“รางวัลอันดับที่สามได้แก่ คุณหนูฟางอี้ผิง ขอเชิญมารับรางวัลตั๋วแลกเงินหนึ่งหมื่นตำลึงด้วย” จบคำขันทีคุณหนูฟางก็ออกมารับตั๋วเงินแล้วเดินลงเวทีไป เหม่ยเซียนจ้องมองคุณหนูไป่อย่างนึกขัน ‘อะไรจะเกร็งขนาดนั้นแม่คู้นนน 55 ถ้าจะให้ตัดสินว่าสองคนบนเวทีใครสวยกว่ากันคงจะเป็คุณหนูอีกคนที่ยืนข้างๆ คุณหนูไป่ แต่ก็อย่างว่าละนะ สกิลนางเอกดีเสมอ ไม่เชื่อก็คอยดู'
“รางวัลอันดับที่สองได้แก่….คุณหนูหยางเพ่ยอิน” ‘นั่นไงว่าแล้ว!!ดูเหมือนคุณหนูไป่จะยืดอกขึ้นนิดนึงนะใช่มั้ย55’
“ขอเชิญคุณหนูหยาง มารับรางวัลทองคำหนึ่งหีบและแน่นอนว่าอันดับหนึ่งเป็ของคุณหนูไป่เยว่ชิง บุตรีของท่านเสนาบดีฝ่ายซ้ายไป่เยี่ยกวง ข้าในฐานะผู้แทนพระองค์ขอมอบสร้อยข้อมือไข่มุกสีม่วงน้ำงามที่สุดในแผ่นดินของรางวัลจากองค์ฮองเฮาและทองคำหนึ่งหีบ ยินดีด้วยๆ” มอบรางวัลกันเรียบร้อยจึงจบงาน ผู้ชนะเดินลงมาจากเวทีเล็กเข้าไปหาสหายคนสนิทตู้ฟางซิน
“ข้านึกแล้วว่าเ้าต้องได้อันดับหนึ่ง” ฟางซินยิ้มกว้างดีใจกับสหาย
“ขอบใจเ้าที่ให้กำลังใจข้ามาตลอดนะฟางซิน” ไป่เยว่ชิงจับมือของฟางซินเขย่าไปมา
“มิเป็ไรหรอก เราเป็กันสหายกันนี่”
“อืม” ยืนกล่าววาจาแต่สายตากลับเหลือบแลไปรอบๆ งาน ‘เมื่อกี้เห็นนางอยู่แถวนี้นี่นา’
“เ้ามองหาใครน่ะเยว่ชิง”
“จูเหม่ยเซียนนะสิ ข้ามีบางอย่างอยากจะพูดกับนาง” สายตามองเห็นหลังของนางเดินไวๆ ไปทางซุ้มของหวาน “นั่นไงเจอแล้วไปกันเถอะฟางซิน” เดินแกมวิ่งลากสหายไปด้วย สาวใช้สองนางช่วยกันถือของรางวัลวิ่งตามนายสาวไปอย่างรวดเร็ว
๑-----------------------๑
หลังจากจบการมอบรางวัลเหม่ยเซียนก็ชักชวนเสี่ยวถงออกไปหาของกินตามซุ้มขายของรอบๆ งาน ในใจของเหม่ยเซียนคิดไว้อยู่แล้วว่าถ้าไป่เยว่ชิงไม่โง่จนเกินไป นางจะต้องเข้ามาพูดคุยและหาทางที่จะไปร่วมงานวันปักปิ่นแน่นอน เพราะคราวก่อนในร้านผ้าจินหงเหม่ยเซียนได้กล่าวเป็นัยๆ แล้วว่าทั้งสององค์ชายจะมาร่วมงานด้วยนางคงไม่อยากเสียโอกาสอันดีนี้หรอกเนอะ
“คุณหนูจูหยุดก่อน” ‘นั่นไงล่ะ’ หันกลับไปมองแกล้งทำท่าใ
“โอ๊ะ!! คุณหนูไป่กับคุณหนูตู้นั่นเอง" ส่งยิ้มการค้าไปให้ "ข้ายินดีด้วยที่เ้าได้รางวัลหญิงงามอันดับหนึ่ง อันที่จริงน่าจะเรียกว่าเ้าโชคดีมากกว่านะที่ข้ามิได้ร่วมประชันด้วยมิเช่นนั้นเ้าคงได้แค่อันดับที่สอง แต่ก็ดีใจด้วยจริงๆ” ไป่เยว่ชิงหน้าเสียไปนิดตู้ฟางซินกำลังโมโหและจะกล่าวโต้ตอบ แต่ถูกเยว่ชิงดึงแขนไว้แล้วพูดว่า
“คงจะเป็ดังเช่นเ้าว่าถ้าวันนี้เ้าขึ้นประชันสาวงามด้วย ข้าคงมิได้ตำแหน่งอันดับหนึ่งและต้องขอขอบคุณเ้าด้วยที่มาให้กำลังใจข้า”
“หึ..ให้กำลังใจ เ้าคิดเช่นนั้นรึ??” กล้าพูดเนาะ
“ข้าคิดเช่นนั้นและเพื่อเป็การขอบคุณ วันงานปักปิ่นของเ้าข้าและฟางซินยินดีที่จะเข้าไปช่วยงาน หากเ้าขาดเหลือสิ่งใดข้าและฟางซินพร้อมจะจัดหามาให้ ดีหรือไม่” ฟางซินหันขวับไปมองสหายอ้าปากค้าง
เหม่ยเซียนยกยิ้ม “เอาสิ ถ้าอยากจะช่วยข้าก็ไม่ขัด แต่พวกเ้าช่วยมาวันงานวันเดียวก็พอ วันอื่นไม่ต้องเพราะถ้าข้าเห็นพวกเ้าเดินไปเดินมาในจวนข้าหลายวันข้าคงรำคาญสายตาแย่ อ้อ!!! แล้วก็ขอบคุณล่วงหน้านะถ้ามีอะไรขาดเหลือข้าจะส่งคนไปแจ้งละกัน หมดธุระแล้วใช่หรือไม่ขอตัวก่อน” กล่าวจบโดยมิรอให้พวกนางได้พูดต่อก็ชวนเสี่ยวถงเดินหาของหวานและเลิกสนใจพวกนาง ในใจปลื้มปริ่มเต็มที่ ‘เอาล่ะเริ่มเดินตามแผน เราจะดันตัวเอกให้เจอกันและพบรักกันก่อน หึหึ จากนั้นก็..ลั้นลาาา จะมีแม่ทัพงานดีรอเราอยู่ใช่ม้ายยย’ ^^
คล้อยหลังจูเหม่ยเซียน ตู้ฟางซินก็ร้องโวยวายทันที
“เ้ากล่าวอันใดน่ะเยว่ชิง มิเห็นรึว่ามันเหยียดหยามเ้าขนาดไหน? ยังจะไปช่วยมันวันงานอีกช่างใจบุญดุจแม่ชีบนอารามเสียจริงสหายข้า" ส่ายหน้าเบื่อหน่าย
“เ้าคงลืมไปใช่รึไม่” ฟางซินหันมอง “ว่าวันงานปักปิ่นของนางผู้ใดจะมา” นิ่งคิดไปพักหนึ่งก่อนจะร้องขึ้นมา
"ใช่สิ องค์ชายเ้าหย่งเซิง” ตู้ฟางซินทำตาโตลุกวาว “งั้นที่เ้าทำเช่นนี้เป็เพราะ?”
“ใช่แล้วเราต้องยอมอ่อนให้นางไปก่อนวันข้างหน้าหากอยากเอาคืนก็ยังมิสาย” ยิ้มมั่นใจ
“เ้าช่างฉลาดเสียจริง..ดีๆ งั้นเราไปเตรียมตัวหาชุดกับเครื่องประดับสวยๆ ไปร่วมงานของนางกันเถอะ ป่ะ” จูงแขนไป่เยว่ชิงเดินยิ้มไปอย่างมีความสุข
--------๑---------
“คุณหนู เหตุใดจึงไปชวนพวกนางเล่าเ้าคะไหนว่าคุณหนูมิชอบหน้าพวกนางอย่างไรเล่า อีกอย่างพวกนางสองคนพึงใจต่อองค์ชายทั้งสองนะเ้าคะ คุณหนูจะยอมให้พวกนางเจอพระองค์ได้อย่างไร??" เสี่ยวถงไม่เข้าใจ
“เหตุใดจะให้เจอมิได้ ข้าบอกเ้าแล้วไงว่าจะร้ายอย่างมีคุณค่า พวกนางอยากเจอก็ให้เจอที่เหลือก็อยู่ที่ความสามารถของพวกนางล่ะนะ อยากได้ก็เอาไปใครสนกันล่ะ” ยักไหล่อย่างไม่แคร์ ‘ตอนนี้ใบหน้าองค์ชายเราก็จำไม่ได้สักคนด้วยซ้ำแต่ก็คงจะหล่อมากล่ะนะก็เป็พระเอกกับพระรองนี่’
“โธ่…คุณหนูทำไมกล่าวเช่นนี้ล่ะเ้าคะมิใช่ว่าเมื่อก่อนคุณหนูปักใจรักองค์ชายเฝ้ารอทั้งสองพระองค์และจะมิให้ผู้ใดมาแย่งไปมิใช่เหรอเ้าคะ"
“ข้าเคยกล่าวเช่นนั้น?”
“เ้าค่ะ”
“งั้นตอนนี้ข้าเปลี่ยนใจแล้ว เ้าฟังนะเสี่ยวถง” เท้าสะเอวเชิดหน้าพูดจริงจัง “พรหมลิขิตบันดาลชักพาฟ้าดินก็มิอาจขัดขวางพระเอกนางเอกย่อมครองคู่กัน” เดินจากไปปล่อยเสี่ยวถงผู้โง่งมยืนนิ่งคิดอยู่ที่เดิม ‘เช่นนั้นรึ? .แล้วพระเอกนางเอกอันใด?'
หลังกลับจากงานประชันบุพผางามเกาฮูหยินเรียกบุตรสาวเข้าไปพบที่เรือนใหญ่กล่าวถึงเื่เตรียมชุด เครื่องประดับ มากมายจนเหม่ยเซียนหัวหมุนไปหมดเข้ายามซวี่ (19.00) ฮูหยินจึงปล่อยให้บุตรสาวกลับไปแช่น้ำชำระล้างร่างกายพร้อมพักผ่อน และกล่าวย้ำว่าพรุ่งนี้สายๆ ยามเฉิน (9.00) ให้เข้าไปหาอีกครั้งที่เรือนใหญ่
ในห้องอาบน้ำมีหญิงสาวโฉมสะคราญนอนแช่น้ำ ขัดผิวกายอย่างผ่อนคลายเสียงเพลงคลอออกมาจากริมฝีปากบางสวยแ่เบา "รักก็คือรัก …" เสี่ยวถงที่ยืนอยู่ด้านนอกคอยจัดเตรียมชุดอมยิ้มพร้ะโกนถาม
“คุณหนูจะใช้ชุดเอ่ออ..ชั้นในสีอะไรใส่นอนเ้าคะ??”
“กลางคืนข้าไม่ใส่ไม่ต้องเตรียม อึดอัด”
“เ้าค่ะ”
บนหลังคาเรือนหลานฮวา องครักษ์สองคนนั่งคุยกันเบาๆ
“ชุดชั้นในคือสิ่งใดทำไมข้ามิเห็นรู้จัก??” กงลี่ถาม
“ข้าก็มิรู้จัก คงเป็เื่ที่มีแค่สตรีที่รู้กระมัง” ฝูจินตอบ
“อ่อ..เป็เช่นนั้น” สององค์รักษ์มองหน้ากันพร้อมยกสุราขึ้นจิบ ‘เื่นี้คงมิต้องรายงานองค์ชายเพราะมันเป็เื่ของสตรีไม่สำคัญอันใด’ กงลี่ผงกหัวขึ้นลงกับตัวเอง