ห้องพักของสวีเม่ยเป็ห้องใหญ่สุดอยู่ริมด้านในฐานะดาวเด่นของนางที่นี่สร้างรายได้ให้เถ้าแก่เนี้ยไม่น้อยนางจึงได้รับความสุขสบายทั้งได้ห้องที่กว้างและมี สาวใช้ประจำตัวคอยทำความสะอาด ซักผ้าและเตรียมอาหารให้
“ชุนหลันเ้าไปสั่งอาหารพิเศษมาสิวันนี้ข้าจะฉลองกับเ้า” ฟั่นชุนหลันทำสีหน้างงงวย ‘สิ่งใดที่เรียกว่าอาหารพิเศษกัน?นางหมายถึงอะไรนะ?’ สวีเม่ยแปลกใจในท่าทีของสาวใช้“มิใช่เ้าหรอกหรือที่ร่ำร้องว่าอยากกินเนื้อแพะตุ๋นน้ำแดง? รีบไปสั่งเข้าสิวันนี้ข้ายินดีจ่ายเงินค่าอาหารเพิ่มให้ เอาสุรามาด้วยสักกา ข้าจะดื่มสักหน่อย”
ฟั่นชุนหลันรีบพยักหน้าหงึกหงัก “อ้อ! เ้าค่ะข้าจะรีบไปเดี๋ยวนี้”นางกระวีกระวาดลงไปสั่งอาหารที่หน้าครัวสามอย่างพร้อมสุราเลิศรส
สวีเม่ยกับฟั่นชุนหลันได้กลิ่นอาหารก็กลืนน้ำลายพร้อมกัน“ลงมือเลยสิ เ้าอยากกินมานานแล้วมิใช่หรือ? วันนี้ข้าส่งเงินกลับบ้านแล้ว ซ้ำยังได้ข่าวว่าท่านแม่แข็งแรงดีจึงอยากดื่ม”
“คุณหนูสบายใจแล้วหรือเ้าคะ?”
“อืม....ข้าทุกข์ใจมาตั้งนานท่านแม่อยู่ในชนบทแบบนั้นหากจะเชิญหมอที่เก่งไปรักษาต้องใช้เงินจำนวนมากดีที่พี่อวี่ซีเอาเงินมาสมทบเพิ่มในเดือนนี้”ใบหน้าและน้ำเสียงที่นางกล่าวถึงเซี่ยอวี่ซีร่าเริงและภาคภูมิจนหงซือซือแปลกใจ
“ใต้เท้าเซี่ยช่างดีนัก”
“เื่ในครอบครัวพี่อวี่ซีย่อมเห็นเป็เื่สำคัญอันดับหนึ่งเสมอไม่ว่าสตรีผู้ใดได้เขาเป็สามีล้วนโชคดียิ่ง”นางยกจอกสุราขึ้นจิบแล้วชิมเนื้อแพะน้ำแดง “อร่อยจริงๆเ้ารีบกินเร็วเข้าก่อนจะมีคนมาเรียกข้าไปต้อนรับแขก”
ทั้งสองกินไปคุยกันไปหงซือซือในร่างฟั่นชุนหลันหลอกถามเื่ครอบครัวของนางจึงได้รู้ว่าที่แท้บิดามารดาของนางยังมีชีวิตอยู่‘เห็นทีฟั่นชุนหลันผู้นี้คงรู้เื่ราวของสวีเม่ยละเอียดละออเลยเทียวหรือว่านางเป็ผู้กุมความลับอีกคน’
เสียงฝีเท้าดังเป็ระยะๆ มาจนถึงหน้าห้องสตรีทั้งสองหันไปดูพร้อมกัน
“เม่ยเอ๋อร์ ดีจริงที่เ้าอยู่พอดีคุณชายหู่มาขอพบเ้า”
“หือ! ข้ากับเขาเพิ่งพบกัน เมื่อเช้าเองนะ”
“เขาบอกว่าอยากสนทนาและฟังเ้าบรรเลงดนตรีสักหน่อยเขายอมจ่ายตั้งยี่สิบตำลึงเชียว” สีหน้าของเถ้าแก่เนี้ยดูตื่นเต้นมิค่อยมีบุรุษที่ยอมจ่ายขนาดนี้เพียงเพื่อมานั่งพูดคุยและฟังเพลงในยามบ่ายเมื่อหู่ซิ่นสือผู้นี้มานางจึงตื่นเต้นนัก
“คุณหนู เราเพิ่งกินอิ่มกันพอดีประเดี๋ยวข้าเก็บโต๊ะต้อนรับคุณชายหู่ดีกว่า วันนี้ท่านเพิ่งจ่ายเงินไปจำนวนมากเหตุใดเราจึงไม่หาเงินเพิ่มเล่า?”
“เ้าคิดดี ข้าเชื่อเ้าเช่นนั้นเราก็รีบเก็บโต๊ะอาหารกันเถอะ” สองนายบ่าวรีบช่วยกันเก็บโต๊ะอาหารแล้วเปิดเอาขนมเปี๊ยะในกล่องที่เหลือมารอต้อนรับหู่ซิ่นสือ ครั้นชายหนุ่มเข้ามาในห้องสวีเม่ยก็จุดเตาเล็กอุ่นน้ำชารออยู่พร้อมกับจานขนมอีกสามอย่างแล้ว
หงซือซือถือโอกาสที่ทั้งสองคุยกันหลบกลับไปยังตรอกที่ิเฟยหลงรออยู่เมื่อนางวิ่งไปถึง สามีก็ยืนหน้าหงิกรออยู่ “ขอโทษที่ข้ามาช้าไปครึ่งเค่อ”
“เ้ามัวแต่กินเนื้อแพะตุ๋นน้ำแดงติดพันอยู่ล่ะสินะ”
“ข้าผิดไปแล้วล้วนโทษข้าได้ทั้งหมด” นางรีบยอมรับแต่โดยดีก่อนจะเข้าไปในซอกเล็กๆเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าและลอกหน้ากากออก ครั้นแต่งกายให้ฟั่นชุนหลันเรียบร้อยิเฟยหลงก็ทรงพยักหน้าให้องครักษ์ที่เฝ้าอยู่ข้างหลังหอบเอานางไปทิ้งไว้ใกล้ๆหอซิงเยว่
“เ้าปล่อยให้ข้าแกร่วอยู่นี่ตั้งนานส่วนตัวเ้าไปเสวยสุขอยู่กับสวีเม่ย”ใบหน้าบึ้งตึงของท่านอ๋องเก้าทำเอานางกลั้นหัวเราะไม่อยู่
“ข้าเพิ่งเคยเห็นท่านอ๋องรูปงามโกรธกริ้วเป็ครั้งแรก”
“เ้ายังมีหน้ามาชื่นชมใบหน้านี้อีกเื่ที่เ้าทำผิดเอาไว้ยังมิได้กล่าวถึงเลยนะจะอย่างไรคืนนี้เ้าต้องชดใช้ให้ข้า” ดวงตาคมกล้าคู่นั้นมองนางอย่างขัดเคืองหากแมวดำไม่มารายงานเขาคงไม่รู้ว่านางสนุกสนานเพียงใดส่วนเขาเดินดูถนนสายนี้ได้หลายรอบแล้วกว่านางจะเดินกลับมา
“ในเมื่อความผิดของข้าชัดเจนถึงเพียงนี้ข้าก็ยินดีให้ท่านพี่ลงโทษ” นางเดินมากอดแขนซบหน้าลงมาต้นแขนิเฟยหลงก้มลงเล็กน้อยพลันลืมตัวก้มลงจะจูบหน้าผากของนาง
“เอ๊ะ! พี่สามข้าบอกท่านแล้วนี่ว่าอยู่ในหน้านี้ห้ามคิดจะล่วงเกินข้า”
ิเฟยหลงผงะ“จริงสิ! ข้าลืมตัวไป”
ดวงตาของหงซือซือวาวโรจน์ขึ้น“หรือว่าเห็นหานซู่ลี่คนงามแล้วอดคิดถึงอดีตมิได้ ข้ารู้นะว่าท่านเคยคิดเสียดายที่นางเห็นนางกลายเป็โฉมสะคราญล่มเมือง”
“น้องหญิงนั่นเป็เื่เก่าแล้ว” เขาเถียงเสียงอ่อยเขาลืมนึกไปว่าพระชายาของอ๋องเก้าคือเพื่อนสนิทของนางเื่ราวเมื่อั้แ่นางมาสู่แคว้นิในฐานะว่าที่พระสนมของเขาหงซือซือย่อมเคยได้ยินมาแล้วรวมทั้งการที่เขายัดเยียดองค์หญิง หานซู่ลี่ให้ไปอภิเษกสมรสกับอ๋องเก้าจนสุดท้ายเมื่อเห็นนางกลายร่างจากหมีขาวตัวใหญ่กลายเป็สาวงามอันดับหนึ่งในแผ่นดินเขาก็ได้แต่เสียดาย“บัดนี้ข้ามีแต่เ้า สตรีที่งดงามอันดับหนึ่งในแผ่นดินเป็ภรรยา”
“ท่านแน่ใจนะ” นางเม้มปากจนเป็เส้นตรง
“ข้าสัญญาไปแล้วนี่ทุกเื่ล้วนแต่ตามใจเ้า”เมื่อเห็นนางเริ่มผ่อนคลายแล้วเขาจึงรีบลูบไหล่สองข้างของนางเบาๆ “น้องหญิงเรากลับโรงเตี๊ยมกันเถอะ ข้าจะทำให้เ้ารู้ว่าข้ามีเ้าผู้เดียวเท่านั้น”ิเฟยหลงรู้สึกคล้ายได้ยินเสียงร่างเล็กกำลังคำรามฮึ่มฮั่มในลำคอเขาก็รู้สึกเหมือนขนหลังคอจะลุกชัน ‘คืนนี้ข้าคงต้องออกแรงให้มากหน่อยเ้าจึงจะลืมแค้นครั้งนี้ได้’
หู่ซิ่นสืออมยิ้มเมื่อเห็นนางทำท่าทางสุภาพทั้งๆที่เมื่อสักครู่เขาเองก็แอบใช้กำลังภายในการซ่อนตัวอยู่บนเพดานดูนางสวีเม่ยกับฟั่นชุนหลันตัวปลอมกำลังกินดื่มกันอย่างสนุกสนานพวกนางมิได้รักษาท่าทีเหมือนเช่นยามอยู่ต่อหน้าผู้อื่นเช่นนี้องครักษ์หู่แอบฟังอยู่ครู่ใหญ่จึงได้ลอบออกไปเพื่อเข้ามาใหม่ทางประตูหน้าเพื่อเปิดโอกาสให้ฮองเฮาได้กลับออกไปจากที่นี่ “แม่นางสวีไม่ต้องเกรงใจใบหน้าของแม่นางแดงขนาดนี้ไม่ต้องดื่มเป็เพื่อนข้าแล้ว”
นางทำหน้าขัดเขินที่ไม่อาจกลบเกลื่อนสีบนใบหน้าของตนเองได้เมื่อกี้นางดื่มไปมิใช่น้อย “อืม...ก่อนที่ท่านจะมา ข้ากำลังดื่มอยู่กับชุนหลัน”
“มิเป็ไรเ้าไม่ต้องเกร็งหรอก ให้คิดเสียว่าข้าเป็สหายมาเยี่ยมเยียน” เขาสอดมือหยิบกาน้ำชาที่นางพักลงมารินใส่ถ้วยให้นางแล้วเลื่อนไป“ดื่มน้ำชาก่อนเถิด กลิ่นน้ำชาของเ้าหอมดีเหลือเกิน”เขารินให้ตนเองอีกถ้วยหนึ่งก่อนจะก้มลงหยิบถ้วยนั้นขึ้นมาแง้มฝาเล็กน้อยเพื่อดมกลิ่น
สวีเม่ยรู้สึกมึนๆจึงยกถ้วยชาขึ้นดื่มพร้อมกับเขา “ดีจริงอย่างท่านว่า ชาห่อนี้พี่อวี่ซีเอามาฝากข้าตอนที่เดินทางไปราชการเมืองฉู่จิ้ง”
หู่ซิ่นสือแทบสำลักนางช่างหน้าไม่อายเสียจริงกล้าอวดโอ้สามีผู้อื่นต่อหน้าแขกที่มาใช้บริการ“ใต้เท้าเซี่ยคงดีกับเ้ามากสินะ ข้าเห็นเ้าสรรเสริญเขาไม่ขาดปาก”
“ข้าจะหาผู้ใดดีได้เท่านี้ทั้งเลี้ยงดูอย่างดี เงินทองก็ไม่เคยขาด ไม่ว่าจะชอบสิ่งไหนหรืออยากได้อะไรก็หามาให้ ไม่เยินยอพี่อวี่ซี่แล้วข้าควรเยินยอผู้ใด?”หู่ซิ่นสือรู้สึกว่านางพูดมาจากใจ ฤทธิ์สุราที่นางดื่มเข้าไปคงทำให้ใจกล้าขึ้นมาก
***************
