"คนเรามักจะมองเห็นในสิ่งที่ตนเองอยากจะเห็น"หลานหลิงพึมพำ
กวงตงพยักหน้า "ใช่แล้ว ทั้งความชอบ ความเกลียดชัง ความรักความหวัง ล้วนแล้วแต่ส่งผลต่อมุมมองของคนเราทั้งสิ้นโดยที่บางครั้งเราอาจไม่รู้ตัวเลยก็ได้ อย่างเช่นเมื่อชาวบ้านรู้ว่าเ้าเชี่ยวชาญการใช้พิษต่อให้สภาพเ้าจะดูเหมือนเด็กขาดอาหารไร้เรี่ยวแรงแม้แต่จะฆ่าไก่พวกเขาก็ยังมองเ้าเห็นเ้าเป็ั์มารอยู่ดี"
"ข้าเข้าใจแล้ว ขอบคุณท่านกวงที่ยกตัวอย่างชี้แนะ"หลานหลิงคำนับตาปริบ ๆ ตัดสินใจว่าจะพยายามทานอาหารมากขึ้นอีกหน่อย
"ในความเห็นของข้า การที่เ้าเห็นิญญาเ่าั้เป็มนุษย์อาจจะไม่ใช่เื่ย่ำแย่อะไร เ้าไม่ต้องกังวลเื่ดวงเนตรของเ้าหรอก"กวงตงกล่าวอย่างใจดีหลานหลิงพยักหน้าแต่กวงตงยังสังเกตเห็นความกังวลบางอย่างบนใบหน้าของหลานหลิงได้
หลานหลิงที่ขมวดคิ้วชี้ไปยังเนินดินรอบ ๆ แล้วกล่าวว่า"ดังนั้นแล้วเนินดินพวกนี้คือ..."
กวงตงพยักหน้า"เป็หลุมศพของคนที่ตายระหว่างการเดินทางกระมัง ข้าเคยได้ยินคนกล่าวว่าทาสหรือเหยื่อที่ถูกนักค้ามนุษย์จับไปส่วนหนึ่งมักจะตายในระหว่างเดินทางนี่แหละ"
หลานหลิงส่งเสียงตอบรับ เขามองไปรอบ ๆ"เพียงแต่ข้าไม่เคยมาในส่วนนี้ของป่าเป็ไปได้หรือไม่ว่าิญญาที่ข้าเห็นเป็อีกกลุ่มหนึ่ง
"อืม โอกาสเป็ไปได้สูงมาก" กวงตงมีสีหน้ากังวล"แบบนี้คงไม่ดี หากิญญาพยาบาทจำนวนมากกระจายอยู่ทั่วสิ่งอัปมงคลจะมารวมกันได้ ในเมื่อมาแล้วก็จัดการให้เรียบร้อยเถอะ"
"เช่นนั้นพวกเราไปแจ้งคนอื่นที่จุดรวมพลกันเถิด"หงลี่กล่าว
แต่กวงตงส่ายหน้า "แบบนั้นเสียเวลาเกินไปมีแค่ข้าที่มีเข็มทิศหยินหยางช่วยค้นหาจุดที่มีพลังหยินแรงกล้าได้มิสู้ข้าไปค้นหาหลุมฝังศพเหล่านี้แล้วแจ้งให้คนอื่นทำพิธีขับไล่จะรวดเร็วกว่า"
"เอ๊ะ อาจารย์อาเช่นนั้นพวกข้าล่ะ" หงลี่สงสัย
"เ้าอยู่กับน้องชายหลานไปก่อนเสร็จแล้วข้าจะรีบกลับมา" กวงตงกล่าว
"เอ๊ะ!" หงลี่กับหลานหลิงร้องพร้อมกัน
แต่ไม่ทันแล้วกวงตงที่มีขอบเขตพลังสูงกว่าอย่างชัดเจนหายไปจากสายตาคนทั้งสองเรียบร้อยหงลี่และหลานหลิงกะพริบตาปริบ ๆ จากนั้นมองหน้ากันแล้วก็หันหน้าไปคนละทางในทันที
ต้องบอกว่าความประทับใจของคนทั้งสองไม่ค่อยดีเท่าไหร่หงลี่มักจะทำราวกับหลานหลิงเป็เด็กชาวบ้านที่ไม่รู้เื่รู้ราวส่วนหลานหลิงก็ทำราวกับว่าหงลี่ไม่มีตัวตนการปฏิสัมพันธ์ของคนทั้งสองจึงมักกระทำผ่านกวงตงเสียมากกว่า
หลานหลิงมองไปรอบ ๆ จากนั้นเริ่มออกเดินหงลี่ขมวดคิ้วขึ้นมาทันที
"เ้าจะไปไหน" นางส่งเสียงถาม
"ข้าก็เดินเล่นไปเรื่อยเ้าไม่ต้องสนใจหรอกไม่ต้องห่วงดวงตาข้าสามารถจดจำเส้นทางกลับไปยังถนนเส้นหลักได้" หลานหลิงตอบ
" เ้า หรือ"หงลี่เสียงสูงเมื่อได้ยินคำเรียกหาของหลานหลิง "เ้า ควรจะให้ความเคารพข้ามากกว่านี้นะจำไว้ว่าเมื่อเ้าเข้าร่วมกับวังหมื่นมรรคาตัวข้านั้นจะมีศักดิ์เป็ถึงศิษย์พี่ของเ้าควรจะรู้ไว้ว่าหากเ้าทำดีกับข้าจะส่งผลให้ชีวิตเ้าในวังฯ ดีขึ้นกว่านี้ได้"
หลานหลิงคร้านจะคุยกับหงลี่ลำพังอายุทางจิตใจของเขาและนางก็ห่างกันหลายสิบปีอยู่แล้วจะไปเถียงอะไรเด็กก็ใช่ทีเขาจึงเดินไปต่อโดยไม่พูดอะไร
การเมินเฉยนี้ยิ่งทำให้หงลี่หงุดหงิดยิ่งกว่าหลานหลิงหันมาตอบโต้เสียอีกนางอ้าปากจะด่า แต่รู้สึกว่าเด็กคนนี้มีอะไรแปลก ๆ ที่นางไม่เข้าใจก่อนที่หลานหลิงจะเดินหายไปในดงไม้ นางก็ตัดสินใจไม่ทำตามที่หลานหลิงพูด เ้าเมินข้าหรือมาบอกให้ข้าไม่ต้องสนใจเช่นนั้นข้าจะตามกวนใจเ้าไปเรื่อย ๆ เลย
หลานหลิงสังเกตว่าหงลี่ตามมาก็ขมวดคิ้วเล็กน้อยแต่ไม่ได้ว่าอะไรหงลี่สงสัยว่าหลานหลิงจะเดินไปไหนแต่ดูเหมือนจะมั่นใจกับทิศทางที่เดินไปอย่างมากราวกับเขากับหนดเป้าหมายเอาไว้แล้ว
"เมื่อครู่เ้ายังบอกว่าไม่เคยมายังที่แห่งนี้แต่ตอนนี้เ้ากลับเดินได้คล่องแคล่วว่องไวราวกับรู้ไปเสียหมดเลยนะ"หงลี่ทักเสียงเย็น
"ข้ามีเป้าหมายของข้าแล้วนี่"หลานหลิงตอบโดยไม่หันไปมอง
"อะไร ดวงตาเ้าเห็นอะไรอีกล่ะตกลงดวงตาเ้ามีความสามารถอะไรกันแน่ ไฉนแยกแยะผีกับมนุษย์ยังมิได้ เปิดตามองตรง ๆก็ไม่ได้ นี่มิใช่ว่าไร้ประโยชน์หรือ"
หลานหลิงขมวดคิ้ว ดวงตาของเขามองเห็นอะไรมากมายมากเกินกว่าเขาจะรับไหวด้วยซ้ำ ฉะนั้นปัญหาของเขาคืออะไรย่อมเป็เพราะเขาไม่รู้วิธีใช้มันหรือความรู้พื้นฐานของเขาไม่มากพอสำหรับใช้งานดวงตาคู่นี้ได้
หลานหลิงเหลือบมองหงลี่ที่กำลังเดินตามมา"ท่านผู้อาวุุโสกวงก็บอกไว้แล้ว คนเรามองเห็นในสิ่งที่อยากเห็นดังนั้นการรับรู้ของข้าจึงผิดเพี้ยนไป หากข้าได้รับการสั่งสอนอย่างถูกต้องข้าคงไม่มองผิดพลาดง่าย ๆ"
"สั่งสอน อ้อ อาจารย์เ้าเป็ผู้ที่สอนเ้าใช้พิษนั่นกระมังนี่แหละหนาที่เขาว่า ตามคนผิด เดินทางผิด "
"ข้ามิได้เดินตามมันเป็มันเดินเข้ามาในชีวิตของข้าเอง" หลานหลิงกล่าวเสียงเย็น
"โอ๊ะโอ่ เสี่ยวหลานโมโหแล้ว โมโหแล้ว"หงลี่ทำเสียงยียวนพอเห็นว่าหลานหลิงเงียบไปจึงนึกได้ว่าหลานหลิงก็เป็เหยื่อของนักลักพาตัวเหมือนกันเพียงแต่เขายังไม่ตายหาไม่เขาคงไปอยู่กลุ่มเดียวกับเหล่าิญญาเร่ร่อนกลุ่มเมื่อสักครู่แล้ว
คิดได้ดังนั้นหงลี่ก็รู้สึกผิดขึ้นมายิ่งจำภาพของิญญาคู่พี่น้องที่เดินมาขออาหารกับนางได้นางยิ่งเสียใจที่พูดออกไป
หงลี่กระแอมไอ "ยังไงข้าก็เป็ถึงศิษย์พี่หากเ้าสงสัยอะไรสามารถสอบถามข้าได้เลย ข้าจะตอบแทนอาจารย์ของเ้าเอง"
หลานหลิงเลิกคิ้วงุนงงว่าแม่นางคนนี้จะมาไม้ไหนอีกแต่ถามดูก็ไม่เสียหายถือเป็การลองตรวจสอบแม่สาวคนนี้ระหว่างที่กวงตงไม่อยู่ไปด้วย
"ิญญาพวกนั้นน่ากลัวขนาดไหนพวกท่านจะต้องกำจัดทิ้งหรือไม่"
หงลี่ประหลาดใจกับคำถามของหลานหลิง "ิญญา? ิญญาจะน่ากลัวอะไรกันในโลกของผู้บำเพ็ญเพียริญญานับเป็สิ่งอัปมงคลขั้นต่ำที่สุดแล้วอย่าบอกนะว่าเ้าไม่รู้"
"ข้าไม่รู้" หลานหลิงตอบในทันทีเล่นเอาหงลี่ถึงกับเข่นเขี้ยวกับการพูดตรง ๆ ของหลานหลิงที่นางยังไม่ชิน
"เ้าว่าิญญาเป็สิ่งอัปมงคลขั้นต่ำสุดแล้วทำไมตอนนั้นที่ฝูงิญญาปรากฏออกมาหน้าเ้าซีดลงไม่เบาเลยนี่"
"หา!!" หงลี่ขึ้นเสียง"ที่ข้าใเพราะจำนวนต่างหากเทียบระดับกันแล้วหากข้า้าทำลายิญญาพวกมันยังต้องให้เ้ามาจับผิดได้หรือ"
หลานหลิงไม่คิดเถียงด้วยสายตาเขาย่อมรู้ว่าพลังปราณิญญาของหงลี่แม้จะด้อยกว่ากวงตงอยู่มากแต่ก็เข้มแข็งกว่าิญญาเร่ร่อนเ่าั้พอสมควร
"เหนือจากิญญาพวกนั้นแล้วเป็อะไรหรือข้าหมายถึงเหล่าสิ่งอัปมงคลน่ะ" หลานหลิงถามต่อ
หงลี่กะพริบตาปริบ ๆ "เ้าไม่มีอาจารย์สอนจริง ๆ รึน่าเหลือเชื่อที่เ้าเอาตัวรอดมาได้ถึงทุกวันนี้"
หลานหลิงหวนนึกถึงชายชราที่เขาลากขึ้นมาจากลำธารใกล้ผาเหล็กดำแต่ไม่ได้พูดอะไร พอเห็นหลานหลิงเงียบไปอีกหงลี่ก็หมดสนุกไม่คิดจะกลั่นแกล้งเขาอีก
"เช่นนั้นแล้วเ้าก็ฟังแล้วกัน ปรมาจารย์เต๋ากล่าวไว้ว่า 'ในโลกของสิ่งอัปมงคลสามารถจำแนกจากคุณลักษณะและความอันตรายไล่จากต่ำสุดไปจนถึงสูงที่สุดดังนี้"หงลี่กล่าวกอดอกกล่าวอย่างเป็การเป็งาน แม้แต่หลานหลิงยังหันมามองข้าให้เ้าสอนไม่ใช่ให้เ้าท่องตำราให้ข้าฟัง
"อย่างแรกเลยคือิญญาร้าย ยกตัวอย่างง่าย ๆก็คือิญญากลุ่มใหญ่ที่เ้าเจอเมื่อสักครู่ชาวบ้านอาจจะเรียกได้หลายรูปแบบเช่นผีตายโหง ผีเร่ร่อน ผีอดอยาก ิญญาอาฆาตแต่ผู้บำเพ็ญเพียรเช่นพวกเราจะเรียกว่าิญญาร้ายก็เพียงพอแล้ว"
หลานหลิงพยักหน้าแสดงให้หงลี่รู้ว่าเขาตั้งใจฟังอยู่หงลี่เห็นดังนั้นก็รู้สึกดีแปลก ๆ จึงพูดต่อไป"ขั้นที่เหนือกว่าิญญาร้ายคือภูต"
"ภูต?" หลานหลิงทวนคำ
"ใช่แล้ว สำหรับิญญาร้ายในสายตาพวกเราจัดการได้ง่ายมากอีกทั้งพวกมันยังทำอะไรเราไม่ได้ด้วย อยากมากก็ทำให้ชาวบ้านชาวช่องขนหัวลุกทำให้คนธรรมดาที่อยู่ใกล้มากเกินไปป่วยและเศร้าซึมก็เท่านั้นเอง"
"แล้วภูตล่ะ ภูตทำอะไรได้บ้าง" หลานหลิงถามเสียงของเขาสูงขึ้นดูตื่นเต้นเล็กน้อย จากที่มักจะชอบพูดเป็เสียงต่ำ ๆ
"ภูตน่ะหรือ? ส่วนใหญ่แล้วที่แตกต่างอย่างชัดเจนคือิญญาร้ายมักมีรูปร่างที่แน่นอนหากแต่ภูตนั้นบ่อยครั้งมักจะเห็นว่ามันสามารถแปลงกายได้สามารถสิงสถิตอยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง"
"ใช่แล้ว สิ่งที่ชาวบ้านในหมู่บ้านของเ้าเรียกว่า เสือผีปีศาจเสือ เ้าป่าเ้าเขา สำหรับพวกเราผู้บำเพ็ญเพียรแล้วล้วนนับมันว่าเป็ ภูตตนหนึ่งทั้งสิ้น"