ตอนที่ 11ฝูงชนร่วมโกรธา!
ทำให้เขาถูกบรรดาพวกรุ่นพี่ในคณะบริหารเขม่นเอา“ฉายาสาลิกาลิ้นทอง” ในตอนนี้ก็เปลี่ยนมาเป็ “ฝูงชนร่วมโกรธา”เพราะเขาบังอาจมาแย่งชิงแม่ยอดดวงใจ และนางในฝันของเหล่าชายหนุ่มหลาย ๆ คนไป
แน่นอนว่าพาทีััได้ถึงรังสีอำมหิตที่ส่งมาแต่ก็ทำได้เพียงแค่ยิ้มเจื่อน และกล้ำกลืนฝืนทนเอา
แต่ดูเหมือนว่าพระศุกร์จะเข้าพระเสาร์แทรกเพราะเื่ความเ้าชู้ ที่ได้แล้วก็ทิ้งในสมัยมัธยมปลายก็ถูกกระจายข่าวออกมาจากบรรดาปากของหญิงสาว ที่เคยมีสัมพันธ์กับไอ้หมอนี่!
โดยทั้งรุ่นพี่และเพื่อนในห้องก็ฝากให้เอื้อย“เป็ตัวแทนหมู่บ้าน” เอาข้อความไปเกลี้ยกล่อม หรือบอกต่อไปถึงหูของสมรที
โดยที่ไม่ทันตั้งตัวเอื้อยก็ถูกผลักให้เข้าไปอยู่ในวังวนของความวุ่นวายเื่นี้เพื่อบอกกล่าวแก่เพื่อนสนิท ถึงสิ่งที่ตนได้ยินมา
ถึงแม้จะรู้ว่าถูกหลอกใช้ก็ตามแต่ของแบบนี้ก็ฟังหูไว้หูเป็การดีอย่างน้อยก็มีเพื่อนในสาขาที่เคยมีอะไรกับพาที ออกหน้ามาพูดยืนยันด้วยตัวเอง!
ต้องเข้าใจว่าปกติเื่แบบนี้เขาปกปิดกันไม่มีใครกล้าออกหน้า แต่พอได้ฟังจากเื่ที่เล่าลือกันแล้ว ดูท่าคงจะเป็ความจริงเพราะเธอเป็เพื่อนโรงเรียนเดียวกันกับพาที
แต่เรียนกันคนละห้องก็เท่านั้นเธอออกหน้ามาเล่าเื่เสียขนาดนี้ เนื่องจากความเป็ห่วงจริง ๆ
แต่ว่าภายในใจของหญิงสาวรายนั้นไม่มีอะไรมากไปกว่า้าล้างแค้นเอาคืนนายพาทีที่แอบมาเจาะไข่แดงเธอแล้วก็ทิ้งไป!
แรงอาฆาตของผู้หญิงนั้น…น่ากลัวเหนือที่พาทีจะจินตนาการออก
สมรพอได้ยินภายในใจก็คิดอยู่หลายตลบทั้งฉายาสาลิกาลิ้นทอง ทั้งพฤติกรรมต่าง ๆ กลายเป็เครื่องตอกย้ำกลาย ๆเธอจึงเริ่มพยายามแบ่งรับแบ่งสู้ และตีตัวออกหาก…
แต่ทว่าพาทีก็ยังอาศัยลูกไม้เข้ามาออดอ้อนตอนเธอจะไปเที่ยวเธค ก็ขอตัวไปรับไปส่ง โดยอ้างเื่ความปลอดภัยจนกระทั่งสัปดาห์หลัง ๆ มาก็ได้เข้าไปเต้นด้วยกัน
และเวลาที่เหล้าเข้าปากสมรเธอก็เหมือนว่าจะกลายร่างเป็อีกคนหนึ่งเริ่มเต้นยั่วพาทีเสียจนปลุกอารมณ์กำหนัดในตัวชายหนุ่มออกมา
น้องชายของเขาแอบถูกสาวสวยตรงหน้าถูไปถูมาหลายครั้งไม่ใช่น้อย!
ทางด้านเอื้อยก็แรงไม่แพ้กันฤทธิ์ของแอลกอฮอล์นั้นมันได้เปลี่ยนนิสัยของคนไปอย่างสิ้นเชิง จากเด็กสาวใส ๆกลายเป็ผู้หญิงแสบซ่าเต้นหว่านเสน่ห์ไปทั่วโดยเฉพาะคืนวันเสาร์ที่มีหนุ่มหลายคนมาติดพัน…
พาทีไม่ได้เข้าไปห้ามในทางด้านของเอื้อย
ถึงแม้ว่าเขาจะกินเหล้าแต่ว่าก็จิบมันพอเป็พิธี นั่นก็เพราะว่าของดีของเด็ดมันหลังจากนั้นต่างหากพอพวกบรรดาสาว ๆ เมาก็อยู่เงื้อมมือมารของเขา!
หลายสัปดาห์ที่ผ่านมานี้เอื้อยก็ควงหนุ่มไม่ซ้ำหน้ากันเลย และคืนนี้เธอก็ได้นัดหนุ่มคนนั้นมาด้วยก่อนจะเต้นยั่วจนชายหนุ่มบีบขยำไปทั่วทั้งเรือนร่างของหล่อน ขณะที่ยังอยู่ในร้าน
่เวลา “สโลว์ซบ”เป็ภาพน่าบาดตาบาดใจของเหล่าคนโสดที่มองดูคนมีคู่ออกไปเต้นรำกันที่หน้าฟลอร์ในจังหวะเพลงช้า
่เวลานี้เกิดมาจากเพลงช้าหวานๆ ซึ้ง ๆ และคู่หนุ่มสาวมักจะซบกันคลอเคลียกัน
มือคู่เดทของเอื้อยอยู่ไม่สุขฉันใดทางด้านเอื้อยเองก็แทบไม่ต่างกัน
มือหนึ่งคว้าเป้ากางเกงชายหนุ่มฝั่งตรงข้ามก่อนจะบีบขยำทำเอาชายหนุ่มหน้าเขียว เพียงแต่ด้วยความมืดแสงไฟสลัวจึงทำให้ไม่มีใครมองเห็น…
ปากของเอื้อยก็พูดพร่ำพรรณนาว่า“กวีรักเราจริง ๆ ใช่มั้ย!?” ตาของเธอปรือเป็อย่างมากเพราะกำลังเมาได้ที่พอดิบพอดี…
ชายหนุ่มย่อมปากหวานบอกรักตามปกติ ก่อนจะโอบเอวหญิงสาว เข้ามาซบที่หน้าอกของตนเอื้อยทำไปโดยสัญชาตญาณตามประสาสาวโสดที่ไม่เคยผ่านมือชายใดจึงอยากได้คนที่รักแท้และรักจริง
และอยากลิ้มลองรสรักเหมือนเพื่อนสาวคนอื่น ๆ ที่อยู่ที่นี่ เธอดูใจชายหนุ่มคนนี้มาพักหนึ่งแล้วสืบประวัติมาก็นิสัยคบหาได้จริงใจ แถมฐานะที่บ้านก็มั่นคงดี
เอื้อยกระซิบที่ข้างหูชายหนุ่มเบาๆ ว่า “นี่…วันนี้เราขอไปนอนห้องกวีได้มั้ย?” และด้วยความก๋ากั่นของเธอที่ซ่อนเอาไว้มันเริ่มแสดงออกมาอย่างเปิดเผยยามเมื่อได้กินสุรา
ชายหนุ่มที่ชื่อว่ากวีก็ยิ้มรับและตอบกลับไปทันทีว่า “ได้แน่นอน!” ก่อนที่ทั้งคู่จะจูบกันอย่างดูดดื่ม
และก็ขอตัวพาทีออกจากร้านไปก่อนส่วนสมรที่เมาซบอยู่บนไหล่ของพาที ก็ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกถึงโอกาสอันดีงามทว่าตนยังยับยั้งช่างใจไว้ก่อนไม่ได้รุ่มร่ามเกินงาม
สมรที่เห็นเพื่อนเดินจากไปพร้อมกับแฟนหนุ่มเธอก็รู้ได้ทันทีว่าทางยัยเอื้อยคงกลับไปที่ ‘เรือนหอ’ ของฝ่ายชายเป็แน่
ส่วนตัวเธอเองที่ไม่มีสติก็บอกให้พาทีไปส่งที่ห้องของเธอหน่อย่สโลว์ซบก็มักจะมีคนเดินออกไปในทำนองนี้…
……
ที่ด้านหน้าเดอะพาเลซ…
เด็กรับรถคนหนึ่งมองดูแล้วเป็เด็กนักศึกษาอายุราวๆ สิบแปดสิบเก้าปี กำลังโบกรถต้อนรับขับสู้กับแเื่ที่มาเที่ยวอย่างขะมักเขม้น
ก่อนจะมีคนะโเรียกให้ไปช่วยดูในร้านหน่อย
“เฮ้ยไอ้รัก!ตามเข้าร้านมาหน่อย ผู้จัดการเขาบอกว่าขาดคนช่วยว่ะ!”ชายหนุ่มอายุไล่เลี่ยะโดังขึ้นมา
“รัก”ที่กำลังโบกรถจอดอยู่ก็ะโกลับไป “อ่าวเฮ้ย! แล้วตรงนี้ใครจะรับหน้าวะ นี้แขก VIPทั้งนั้นเลยนะมึง! เอางี้ไอ้แสงมึงไปถามอีกทีหนึ่งวันนี้มีพวกแเื่ดัง ๆ ทั้งนั้นเลยนะเว้ย ที่ได้โทรมาจองคิวจอดรถ!”
“เออว่ะ…เดี๋ยวกูไปถามผู้จัดการก่อน”ชายหนุ่มที่ชื่อแสงก็พยักหน้ารับ ก่อนวิ่งเข้าไปในร้านและกลับออกมาด้วยความรวดเร็ว
“พี่ผู้จัดการเขาบอกถ้าอย่างงั้นมึงรับรถบริการให้ดี อีกเดี๋ยวถ้าขาดเหลืออะไรจะมีคนวิ่งมาบอกมึงเอง!”แสงพูดจบไม่ทันได้รอคำตอบก็รีบวิ่งเข้าร้านทันที
ขณะที่รักกำลังยืนโบกรถและจัดคิวอยู่นั้นเผอิญว่าสายตาของเขา ก็เหลือบไปเห็นหญิงสาวสวยรายหนึ่ง ซึ่งกำลังเมาไม่ได้สติและได้ถูกประคองออกมาจากในเธค พร้อมกับทางด้านของชายหนุ่มที่คิ้วหนาเข้ม
ชายหนุ่มคนรับรถหรี่ตาลงก่อนจะะโเรียกทั้งสองคนนั้น “เอ่…คุณทั้งสองครับ รอเดี๋ยวก่อน!”จากนั้นชายหนุ่มรับรถที่ชื่อรัก ก็ได้วิ่งหน้าตั้งเข้าไปหาทั้งสองคน
ส่วนพาทีย่อมหยุดชะงักตามเสียงเรียกเพียงแต่หัวคิ้วของเขาก็ได้ขมวดชนกันเล็กน้อย
เขามีท่าทาง…ที่ไม่พอใจเป็อย่างยิ่งกับไอ้บ้าที่มาะโสั่งหยุดเขาไว้เพราะว่าอ้อยกำลังจะเข้าปากช้างอยู่รอมร่อ! เขาอดไม่ได้ที่จะสูดดมกลิ่นน้ำหอมและกลิ่นกายของสมร
ส่วนทางด้านของหญิงสาวก็คล้ายกับว่าตัวเธอกำลังอยู่ในอาการมึนเมา ไม่ค่อยรู้สึกตัวเพราะหากพาทีจะแต๊ะอั๋งตรงไหน หรือว่าจับตรงไหน อีกฝ่ายก็ไม่มีทางรู้ได้เลย
ทางรักวิ่งคลี่ยิ้มเข้ามาหาก่อนที่จะเข้าตรงไปที่ชายหนุ่มซึ่งรุ่นราวคราวเดียวกันที่กำลังประคองหญิงสาวเอาไว้อยู่
“คุณลูกค้าครับเอ่อ…ไม่ทราบว่า้าจะให้เรียกแท็กซี่ให้มั้ยครับ?”
พาทีตอบเสียงเ็าสั้นๆ ว่า “ไม่ต้องขอบใจ!” ก่อนที่เขากำลังจะก้าวเดินต่อไปกลับถูกหยุดด้วยคำพูดของไอ้เด็กรับรถคนนี้อีกครั้ง
“เอ๊ะ…นี่มันคุณหนูสมรลูกของท่าน ส.ส.เสมอ หรือเปล่าครับเนี่ย?” รักชะโงกหน้าเข้ามามองใกล้ทำทีว่ากำลังสำรวจอย่างละเอียด
ก่อนจะถามเองตอบเอง“ชัดเลย...คุณหนูสมร!?”
ท่าทางของรักดูเปลี่ยนไปจากใบหน้ายิ้มแย้มก็เงยหน้า มองชายหนุ่มตรงหน้าอย่างมีเลศนัยพร้อมแนะนำตัว “พอดีผมคนปทุมเหมือนกัน เคยแวะไปเยี่ยมท่าน ส.ส. ที่บ้านน่ะครับ”รักหรี่ตาพร้อมพูดจาหยั่งเชิง
อันที่จริงเขารู้อยู่แล้วว่าเธอเป็ใครและไอ้หมอนี่เป็ใคร เพราะสมรคือหนึ่งในสาวงามที่ตนหมายปองมานานเช่นกันทว่าไม่มีโอกาสได้ใกล้ชิด จนได้มาทำงานที่นี่ ั้แ่รู้ว่าสอบติดถึงได้รู้ว่าคุณหนูชอบเที่ยวกลางคืนเป็ชีวิตจิตใจ
ตัวเขาเองก็อยากจะเข้าไปทำความรู้จักอยากเข้าไปแนะนำตัวเองเต็มทน แต่ก็ถูกรั้งไว้ด้วยความรู้สึกที่ด้อยกว่าทั้งในแง่ฐานะทางครอบครัว กระทั่งเพจเจอร์เขายังไม่มีปัญญาจะซื้อไว้เลยที่มาทำงานก็เพื่อเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง ส่งเสียตัวเอง
และปกติแล้วเขามักแอบมองเธออยู่อย่างห่าง ๆ ส่วนไอ้หมอนี่ชื่อพาที เขากลับรู้จักดีด้วยเพราะว่าฉายาสาลิกาลิ้นทอง มันดังกระเดื่องไปทั่วทั้งอำเภอเมือง…
ปกติแล้วสมรเวลามาเที่ยวก็ไม่ได้เมาขาดสติถึงขนาดนี้ เขาจึงไม่ค่อยไปยุ่มย่ามกับเธอสักเท่าไรแต่พอเห็นสภาพในวันนี้ต่างจากวันอื่น ๆ จึงเข้ามาหยุด และหยั่งเชิงด้วยคำพูด!
“มึงทักคนผิดหรือเปล่า!?”พาทีชักสีหน้าใส่
“คุณลูกค้าจะบ้าหรือเปล่าครับ?คนเราเคยเจอะเคยเจอกันอยู่หลายครั้ง มันจะมาจำผิดง่าย ๆ ได้อย่างไงกัน?”
ทางด้านของรักเองตอบแบบมีลูกล่อลูกชนซึ่งสมแล้วกับที่จะได้เป็ว่าที่ทนาย และว่าที่อัยการ หรือกระทั่งว่าที่ผู้พิพากษาในอนาคตเพราะตัวเขาเรียนอยู่ “สาขานิติศาสตร์”
ทางด้านเอื้อยซึ่งถูกหนุ่มหล่อแห่งคณะวิทยาศาสตร์ชื่อว่า “กวี” พาเธอกลับมาที่หอพักของตัวเอง เมื่อเธอเป็เช่นนี้ยิ่งไม่ต้องพูดถึงสมรเพื่อนรักสาวเ้าแผนการ
แต่อันที่จริงแล้ว…หญิงสาวแสร้งทำเป็เมาไม่รู้เื่หากแต่สติสตังยังอยู่ครบ
เพราะที่ทั้งคู่ทำไปคือการแสดงล้วนๆ ตัวเธอเองนั้นก็แค่อยากจะพลีกาย เพื่อสังเวยรสกามารมณ์ที่บรรดาชายหนุ่มและหญิงสาวเฝ้าปรารถนา
ส่วนทางด้านสมรก็ทำไปเพียงเพื่อที่จะได้ลองใจนายพาที!
ตัวสมรในขณะนี้ได้แต่แอบกัดฟันกรอดด่าสาปแช่งนายเด็กรับรถ อยู่ภายในใจ “นี่ฉันต้องมาแกล้งนอนหลับแกล้งเมาอยู่แบบนี้น่ะเหรอ?”
และอีกใจหนึ่งก็คิดว่า“แบบนี้ก็แย่แล้วล่ะสิ ไอ้หมอนี้มันดันรู้จักเรา แถมรู้จักครอบครัวเราอีกแล้วถ้าเกิดมันเอาเื่ไปฟ้องพ่อแม่ขึ้นมาล่ะจะทำยังไงดี?”
ความกังวลก็ก่อตัวขึ้นภายในจิตใจของเธอจึงใช้ความคิดเ้าแผนการของเธอเตรียมวางแผนต่อไปว่าจะรับมืออย่างไรดี?