เอ้กอี๊เอ้กเอ้กเสียงไก่ขันดังขึ้นตอนเช้าตรู่เป็นาฬิกาปลุกตามธรรมชาติของบ้านทุ่งแห่งนี้
ฉู่ฉ่าเสียงน้ำมันในกระทะดังขึ้นหลังจากที่จันทร์ใส่ผักบุ้งลงไปสักพักก็ได้กลิ่นหอมกรุ่นออกมาจากในครัว
ตามมาด้วยเสียงจามของคนทำที่ได้กลิ่นฉุนของพริกกับกระเทียม
แต่พอผัดไปสักพักก็เป็กลิ่นที่ชวนเรียกเสียงท้องร้องของใครหลายๆคนที่อยู่ในบริเวณนี้ได้เป็อย่างดี
ตุ๊บ!เสียงเหมือนของหนักที่ตกลงบนพื้นได้ปลุกคนที่กำลังนอนหลับสนิทอย่างขวัญชีวาให้ใตื่น
เฮือก!! ขวัญสะดุ้งใพร้อมกับลืมตาตื่น ‘เธอคิดว่าเมื่อคืนเกิดเื่ราวที่ชวนให้อกสั่นขวัญแขวนซะจริง
เนื่องจากพอจุกหายตัวไป ขวัญก็รีบขึ้นเรือนทันทีพร้อมกับได้ยินเสียงร้องโหยหวน
ผสมกับเสียงหมาเห่าหอนตลอดเวลาใครมาได้ยินถ้าไม่ใก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้ว’ ในระหว่างที่ขวัญคิดอะไรเพลินๆ
“โอ๊ย พี่ขวัญ ถีบจุกทำไมจ๊ะจุกเจ็บไปหมดแล้ว” จุกพูดขึ้นพลางเอามือลูบก้นปรอยๆ ขณะลุกยืน
ขวัญหันไปมองตามเสียงและก็อยากจะกลอกตามองบน ผีน้อยที่ทำท่าทางเหมือนคนไม่มีผิด
“มีร่างกายหรือไงเรานะ แหมมาบ่นซะเกินจริงแล้วไอ้เสียงที่ดังตุ๊บ นะที่จริงก็คือเ้าหมอนข้างใบเขื่องที่อาจันทร์เอามากั้นกลางต่างหาก
ว่าแต่ทำไมจุกถึงขึ้นมานอนตรงที่นอนอาจันทร์ได้เล่า”ขวัญถามออกมาด้วยความสงสัย
เ้าตัวน้อยก็ได้แต่ทำหน้ามุ่ย‘ก็เขาอยากจะทำตัวเหมือนมนุษย์บ้างอ่ะ จะได้ดูกลมกลืน
ใครจะไปคิดว่าจะโดนถีบกันที่พี่ขวัญสามารถมองเห็นและแตะต้องมันได้ ก็เพราะมีสัญญาผูกพันร่วมกัน
ถ้าเป็คนอื่นก็ได้แต่ฝันเท่านั้นแหละถ้าคิดจะทำร้ายมันอ่ะ’จุกได้แต่คิดในใจ
“พี่ขวัญเปิดกล่องเร็ว”มันพาขวัญเปลี่ยนเื่แล้วชี้ไปที่กล่องที่ขวัญนอนกอดไว้ทั้งคืนแทน
ขวัญจึงนึกขึ้นมาได้ว่าที่เธอถืออยู่ในมือคือกล่องที่ลงแรงไปขุดมาเมื่อคืนนั่นเอง
ขณะที่กำลังจะแกะเศษผ้าที่ยังคงเหลือไว้หุ้มกล่องอยู่นั้นก็ได้ยินเสียงอันดังแปดหลอดของแม่เลี้ยงดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน
“นางขวัญไอ้เพชรป่านนี้ยังไม่ตื่นกันอีกหรือไงห๊ะ นอนจนตะวันจะส่องก้นอยู่แล้ว ยังไม่รีบตื่นมาพาเ้าทุยนางขาวไปกินหญ้าอีก”ขวัญจึงจำเป็ต้องวางกล่องที่อยู่ในมือลงแล้วนำไปซุกไว้ใต้เตียงแทน
จากนั้นจึงรีบลุกขึ้นทันทีเมื่อลงจากเรือนมาได้ก็รีบไปห้องน้ำเพื่อทำธุระส่วนตัวของตน
หน้ายังไม่ทันจะเช็ดให้แห้งก็รีบมาที่คอกของสองตัวนี้แล้ว วัวที่บ้านของขวัญขายไปแล้วเมื่อปีก่อน เพราะมันแก่มากและด้วยจังหวะที่คนจากหมู่บ้านกลางดงมาถามซื้อ
เนื่องจากจะนำไปเชือดเลี้ยงงานแต่งของลูกสาวกำนันพอดีมีแขกค่อนข้างมากกลัวเนื้อไม่พอเลี้ยงแขกเขาเลยซื้อไปทั้งคู่
่นั้นเพชรก็ร้องไห้ไปหลายวันเพราะเลี้ยงเ้าสองตัวนี้มาโดยตลอดั้แ่จำความได้
เมื่อขวัญมาถึงเ้าเพชรก็ตามมาติดๆ“มาๆ ออกมาเดี๋ยวนี้เลยพี่ขวัญจะพาเอ็งทั้งสองไปกินหญ้ากับเล่นปลักให้สบายใจดีไหม”
เมื่อควายสองตัวนี้ออกจากคอกมาแล้วเพชรก็ไปทำหน้าที่ทำความสะอาดคอกของสองตัวนี้
“ขวัญไม่มากินข้าวก่อนล่ะแล้วค่อยพาเ้าสองตัวนี้ไป เกิดเป็ลมเป็แล้งไปอีกจะยุ่งกันใหญ่” เสียงอาจันทร์เอ่ยเรียกด้วยความเป็ห่วง
เมื่อทุกคนกินข้าวอิ่มกันเรียบร้อยแล้วซึ่งกับข้าวก็ไม่มีอะไรมาก มีแค่น้ำพริกปลาร้า ผักบุ้งผัดน้ำมัน ไข่เจียว
ปลาแห้งทอดข้าวเหนียวนึ่งร้อนๆ อาหารส่วนใหญ่ของแต่ละครอบครัวก็มักจะเป็แบบนี้กันทุกบ้าน
ซึ่งบ้านขวัญนี่ถือว่าดีกว่าชาวบ้านทั่วไปด้วยซ้ำอย่างบางบ้านยังได้กินแค่แจ่วพริกน้ำปลาถ้วยเดียวอยู่เลย
“พี่ขวัญ กล้าไปด้วยกล้าจะไปช่วยดูเ้าสองตัวนี้นะนะ” เ้ากล้าน้องชายตัวแสบก็ลุกขึ้นมาเอามือมาเกาะแขนพี่สาวตนเพื่อแสดงความจำนงว่าตน้าไปด้วย
“ถ้ากล้าไปใครจะเลี้ยงแก้วกับก้อยล่ะ”ขวัญถามออกมา กล้าก็ได้แต่ทำคอตก
“ให้กล้าไปเถอะพี่ขวัญเ้าสองคนนี้เดี๋ยวเพชรเลี้ยงเอง” ผู้เป็พี่ชายเสนอตัว
กล้าเมื่อได้ยินก็รีบหันไปทางเพชรพร้อมแสดงอาการอย่างเริงร่า ถ้ามีหางนี่คงจะกระดิกด้วยเป็แน่
“ขอบใจจ้าพี่เพชร”งั้นก็ไปกันเถอะ ขวัญจึงได้หยิบกระบุงมาสะพายไว้ด้านหลัง เพื่อที่จะนำไปเก็บของที่สามารถกินได้
น้องชายและพี่สาวต่างก็จูงควายกันคนละตัวเจอชาวบ้านที่เดินสวนกันบ้างประปรายก็ทักทายกันตามประสาคนคุ้นเคย
เมื่อเดินมาถึงทุ่งปลายนาที่ติดอยู่กับชายเขาแล้วก็ปล่อยให้เ้าสองตัวนี้กินหญ้าของมันไปตามประสาควายๆ
หมู่บ้านหนองนานี้เป็หมู่บ้านที่ห่างไกลความเจริญอยู่มากพื้นที่ส่วนใหญ่โอบล้อมด้วยูเาถ้าเป็ในอนาคตก็จะเป็พื้นที่ที่สวยงามแต่สำหรับปัจจุบันนี้ค่อนข้างแห้งแล้ง
เนื่องจากมีผู้คนไปหาของป่ากันมากขึ้นไหนจะตัดไม้มาปลูกบ้าน ทำฟืนจึงทำให้ป่ารอบนอกเท่าที่มองเห็นแทบจะเป็ป่าหัวโล้นกันทีเดียว
“พี่ขวัญรีบไปทางคลองเร็วเข้าไอ้กล้าน้องชายพี่มันจะจมน้ำแล้ว” เสียงเร่งเร้าของเ้าจุกดังขึ้นขัดความคิดขวัญทันที
“ช่วยด้วย พี่ขวัญช่วยด้วย” เสียงที่ดังขาดๆ หายๆ ของน้องทำให้ขวัญที่กำลังวิ่งมาถึงะโลงไปช่วยทันที
เมื่อลงไปถึงขวัญได้มองเห็นเด็กผู้ชายอีกคนหนึ่งมีผิวซีดขาวกำลังดึงขาน้องชายของตนให้จมลง
“มึงปล่อยเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นกูจะสวดคาถาสะกดมึงไม่ให้ไปผุดไปเกิด”เสียงเ้าจุกตวาดลั่น
ตอนนี้ขวัญหมดความกลัวเื่พวกนี้แล้วเพราะเป็ห่วงน้อง หลังจากที่เด็กซีดนั้นปล่อยมือออกจากขากล้าด้วยความใแล้วขวัญก็รีบพาน้องขึ้นฝั่งทันที
ขวัญรู้สึกว่าตนค่อนข้างที่จะแข็งแรงและมีกำลังมากกว่าแต่ก่อนเยอะ ถ้าเป็ขวัญคนก่อนแล้วละก็ไม่สามารถลากเ้ากล้าที่ตัวเกือบเท่ากันได้แน่
กล้าที่ยังคงมีสติอยู่ก็นอนอย่างเหนื่อยหอบกับพื้นหญ้าอย่างสิ้นเรี่ยวแรง
โชคดีนะที่พี่ขวัญมาช่วยเขาไว้ทันไม่งั้นเขาได้กลายเป็ผีเฝ้าคลองแน่ๆ เ้ากล้าคิด
“กล้าเป็ยังไงบ้าง”ขวัญหันหน้าไปถามน้อง
“ไม่เป็ไรแล้วพี่ถ้าช้ากว่านี้ก็ไม่แน่ เหนื่อยชะมัดกล้าขอนอนพักตรงนี้สักแป๊บนะ” กล้าพูดออกมาพร้อมสีหน้าที่ดูค่อนข้างอ่อนเพลีย
“ถ้าอย่างนั้นพี่จะไปงมปลานะไหนๆ ก็เปียกแล้ว” ขวัญบอกกล้าขณะที่ลุกขึ้นยืน เมื่อเดินออกมาห่างจากกล้าแล้วจึงมองหาจุก
ซึ่งเ้าจุกในขณะนี้ก็กำลังทำตัวเป็อาจารย์อบรมเ้าผีเด็กผิวซีดอยู่
“รู้ไหมว่าจะเป็บาปติดตัวหากฆ่าคนที่นี้หละกว่าจะได้เกิดคงอีกนาน” จุกพูดอบรมเ้าผีเด็กตัวซีดอย่างยืดยาว
“พี่ขวัญมาทางนี้"จุกะโเรียกขวัญ พร้อมทั้งกวักมือไปด้วยหลังจากที่เขาอบรมเ้าเด็กซีดจบแล้ว
เมื่อขวัญเดินมาแล้วจุกก็เอ่ยถามขวัญเื่ของเ้าเด็กซีดนี้ทันที
“พี่พอจะรู้จักเ้านี้ไหมจ๊ะ”จุกพูดพร้อมชี้นิ้วไปที่เ้าเด็กซีด
“เ้านี่บอกว่าชื่อแดงบ้านอยู่ข้างวัด ถ้าพี่พอรู้ก็ช่วยไปบอกพ่อแม่หรือญาติพี่น้องให้พากันทำบุญให้เขาหน่อย
เด็กนี่จะได้ไปตามวัฏสงสารของตน”จุกพูดออกมาพร้อมกับเอามือกอดอกจ้องขวัญเขม็ง
“เดี๋ยวพี่ค่อยลองไปถามเอากับปู่แล้วกันปู่รู้จักคนเยอะ” ขวัญรับปากทันที เพราะเ้าผีตนนี้มันจะได้ไม่มาดึงใครลงน้ำอีก
“จุก พี่อยากถามอะไรบางอย่างจุกเป็ผู้ช่วยที่คุณยายส่งมาให้พี่ เื่นี้เกี่ยวกับหน้าที่พิเศษด้วยหรือเปล่า”ขวัญที่รู้สึกสงสัยในเื่อะไรแปลกๆที่ตนสามารถเห็นผีได้จึงถามออกมาน้ำเสียงจริงจัง
“จุกว่าพอพี่่ขวัญกลับบ้านแล้วรีบไปเปิดกล่องนั้นก่อนเถอะพี่น่าจะเข้าใจได้มากขึ้นเพราะหนูก็ยังไม่รู้เื่อะไรมากนักหรอกจ้ะ
รู้แต่ว่าต้องมาอยู่ช่วยพี่แค่นั่นแหละ”จุกพูดพลางทำหน้าจริงจังตามไปด้วย แต่ขวัญเห็นแล้วมันค่อนข้างดูน่ารักนะขวัญได้แต่ยิ้มให้กับความคิดตน
“ตกลงเมื่อกลับบ้านค่อยมาดูกัน แต่ตอนนี้จุกน้อย กับเ้าผีเด็กนี่ไปช่วยพี่ขวัญจับปลาก่อนเถอะพี่จะได้มีกับข้าวไว้ไปทำบุญพรุ่งนี้” ขวัญพูดออกมาในขณะที่ทำหน้าตาเ้าเล่ห์ใส่ิญญาเด็กทั้งสอง
มีผีมาช่วยจับปลาก็ดีเผื่อจะได้เยอะขึ้น จุกและเ้าแดงรู้สึกเสียวสันหลังอย่างไรชอบกล
“นี่เ้าแดง เอ็งอยู่คลองนี้มาตั้งนานไม่รู้หรือไงว่าปลามันไปชุมกันอยู่ตรงไหนบ้างนี่จับมาตั้งนานแล้วเพิ่งได้ปลามาแค่ 4-5 ตัวเอง
ถึงจะตัวเท่าแขนเด็กของมันก็เถอะแต่มันก็ยังน้อยอยู่ดี มันจะให้พี่ขวัญเอาไปขายตามบ้านด้วย” มันกะจะเอาหน้ากับลูกพี่ของมันสักหน่อย
“แค่นี้ก็พอแล้วหล่ะ”เราจะได้รีบกลับนี่ก็จะใกล้เที่ยงแล้ว ท้องพี่ก็เริ่มร้องโครกครากแล้วด้วย ขวัญบอกพร้อมกับไปเรียกกล้าแล้วก็มาจูงควายกลับบ้าน
เ้ากล้าที่ตอนนี้กลับมากระดี้กระด๊าได้แล้วก็ปฏิบัติตามอย่างเชื่อฟังเมื่อกลับมาถึงก็แยกย้ายกันไปล้างเนื้อล้างตัวมากินข้าว
"อาจันทร์ ขวัญจับปลามาได้หลายตัวอยู่อาเอาไปขังไว้ก่อนนะ ตอนเย็นก็เอามาทำต้มยำสักตัวมีปลาช่อน 2ตัว
นอกนั้นเป็ปลาดุก”ขวัญบอกอาสาว และนึกขอบคุณจุกกับแดงที่จับปลาพวกนี้ให้
ตอนนี้เ้าแดงก็ตามมาด้วยเพราะเ้าจุกเรียกให้มาขวัญจึงต้องแอบมาไหว้ขออนุญาตเ้าที่เ้าทางเพื่อให้แดงมาอยู่ด้วย
ส่วนเ้าจุกนั้นไม่ต้องเพราะมันบอกว่ามันเป็เทพที่สูงชั้นกว่าเ้าที่ ที่บ้านหลังนี้
ท่าทางของมันแสดงออกมาด้วยการยืดอกขึ้นด้วยความภูมิใจจนขวัญอดที่จะหมั่นไส้ไม่ได้
ตกเย็นเมื่อกินข้าวกินปลาและจัดการกับงานประจำวันเสร็จแล้วต่างคนก็ต่างแยกย้ายกันไปห้องใครห้องมันที่หมู่บ้านชนบทนี้ตอนนี้ไฟฟ้ายังเข้าไม่ครบทุกบ้าน
จึงจำเป็ต้องอาศัยการจุดตะเกียงไปก่อนเมื่อเข้าห้องมาแล้วขวัญก็ต้องรอจนอาจันทร์หลับ ตัวเองถึงจะเปิดกล่อง
ส่วนเ้าจุกกับเ้าแดงตอนนี้ก็ทำตัวเป็ผู้รักษาความปลอดภัยรอบๆบ้านแทน
เนื่องจากเหตุการณ์เมื่อคืนมีิญญาเร่ร่อนหลงเข้ามาแล้วคิดที่จะมาอาศัยพลังของขวัญเพื่อให้ตนได้มีกำลังมากขึ้น
เพราะขวัญเคยตายมาแล้วและพลังิญญาที่อยู่ในตัวก็ค่อนข้างที่จะบริสุทธิ์
เป็ที่้าของผีชั้นต่ำทั้งหลายแม้จุกจะตีมันจนหนีกระเจิงไปแล้ว แต่เพื่อความปลอดภัยมันจึงต้องมาตรวจดูอีกที
เื่นี้ขวัญยังไม่รู้เื่รู้ราวอะไรเพราะจุกยังไม่ได้บอก (เ้าจุกมันลืมไปแล้ว)
จึงคิดว่าการมีผู้ช่วยพิเศษแบบนี้ก็ดีเหมือนกันอย่างน้อยๆ ก็กันขโมยได้