“พวกเธออ่านดูเองเถอะ” คุณพ่อฉินยื่นเอกสารปึกใหญ่ให้เซี่ยตงจื่อและเซี่ยฮ่าวหยู
หลังจากคุณพ่อฉินขอความช่วยเหลือจากเครือข่ายและมิตรสหายในต่างประเทศเพื่อหาข้อมูลเกี่ยวกับคดีของตระกูลเซี่ย ด้วยประสิทธิภาพและความสามารถ เครือข่ายของคุณพ่อฉินก็ไม่ทำให้ผิดหวัง ไม่ถึงหนึ่งเดือนพวกเขาก็หาข้อมูลที่ตระกูลหานปั่นหุ้นเพื่อให้บริษัทตระกูลเซี่ยเกิดวิกฤติทางการเงิน พร้อมทั้งหลักฐานเท็จที่ตระกูลฟู่สร้างขึ้นมาเพื่อหลอกให้คุณพ่อเซี่ยกับคุณแม่เซี่ยลงนามรับสภาพหนี้และต้องชดใช้หนี้สินมากกว่าหนี้ที่เกิดขึ้นจริง เมื่อบริษัทขาดสภาพคล่องและไม่สามารถหาเงินมาชดใช้หนี้สินได้ บริษัทของตระกูลเซี่ยจึงถูกฟ้องล้มละลาย และคุณพ่อเซี่ยกับคุณแม่เซี่ยก็ตัดสินใจจากโลกนี้ไปเพราะไม่อยากให้ลูกชายทั้งสองคนต้องเดือดร้อน
“ตระกูลฟู่ก็มีส่วนกับเื่นี้เหมือนกันเหรอครับ” เซี่ยตงจื่อกำเอกสารในมือไว้แน่น เขาไม่รู้เลยว่าระหว่างที่เขากำลังมีความสุขที่ได้คบกับฟู่เหวินชวน คุณพ่อกับคุณแม่ของเขาต้องต่อสู้กับวิกฤติทางการเงินที่เกิดจากคุณพ่อคุณแม่ของอดีตคนรักเป็คนสร้างขึ้น และเขาก็เพิ่งรู้ตอนนี้เองว่ากิจการสื่อของตระกูลเซี่ยที่คุณพ่อคุณแม่สร้างขึ้นไม่ใช่แค่สื่อสิ่งพิมพ์หรือสื่อโฆษณา แต่มันเป็บริษัทสื่อแบบครบวงจรที่มีรายได้มหาศาล ต้องโทษที่ตอนนั้นเขาสนใจแค่เื่เรียนและการกำกับภาพยนตร์ ถ้าเขารู้เื่ของครอบครัวเร็วกว่านี้ เขาคงเข้าไปเรียนรู้งานและอาจช่วยคุณพ่อคุณแม่ให้ผ่านพ้นวิกฤติไปได้
“หลังจากตระกูลเซี่ยประสบวิกฤติทางการเงิน หุ้นส่วนหลายรายทยอยถอนหุ้น ตระกูลหานจึงเข้าช้อนซื้อหุ้นจากหุ้นส่วนมาในราคาถูก แต่คุณพ่อคุณแม่ของพวกเธออยากเก็บหุ้นบางส่วนไว้ให้พวกเธอสองพี่น้อง เมื่อมีนักลงทุนรายใหญ่เสนอเงื่อนไขทางการเงินที่เหมาะสมและยังทำให้พวกเขารักษาหุ้นไว้ให้พวกเธอได้ พวกเขาจึงลงนามในสัญญากู้ยืม แต่พวกเขาไม่รู้เลยว่าบริษัทนั้นเป็เพียงบริษัทกระดาษ[1] ที่ตระกูลฟู่ตั้งขึ้นมาไว้โกงพวกเขาโดยเฉพาะ”
“ตอนนั้นฟู่เหวินชวนคงคิดว่าผมโง่มากเลยใช่ไหมครับ” เซี่ยตงจื่อหัวเราะเยาะตัวเอง
“จากที่พ่อหาข้อมูลมาได้ ฟู่เหวินชวนไม่รู้เื่นี้ด้วยนะ” คุณพ่อฉินบอก “แต่ดูเหมือนว่า่นี้เขาก็กำลังหาข้อมูลเกี่ยวกับเื่นี้อยู่เหมือนกัน เธออย่าเพิ่งมองเขาในแง่ร้ายเลย”
“ฮ่าวหยู นายจะทำยังไงต่อ” ฉินอี้เทียนถามว่าที่น้องเขย
“ถึงแม้ข้อมูลนี้จะจับคนตระกูลหานกับตระกูลฟู่เข้าคุกไม่ได้ แต่เราทำให้พวกเขาเสียชื่อเสียงได้ไม่ใช่เหรอครับ” เซี่ยฮ่าวหยูตอบ
“นายอยากโพสต์ให้คนอ่านเหรอ” ฉินอี้เทียนยิ้ม “คราวนี้ไม่ต้องให้ถึงมือคุณพ่อ ฉันจะให้เพื่อนต่างชาติโพสต์ข้อมูลนี้ให้ ต่อให้ทั้งสองตระกูลตรวจสอบต้นตอของข่าวลือ มันก็สาวมาไม่ถึงนายแน่นอน ว่าแต่นายอยากเปิดเผยข้อมูลมากน้อยแค่ไหน”
“เปิดทั้งหมดนั่นล่ะครับ ต่อให้ใครจะมองว่าคุณพ่อคุณแม่ของผมโง่เองที่ถูกหลอก แต่พวกเขาก็ควรรู้ว่าต้นเหตุของปัญหามันเกิดขึ้นเพราะใคร ตอนนี้กิจการของตระกูลหานและตระกูลฟู่ลงทุนในหุ้นเป็ส่วนใหญ่ ผมอยากรู้ว่าถ้าหุ้นของพวกเขาตก พวกเขาจะมีวิธีแก้ปัญหายังไง”
“เธออยากให้พ่อช่วยช้อนซื้อหุ้นของพวกเขาไหม เธอกับตงจื่อจะได้ซื้อกิจการสื่อของคุณพ่อคุณแม่กลับมาดูแลเอง”
“ไม่ต้องหรอกครับคุณพ่อ” เซี่ยฮ่าวหยูปฏิเสธ “ผมกับพี่ใหญ่ชอบงานในวงการบันเทิงมากกว่า อีกอย่างผมอยากให้เสือสิงห์กระทิงแรดทั้งหลายในวงการหุ้นเข้าไปซื้อหุ้นของพวกเขาให้หมด พวกเขาจะได้รู้เสียทีว่าไม่ใช่แค่พวกเขาที่โหดร้ายกับคนอื่นได้ แต่คนอื่นก็โหดร้ายกับพวกเขาได้เหมือนกัน”
“ผมเห็นด้วยกับฮ่าวหยูนะครับ” เซี่ยตงจื่อสนับสนุนน้องชาย “ตระกูลหานกับตระกูลฟู่รีดไถและทำงานแบบกดหัวคนอื่นมานาน พวกเขาสมควรจะโดนแบบนั้นบ้าง”
“ถ้างั้นฉันลงมือเลยนะ” ฉินอี้เทียนเปิดโน้ตบุ๊กขึ้นมาส่งอีเมล์อย่างอารมณ์ดี ในที่สุดเขาก็ได้แก้แค้นให้คุณอาเซี่ยกับคุณอาหญิงเซี่ยแล้ว “ เรียบร้อย! ไม่เกินสิบนาทีคนทั้งประเทศจะได้รู้ว่าตระกูลมหาเศรษฐีอย่างตระกูลหานกับตระกูลฟู่ทำเลวอะไรไว้บ้าง”
่บ่ายวันเดียวกัน โลกโซเชียลก็ร้อนระอุขึ้นมาเกี่ยวกับข่าวการโกงหุ้นของตระกูลหานและตระกูลฟู่จนทำให้คุณพ่อกับคุณแม่เซี่ยล้มละลายและต้องตัดสินใจจบชีวิตตัวเอง
ผู้ถือหุ้นของทั้งสองตระกูลเริ่มเทขายหุ้นก่อนที่หุ้นของตัวเองจะไม่มีราคา เซียนหุ้นทั้งหลายต่างก็ช้อนซื้อหุ้นมาถือไว้ในมือ อย่างไรธุรกิจสื่อก็ยังทำกำไรได้ แค่เปลี่ยนผู้บริหารชุดเดิมออกไปก็พอแล้ว
“ข้อมูลพวกนี้มันรั่วออกไปได้ยังไง!” คุณพ่อฟู่ขว้างโทรศัพท์ในมือทิ้งจนโทรศัพท์แตกกระจายก่อนจะหันไปะโใส่ภรรยา “ไอ้ลูกชายตัวดีของคุณมันไปอยู่ไหนแล้ว ทั้งหมดคงไม่ใช่ฝีมือของมันใช่ไหม”
“เหวินชวนทำงานอยู่ในกองถ่ายค่ะคุณ ฉันเชื่อว่าไม่ใช่ฝีมือของเขาหรอกค่ะ” คุณแม่ฟู่บอก
“ผมก็ไม่อยากให้เป็ฝีมือของมัน เพราะถ้ามันเป็คนทำ ผมนี่ล่ะที่จะเอาเืหัวมันออกในฐานะที่มันเป็ลูกชายแต่กล้ามาทำร้ายพ่อของตัวเอง” คุณพ่อฟู่กุมหน้าอกตัวเองแล้วทิ้งตัวลงบนโซฟา
“คุณใจเย็นก่อนนะคะ กินยาสักเม็ดก่อนค่ะ” คุณแม่ฟู่ป้อนยาแก้โรคหัวใจใส่ปากสามี “ทำใจเย็นๆ ไว้นะคะ”
“คุณรู้ไหมว่าความเสียหายครั้งนี้มันมากมายเท่าไหร่ ยังไม่นับว่าตระกูลหานอาจมาคิดบัญชีกับเราเพราะคิดว่าเราเป็คนเผยแพร่ข้อมูลออกไปก็ได้”
“คุณก็เอาแต่โทษลูกชาย แล้วคุณไม่คิดบ้างเหรอคะว่าอาจจะเป็ตระกูลหานเองก็ได้ที่ปล่อยข่าวเื่นี้ออกมา ฉันแอบได้ยินลูกชายคุยโทรศัพท์กับหานจิ่งอี๋ถึงได้รู้ว่าหานจิ่งอี๋อิจฉาที่ลูกชายของเรายังไม่ลืมเซี่ยตงจื่อ อาจเป็หานจิ่งอี๋ที่ปล่อยข้อมูลออกมาเพื่อทำให้ลูกชายของเราลำบากใจก็ได้นะคะ”
“แต่ว่าหานจิ่งอี๋จะโง่ขนาดนั้นเลยเหรอ เขาไม่รู้เหรอว่าถ้าเขาปล่อยข่าวออกมา ไม่ใช่แค่ตระกูลฟู่ของเราจะเสียหาย แต่ตระกูลหานของเขาก็จะได้รับผลกระทบเหมือนกัน” คุณพ่อฟู่ส่ายหน้า “ผมไม่เชื่อว่าคนเก่งแบบเขาจะทำเื่โง่ๆ แบบนี้”
“คุณคะ พอความหึงหวงบังตา อะไรๆ ก็ทำออกมาได้หมดนั่นล่ะค่ะ ดูอย่างอุบัติเหตุของเซี่ยฮ่าวหยูกับจ้าวจิ่นเทาสิคะ นั่นก็เป็ฝีมือของหานจิ่งอี๋เหมือนกัน”
“คุณรู้เื่นี้ได้ยังไง” คุณพ่อฟู่ถามภรรยาอย่างสงสัย
คุณแม่ฟู่เขินเล็กน้อย “ฉันก็แอบได้ยินที่ลูกชายคุยโทรศัพท์นั่นล่ะค่ะ”
“คุณพ่อ คุณแม่ ตกลงเื่ที่คุณพ่อกับคุณแม่เซี่ยมีหนี้สินจนถูกฟ้องล้มละลาย ทั้งหมดเป็ฝีมือของคุณพ่อใช่ไหมครับ” ฟู่เหวินชวนเดินมาหยุดแล้วมองพ่อกับแม่ของตัวเองอย่างผิดหวัง “คุณพ่อคุณแม่สอนผมมาตลอดว่าให้ผมทำงานด้วยความถูกต้อง แต่ทำไมพวกคุณถึงทำผิดเสียเอง ยังไม่พอ ที่พวกคุณพยายามแยกผมกับจูดี้เป็เพราะพวกคุณสู้หน้าจูดี้ไม่ได้ใช่ไหมครับ”
“ไม่ใช่นะลูก เซี่ยตงจื่อไม่เหมาะสมกับลูกจริงๆ แม่คิดว่าหานจิ่งอี๋ต่างหากที่เหมาะสมกับลูก” คุณแม่ฟู่พยายามอธิบาย “ส่วนเื่บริษัทกระดาษอะไรนั่นก็ไม่เป็ความจริง พ่อกับแม่ถูกใส่ร้าย”
“ถูกใส่ร้ายเหรอครับ คุณแม่ลืมไปแล้วเหรอครับว่าตอนนี้ผมกำลังศึกษาเอกสารเพื่อจะเข้าไปช่วยงานคุณพ่อ และไอ้บริษัทกระดาษที่คุณแม่พูดถึง ผมก็เห็นมันทั้งหมดแล้ว”
คุณแม่ฟู่รีบหันไปมองสามีก็เห็นสามีทำหน้าใ “คุณไม่ได้ทำลายเอกสารพวกนั้นไปหมดแล้วเหรอคะ”
คุณพ่อฟู่ส่ายหน้า แต่เขายังคิดว่าเขาไม่ได้ทำอะไรผิด “แกจะมองฉันกับแม่ของแกด้วยสายตาแบบนั้นทำไม ที่เราทำไปทั้งหมดก็เพื่อครอบครัว ถ้าไม่เพราะรายได้จากบริษัทของตระกูลเซี่ย แกคิดเหรอว่าผู้กำกับที่กำกับหนังเื่ไหนก็มีแต่เจ๊งอย่างแกจะยังเป็คุณชายฟู่ที่ได้ใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย”
“แต่ความสุขของผมมันต้องแลกมากับชีวิตของผู้บริสุทธิ์สองคน และพวกเขายังเป็คนสำคัญที่สุดในชีวิตของคนรักของผมด้วย คุณพ่อยังจะพูดเหมือนตัวเองไม่ได้ทำอะไรผิดอีกเหรอครับ” ฟู่เหวินชวนน้ำตาไหล “ทั้งหมดที่คุณพ่อทำก็เพื่อผมใช่ไหมครับ ถ้างั้นผมจะเอาชีวิตของผมชดใช้ให้กับจูดี้และน้องชายของเขา คุณพ่อคงไม่ว่าอะไรนะครับ”
คุณพ่อฟู่เดินเข้าไปตบหน้าลูกชายเต็มแรง “ไอ้ลูกเวร! ฉันทำเพื่อแกแต่แกกลับไม่รักชีวิตตัวเอง แกคิดว่าถ้าแกตายไปแล้วเซี่ยตงจื่อจะให้อภัยแกอย่างงั้นเหรอ”
“ต่อให้จูดี้ไม่ให้อภัย ผมก็จะไม่เสียใจ”
“แก!” คุณพ่อฟู่ยกมือขึ้นหวังจะตบหน้าลูกชายอีกครั้ง
คุณแม่ฟู่รีบเข้ามาห้าม “คุณคะพอแล้วค่ะ เดี๋ยวฉันจะอธิบายให้ลูกเข้าใจเองนะคะ”
“ไม่มีอะไรต้องอธิบายครับคุณแม่” ฟู่เหวินชวนโค้งศีรษะให้บุพการี “ผมขอบคุณที่คุณพ่อคุณแม่เลี้ยงดูผมมาจนโต ชาติหน้าผมค่อยตอบแทนบุญคุณนะครับ”
“เหวินชวน!” คุณแม่ฟู่วิ่งตามหลังลูกชาย แต่ฟู่เหวินชวนขับรถออกจากบ้านไปด้วยความเร็ว
ครั้งนี้ไม่ใช่แค่ตระกูลฟู่ที่เจอวิกฤติ ตระกูลหานก็เจอวิกฤติเช่นเดียวกัน หุ้นของบริษัทถูกเทขายเป็จำนวนมาก แต่สถานการณ์ของตระกูลหานแย่ยิ่งกว่าสถานการณ์ของตระกูลฟู่เป็อย่างมาก เพราะไม่ใช่แค่เื่การโกงหุ้น แต่พวกเขายังมีเื่ของการเลี่ยงภาษีเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เ้าหน้าที่รัฐเข้าตรวจสอบกิจการของตระกูลหานโดยไม่ได้แจ้งให้ทราบล่วงหน้า ตระกูลหานลักลอบขนเอกสารออกเส้นทางลับ ผู้บริหารก็เตรียมหลบหนีออกนอกประเทศ
ดีที่คุณพ่อฉินได้ส่งข้อมูลและเส้นทางการหลบหนีให้กับเ้าหน้าที่ไปล่วงหน้าแล้ว ผู้บริหารของตระกูลหานจึงถูกควบคุมตัวไปสถานีตำรวจพร้อมกับหลักฐานการทุจริตทั้งหมด
“พี่เหวินชวน! ผมไม่คิดเลยว่าเพื่อเซี่ยตงจื่อ พี่ถึงกับกล้าทำร้ายครอบครัวของตัวเอง ไม่พอ...พี่ยังลากครอบครัวผมให้ซวยไปด้วย” หานจิ่งอี๋เดินเข้าไปตบหน้าฟู่เหวินชวน “พี่ทำอย่างนี้ได้ยังไง”
ฟู่เหวินชวนไม่สนใจว่าตัวเองจะถูกหานจิ่งอี๋ทั้งตบทั้งชก เขานั่งถือแก้วไวน์ไว้นิ่ง ตอนนี้เขาไม่รู้สึกถึงความเ็ป เพราะความรู้สึกเดียวที่เหลืออยู่คือความเสียใจ
“ตอนนี้จะทำยังไง ครอบครัวผมถูกอายัดทรัพย์สินไปหมดแล้ว สะใจพี่แล้วใช่ไหม” หานจิ่งอี๋ยังตบหน้าและชกไปที่ตัวของฟู่เหวินชวนไม่หยุด
“ไม่ต้องห่วงหรอก ครอบครัวผมไม่ถูกอายัดเงินเพราะคดีความจบไปแล้ว ผมจะทิ้งเงินกับคอนโดห้องนี้ไว้ให้คุณก็แล้วกัน”
“พี่หมายความว่ายังไง” หานจิ่งอี๋หยุดมือแล้วถาม
“คอนโดห้องนี้กับเงินสดอีกสิบล้านคงพอให้คุณใช้ชีวิตอย่างสบายไปได้สักพัก หลังจากนั้นคุณก็หาทางต่อเอาเอง”
“พี่คิดจะทำอะไร? หรือว่าจะกลับไปหาเซี่ยตงจื่อ” หานจิ่งอี๋โกรธขึ้นมาอีกรอบ “พี่จะทิ้งผมเพราะครอบครัวผมกำลังจะล้มละลายใช่ไหม พี่จะทำกับผมเหมือนตอนที่พี่ทิ้งเซี่ยตงจื่อใช่ไหม”
ฟู่เหวินชวนนึกไปถึงอดีตตอนที่ครอบครัวเซี่ยล้มละลาย ตอนนั้นเขาก็ทิ้งเซี่ยตงจื่อแล้วหันมาคบกับหานจิ่งอี๋ เขาปล่อยให้คนรักต้องลำบากโดยไม่สนใจ “คุณจะคิดอย่างนั้นก็ได้”
หานจิ่งอี๋ยืนเต็มความสูงก่อนจะก้มลงมามองฟู่เหวินชวน “พี่ลืมไปหรือเปล่าว่าผมไม่ใช่เซี่ยตงจื่อที่จะยอมรับอะไรง่ายๆ ในเมื่อพี่รักมันมากและอยากใช้ชีวิตกับมัน แต่ผมจะไม่ยอมให้พี่สมหวังหรอกนะครับ พวกพี่ก็ไปใช้ชีวิตด้วยกันในชาติหน้าเถอะ”
หานจิ่งอี๋เปิดประตูแล้วเดินออกไป
“จิ่งอี๋! คุณจะทำอะไร คุณกลับมาเดี๋ยวนี้นะ!” ฟู่เหวินชวนได้แต่ะโเรียก เพราะตอนนี้เขาเมามากจนลุกจากโซฟาไม่ได้เลย แต่เรียกเท่าไหร่หานจิ่งอี๋ก็ไม่กลับมา
____________________
[1] Paper Company หมายถึง บริษัทที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย แต่ไม่มีการดำเนินงานจริง มักถูกใช้เป็เครื่องมือในการทุจริต ฉ้อโกง หรือการเลี่ยงภาษี