อาจจะไม่คาดคิดว่าจะได้เจอเสิ่นเป้ยอีตรงนี้ เซี่ยหยูถึงได้รีบชักแขนออกจากมือของโอหยางหมินหมินพอเห็นประตูลิฟต์ใกล้ปิดตัวลงก็รีบกดปุ่มเปิดประตู
เทียบกับความตื่นตูมของเขาแล้วเสิ่นเป้ยอีกลับดูเรียบนิ่งมากกว่าเธอก้มหน้าทักทายให้เขาเล็กน้อยก่อนจะเดินเข้าไปในลิฟต์และเลือกที่จะยืนหันหลังให้ทั้งสองคนอยู่ห่างๆ
หลังจากครั้งนั้นเซี่ยหยูก็ไม่เคยติดต่อเธออีกวันนี้เห็นเขามาเป็คู่แบบนี้เธอคิดว่าบางทีแค่หนิงเสี่ยวซีคนเดียวก็พอจะทำให้เขายอมแพ้แล้วสินะ?
พริบตาเดียวก็มาถึงชั้นสาม
ประตูลิฟต์เปิดออก เธอยังคงก้มหัวให้เซี่ยหยูเล็กน้อยเดินออกจากลิฟต์โดยไม่พูดอะไรและไม่มองเซี่ยหยูเลยแม้แต่แวบเดียว
เพียงแต่หลังจากออกจากลิฟต์เสิ่นเป้ยอียืนพิงกำแพงไว้อยู่พักหนึ่งไม่ว่าจะแกล้งเพิกเฉยอย่างไรก็ยังรู้สึกเจ็บใจลึกๆ อยู่ดี
ผู้ชายที่วันก่อนเพิ่งสารภาพรักกับเธอ แสดงท่าทีรักใคร่ลึกซึ้งกลับคุยอ้อร้อกับหญิงอื่นในชั่วพริบตา
หากจะบอกว่าไม่รู้สึกอะไรเลยก็คงเป็เื่โกหก
อย่างที่ว่า ผู้ชายน่ะเชื่อไม่ได้
เธอก้มหน้าโทษตัวเองว่าใสซื่อเกินไปมีแต่ฟ้าที่รับรู้ว่าวันนั้นเธอซาบซึ้งใจมากแค่ไหนต่อให้ไม่ได้หวั่นไหวแต่เธอเคยคิด คิดอยากจะมีเซี่ยหยูเป็เพื่อนไปตลอดชีวิต…ทว่า…
หนิงเสี่ยวซียืนรอเสิ่นเป้ยอีอยู่ตรงหน้าประตูเห็นสีหน้าเธอแปลกไปก็ก้าวเข้าไปดึงแขนเธอพลางเอ่ยถาม “แม่เล็กเป็อะไรไป?”
เสิ่นเป้ยอีหยิบเสื้อกันหนาวคลุมให้เขาแล้วนั่งลงรวบตัวหนิงเสี่ยวซีเข้ามากอดอยู่พักหนึ่งก่อนจะค่อยๆ เปล่งเสียงออกมา “จากนี้ไปแม่เล็กชอบแค่เสี่ยวซีคนเดียวดีมั้ย?”
จบประโยคก็รู้สึกถึงความอุ่นร้อนตรงแขนกลายเป็หยดน้ำตาที่กลิ้งตกลงมา
เสิ่นเป้ยอีแค่นหัวเราะหัวเราะตัวเองที่อาจจะเพราะอยู่ลำพังนานเกินไปเลยเผลอคิดหลงตัวเองไปยามมีใครมาทำดีกับเธอ
รู้สึกว่าเธอผิดปกติ หนิงเสี่ยวซีก็ผลักเธอออก เห็นเสิ่นเป้ยอีที่กำลังน้ำตาไหลอยู่จึงเริ่มกระวนกระวาย“แม่เล็ก เป็อะไรไป?”
เสิ่นเป้ยอีลุกขึ้นยืนสูดจมูกแล้วลูบหัวหนิงเสี่ยวซี “ไม่เป็ไร ทรายเข้าตาน่ะ” ว่าจบก็จูงเสี่ยวซีเข้าไปที่ห้องพักข้างๆ
เพียงแต่หนิงเสี่ยวซีที่เห็นเธอฝืนยิ้มก็หลงคิดว่าเป็เพราะเสิ่นเป้ยอีชอบพ่อตัวเองและตอนนี้พ่อกำลังจะหมั้นกับผู้หญิงอื่นเลยบอกว่าจะชอบแค่เขาคนเดียวต้องร้องไห้เพราะเสียใจแน่ๆ
เขาฉลาด แต่กับเื่รักๆ ใคร่ๆของผู้ใหญ่นั้นไม่ใช่เื่ที่เขาจะเข้าใจได้ง่ายๆ
เขาเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมคุณพ่อถึงต้องชอบผู้หญิงอย่างเกาเหวินทั้งที่แม่เล็กดีขนาดนี้แท้ๆ…
คิดแล้วก็ยิ่งตัดสินใจหนักแน่นเข้าไปอีก
“อาหยู เดินช้าหน่อยสิ…” โอหยางหมินหมินกระชับกระโปรงพลางวิ่งไล่ตามเซี่ยหยูที่นำหน้าไปห่างๆด้วยรองเท้าส้นสูงกว่าสิบเิเ
“อาหยู ตามหาอะไรกันแน่?” เธอไม่เข้าใจทั้งที่งานอยู่ชั้นสี่แต่เซี่ยหยูกลับลากเธอมาชั้นสามเหมือนกับกำลังตามหาอะไรบางอย่าง
เห็นประตูตรงหน้าที่ปิดแน่นอยู่เซี่ยหยูก็ทิ้งมืออย่างท้อใจวันนี้เป็งานหมั้นของหนิงเส้าเฉินและในฐานะตระกูลที่เป็มิตรอย่างตระกูลเซี่ยย่อมต้องอยู่ในรายชื่อแขกที่ถูกเชิญเดิมทีเซี่ยหยูไม่อยากมาแต่เมื่อคิดว่าวันนี้อาจได้พบเธอก็ยอมรับข้อเสนอของบิดาส่วนโอหยางหมินหมินคนนี้เป็ลูกรักของตระกูลโอหยาง ทั้งคู่เติบโตมาด้วยกันเธอชอบเขา ทว่าเขากลับเห็นเธอเป็น้องสาวมาโดยตลอด
“อาหยู…ได้ยินที่ฉันพูดมั้ย?” โอหยางหมินเมินเห็นเซี่ยหยูไม่ตอบจึงกระตุกแขนเสื้อเขา
หันกลับไปมองโอหยางหมินหมินเซี่ยหยูขมวดคิ้วพลางคิดถึงสถานการณ์นั้น เสิ่นเป้ยอีต้องเข้าใจผิดเป็แน่
“ไปชั้นบนกันเถอะ” เขามุ่งตรงสู่ลิฟต์ทันทีโดยไม่สนใจว่าโอหยางหมินหมินได้เดินตามมาหรือไม่เขาต้องตามหาเสิ่นเป้ยอีให้ได้ ต้องอธิบายให้เธอฟัง
หลังจากเขาไปกว่าครึ่งนาที ประตูห้องพักก็ถูกเปิดออก
“แม่เล็ก ทำไมต้องฟังคำสั่งของผู้หญิงคนนั้นด้วยเธอไม่ใช่คนรับใช้ของเขานะ?” หนิงเสี่ยวซีไม่พอใจเป็อย่างมากกับเื่ที่เกาเหวินออกคำสั่งให้เสิ่นเป้ยอีไปหยิบรองเท้าให้เธอ
การออกตัวปกป้องเธออย่างชัดเจนนั้นเรียกให้เสิ่นเป้ยอีอารมณ์ดีขึ้นมากนั่นสิ บนโลกนี้ต่อให้คนทั้งโลกจะดูถูกเธอ ต่อให้ทุกคนจะไม่สนใจเธอไม่เห็นเธอเป็คน แต่คนที่เธอรักมากที่สุดก็รักเธออยู่แบบนี้คงไม่ต้องคิดเล็กคิดน้อยอะไรอีกแล้ว
“เธอไม่ต้องตามไปนะ วันนี้คนเข้าออกเยอะมากจริงๆเธออยู่กับพ่อของเธอไปนั่นแหละ ฉันจะรีบไปรีบกลับ โอเคมั้ย?”
หนิงเสี่ยวซีเบ้ปาก ทว่าเมื่อเธอทำท่าไม่พอใจ หนิงเสี่ยวซีก็ยอมทำตามที่เธอพูดรอเขาเข้าไปด้านในเธอถึงหมุนตัวลงไปชั้นล่าง ไปหยิบรองเท้าที่เกาเหวินจะสวมยามหมั้นในงานวันนี้
แต่เธอเพิ่งก้าวขาเข้าไปในลิฟต์ ร่างร่างหนึ่งก็วิ่งแจ้นไปอีกฝั่งของโรงแรมทันที
ภายในห้องพักอันกว้างเกาเหวินถูกล้อมรอบด้วยคนจำนวนหนึ่งมีทั้งที่ช่วยจัดเสื้อผ้า ช่วยแต่งหน้า ช่วยทำผม เธอเปรียบดั่งราชินีที่ทุกคนให้ความเคารพ
ทางเดียวกันหนิงเส้าเฉินในชุดทักซิโด้สีเทาเข้ากับถุงมือสีขาวเสริมด้วยเนกไทสีแดงเข้มที่ดูล้าสมัยแต่กลับดูดีเมื่ออยู่บนตัวเขายามนี้เขากำลังถือหนังสือเล่มหนึ่งนั่งอยู่ตรงมุมด้วยท่าทางที่ธรรมดาที่สุดก็ยังกลายเป็ภาพที่แสนจรรโลงใจ
หนิงเสี่ยวซีเข้ามานั่งลงข้างๆ หนิงเส้าเฉิน
ชุดของเขาคล้ายคลึงกับหนิงเส้าเฉินอยู่บ้าง เพียงแต่เสื้อของเขามีสีดำเป็หลักใบหน้าเล็กเรียบตึง พอกะพริบตาดูแล้วไม่ค่อยเหมือนคุณพ่อของเขา แต่กลับมีสีหน้าที่ดูคลับคล้ายคลับคลาอยู่
“คุณเกานี่โชคดีจังเลยนะคะสามีกับลูกชายดูดีทั้งคู่เลย” ผู้หญิงที่กำลังเกล้าผมให้เกาเหวินอยู่อดพูดชมไม่ได้
เพียงแต่…เกาเหวินเอียงหัวเล็กน้อยก่อนจะหลุดเสียงครางเจ็บ ‘อ๊า’เพราะผมหลายเส้นจะถูกทึ้งออก
“เธอทำอะไรเนี่ย? ทำไมซุ่มซ่าม…” คนที่ดูราวจะเป็หัวหน้าทีมได้ยินเสียงของเกาเหวินก็เอ่ยตำหนิ
“ขอโทษค่ะคุณเกา ขอโทษ” อีกฝ่ายขอโทษเกาเหวิน ส่วนอีกฝั่งในที่ที่เกาเหวินไม่เห็นก็ขยิบตาให้ผู้หญิงคนนั้นเป็เชิงให้หุบปาก
ลูกชายของหนิงเส้าเฉินไม่ใช่ลูกของเกาเหวินเื่นี้ไม่ใช่เื่แปลกใหม่ของสังคมคนชั้นสูงแล้ว ผู้หญิงโง่เขลาคนนี้กลับใช้คำเหล่านี้มายกยอ
“ไม่เป็ไร ต่อเถอะ” เกาเหวินยิ้มให้อย่างอ่อนโยนสีหน้าดูไม่เปลี่ยนแปลงมากเท่าไรหลายปีนี้เธอเข้าใจว่าบางเื่เลือกที่จะยอมรับมันดีกว่าการหลบหนี
ความใจกว้างของเธอมักทำให้ทุกคนแอบชื่นชมเธออยู่ในใจเสมอ พลางคิดว่ามิน่าถึงแต่งงานกับผู้ชายอย่างหนิงเส้าเฉินได้นิสัยของผู้หญิงคนนี้ไม่มีที่ติเลยจริงๆ
******ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/63f395e636c33abad663f9e74093f24d
******เวลาแชร์หรือเมาท์มอยนิยายเื่อัจฉริยะตัวน้อยกับคุณแม่ผู้ลึกลับที่ไหนขอฝากแฮชแท็ก #อัจฉริยะตัวน้อยกับคุณแม่ผู้ลึกลับ#readAwrite ด้วยน้า