สตรีผู้มีความสำคัญของยิ่งต่อองค์จักรพรรดิแฮดริช แห่งจักรวรรดิมาติอัส(Hedrich Rex-Constati Matius) นั้นมิใช่ราชินีองค์ปัจจุบัน หากแต่เป็สตรีผู้หนึ่งในชุดไว้ทุกข์สีดำปลอดของชนชั้นสูง
บนชุดของพระนางแทนการประดับด้วยดิ้นทองด้วยดิ้นเงิน เช่นเดียวกับแถบคาดตามตะเข็บชุดใช้ด้ายสีเงินประดับประดาแทนเพื่อแสดงถึงความเคารพผู้วายชนม์และมิให้มีสีสันฉูดฉาดสะดุดตามากเกินไป
แต่ถึงกระนั้นการมีประกายแสงสีเงินบนผืนผ้าดำสนิทกลับยิ่งขับให้รัศมีดูเด่นชัด ราวกับเป็ดวงดาราบนนภายามราตรี
บนศีรษะของพระนางอลิซาเบธ จูเลียน นั้นคลุมด้วยเฮดเดรสสีดำสองชั้นเพื่อปกปิดใบหน้ามิให้ผู้ใดมองเห็น
แม้ท่วงท่าที่รีบร้อนของพระนางจะไม่คล้ายกับสตรีที่ถูกเลี้ยงดูมาในฐานะลูกสาวขุนนางั้แ่กำเนิด แต่ ณ เวลาเร่งด่วนฉุกเฉินก็ไม่มีใครสนใจในเื่นััน เพราะเวลานั้นไม่มีสิ่งใดสลักสำคัญเท่ากับ่เวลาเป็ตายของเ้าชายลำดับ3 โนวิส อาริอาเตส อีกแล้ว(3rd prince,Novis Arietes)
หมอหลวงและสาวใช้ต่างไม่อาจเพิกเฉยต่อธรรมเนียมปฏิบัติที่ต้องแสดงเคารพต่อเชื้อพระวงศ์ ขุนนาง
โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับพระนางอลิซาเบธ ที่แค่เพียงพระนางกระซิบบอกถึง ความระคายเคืองใจต่อองค์พระจักรพรรดิ ทั้งครอบครัว วงศ์ตระกูลทั้งสายหลักและสาขาต่างก็สามารถหายสาบสูญไปจากแผ่นดินจักรวรรดิได้แล้ว
หมอใหญ่ลุกขึ้นค้อมน้อมหัวลง ส่วนมือขวานั้นพาดไหล่ผ่านท้องขวางลำตัวเป็ท่าแสดงความเคารพของบุรุษ
ในขณะที่เหล่าสาวใช้ทุกคนต่างไขว้เท้าซ้ายไปด้านหลังยอบตัวลง จับจีบที่ชายกระโปรงเพื่อถอนสายบัวพร้อมก้มหน้าลงเล็กน้อย
ภายใต้เฮดเดรสสีดำที่ซ่อนยังสีหน้าของพระนาง ทำให้พวกเขาทั้งหมดกังวลใจอยู่บ้างจนกระทั่งสุรเสียงของพระนางเปล่งออกมา
"ตามสบาย ทำหน้าที่ของพวกเธอต่อเถิด"
เลดี้แห่งจักรวรรดิเดินอ้อมเลี่ยงไปโดยไม่เดินเข้าไปแทรกตรงตำแหน่งเตียงฝั่งที่หมอหลวงยืนอยู่
พระนางยืนมองเด็กน้อยที่นอนซมที่เต็มไปด้วยเหงื่อและความทุกข์ทรมานบนใบหน้า
มิกเกล หัวหน้าสาวใช้และสาวใช้ส่วนตัวของพระนางช่วยกันยกเก้าอี้มีพนักพิงที่ทำจากไม้นำเข้า ตัวสวยที่สุด นั่งสบายที่สุดในห้องมาให้พระนางนั่ง
"เลดี้คะ เก้าอี้ประทับค่ะ"
"ขอบใจ มิเลน มิกเกล"
เพียงแค่คำว่า ขอบใจและตามด้วยชื่อสาวใช้ที่ออกมาจากของเลดี้แห่งจักรวรรดิ เพียงแค่นั้นก็ทำให้หัวหน้าสาวใช้รู้สึกชุ่มชื่นหัวใจขึ้นมาทันทีทันใด
เมื่อสาวใช้ได้รับคำขอบใจ หมอหลวงกลับรู้สึกร้อนใจแทนราวกับว่า ตนนั้นละเลยการปฏิบัติหน้าที่สำคัญของตน
ชีวิตความเป็ความตายของเ้าชายลำดับ3อยู่ในมือของหมอหลวงวัยกลางคน และมีความสำคัญมากถึงขนาดที่พระนางยังต้องเสด็จมาเอง
เป็ไปได้หรือไม่ว่าอาจเป็คำสั่งโดยตรงจากองค์จักรพรรดิเองที่ให้พระนางมาดูอาการอย่างใกล้ชิด แม้ที่ผ่านมาองค์จักรพรรดิ กับพระนางจะไม่ค่อยได้มาเยี่ยมหาเ้าชายลำดับ3บ่อยสักเท่าไหร่ แต่นั่นอาจเป็การทดสอบบางอย่างก็เป็ได้
เหงื่อซึมไหลจากหน้าผากของหมอใหญ่วัยกลางคนด้วยความคิดซับซ้อนขององค์จักรพรรดิที่แม้จะดูเหมือนไม่ใส่ใจเ้าชายลำดับ3นัก
ความจริงอาจไม่ได้เป็เช่นนั้น แต่ก่อนที่หมอหลวงจะได้รายงานออกไปด้วยท่าทีลุกลี้ลุลน พระนางได้เอ่ยถามขึ้นก่อน
"อาการขององค์ชายเป็อย่างไรบ้าง?"
เมื่อได้ยินดังนั้นหมอใหญ่จึงโล่งใจและสาธยายอาการเช่นเดียวกับที่เคยบอกกับหัวหน้าสาวใช้ไปก่อนหน้า หากแต่ใช้ถ้อยคำที่สุภาพนอบน้อมกว่า ระมัดระวังยิ่งไปกว่า
เมื่อฟังคำอธิบายอาการจบ พระนางอลิซาเบธเอ่ยขึันมาสั้นๆว่า
"เรามาที่นี่ด้วยเหตุนี้แหละ"
เมื่อสิ้นคำ พระนางได้ถอดถุงมือยาวสีดำทั้งสองข้างออกแล้วส่งไปให้กับมิเลน
สาวใช้ส่วนตัว ต่อจากนั้นเลดี้อิซาเบธได้ใช้นิ้ว และมือทั้งสองซ้อนทับกันก่อนนำไปแตะัักับมือน้อยๆของเ้าชาย ก่อนจะเอ่ยวาจาที่แสนสั้นออกมา
"จง 'ดูดกลืน…' "
ไอความมืดแผ่ออกมาปกคลุมทั่วทั้งร่างของพระนาง
จากนั้นควบแน่นจากไอกลายเป็หมอก
จากหมอกกลายเป็กลุ่มก้อนสีดำทะมึน ทำให้ทุกคนรอบข้างต่างรู้สึกปะปนกันไปทั้งประหลาดใจ วิตก และหวาดกลัว
แม้ทุกคนจะเคยได้ยินคำเล่าลือเื่ ความชำนาญในธาตุและการเป็ที่รักของเทพมืดมาก่อนแล้ว แต่ทุกคน ณ ที่นั้นเพิ่งเคยได้เห็นประจักษ์แก่สายตาตนครัังนี้เป็ครั้งแรก
กระแสมานาในร่างเ้าชายที่หลบซ่อนอยู่ในกระแสเืได้ถูกดึงออกมานอกร่าง
มีการต่อต้าน ขัดขืน พยายามจะหวนกลับคืนสู่ร่างของเ้าชายคล้ายสัตว์ร้ายที่ขัดขืนไม่ยินยอม
หากแต่ความเข้มข้นของไสยดำของพระนางมีกำลังมากกว่าจึงได้ดูดกลืนกระแสสายธารหลากสีเ่าั้ออกมาเป็ทางสายเดียวเข้าสู่ปลายนิ้วที่ซ้อนประสานกันของพระนาง
เหตุการณ์ที่รุนแรงทรงพลังในการต่อต้านกันระหว่างอำนาจธาตุสองฝั่งทำให้ทุกคนที่ยืนเฝ้าอยู่นั้นแทบลืมกลืนน้ำลาย ลืมหายใจเสียด้วยซ้ำ
จากนั้นเลดี้แห่งจักรวรรดิศักดิสิทธิ์มาติอัส อลิซาเบธ จูเลียน มาติอัส บรรจงเคลื่อนมือที่ประสานกันไล่จากมือของเ้าชายโนวิสไปยังหัวไหล่ หัวใจ หน้าอก และเลื่อนลงสู่ท้องน้อย
ณ จุดเหนือสะดือนั้นเองที่มีกระแสมานาอันเข้มข้นและเชี่ยวกราก ดุดัน จนหมอกสีดำบางส่วนเริ่มจางลงอย่างเห็นได้ชัด
แม้จะมองไม่เห็นสีหน้าแต่อาการเกร็งที่เกิดขึ้นบนหลังมือของพระนางบ่งบอกได้อย่างดีว่า แรงต้านของกระแสมานาตรงนั้นมีมากเพียงใด
เพียงแค่สิบกว่าวินาทีที่เกิดการต่อสู้ขัดขืนระหว่างขั้วหลากสีและขั้วสีดำแต่ทุกคนต่างลุ้นระทึกด้วยความอึดอัดราวกับห้วงเวลานั้นผ่านไปยาวนานชั่วกัปชั่วกัลป์
ด้วยหัวจิตหัวใจที่ลุ้นต่อการยื้อชีวิต การต่อสู้ระหว่างความเป็ความตาย ด้วยพลังเทพมืดผู้ให้การสนับสนุนพลังของพระนาง
เทพผู้ที่สร้างความหวาดผวามากที่สุดตามบันทึกตำนานประวัติศาสตร์แห่งจักรวรรดิศักดิ์สิทธิ์มาติอัส
ความได้เปรียบของฝั่งพลังสีดำยังคงมีต่อเนื่องไปจนกระทั่งกระแสมานาหลากสีลดน้อยถอยลง จนกระทั่งพระนางพบว่า เหลือเพียงกระแสหนึ่ง
เลดี้อลิซาเบธจึงพลิกมือเปลี่ยนท่าจากคว่ำมือทั้งสองซ้อนทับกลายเป็ท่าประกบ ประสานนิ้วสองมือป้องเป็ทรงกลม
ก่อนที่พระนางจะขยับศีรษะมองผ่านรูช่องในกำมือหลวมๆของพระนางเอง
ไม่มีใครล่วงรู้ได้ว่าพระนางแสดงสีหน้าอย่างไร แต่ไอดำทั้งหมดค่อยๆจางสลายคลายไป และถอยกลับคืนสู่ร่างของพระนาง
เป็สัญญาณบอกโดยนัยว่า การรักษานั้นสำเร็จลุล่วงด้วยดี
พระนางวางฝ่ามือทั้งสองข้างนาบแนบบนหน้าท้องเล็กๆของเ้าชายโนวิสคล้ายกับปิดบานประตู ก่อนจะถอนมือทั้งสองกลับคืนมา
"เตรียมผ้าแห้ง ผ้าหมาดให้เราที ส่งผ้าแห้งมาก่อน"
หัวหน้าสาวใช้ มิกเกลประหลาดใจกับคำสั่งนั้น
แต่สาวใช้ส่วนตัวของพระนางอย่างมิเลนไม่ได้แสดงสีหน้าเช่นเดียวกับมิกเกลราวกับมันเป็คำสั่งปกติทั่วไปของพระนาง
เลดี้อลิซาเบธ จูเลียน เช็ดหน้าเช็ดตาให้กับเ้าชายโนวิสที่มีเหงื่อผุดพรายขึ้นมาตามเนื้อตัวจนแห้ง ก่อนจะนำผ้าหมาดมาเช็ดเพื่อลดอุณหภูมิลง
เมื่อเ้าชายได้รับการดูแลจากพระนางแล้วก็แสดงสีหน้าที่ผ่อนคลายสบายขึ้นออกมาอย่างเห็นได้ชัด แต่ก็ยังพอมีอาการตึงเกร็งหัวคิ้วและใบหน้าหลงเหลืออยู่บ้าง
พระนางจับจ้องร่างของเ้าชายโนวิสสักพักก่อนจะใช้มือลูบไล้ไปที่ศีรษะ แก้ม แขน และลำตัว
พระนางลูบคลึงอย่างปราณีตละเอียดอ่อน กดััตามจุดต่างๆของร่างกายของเด็กชายอย่างนุ่มนวลอ่อนโยน
การกระทำเช่นนั้นทำให้หมอหลวงตกตะลึง นอกจากการใช้เวทย์มืดเพื่อรักษาอาการมานาเป็พิษของเ้าชายที่เป็โรคที่แทบไม่เคยพบเคยเห็นมาก่อนแล้ว
ยังมีการทุเลาอาการปวดด้วยการใช้มือกดจุดอีก ในตำราทั้งหลายที่หมอเคยอ่านมาไม่เคยพบเจอว่ามีการรักษาเยียวยาเช่นนี้มาก่อน ตัวเขาเองก็ไม่เคยได้ยินได้ทราบจากที่ใดมาก่อนเช่นกัน
พอการนวดตัวให้เ้าชายเสร็จสิ้น เลดี้อลิซาเบธ จูเลียน มาติอัส ได้ใช้มือซ้ายของพระนางถลกเฮดเดรสด้านล่างขึ้นก่อนจะโน้มใบหน้าเข้าไปจูบลงบนกลางหน้าผากใสของเด็กชายราวกับเป็การจุมพิตประทานพรให้หนุ่มน้อยมีสุขภาพพลานามัยที่แข็งแรง
พระนางได้ถอนริมฝีปากจากหน้าผากของเ้าชายกลับไปนั่งประทับท่าเดิมด้วยอิริยาบถผ่อนคลาย และปล่อยให้หมอหลวงตรวจดูอาการซ้ำอีกครั้ง
หมอใหญ่วัยกลางคนได้นำหินมาจุดฟ้าที่ร้าวกลับมาตรวจสอบดูทั่วทุกจุดที่เคยมีปฏิกิริยามานา และไม่พบความผิดปกติใด จึงสลับนำผลึกจุดสีแดงมาตรวจสอบความร้อนส่วนเกินความสมดุลของธาตุในร่างกายก็ไม่พบความผิดปกติเช่นกัน
เมื่อมาถึงผลึกจุดสีเขียวเพื่อตรวจสอบความผิดปรกติของอวัยวะภายใน ส่วนต่างๆ ก็เป็ปรกติเช่นกัน
นั่นทำให้หมอหลวงได้ก้มลงค้อมคำนับแสดงความเคารพต่อเลดี้อลิซาเบธอย่างสุดจิตสุดใจ
พระนางเพียงพยักหน้าเบาๆครั้งหนึ่งแทนการตอบรับ
หมอหลวงเข้าใจว่า นั่นเป็การสั่งสอนโดยตรงจากพระนางว่า
'ขอบข่ายของสรรพวิชา ความรู้ในการเยียวยารักษา ทางการแพทย์นั้นมีมากมายนัก ที่เ้ายังไม่รู้ ยังมิได้ศึกษา จงค้นคว้าหาความรู้ต่อไป'
หมอหลวงวัยกลางคนจากที่เคยอับอายขายหน้า กลับซาบซึ้งตื้นตันเป็อันมาก
ก่อนจะคุกเข่าก้มลงนอบน้อมแสดงความเทิดทูนบูชาอย่างสูงต่อพระนางก่อนจะพูดว่า
"ขณะนี้อาการของเ้าชายโนวิสได้กลับคืนสู่สภาพแข็งแรงปรกติแล้ว ด้วยบารมี ปรีชาญาณของพระนางที่ได้แสดงให้ข้าพเ้าประจักษ์แล้วว่า ตัวข้าพเ้าเองนั้นยังด้อยสติปัญญาและความสามารถเพียงใด ข้าพเ้าขอทูลลากลับไปเพื่อศึกษาค้นคว้าวิธีการใช้เวทย์ดำในการรักษาคนไข้ และความรู้ในการบำบัดเยียวยาด้วยมือ ขอขอบพระทันที่พระนางทรงมีเมตตาประทานการสั่งสอนมอบดวงปัญญาให้แก่ข้าพเ้า"
พระนางอลิซาเบธ จูเลียน มาติอัส มิได้ตอบคำใดในทันที พระนางเพียงแต่เอียงศีรษะไปมาอย่างแช่มช้าครั้งสองครั้ง ก่อนจะกล่าวตอบว่า
"เราดีใจที่ได้ยินท่านหมอกล่าวเช่นนั้น"
ท่านหมอลุกขึ้นจากท่าคุกเข่า ก่อนถอยออกไปโดยโค้งคำนับให้สามครั้งด้วยความเคารพ
และปล่อยให้พระนางอลิซาเบธ ยังคงนั่งลูบไล้เรือนร่างของเ้าชายลำดับ3โนวิสอย่างอ่อนโยนต่อไป
ท่ามกลางแววตาซาบซึ้งปีติยินดีที่ได้รับใช้เลดี้แห่งจักรวรรดิ
…