บทที่ 34 เธอคิดถึงเขาตลอดเวลา
“ปล่อยมือนะ!” อันโหรวสะบัดข้อมือ แต่ไม่สามารถหลุดออกมาได้ กลับทำให้ตัวเองยิ่งเจ็บ “ประธานจิ่ง คุณเป็บ้าอะไร ปล่อยฉัน!”
“เธอบอกให้คุณปล่อย คุณไม่ได้ยินหรือไง?” โอวหยางลี่ออกมาจากรถ น้ำเสียงค่อนข้างควบคุมไม่อยู่
อันโหรวเองก็ไม่รู้ว่าเธอเป็อะไร คืนนี้ดูเหมือนเธอจะควบคุมตัวเองได้ยากเป็พิเศษ แม้แต่การปลอมตัวขั้นพื้นฐานที่สุดก็ลืมไปแล้ว
จิ่งเป่ยเฉินเหลือบมองโอวหยางลี่อย่างเ็า มุมปากยกขึ้นเป็รอยยิ้มเยาะ “อันอวี้หานเป็พนักงานของบริษัทจิ่ง ตอนนี้ก็ถือว่าเป็การทำงานล่วงเวลา ส่วนคุณเกินเลยไปแล้วหรือเปล่า?”
“คุณ…” โอวหยางลี่ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะสำนึกได้ในทันที เขาไม่พูดอะไรอีก ได้แต่จ้องมองอย่างเกรี้ยวกราด ขณะที่อันอวี้หานถูกจิ่งเป่ยเฉินลากขึ้นรถ เขาก็โกรธจนทุบประตูรถ
รถปากานีหายไปต่อหน้าของเขา
“ประธานจิ่ง ตอนนี้คุณกลับมาเป็ปกติแล้วหรือยัง?” อันโหรวถูกบังคับให้ขึ้นรถ เธอนั่งอยู่ที่เบาะผู้โดยสารด้านหน้า เอ่ยด้วยน้ำเสียงเ็า
เธอคอยนวดข้อมือของตัวเองที่เป็รอยแดง พลางย่นจมูก รู้สึกน้อยใจและโกรธมาก
ความเร็วของรถเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เส้นเืปูดโปนบนหลังมือของจิ่งเป่ยเฉิน ริมฝีปากบางยิ่งเม้มแน่นเป็เส้นตรง ความเ็าแผ่ออกมาทั่วร่าง
อันโหรวฉลาดหลักแหลม แน่นอนว่าเห็นผู้ชายคนนี้กำลังโกรธ แต่เธอก็ยังพูดอีกครั้ง “จอดรถ ฉันจะลง!”
จิ่งเป่ยเฉินไม่สนใจเธอ แม้แต่สายตาก็ไม่มีให้ สิ่งที่ตอบกลับเธอมีเพียงเสียงเครื่องยนต์ที่ดังกระหึ่มยิ่งขึ้น
อันโหรวหัวเราะเ็า ถอดรองเท้าส้นสูงออก จากนั้นก็ยื่นมือไปเปิดประตูรถจากด้านใน จนลมพัดเข้ามาในรถไม่หยุด เธอปลดเข็มขัดนิรภัย ลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว ทำท่าจะะโออกจากรถ
“อันอวี้หาน เธอบ้าไปแล้วเหรอ!” จิ่งเป่ยเฉินเห็นอันอวี้หานจะะโออกจากรถในตอนนั้น หัวใจของเขาก็เต้นระส่ำ แล้วเหยียบเบรกอย่างรวดเร็ว ยางรถเสียดสีกับพื้นอย่างแรง ส่งเสียงแหลมแสบแก้วหู
รถยังไม่ทันหยุดนิ่ง อันโหรวก็ะโลงไป เธอล้มลงบนถนนและกลิ้งไปหลายรอบ
จิ่งเป่ยเฉินใ รีบเปิดประตูลงจากรถทันที
“เป็ยังไงบ้าง เจ็บตรงไหนไหม” เขาคุกเข่าลง ดึงอันอวี้หานขึ้นมา อยากจะดูว่าเธอาเ็ตรงไหนหรือเปล่า
อันโหรวผลักเขาออก พยุงตัวเองลุกขึ้นยืนอย่างยากลำบาก และมีสีหน้าเ็า “คุณจิ่ง หวังว่าคุณจะระงับอารมณ์ให้มากกว่านี้ อย่าโกรธง่าย ๆ จนทำให้คนอื่นเดือดร้อน”
วาจาที่เอ่ยออกมานั้นเ็าและห่างเหิน เหมือนอยากจะตัดขาดความสัมพันธ์กับเขาอย่างสิ้นเชิง
จิ่งเป่ยเฉินค่อย ๆ สงบสติอารมณ์ลง เขายืนอยู่ตรงหน้าอันโหรว ทั้งสองสบตากันครู่หนึ่ง จู่ ๆ เขาก็ยิ้มเ้าเล่ห์ “คืนนี้ผมเสียการควบคุมตัวเองไป ต่อไปเื่ของคุณ ผมจะไม่ยุ่งอีกแล้ว!”
คืนนี้บรรยากาศดีมาก แต่เพราะเธอพูดถึงสามีและลูกขึ้นมา เขาถึงได้อารมณ์เสียขนาดนี้ แต่เดิมเขาตั้งใจจะทิ้งเธอไว้ แต่ขับรถไปได้ครึ่งทางก็ยังหวนกลับมาเพราะเป็ห่วง
เขารู้ว่าที่ทำงานเรียกแท็กซี่ไม่ได้ จึงกลัวว่าเธอจะกลับไม่ถึงบ้าน แต่พอกลับมาก็ได้เห็นเหตุการณ์นั้น...
ทำไมเขาถึงต้องมาใส่ใจด้วย!
อันโหรวกำกระเป๋าแน่น ไม่รู้ทำไม พอได้ยินจิ่งเป่ยเฉินบอกว่าจะไม่ยุ่งกับเธออีกแล้ว เธอกลับรู้สึกหายใจไม่ออกชั่วขณะ
ถ้าปล่อยให้สถานการณ์แบบนี้ดำเนินต่อไป มันจะกลายเป็เื่ที่เธอควบคุมไม่ได้แน่ ดังนั้นการขีดเส้นแบ่งให้ชัดเจนตอนนี้ถือเป็ทางเลือกที่ดีที่สุด
“คุณจิ่ง หวังว่าคุณจะจำคำพูดของคุณได้ ลาก่อน!” อันโหรวพูดจบก็หันหลังกลับทันที ถือรองเท้าส้นสูงเดินเท้าเปล่าบนพื้นยางมะตอย
เงาร่างผอมบางยามสะท้อนแสงไฟถนนที่สลัว ดูช่างเปราะบางเหลือเกิน
จิ่งเป่ยเฉินนั่งอยู่ในรถ มองหญิงสาวที่เดินเท้ากะเผลกอยู่ตรงหน้า เธอดื้อรั้นจริง ๆ ไม่ยอมหันหลังกลับเลย เขาทุบพวงมาลัยแรง ๆ เหยียบคันเร่งเต็มที่ ขับผ่านอันโหรวไปอย่างรวดเร็ว
อันโหรวไม่คุ้นกับการเดินเท้าเปล่า เศษหินบนถนนยางมะตอยทำให้ฝ่าเท้าเจ็บ รถของจิ่งเป่ยเฉินแล่นผ่านเธอไปอย่างรวดเร็ว พัดพาเอาสายลมเย็นยามค่ำคืนมาด้วย ตอนนี้มองไม่เห็นเงาของเขาแล้ว
เธอหยุดฝีเท้า หอบเล็กน้อย ตรงนี้น่าจะเรียกแท็กซี่ได้แล้ว
ถนนวงแหวนที่สาม คอนโดของหลินจือเสี่ยว
เด็ก ๆ ทั้งสองคนหลับไปแล้ว ตอนนี้เป็เวลาห้าทุ่ม อันหยางตั้งใจจะรอแม่กลับมา แต่สุดท้ายก็ทนไม่ไหว จึงหลับไปอย่างสนิท
หลินจือเสี่ยวนั่งงีบหลับอยู่ในห้องนั่งเล่น แต่พยายามไม่ให้ตัวเองหลับ ฝืนรออันโหรวกลับมา
ขณะที่เธอเกือบจะนอนบนโซฟา เพราะแทบจะทนไม่ไหวแล้ว ก็ได้ยินเสียงเปิดประตูดังขึ้น ตามมาด้วยอันโหรวที่ปรากฏตัวอย่างสง่างาม
ทำไมต้องพูดว่าสง่างาม เพราะอันโหรวแต่งตัวสวยมากจริง ๆ!
นอกจากการแต่งหน้าให้ดูน่าเกลียดโดยเจตนาแล้ว ส่วนอื่น ๆ แทบจะสมบูรณ์แบบ!
“โหรวโหรว เธอแต่งตัวสวยจัง” ความง่วงของหลินจือเสี่ยวหายไปจนหมด เธอดึงอันโหรวมาดูั้แ่หัวจรดเท้า
อันโหรวถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้ ยื่นมือผลักหลินจือเสี่ยวออกจากตัว ชำเลืองมองห้องนอนของเด็ก ๆ แล้วถามเบา ๆ “หยางหยางกับหน่วนหน่วนหลับหรือยัง”
“หลับแล้ว ดึกขนาดนี้ใครจะไม่หลับกันล่ะ!” หลินจือเสี่ยวหาวหวอด พลางชี้ไปที่เธออย่างมีเลศนัย “คืนนี้เธอไปทำอะไรกับคุณจิ่งมา แต่งตัวสวยขนาดนี้ ไม่ใช่ไปทานมื้อค่ำกันใช่ไหม แต่ไม่น่าใช่นะ ทำไมไม่อยู่ด้วยกันทั้งคืนล่ะ…”
อันโหรวหัวเราะ “รู้ไหม ไม่คิดเลยว่าลึก ๆ แล้วเธอจะโรแมนติกขนาดนี้ คุณจิ่งแค่พาฉันไปงานเต้นรำเท่านั้นเอง อย่าคิดมากเลย”
“งานเต้นรำ?” หลินจือเสี่ยวตาเป็ประกาย “การััร่างกาย การเต้นรำต้องมีการเสียดสีกันแน่ ๆ…” ขณะพูด เธอก็ใช้มือทั้งสองข้างเสียดสีกันอย่างล่อแหลม
อันโหรวยอมแพ้ เธอไม่รู้เลยว่าเพื่อนสนิทของเธอมีจินตนาการแบบนั้นอยู่ในหัว “คุณจิ่งพาฉันไปงานเต้นรำ ก็แค่ไปเป็นักการทูตเท่านั้น คุณหลี่จากบริษัทเฮ่อก็อยู่ที่นั่นด้วย พวกเราไปคุยเื่แผนการซื้อกิจการ”
หลินจือเสี่ยวยื่นปากน้อย ๆ ดูผิดหวังอย่างเห็นได้ชัด “พวกเธอนี่เก่งจังนะ คุยธุรกิจกันในงานเต้นรำ สมกับเป็สไตล์ของจิ่งเป่ยเฉินจริง ๆ!”
แต่เอาเข้าจริง อันโหรวก็ยังไม่เก่งพอ!
หากเป็ผู้หญิงคนอื่น คุณจิ่งคงจะถูกกินจนไม่เหลือแม้แต่กระดูกไปแล้ว
เธอพูดจบก็หาวอีกครั้ง ไม่สามารถอดทนต่อไปได้แล้ว “เห็นเธอกลับมาอย่างปลอดภัยก็ดีแล้ว ฉันจะไปนอนละ อันโหรว เธอก็นอนเร็ว ๆ นะ”
ตอนกลางวันทำงานหนักมาก และต้องเผชิญหน้ากับมารร้ายด้วยความระมัดระวังอย่างเต็มที่ตลอดเวลา ที่เธอสามารถอดทนมาจนถึงตอนนี้ได้ ก็ถือว่าดีมากแล้ว
“อืม เธอไปนอนเถอะ ตาแดงหมดแล้ว คราวหน้าถ้ามีเื่แบบนี้อีก ไม่ต้องรอฉันแล้วนะ”
เธอสงสารหลินจือเสี่ยว ทุกครั้งที่เธอกลับบ้านดึก หลินจือเสี่ยวจะรอเธอเสมอ และเปิดไฟทิ้งไว้ให้เธอ
เธอรู้ว่าหลินจือเสี่ยวกลัวว่าเธอจะรู้สึกเหงาและเปล่าเปลี่ยวเวลากลับบ้านตอนกลางคืน จึงได้รอเธอกลับมาทุกวัน
หลินจือเสี่ยวยิ้มพลางโบกมือ เสียงแหบแห้งเล็กน้อย “ฉันไม่เป็ไร ถ้าไม่รอจนกว่าเธอจะกลับมาอย่างปลอดภัย ฉันจะนอนหลับสบายได้ยังไงกัน!”
ในเมืองใหญ่แห่งนี้ อันโหรวมีเธอเป็เพื่อนสนิทแค่คนเดียว ในฐานะเพื่อนสนิทที่ดีที่สุดในประเทศจีน การที่เธอดูแลอันโหรว เป็เื่ที่ควรทำอยู่แล้ว
อันโหรวรู้สึกอบอุ่นในใจ ไม่พูดอะไรอีก เธอผลักหลินจือเสี่ยวเข้าห้องไปนอน แล้วค่อยเริ่มจัดการตัวเอง
ชุดราตรีไม่มีประโยชน์อะไรแล้ว เธอถอดออกแล้วแขวนไว้ในตู้เสื้อผ้า หลังจากล้างหน้าแปรงฟันเสร็จ อันโหรวก็นอนลงบนเตียง แต่นอนไม่หลับ สิ่งที่ลอยอยู่ในหัวล้วนเป็ภาพของจิ่งเป่ยเฉิน ทั้งตอนโกรธ ตอนเ้าเล่ห์ ตอนเย่อหยิ่ง และตอนที่เขาบอกว่าจะไม่ยุ่งกับเธออีก...
เธอลุกขึ้นนั่ง พลางยีผมยาวของตัวเองด้วยใจที่ยุ่งเหยิง
ทำไมเธอต้องคิดถึงแต่เขา?
เธอใส่ใจเขาหรือ?
อันโหรวยกมือเคาะหัวตัวเอง ไล่ความคิดที่วุ่นวายทั้งหมดออกไป ลุกขึ้นหยิบสมุดมาเขียนไดอารี่ สมุดไดอารี่เล่มนี้ซื้อมาั้แ่วันที่เธอตั้งครรภ์ ตอนนั้นเธอมีเงินติดตัวแค่สิบหยวน แต่ใช้ห้าหยวนซื้อสมุดไดอารี่เล่มนี้
ในนี้บันทึกเื่ราวที่เกิดขึ้นตอนตั้งครรภ์หยางหยางกับหน่วนหน่วน ่เวลาที่อยู่ในอังกฤษเป็่ที่ลำบากที่สุด ทุกครั้งที่เธอคิดจะยอมแพ้ เธอจะมองสมุดไดอารี่เล่มนี้สักพัก
เพียงแค่เห็นว่าก่อนหน้านี้ตัวเองผ่าน่เวลาที่ยากลำบากและทุกข์ทรมานมาได้อย่างไร เธอก็จะกลับมามีความหวังอีกครั้ง
เธอ้าสืบให้ชัดเจนว่าทำไมตระกูลอันถึงได้ตกต่ำลงในอดีต และแม่ของเธอก็ไม่รู้ว่าไปอยู่ที่ไหน ตอนนี้เธอต้องพึ่งพาตัวเองเท่านั้น
แน่นอน เธอยังมีเื่สำคัญที่ต้องทำอีกอย่าง นั่นก็คือ...