เช้านี้ฉันตื่นนอนแต่เช้า เห็นหยงเป่ากับซิ่นหลิงนอนอยู่ในเรือนไม่ได้นอนที่ชานบ้าน แต่ไม่เห็นเฟยเจินนอนอยู่ในเรือนจึงเดินออกมาดู ก็เห็นเฟยเจินกำลังช่วยสองลิงน้อย หอบหิ้วกล้วยป่าเครือใหญ่ออกมาจากป่าไผ่นำมาวางที่ชานบ้าน
ฉันจึงเด็ดกล้วยออกจากเครือให้สองลิงน้อยกิน จากนั้นก็เดินไปในครัวเพื่อจะชงชาร่ำสุรามาวางเตรียมไว้ให้พี่ชายทั้งสามที่ยังไม่ตื่นนอน เฟยเจินจึงเดินไปด้วยเพื่อจะดูวิธีชงชา และต่อไปเขาจะเป็คนเตรียมน้ำชาไว้ให้เพราะเขาเป็คนตื่นเช้า
ฉันถามถึงอาการาเ็ของเฟยเจิน เขาตอบว่าแข็งแรงดีแล้ว สามารถออกไปล่ากระต่ายได้แล้ว เพราะหลังจากชงน้ำชาเสร็จ เขาจะออกไปล่ากระต่ายในป่าใกล้ๆนี้ จากนั้นเฟยเจินก็กลายร่างเป็นกอินทรีย์ทอง จากสีขนที่เคยเป็สีเหลืองซีดๆ ตอนนี้กลายเป็สีเหลืองทองระยับยามต้องแสงแดด กางปีกกว้างสวยงามกำลังโผบินออกไปด้านนอกเพื่อล่ากระต่าย
ทำให้นึกถึงคำพูดที่เสวี๋ยฉีเคยพูดกับฉันเื่การทดสอบ และหวังไว้ว่าเฟยเจินจะผ่านการทดสอบครั้งนี้ สักพักซิ่นหลิงตื่นงัวเงียเดินออกมานั่งที่ชานบ้าน จึงพูดแซวแกมหัวเราะซิ่นหลิงว่าไม่เห็นเขานอนข้างขวดเหล้าแล้วรู้สึกไม่ชินตา ซิ่นหลิงยิ้มแล้วรินน้ำชาร่ำสุราใส่ถ้วยยกขึ้นดื่มแก้เมา จากนั้นเสวี๋ยฉีกับหยงเป่าก็ทยอยตื่นเดินมานั่งที่ชานบ้านทีละคน
เวลาผ่านไปสักพักใหญ่เฟยเจินก็บินกลับมา ในมือถือกระต่ายสี่ตัวเดินตรงมาที่ลานบ้าน ฉันกับซิ่นหลิงจึงเดินเข้าไปดูกระต่าย พร้อมกับชมที่เฟยเจินล่ากระต่ายมาได้หลายตัว เฟยเจินเล่าว่าระหว่างทางที่บินไปล่ากระต่ายเขาพบหุบเขาที่มีน้ำตกเล็กๆแต่สวยงาม เฟยเจินจึงชักชวนฉันกับซิ่นหลิงไปดูน้ำตก
ฉันรีบตอบตกลงทันทีเพราะอยากไปเที่ยวน้ำตก จึงไปชักชวนเสวี๋ยฉีกับหยงเป่าให้ไปด้วยกัน แต่เสวี๋ยฉีบอกว่าวันนี้เขามีธุระบางอย่างต้องไปทำจึงปฏิเสธไม่ไปด้วย ส่วนหยงเป่าบอกว่าวันนี้ขออยู่นอนเฝ้าบ้านพักผ่อนเพราะดื่มเหล้าหนักมาหลายคืน และจะอยู่ดูแลแปลงสมุนไพรสักหน่อย ฉันกับซิ่นหลิงและเฟยเจินจึงตกลงจะไปด้วยกันสามคน
หลังกินอาหารเช้าเสร็จเรียบร้อย เฟยเจินอาสาเป็พาหนะให้ฉันขี่โบยบินออกจากป่าไผ่มุ่งหน้าไปหุบเขาน้ำตก ขนนกของเฟยเจินอ่อนนุ่ม ส่องประกายสวยงามยามสะท้อนแสงแดด เขาโบยบินอย่างระมัดระวัง แต่ฉันเคยมีประสบการณ์ขี่หลังเสือดำโลดโผนกว่านี้ จึงสามารถทรงตัวได้ง่ายบนหลังนกอินทรีย์
ไม่นานนักเราบินมาถึงหุบเขาที่สวยงามและอุดมสมบูรณ์ไปด้วยต้นไม้นานาชนิด น้ำตกแห่งนี้เป็น้ำตกขนาดเล็กแต่มีความสวยงามมาก สายน้ำตกที่ตกลงมาจากหน้าผาสูงชัน และแอ่งน้ำตกใสสะอาดน่าเล่น ซิ่นหลิงชวนฉันไปเล่นน้ำตรงก้อนหินใหญ่หลังน้ำตก แต่เฟยเจินไม่ลงเล่นน้ำเพราะเขาว่ายน้ำไม่เป็ จึงปล่อยให้เฟยเจินนั่งเล่นน้ำตกอยู่บนก้อนหินใหญ่อีกก้อนหนึ่ง
เราเล่นน้ำตกกันอยู่นานพอสมควร ซิ่นหลิงก็เลิกเล่นน้ำก่อนและบอกว่า จะแวะไปดูสมุนแมงมุมั์ที่อยู่ในป่าใกล้ๆนี้สักหน่อย ให้ฉันกับเฟยเจินรออยู่ที่นี่ เพราะเขายังไม่ค่อยสนิทกับพวกสมุนแมงมุมมากนักเกรงว่าฉันจะเกิดอันตราย แต่ซิ่นหลิงจำเป็ต้องไปที่นั่นเพื่อให้เหล่าแมงมุมยำเกรงแล้วจะรีบกลับมา
ฉันกับเฟยเจินจึงนั่งเล่นน้ำตกรอซิ่นหลิงที่ก้อนหิน ชวนเฟยเจินพูดคุยและถามเขาว่าชอบที่นี่มั้ย เฟยเจินตอบว่าชอบที่นี่มาก แม้อากาศจะเย็นแต่ก็มีความสวยงามไม่แพ้ป่าทางตะวันออก ทุกคนที่นี่ดีกับเขา เฟยเจินยังพูดอีกว่า เขาไม่เคยได้ััความอบอุ่นจากครอบครัว ไม่เคยได้หัวเราะอย่างมีความสุขกับพี่น้อง ไม่เคยได้รับการยอมรับเพราะเขาอ่อนแอ
เฟยเจินมักมีสีหน้าเศร้าเวลาที่พูดถึงครอบครัวที่ป่าตะวันออก ฉันจึงเอื้อมมือโอบกอดเฟยเจินไว้ด้วยความเห็นใจและสงสาร จึงบอกให้เฟยเจินพยายามฝึกฝนตนเองให้แข็งแกร่ง อย่ายอมแพ้ต่อโชคชะตา สักวันเฟยเจินจะเก่งไม่แพ้คนอื่นๆ และถ้าเขาได้พบครอบครัวที่ป่าตะวันออกอีกครั้งก็ยืดอกเชิดหน้าหยิ่งใส่ไปเลย
เฟยเจินหัวเราะเบาๆทำท่าขึงขังจริงจังว่า จะไม่ยอมแพ้จะต้องแข็งแกร่งขึ้นให้ได้ ซึ่งไม่นานนักซิ่นหลิงก็กลับมาจึงชวนกันกลับเรือน ซิ่นหลิงพูดคุยกับเฟยเจินถึงเื่จะไปหาวัตถุดิบสำหรับหมักเหล้าวันพรุ่งนี้ เพราะจะให้เฟยเจินไปหาสมุนไพรกับฉันที่ป่าตะวันออก ส่วนฉันเห็นหยงเป่ากลายร่างเป็เสือดำนอนเอกเขนกอยู่ที่ชานบ้าน จึงลงไปนอนหนุนท้องหยงเป่าเล่นและงีบหลับไปเพราะเหนื่อยจากการเล่นน้ำตก
ฉันหลับไปได้พักใหญ่ๆก็รู้สึกตื่น เพราะได้กลิ่นหอมๆที่ซิ่นหลิงกำลังย่างกระต่าย ส่วนเฟยเจินกำลังถือขวดเหล้ามาวางที่ชานบ้าน ทั้งยังมีสองลิงน้อยออกจากป่าไผ่มานั่งเล่นอยู่ใกล้ๆเพื่อรอฉันตื่นไปเล่นด้วยกัน ซึ่งตอนนี้บ้านป่าไผ่เขียวของเราเริ่มมีความครึกครื้นขึ้นกว่าเดิมทำให้รู้สึกมีความสุขเหลือเกิน
ตอนเช้าเราตื่นนอนพร้อมกันด้วยความกระปรี้กระเปร่า เสวี๋ยฉีปรุงอาหารเช้าให้ฉันกินตามปกติเหมือนกับทุกวันก่อนจะออกไปเก็บสมุนไพร และเตรียมน้ำกับขนมที่เสวี๋ยฉีซื้อมาจากตลาดในเมืองใส่กระเป๋าเวทย์ให้ฉันด้วย ดูเหมือนแม่กำลังยุ่งเตรียมจัดกระเป๋าให้ลูกไปทัศนศึกษายังไงยังงั้น
ฉันกับสองลิงน้อยขึ้นขี่หลังหยงเป่าเสือดำมุ่งหน้าไปป่าตะวันออก โดยให้เฟยเจินที่บินอยู่้ามองหาบริเวณที่น่าจะพบกบลูกศรพิษอสูรทองคำ เฟยเจินมีสายตาเฉียบคม สามารถมองเห็นเป้าหมายได้จากระยะไกล ไม่นานนักเขาก็พบกบลูกศรพิษอสูรทองคำ
ฉันจึงให้เฟยเจินกับแอปเปิ้ลลิงน้อยช่วยกันจับกบเพราะฉันไม่กล้าจับ ซึ่งเฟยเจินดูจะสนุกสนานกับการจับกบ ส่วนหยงเป่าขอแยกตัวไปหาจับหมูป่าอีกตามเคย จากนั้นเราก็ไปหาสมุนไพรเปลือกมะพลับหาวทองคำกันต่อ
เฟยเจินพาฉันกับสองลิงน้อยขึ้นขี่บนหลังบินวนรอบๆป่าทึบอีกแห่ง ไม่นานนักเขาก็มองเห็นสมุนไพร เขาพาบินลงไปที่พื้นดินด้านล่าง บริเวณนั้นมีต้นมะพลับหาวทองคำขึ้นอยู่ กำลังออกผลสีเหลืองทองน่ากิน ฉันเด็ดผลมาลองชิมมีรสฝาด อมหวาน เราจึงช่วยกันลอกผิวเปลือกลำต้นมะพลับหาวทองคำที่ใช้หหมักเหล้าเก็บใส่ลงในกระเป๋าเวทย์
ในขณะที่กำลังลอกผิวเปลือกลำต้นมะพลับหาวทองคำอยู่นั้น จู่ๆลิงน้อยไมเคิลและแอบเปิ้ลก็ร้องทักขึ้นเสียงดัง และทันไดนั้นงูเห่าสีดำตัวใหญ่ก็โผล่ออกมาจากพุ่มไม้ใกล้ๆที่เรากำลังยืนอยู่ มันแยกเขี้ยวขาวยาวโค้ง ขู่ฟ่อๆเหมือนกำลังโมโห เราหันขวับมองดูที่งูเห่าสีดำตัวใหญ่นั่น เห็นรอยไหม้ที่ลำตัวก็จำได้ว่ารอยแผลนั้น ฉันเคยใช้แซ่อสรพิษฟาดเป็รอยแผลเป็ ฉันรีบดึงเฟยเจินที่อยู่ในอาการใหวาดกลัวให้มายืนหลบข้างหลังทันที
อันฉี : เ้างูเห่า!!
งูเห่าดำ : ใช่! ข้าเอง ในที่สุดเ้าก็กลับมาที่นี่ ข้ารอชำระบัญชีแค้นกับเ้าตั้งหลายวัน วันนี้ข้าจะไม่ปล่อยเ้าให้รอดชีวิตกลับไปได้หรอก!!!
อัญฉี : ครั้งที่แล้วคงยังไม่เข็ด! งั้นครั้งนี้จะตีให้ตายไปเลยแล้วกัน!!!
งูเห่าดำ : หึ! ปากเก่งนัก!! พวกเ้าต้องเป็อาหารของข้า ส่วนเ้าไป๋เสวี๋ยฉีข้าจะตามไปฆ่ามันที่เคยไปทำร้ายข้าถึงในถ้ำด้วย!!!
พลันงูเห่าสีดำพุ่งเข้าฉกเราทันที ฉันรีบผลักเฟยเจินให้ะโหลบไปอีกทาง รีบคลำมือไปที่เข็มขัดเวทย์แล้วะโบอกเฟยเจินให้รีบวิ่งหนีไป เพราะฉันลืมอาวุธอสรพิษเกล็ดเงินไว้ที่เรือน จากนั้นก็รีบมองหาท่อนไม้ที่อยู่ใกล้ๆมือ หยิบมาถือไว้พร้อมกับบอกเฟยเจินว่ารีบบินไปตามหยงเป่าให้มาที่นี่ เพราะงูเห่าดำตามมาแก้แค้น
แต่เฟยเจินกลับไม่ยอมไป พร้อมกับพูดว่าเขาจะอยู่ล่องูเห่าที่นี่เอง ให้ฉันรีบวิ่งหนีไปหาหยงเป่าโดยเร็ว และทันไดนั้นงูเห่าดำพุ่งฉกฉันอีกครั้ง ฉันรีบพุ่งตัวะโหลบ ะโบอกสองลิงน้อยให้ไปตามหยงเป่ามาช่วย เ้าลิงน้อยสองตัวที่กำลังส่งเสียงร้องใโวยวายจึงรีบะโขึ้นกิ่งไม้ห้อยโหนไปตามหยงเป่าทันที
จากนั้นเฟยเจินกลายร่างเป็นกอินทรีย์ทอง พุ่งเข้าจิกตีงูเห่าดำแต่ก็ทำอะไรงูเห่าดำได้ไม่มากนัก เพราะงูเห่าดำมีพลังเวทย์ที่สูงกว่า จึงไม่สามารถเอาชนะงูเห่าดำได้ แล้วงูเห่าดำก็ใช้หางฟาดไปที่เฟยเจินจนกระเด็นตกลงมาที่พื้น และฟาดหางลงบนตัวของเฟยเจินซ้ำอีกครั้งด้วยความแรงจนเฟยเจินจุกกระอักเื
ฉันร้องกรี๊ดเหมือนถูกมีดกรีดบาดลงหัวใจที่เห็นเฟยเจินถูกโจมตี รีบวิ่งเข้าไปเอาไม้ฟาดเต็มแรงไปที่ลำตัวของงูเห่าแต่เหมือนงูเห่าจะไม่รู้สึกอะไร เพราะแรงมนุษย์ธรรมดาไม่อาจทำให้งูเห่าเ็ปได้ พลันงูเห่าดำใช้หางอันแข็งแรงตวัดรัดตัวฉันไว้แน่นไม่ให้ดิ้นหลุดหนี และกำลังแยกเขี้ยวอ้าปากจะกินฉัน แต่เฟยเจินที่ยังจุกกระอักเืรีบะโขึ้นมาว่า
เฟยเจิน : หยุดนะ!!! เ้างูเห่า!!! ปล่อยอันฉีไปแล้วมากินข้าแทน ข้ามีพลังเวทย์ เจ็ดร้อยปี ถ้าเ้ากินข้าก็จะได้รับพลังเวทย์เพิ่ม อันฉีเป็แค่มนุษย์ธรรมดานางไม่มีพลังเวทย์อะไรกินนางไปก็ไม่ได้ประโยชน์หรอก มากินข้าแทนและปล่อยนางไป!!!
งูเห่าั์ : พวกเ้าได้ลงไปอยู่ในท้องของข้าทั้งคู่นั่นแหละ!!!
งูเห่าดำแยกเขี้ยวอ้าปากกว้างเลื่อนหน้าเข้ามาจะกินฉัน แต่ทันไดนั้นเฟยเจินก็รีบพุ่งตัวเข้ามาขวางยืนอยู่บนหางงูที่กำลังพันรัดตัวฉันไว้ แล้วพูดเหมือนสั่งลา "ข้าขอโทษที่ปกป้องท่านไม่ได้ ให้งูเห่ามันกินข้าก่อนเพื่อถ่วงเวลาให้ท่านหยงเป่ามาถึง!!"
งูเห่าดำกำลังแยกเขี้ยวอ้าปากกว้าง จนคมเขี้ยวจ่อที่ใบหน้าเฟยเจิน แต่เฟยเจินกลับไม่ยอมขยับบินหนีไปไหน เผชิญหน้ากับงูเห่าดำรอให้งูเห่ากินเขาก่อนอย่างกล้าหาญ และขณะนั้นเองงูเห่าดำที่ทำท่าจะเขมือบกินเฟยเจินก็หยุดชะงัก และค่อยๆหุบปากหุบคมเขี้ยวถอยหน้าออกห่างคลายรัดตัวฉันออก
แล้วค่อยๆเลื้อยถอยหลังรออย่างสงบเสงี่ยม พร้อมกับค้อมหัวลงมาทำความเคารพใครสักคน เฟยเจินจึงรีบเข้ามาประคองฉันด้วยความห่วงใย และทันไดนั้นเสวี๋ยฉีก็ะโลงมาจากต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ใกล้ๆ ยกมือขึ้นโบกเล็กน้อยเป็การบอกให้งูเห่าดำไปจากตรงนี้
งูเห่าดำพยักหน้าเลื้อยหายจากไปในทันที ฉันรีบถามเฟยเจินว่าเจ็บมากหรือเปล่า แต่เสวี๋ยฉีพูดขึ้นทันทีด้วยท่าทางหมั่นใส้ว่า “าเ็แค่นี้ยังไม่ตายหรอก!” ฉันจึงบ่นเสวี๋ยฉีว่า งูเห่าดำฟาดหางแรงขนาดนี้เล่นแรงเกินไปแล้ว! เฟยเจินทำสีหน้าแปลกใจถามขึ้นมาทันทีว่า ทำไมเสวี๋ยฉีกับงูเห่าดำทำเหมือนรู้จักกันเลย
ฉันตอบว่างูเห่าดำตอนนี้กลายเป็ลูกสมุนของเสวี๋ยฉีแล้ว ส่วนอาวุธอสรพิษเกล็ดเงินฉันไม่ได้ลืมไว้ที่เรือนแต่อย่างใด เพียงแต่ครั้งนี้เป็การทดสอบจิตใจของเฟยเจินเท่านั้น จากนั้นก็ถามเฟยเจินว่าาเ็ขนาดนี้เขาบินกลับเรือนเองไหวมั้ย
เฟยเจินพยักหน้าตอบแบบงงๆว่าบินไหว จากนั้นฉันก็ขึ้นกระบี่บินกลับเรือนกับเสวี๋ยฉี โดยมีเฟยเจินบินตามมาช้าๆทางด้านหลัง เพราะยังคงเจ็บที่ถูกงูเห่าดำใช้หางฟาด ส่วนหยงเป่ากับสองลิงน้อยกำลังวิ่งตามกลับเรือนเช่นกัน
เมื่อเรากลับถึงเรือนเฟยเจินรีบถามด้วยความสงสัยทันทีถึงเื่ราวที่เกิดขึ้น และที่บอกว่าเป็การทดสอบหมายถึงอะไร อีกทั้งงูเห่าดำนั่นทำไมเชื่อฟังเสวี๋ยฉี ฉันจึงอธิบายเื่ราวทั้งหมดให้เฟยเจินฟังว่า
งูเห่าสีดำตัวนั้นยอมทำงานรับใช้เสวี๋ยฉี และทำตามคำสั่งให้ทดสอบความจริงใจของเฟยเจิน ซึ่งตอนนี้เรารู้แล้วว่าเฟยเจินนั้นมีความจริงใจ แม้กระทั่งยอมเสียสละชีวิตของตัวเองเพื่อปกป้องฉัน เฟยเจินจึงผ่านการทดสอบให้เป็คนในครอบครัวป่าไผ่เขียว และสามารถแลกจอกเหล้ากับฉันได้เพื่อรับการผูกสัญญากันทางเื
เฟยเจินจึงก้มคุกเข่าคำนับพี่ชายทั้งสามกับพื้น ที่ยอมให้เขาแลกจอกเหล้าสาบานเป็พี่น้อง เสวี๋ยฉีจึงพูดย้ำกับเฟยเจินอีกครั้งว่า ถ้าเราสาบานเป็พี่น้องกันแล้ว เราจะผูกพันธ์กันด้วยเืและชีวิต ห้ามทรยศและต้องจงรักภักดียอมมอบชีวิตเพื่อปกป้องฉัน
แต่ถ้าเฟยเจินเกิดความหวาดกลัวอยากเปลี่ยนใจกลับไปป่าตะวันออก เสวี๋ยฉีก็จะปล่อยให้เฟยเจินไป แต่เฟยเจินห้ามหวนกลับมาที่ป่าไผ่เขียวอีก เฟยเจินรีบรับคำกับเสวี๋ยฉีทันที และสาบานว่าจะซื่อสัตย์ต่อฉันไม่มีวันทรยศจนกว่าชีวิตจะหาไม่
ซิ่นหลิงจึงพูดหยอกว่าฉันจะได้พี่ชายเพิ่มมาอีกคน แต่ฉันเถียงกลับว่า้ามีน้องชาย และเฟยเจินต้องเป็น้องห้าเพราะมาทีหลัง เสวี๋ยฉีจึงเข้ามาห้ามไม่ให้ฉันเถียงกับซิ่นหลิง เพราะซิ่นหลิงพูดถูกแล้วว่าฉันต่างหากที่ต้องเป็น้องห้า เพราะเฟยเจินมีอายุมากกว่าฉันเจ็ดร้อยปี ฉันจึงต้องจำยอมเพราะไม่อยากเถียงกับเสวี๋ยฉีให้เป็เื่ยาว