ตอนที่ 20
“วันนี้หานซวนไปไหน ข้าไม่เห็นเขาแต่เช้า”
“เห็นว่าฮ่องเต้มีรับสั่งให้ท่านแม่ทัพไปเข้าเฝ้าั้แ่ยามโฉ่วนอนอยู่ด้วยกันใยจึงไม่รู้เ้าคะฮูหยิน”ฉิงอันเอ่ยแจ้งแก่เลี่ยงหลิ่ง
วันนี้นางไม่เห็นเขาั้แ่เช้า นอนก็ไม่ได้นอนด้วยกัน นางจะไปรู้ได้อย่างไรเล่าว่าเขาไปไหน เขาไม่ได้เข้ามาบอกนางเสียหน่อย
นั่นเป็ความจริง..ั้แ่ตบแต่งกันมาหานซวนและเลี่ยงหลิ่งไม่เคยได้เข้าหอกันจริง ๆ และหานซวนก็ไม่ยอมเข้ามานอนบนเตียงเดียวกันกับนางแต่เขาก็ไม่ได้ออกไปนอนที่อื่นให้คนครหา ยังนอนอยู่ในห้องนั่งเล่นที่เชื่อมต่อกับห้องหอ
ใจจริงนางรู้สึกเกรงใจเขาเล็กน้อยที่เขาต้องไปนอนข้างนอกก็เพราะนางเอง แทนที่จะได้นอนสบาย ๆ แต่กลับต้องมานอนแบบหลังขดหลังแข็ง
“ข้า..ข้าหลับอยู่ จะไปรู้ได้อย่างไร ยามโฉ่วมันยังกลางคืนอยู่ ถึงหานซวนจะกระซิบบอกข้า ข้าก็ไม่ได้ยินหรอก”ใจนางก็ยังจะบอกพี่เลี้ยงแต่อีกใจก็ไม่อยากให้ผู้ใดรู้เื่นี้ นางได้แต่นั่งลูบกระต่ายแล้วคิดไปพลางว่าเหตุใดฮ่องเต้จึงมีพระราชประสงค์เรียกหานซวนขึ้นไปพระราชวังั้แ่ไก่ยังไม่ขันจนตอนนี้ตะวันลับแล้ว เขาก็ยังไม่กลับมา
“แล้วข้าจะไปห่วงเขาใยกัน เขามีการมีงานต้องทำ..คงจะทำงานอยู่กระมัง”นางปัดความรู้สึกของตนเองออกไปและหันไปสนใจไป๋เซ่อแทนแต่ไป๋เซ่อก็ดันะโลงจากหน้าต่างของห้องนั่งเล่นไป ทำให้เลี่ยงหลิ่งต้องรีบตามออกมา
“ไป๋เซ่อ! เ้าเป็สิ่งใดไปเล่า เหตุใดจึงะโออกมาเช่นนี้”เลี่ยงหลิ่งรีบคว้าเอาตัวกระต่ายเลี้ยงของตนขึ้นมากอดไว้ในอ้อมอก
“สงสัยจะอยากออกมาข้างนอก..จริงด้วยสิ ั้แ่ข้าเลี้ยงเ้ามา เ้าแทบจะไม่ได้ออกมาหากิ่งไม้พื้นหญ้าเลย ขออภัยท่านไป๋เซ่อ..ที่ไม่ได้พาเ้าออกมา ข้ากลัวว่าเ้าจะเล่นจนข้าหาเ้าไม่เจอ”นางบอกแก่ไป๋เซ่อที่มองนางตาแป๋ว เลี่ยงหลิ่งวางไป๋เซ่อลงบนพื้นหญ้าให้มันได้วิ่งเล่นอย่างกระต่ายทั่วไปตามธรรมชาติ
ในระหว่างนั้นนางก็ฉุดคิดถึงความรู้สึกหนึ่งที่เหมือนกับที่ฮูหยินใหญ่ มารดาของนางเป็
“ตอนที่ไป๋เซ่อะโออกมา เหมือนตอนที่ข้าเล่นซน..ตอนที่ข้าตามเ้าออกมาด้วยความเป็ห่วงก็เหมือนอย่างที่ท่านแม่ทำ..”
“ข้าเริ่มจะเป็เหมือนท่านแม่แล้วหรือไรนะ การมีไป๋เซ่อไม่ต่างจากการที่มีบุตร บุตระโออกไปจากตัวอย่างไม่ทันตั้งตัวก็ต้องห่วงเป็ธรรมดา พอจับได้ก็บ่นใหญ่ด้วยความห่วง”
“ตอนที่ข้าวางเ้าลงพื้นหญ้าเพราะว่าข้าเข้าใจ เหมือนที่ท่านแม่เข้าใจ..มันเป็เช่นนี้หรือไม่นะ..”
“แต่ไม่หรอก ท่านแม่หลอกข้าให้แต่งงานโดยที่ข้าไม่ยินยอมนี่น่า จะเป็เหมือนอย่างไรกันล่ะ”นางปัดความคิดทุกอย่างออกไป วันนี้นางเป็อะไรของนาง อารมณ์แปรปรวนเสียจริง
เลี่ยงหลิ่งส่ายหัว ปล่อยให้ไป๋เซ่อเล่นอยู่ตรงนั้นสักพัก เพราะนางดูแล้วว่าไม่มีอันตรายจึงกล้าปล่อยทิ้งไว้ และตัวนางก็มาล้างหน้าล้างตาแทนจนรู้ถึงสาเหตุของการเกิดอารมณ์แปรปรวนว่าเป็มาอย่างไร “โหย..ที่แท้ก็ด้าหยี่มา บ้าจริง..”
“เอะ จริงสิ โถ่เอ้ยชีวิตข้าเหตุใดช่างยุ่งยากนักนะ”นางบ่นอุบรีบวิ่งไปอุ้มกระต่ายเลี้ยงของตนไว้และรีบวิ่งเข้าห้องหอ จนฉิงอันที่เพิ่งจัดแจงอะไรเสร็จนึกแปลกใจ “เป็สิ่งใดเ้าคะฮูหยิน วิ่งมาเช่นนี้บ่าวเกรงว่าจะหกกะล้มเอาได้นะเ้าคะ”
“อย่าเพิ่งบ่นได้ไหมพี่ฉิงอัน วันนี้ข้า..ข้า..ข้าต้องใส่ผ้า”นางกระซิบบอกพี่เลี้ยง ทำให้ฉิงอันต้องรีบเอาผ้ารอบเดือนออกมาให้นางใส่ “ปวดท้องจัง..”
“เดี๋ยวบ่าวเอาสมุนไพรมาให้ทานนะเ้าคะ ฮูหยินนอนพักก่อนรอสักครู่เ้าค่ะ”
“ไม่เป็ไร พี่ฉิงอันไปนอนได้แล้ว ข้าไหว”
“ไม่ได้เ้าค่ะ หากปวดมากจะทนไม่ไหวนะเ้าคะ”
“ข้าบอกว่าไม่เป็สิ่งใด พี่ฉิงอันกลับไปนอน”
“ไม่ได้เ้าค่ะ เช่นนั้นบ่าวจะไปทำมาประเดี๋ยวนี้”ฉิงอันไม่ฟังที่เลี่ยงหลิ่งบอก เพราะฉิงอันเกรงว่าเลี่ยงหลิ่งจะทนกับอาการเจ็บท้องรอบเดือนไม่ได้ หากนางเป็สิ่งใดขึ้นมามันจะเป็เื่ใหญ่ และด้วยความที่ฉิงอันอายุมากกว่าและเป็พี่เลี้ยงนางมาั้แ่อ้อนแต่ออกแล้ว เลี่ยงหลิ่งจึงไม่แย้งฉิงอันมากปล่อยให้พี่เลี้ยงออกไปเอายาสมุนไพรมาให้ตน
“ฮูหยินเป็อะไร”ในระหว่างที่ฉิงอันกำลังจะเอายาสมุนไพรไปให้เลี่ยงหลิ่ง หานซวนผู้ที่เพิ่งจะกลับมา พอมองเห็นยาสมุนไพรก็เอ่ยถามขึ้น
“เอ่อ..ฮูหยินเป็..เอ่อคือว่า..”ด้วยความที่หานซวนไม่ค่อยได้ถามไถ่อะไรฉิงอันมากนัก ทำให้นางเกิดพูดติดขัดขึ้น
“ข้าถามว่าฮูหยินเป็อะไร”หานซวนเอ่ยถามซ้ำอีกครั้งหนึ่ง
“ฮูหยินไม่สบายเ้าค่ะ”พอได้ยินเสียงเข้มถามซ้ำอีกครั้งก็รู้ตัวแล้วว่าต้องตอบ ฉิงอันจึงรีบตอบกลับไป
“เอาสมุนไพรมา”
หานซวนยื่นมือออกไปจะรับเอายาสมุนไพรไปให้ภรรยา แต่ฉิงอันไม่ได้ส่งให้ ทำให้เขาเกิดสงสัยขึ้นอีกครั้ง
“ไม่สบายครั้งนี้ ท่านแม่ทัพไม่สามารถจะเข้าไปหาฮูหยินได้เ้าค่ะ บ่าวขออภัยที่ไม่สามารถให้ท่านแม่ทัพยกสมุนไพรนี้ไปให้ฮูหยินได้”คำอธิบายของฉิงอันทำให้หานซวนพอจะเข้าใจแล้วว่าเลี่ยงหลิ่งไม่สบายเพราะสาเหตุใด
“แค่ไม่สบาย..ไม่เป็ไร ข้าไม่ถือ”เขายื่นมือออกไปอีกครั้ง ฉิงอันมีท่าทีลังเลเพราะปกติแล้วคนทั่วไปมักจะถือเื่นี้กัน ถึงท่านแม่ทัพใหญ่จะรู้ถึงสาเหตุการไม่สบายแต่ก็ไม่ควรจะเข้าใกล้ภรรยาของตน ณ เวลานี้
แต่นางก็ไม่อาจทนสายตากดดันของหานซวนและสายตาของพ่อบ้านได้จึงค่อย ๆ ส่งถาดสมุนไพรให้แก่เ้านายไป หานซวนรับมาและรีบเดินเข้าห้องหอในทันที พอเ้านายเดินไปแล้ว ทั้งฉิงอันและพ่อบ้านก็ต่างพากันรีบไป
“คราวหลังเ้าอย่าขัดใจท่านแม่ทัพเชียว ไม่เช่นนั้นหัวเ้าอาจจะไม่อยู่ที่บ่าแล้ว”พ่อบ้านเตือนด้วยความหวังดี ไม่อยากให้ใครต้องเป็ผีเฝ้าจวนแม่ทัพใหญ่ตระกูลฟานเพียงเพราะขัดใจนายใหญ่
“ข้าก็ไม่รู้จะทำเช่นไร ฮูหยินไม่สบายเื่นั้น ข้าพูดได้เสียที่ไหน”
“เอาเถอะ อย่างไรท่านแม่ทัพกับฮูหยินก็ถือว่าเป็สามีภรรยากัน เขาจะทำเช่นนั้นเราไม่ควรยุ่ง”
“แต่ว่าคนเฒ่าคนแก่เขาไม่ให้บุรุษเข้าใกล้นะ ข้าก็ไม่อยากขัดคำโบราณ”
“เ้าก็เลือกเอาแล้วกันว่าอยากจะขัดคำโบราณหรือขัดคำท่านแม่ทัพ คราวหน้าเ้าได้กลับบ้านเก่าของเ้าแน่เชียว”
เสียงเปิดประตูดังขึ้นเบา ๆ บุรุษหนุ่มค่อย ๆ เดินเข้ามาภายในห้อง เหลือบมองเห็นไป๋เซ่อนอนอยู่บนที่นอนของมัน เขามองมันก่อนที่จะมองไปที่เลี่ยงหลิ่งที่นอนอยู่บนเตียงนอน
นางเอามือกุมท้องตัวเองไว้ สีหน้าไม่ค่อยสู้ดีนัก
หานซวนนั่งลงข้าง ๆ จะจับตัวนางก็ชะงักไปก่อนจะสะกิดนางแทน ส่วนเลี่ยงหลิ่งเมื่อโดนสะกิดตัวก็หันหน้ามามอง
“ท่าน! เข้ามาทำไมเ้าคะ!”นางบ่นพร้อมใ ท้องก็ปวดจะตายยังต้องลุกมาไล่สามีออกไปด้านนอกอีก..เป็สตรีนี่ช่างลำบากเหลือทน
“พี่เลี้ยงของเ้า นางบอกข้าว่าเ้าไม่สบาย แต่ก็ไม่คิดว่าจะนอนซมถึงเพียงนี้”
“ท่านก็พูดเกินไป ข้าเพิ่ง..ข้าเพิ่งเป็..จะว่านอนซมก็คงจะไม่ใช่เสียทีเดียวนะเ้าคะ..แล้วนี่ท่านจะออกไปได้หรือยัง”
“ข้าจะรอเ้าทานยานี่ก่อน แล้วข้าจะออกไป”
“ข้ายังไม่อยากทานยา แค่นอนพักก็คงจะหายแล้ว แล้ว..ฮ่องเต้ทรงมีรับสั่งให้ท่านขึ้นไปั้แ่ยามโฉ่ว..มีเื่อะไรหรือ?”
นางถามถึงเื่ที่นางสงสัย หากเขากลับมาแล้วนางไม่ได้ถาม
ต่อให้นางจะปวดท้องรอบเดือนแค่ไหน นางก็คงนอนไม่หลับถ้าไม่ได้ถามและไม่ได้คำตอบจากเขา
“ไม่มีอะไร..เื่เล็กน้อย”เขาตอบแค่นั้น ดูก็รู้ว่ามี พยายามเลี่ยงพูดเช่นนี้แสดงว่าเขาไม่อยากให้นางรู้เื่แน่นอน
“ดูก็รู้ว่าเื่ใหญ่ ท่านบอกข้าไม่ได้หรือ”
“อย่ามาทำตัวเป็แมวอ้อนข้าเสียให้ยาก ข้าไม่หลงกลเ้า”
พอเห็นว่าเลี่ยงหลิ่งเงียบไป ไม่ดื้อ ไม่ตื๊อเหมือนปกติ เขาเลยถอนหายใจและตอบออกไป “ฮ่องเต้รับสั่งเื่งานพิธีอภิเษกขององค์ชายสี่”
“องค์ชายสี่..?”
“จริงด้วยสิ”เลี่ยงหลิ่งทวนชื่อของคนที่ถูกพูดถึงก่อนจะนึกออกเื่ปิ่นปักผมหยกที่องค์ชายสี่ได้ถวายมอบให้นางไว้
“มีสิ่งใด?”หานซวนถามขึ้น เลี่ยงหลิ่งไม่ได้ตอบอะไร นางเดินไปค้น ๆ หีบเก็บเครื่องประดับของนางที่วางอยู่ข้าง ๆ ตู้ หานซวนก็เดินตามมามอง เอามือไขว้หลังไว้ทั้งสองข้างเหมือนกับคนแก่
“นี่ไง เจอแล้ว ข้าเกือบลืมไปเสียสนิท”นางยกปิ่นปักผมยกขึ้นมา สิ่งที่หานซวนเห็น เขารู้ได้ทันทีว่าปิ่นปักผมหยกที่เลี่ยงหลิ่งถืออยู่เป็ของผู้ใด
“ปิ่นปักผมองค์ชายสี่มาอยู่กับเ้าได้อย่างไร”
“เอ่อ..เื่มันยาว ถ้าข้าหายปวดท้องแล้วข้าจะเล่าสู่ท่านฟังแล้วกันนะ”
“แต่ว่า..ข้าฝากท่านเอาปิ่นปักผมหยกนี้ไปคืนองค์ชายสี่ได้หรือไม่ พระโอรสราชวงศ์เช่นนี้ ข้าคงไม่มีโอกาสได้พบปะหรือพูดคุยด้วย”
“แต่เ้าก็ได้ปิ่นปักผมหยกนี้มา มันจะไม่แปลกหน่อยหรือ?”นี่เป็ครั้งแรกที่หานซวนหรี่ตามองเลี่ยงหลิ่ง เขาลืมตัวไปว่าตัวเองกำลังจับผิดภรรยาอยู่
“ข้ารับรองได้ว่าไม่มีอะไรเกินเลย องค์ชายสี่..แค่..”
“แค่พึงใจในตัวเ้า?”หานซวนพูดแทรกขึ้นในตอนที่เลี่ยงหลิ่งลังเลใจที่จะตอบ เพราะมันไม่ใช่สิ่งที่นางควรจะตอบน่ะสิ แต่จะทำอย่างไรได้ อย่างไรนางก็ต้องตอบกลับไปอยู่ดี “ก็..ไม่หรอก พระองค์อาจจะไม่คิดเช่นนั้น”
“เ้าแน่ใจได้อย่างไรว่า ไม่ เ้าไม่ใช่บุรุษจะรู้ใจบุรุษได้เช่นไร”
“ตกลงว่าท่านจะเอายามาให้ข้าหรือจะมาสอบสวนข้า ข้าไม่ใช่นักโทษกบฎของท่านนะเ้าคะท่านแม่ทัพใหญ่”เลี่ยงหลิ่งยัดปิ่นปักผมหยกใส่มือหานซวน รีบเดินไปทานยาที่เขาวางไว้จนหมด
“ข้าทานยาแล้ว อยากนอนพักแล้ว ขอความกรุณาจากสามีออกไปด้วยเ้าค่ะ”เลี่ยงหลิ่งนำเอาถาดยายัดใส่มือของหานซวนอีกครั้งอย่างไม่นึกกลัวถึงฉายาของเขา นางนอนและเอาประคบอุ่นอังท้องตนเองไว้บรรเทาอาการปวดท้องรอบเดือน
หานซวนมองแผ่นหลังของเลี่ยงหลิ่ง อยากจะว่าก็ยาก ว่าไปก็เท่านั้นเขาจึงเดินออกไปยื่นถาดยาให้บ่าวรับใช้และปิดประตูดังตึง! จนเลี่ยงหลิ่งสะดุ้งอีกครั้ง
“อะไรกัน..ข้าไม่ผิดเสียหน่อย”
หานซวนเดินมาที่ห้องทำงานของตน เขานั่งลงวางปิ่นปักผมหยกไว้บนโต๊ะเขียนหนังสือ พยายามจะเอาสมาธิทั้งหมดจดจ่อกับงานที่ฮ่องเต้ได้สั่งการลงมาล่าสุด
พิธีอภิเษกขององค์ชายสี่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เขาเองก็ไม่ได้ทันตั้งตัว และแน่นอนว่าองค์ชายสี่คงจะรู้เื่นี้แล้ว เขาแค่แปลกใจว่าเหตุใดครั้งนี้องค์ชายสี่ถึงไม่ปฏิเสธการแต่งงาน “หรือเป็เพราะว่าเลี่ยงหลิ่ง”
“องค์ชายสี่ ท่านแม่ทัพฟานขอเข้าเฝ้าพระองค์พะย่ะค่ะ”
“ให้เขาเข้ามา”
ในตำหนักที่เต็มไปด้วยของตกแต่งหรูหรามากมาย องค์ชายสี่เ้าของตำหนักก็นั่งเป็สง่าอยู่ภายในและในขณะนั้นพระองค์ก็กำลังทรงงานแทนผู้เป็พี่ชาย..องค์รัชทายาทที่ไม่สมควรจะเป็องค์รัชทายาท
“ท่านมีสิ่งใดจะคุยกับข้าหรือ ท่านแม่ทัพ”
“กราบทูลองค์ชายสี่ โปรดอย่าเรียกหม่อมฉันเช่นนั้นพะย่ะค่ะ พระองค์มีศักดิ์สูงกว่าหม่อมฉัน ย่อมเป็การมิสมควร”
“ทำไม? ข้าอยากเรียกเช่นนี้ ท่านก็ไม่ควรขัดข้า..ท่านเป็หลานรักของเสด็จพ่อ ข้าต่างหากที่อาจจะโดนลงโทษได้”องค์ชายสี่ปรายตามองคนอีกผู้ที่กำลังคารวะตนอยู่อย่างไม่พูดอะไร ยิ่งทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดและไม่สนุกที่เห็นหานซวนควบคุมอารมณ์ตนเองได้ดีเช่นนี้ “แล้วท่านมาวันนี้ ท่านมีสิ่งใด”
“ข้าว่าข้าไม่ได้ออกเที่ยวเล่นหรือทำสิ่งใดผิด เสด็จพ่อไม่น่าจะให้ทหารที่เป็ถึงแม่ทัพใหญ่อย่างท่านมาเรียกข้าไปหรอกนะ”
“ไม่ใช่เื่นั้นอย่างแน่นอนพะย่ะค่ะ”หานซวนเอ่ยตอบและเอาปิ่นปักผมหยกขององค์ชายสี่ถวายคืนให้พระองค์
องค์ชายสี่ที่เห็นเช่นนั้นก็รู้สึกเจ็บแปลบที่ใจ ถึงจะรู้ว่าเลี่ยงหลิ่งจะแต่งงานแล้วแต่เขาก็ไม่อยากให้นางเอาของสิ่งนี้มาคืนเขาผ่านใครหรือถึงจะเป็นางเอามาคืนด้วยตนเองเขาก็ไม่อยากรับมันไว้
เพราะเขายกให้นางไปแล้ว
“ท่านไปได้มันมาได้อย่างไร”
“ปิ่นปักผมหยกของพระองค์อยู่กับภรรยาของหม่อมฉัน นางอยากคืนของมีค่าชิ้นนี้คืนให้พระองค์..นางไม่อยากเก็บไว้”ประโยคสุดท้ายเขาเหลือบตาขึ้นมององค์ชายสี่ เขาพูดแบบนี้แล้วมันยังไงกันล่ะ หากเลี่ยงหลิ่งอยากเก็บไว้คงไม่ให้เขาเห็นปิ่นปักผมหยกนี้เป็แน่
และแน่นอนว่าคำพูดของหานซวนก็ทำเอาองค์ชายสี่ผู้ชาญฉลาดและหยิ่งยโสดั่งหงส์ขาวถึงกับไปไม่เป็ จะเอาอย่างไรล่ะสามีเขาเอามาคืนกับมือขนาดนี้ จะให้ตอบอะไรได้
องค์ชายสี่พยักหน้ารับและส่งสายตาให้องครักษ์ของตนไปนำปิ่นปักผมหยกมาให้เขา
“ขอบใจที่นางยังไม่ลืมข้าและไม่ลืมที่จะเอากลับมาคืนข้า”องค์ชายสี่ยิ้มและเอ่ยออกไป จนข้าราชบริพารหลายคนที่ได้ยินและมองดูอยู่รู้ได้ทันทีว่าตอนนี้ได้เกิด ‘าเย็นขึ้นแล้ว’
หานซวนเหลือบมองอีกเล็กน้อยและขอตัวออกมาจากตำหนักขององค์ชายสี่ เขาสังเกตว่าในตำหนักยังไม่มีการจัดการอะไรทั้งนั้น ตัวองค์ชายสี่เองก็ไม่ได้มีความกังวลหรือแสดงอะไรออกมา ก็อาจจะแปลได้ว่าองค์ชายสี่ไม่รู้เื่ที่กำลังจะเกิดขึ้น ถ้าหากว่าเป็เช่นนั้นก็สมเหตุสมผลแล้วว่าเหตุใดฮ่องเต้จึงมีรับสั่งให้เขาเข้าเฝ้าพร้อมกับเสนาบดีกรมพิธีการ
“เหตุใดท่านจึงทำหน้านิ่วคิ้วขมวดเช่นนั้นกันล่ะ โดนผึ้งต่อยมาหรือไรท่านแม่ทัพใหญ่”คุณชายฉืออันที่ไม่รู้โผล่มาจากไหนเดินเข้ามาข้างหลัง ทำตัวเหมือนเด็กห้าขวบเล่นกับสหาย
“คุณชาย ดีที่นี่เป็เขตพระราชวัง ไม่เช่นนั้นคอท่านอาจจะหลุดออกโดยที่ข้ากับท่านไม่รู้ตัว”หานซวนหยุดเดิน เขาเหลือบตามองบนครั้งหนึ่งและถอนหายใจออกมา
“ข้าเห็นท่านเดินอยู่จะไม่ให้รีบวิ่งมาหาก็ไม่ได้ แถมเรียกแล้วยังไม่หันอีก จะมาโทษข้าไม่ได้นะ”คุณชายฉืออันเอ่ยบอก เอาพัดบังหน้าไว้ตามนิสัยของเขา
“ว่าแต่ท่านเป็สิ่งใด”
“แล้ววันนี้มีการสิ่งใด ข้ารู้ได้ไหม?”
“มากไป”
“แหะ ก็จริง..มากไป”
“แต่เมื่อครู่ท่านเพิ่งออกมาจากตำหนักขององค์ชายสี่?”
“เอะ ว่าข้ารู้มากไม่ได้นะ มันเดาไม่ยากเสียหน่อย ทางนั้นเป็ตำหนักของพระสนมเอกและองค์ชายสี่ ครั้นจะไปหาพระสนมเอกก็คงจะกระไรอยู่ ต้องไปตำหนักองค์ชายสี่มาแน่อยู่แล้ว”คุณชายฉืออันอธิบาย
“ฉลาดเหมือนสุนัขเชียว”
“แน่อยู่แล้ว..เดี๋ยวนะ! นี่ท่านว่าข้าเป็สุนัขเหรอ!?”
กว่าจะรู้ตัวว่าโดนหลอกด่า หานซวนก็เดินหนีไปแล้ว คุณชายฉืออันที่ถึงแม้ว่าจะสู้เกือบเท่า ๆ สหายสนิทแต่ก็ไม่ได้เดินไวถึงขั้นนั้นเสียหน่อย เขายังต้องวิ่งตามหานซวนอยู่เป็ประจำ
“แล้วท่านไปตำหนักขององค์ชายสี่ด้วยเื่ใดกัน บอกข้าหน่อยเผื่อมีสิ่งใดที่ท่านอยากรู้ ข้าช่วยท่านได้นะ”
“มันเป็ความลับราชการ หากท่านอยากรู้ก็ไปถามบิดาของท่าน”
“ท่านก็เป็สหายข้า ข้าถามจากท่านก็ได้”
หานซวนเหลือบมองแวบหนึ่ง ว่าจะพูดหรือไม่พูดดีแต่สุดท้ายเขาก็ส่ายหน้าและเดินต่อ
ส่วนคุณชายฉืออันก็นึกไปถึงเื่ที่น่าจะเป็ไปได้ พอนึกไปก็เหมือนจะนึกออกอยู่เื่หนึ่ง “ถ้าไม่ใช่เื่ที่องค์ชายสี่ทรงโปรดออกไปเที่ยวนอกพระราชวังล่ะก็ ก็คงจะเป็เื่พิธีอภิเษก..ข้าเดาใจท่านถูกใช่ไหม?”
หานซวนชะงักไปหันกลับมามองหน้าคุณชายฉืออันอย่างสนใจ
ถูกแล้ว..เป็อย่างที่คุณชายคิดไว้ไม่มีผิด หานซวนกำลังสนใจเื่นี้อยู่..น่าสนุกนัก “ข้าว่าข้ารู้สิ่งที่ที่ท่านสงสัยนะ..สหาย”