอกพะย่ะคะ" ไม้เลี้ยวทำหน้าหล่อเข้มไว้ใจได้ เเต่เมื่อผ่านไป2ชั่วโมงเขาก็เริ่มเบื่อ เเละเบื่อมากขึ้น มากขึ้น จนเขาเหลือบไปเห็นหน้าปกหนังสือบางอย่างที่เเล๊บออกมาจากลิ้นชักโต๊ะ
‘อ่านเเก้เบื่อเเล้วกัน’
ปัจจุบัน
ไม้เลี้ยวจดจ้องตัวหนังสือการ์ตูนเรนเจอร์ไม่วางตา
“มาเเล้ว!”ชายอ้วนตอบ
“ดำเนินการตามเเผน”
ชายทั้งสองรีบเก็บกวาดห้องพระเ้าเอกทัศน์ที่ถูกค้นจนเละเเละเก็บคืนเข้าที่อย่างดี เขาใช้จมูกสูดดมเพื่อวัดความตรงที่เเละจดไว้ในเเผ่นกระดาษฉุกเฉินของหน่วยลับ ตอนนี้ถึงเวลาที่นายไม้เลี้ยวเอามันออกมาใช้ เขาสั่งเหนือ"หนังสือเล่มสีม่วงความกว้าง3.45นิ้ว อยู่เรียบระหว่างหนังสือการทูตกับปากกา เฉียง30องศาของมุมโต๊ะ"
“รับทราบ”
“ปากกาหมึกซึมหันด้านหัวสีทองออก บริเวณหัวหมึกซึมมีหมึกติดอยู่1หยด”
“รับทราบ!”
พวกเขาเร่งมืออย่างเต็มที่ หากพลาดเวลาเเม้เเต่นิดเดียวพวกเขาได้คอขาดเเน่ๆ
ฝ่ายพระเ้าเอกทัศน์ เขาเดินเข้ามาในวังเเละมีนางในข้าราชบริพาร อำมาตย์น้อยใหญ่มาต้อนรับ พระเ้าเอกทัศน์เดินตรงปรี่ไปที่ประทับอย่างรวดเร็ว เเล้วก็ได้ยินเสียงของนางในพูดระงมกัน"ได้ยินว่ามีเสียงครางออกมาจากห้องพระเ้าเอกทัศด้วยหล่ะ?"
“ใช่ๆ เสียงครางทุ้มต่ำของผู้ชาย น่าเกลียดโคตรๆ”
“ร้องเเปลงร่าง เเล้วก็ อร๊าๆอะไรนี้เเหละ”
เเก้มของพระเ้าเอกทัศน์เริ่มอายด้วยความขวยเขิน ฝีเท้าของเขาก้าวเร็วขึ้นตรงไปที่ห้องส่วนตัวของเขา'เชี้ยเอ้ย อร๊าๆเลยรึ?' เนื่องจากคนในวังยังมิรู้ว่าเขาคือพระเ้าเอกทัศน์จึงไม่ได้สนใจเเละนินทากันต่อไป
ฝ่ายไม้เลี้ยว
“เสร็จยัง จากคำนวนความเร็วเเล้วอีกตั้ง5นาที”
“ไม่ได้ต้องเร็วกว่านี้เหนือ คอขาดนะเว้ย คอขาดๆ”ไม้เลี้ยวรวบรวมพลังปราณเเละอาคมต์ทั้งหมดเพื่อเพิ่มความเร็วของกล้ามเนื้อเเละจัดของให้เหมือนปกติ เเต่ดูเหมือนเวลาะน้อยลงเต็มที
ไม่นานพระเ้าเอกทัศน์ก็เดินมาถึงระเบียงหน้าห้อง พระเ้าเอกทัศน์เงี่ยหูฟังเเละเดินเงียบเหมือนตีนเเมว เเต่ก็มิได้ยินเสียงพิลึกอย่างที่นางในนินทากัน ผมมองที่ด้ามประตูสักพักเเล้วเปิดประตูออกมาให้ในทันที
กรึก!ปังง!
ภายในห้องดูเป็ระเบียบเรียบร้อยดั่งเดิม เเละไม้เลี้ยวยืนด้วยท่าทีมั่นคงใบหน้าคมเข้มสุขุม"เสด็จถึงโดยปลอดภัย ข้าพเ้าโล่งอก" พระเ้าเอกทัศกวาดสายตามองไปรอบๆก็เห็นชายอ้วนเตี้ยอีกคนยืนอยู่ด้วย ไม้เลี้ยวกล่าวเสียงราบเรียบ"ข้าพเ้าเกรงว่าจะคุ้มกันห้องท่านไม่ไหวจึงเรียกกำลังเสริมพะย่ะค่ะ"
ผมพยักหน้า"ดี…เเล้วที่มีนางในซุบซิบกันใหญ่ว่ามีเสียงอร๊าๆน่ารังเกียจออกมาจกาห้องของข้าหล่ะ?"ผมหรี่ตา"หวังว่าจะไม่ใช่กิจการน่ารังเกียจหรอกนะ"
ไม้เลี้ยวเหงื่อตกเเต่เขาควบคุมลมหายใจให้เป็ปกติเเละลดระดับการเต้นของหัวใจ เเม้ว่าคนทั่วไปจะดูไม่รู้เเต่พระเ้าเอกทัศน์ที่วิวัฒนาการพร้อมกับดาบอนันตเทวะนั้นมองออก ไม้เลี้ยวกล่าวเสียงเรียบ"เสียงอร๊าๆ ทุ้มต่ำนั้นมันมาจากช่องลมของหน้าต่างพะย่ะค่ะ ที่บ้านข้าพเ้าก็เป็เช่นนี้" ไม้เลี้ยวมองด้วยสายตาปกติ เขามันใจว่าเขารอดเเล้ว
พระเ้าเอกทัศเดินไปบริเวณโต๊ะเเล้วเอากระดาษซับลายนิ้วมือจากอนาคตของเขาออกมาจากเสื้อเเล้วก็ลองเเปะไปที่ลิ้นชักโต๊ะ ไม้เลี้ยวยิ้ม'พระองค์พลาดเเล้ว'
“ข้าพเ้ามิได้เเตะต้องอะไรทั้งนั้นพะย่ะค่ะ” นัยตาไม้เลี้ยวกลับมากลมโตปกติ ผมจึงยั้งมือเเล้วเปลี่ยนกระดาษซับลายนิ้วมือไปที่หนังสือเรนเจอร์ที่วางไว้บนโต๊ะหลังจากนั้นก็เอาส่องเเสงที่ทะลุจากหน้าต่างเเละพบว่ามันมีลายนิ้วมือ เนื่องจากเวลาผมอ่านหนังสือผมจะสวมถุงมือยางตลอดหากมีลายนิ้วมือหล่ะก็
ตอนนี้ไม้เลี้ยวตาโตปูดเป็ไข่ห่านเห็นเส้นเืในนัยตาชัดเจนเเละม่านตาหดเล็กลง เขารับััถูกความถูกจับได้ ผมยังไม่เเน่ใจว่ามันเป็ลายมือของผมในโลกก่อนรึเปล่าจึงหยอดมุกไป ผมมั่นใจว่าคนสมัยนี้ต้องอินกับเรนเจอร์เเน่นอน"พวกเราคือเรนเจอร์5สี"พระเ้าเอกทัศพูดเเล้วมองไปที่ไม้เลี้ยว
“เเปลงร่าง5สีรวมพาลังงงงง!!”ไม้เลี้ยวหลุดปาก พลางทำท่าเเปลงร่างเหมือนเรนเจอร์
“เเก!”