ยามวิกาลที่ควรจะเงียบสงัด บริเวณป่าไผ่ดำเขตรอยต่อระหว่างพรรคมารทมิฬและดินแดนฝ่ายธรรมะ กลับมีเงาร่างหนึ่งกำลังใช้วิชาตัวเบาทะยานผ่านยอดไผ่ด้วยความเร็วสูงสุด ร่างนั้นคือ ผู้าุโสาม ผู้ดูแลหอเสบียงและการค้าของพรรคมาร ผู้ซึ่งมีใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มซื่อสัตย์มาตลอดหลายสิบปี แต่บัดนี้ใบหน้านั้นกลับเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อและความตื่นตระหนก
"ไอ้เด็กเวรนั่น! มันรู้ได้อย่างไรว่าพิษอเวจีลืมเลือนเป็ฝีมือข้า!" ผู้าุโสามสบถในใจ
"ข้าอุตส่าห์อดทนวางยาประมุขมาตั้งห้าปี แผนกำลังจะสำเร็จอยู่แล้วเชียว ดันมีไอ้ตัวี้เีที่จู่ๆ ก็เก่งขึ้นมาขัดขวางเสียได้... แต่ช่างเถอะ ขอแค่ข้าข้ามเขตแดนนี้ไปพบคนของ 'สำนักแสงศักดิ์สิทธิ์' ข้าก็รอดแล้ว!"
จุดนัดพบที่หุบเขาเงากระซิบ
ผู้าุโสามทิ้งตัวลงที่ลานหินกว้างในหุบเขาเงากระซิบ ที่นั่นมีกลุ่มคนสวมชุดคลุมสีขาวปักดิ้นทองยืนรออยู่เบื้องหน้า นำโดยบุรุษวัยกลางคนผู้มีกลิ่นอายสูงส่ง "ทูตซ้ายแห่งสำนักแสงศักดิ์สิทธิ์"
"ท่านทูตซ้าย! ข้ามาแล้ว แผนแตกแล้วขอรับ กงจื่อสี่มันดูออกว่าประมุขกงถูกพิษ!" ผู้าุโสามรีบคุกเข่ารายงาน ทูตซ้ายแค่นเสียงหัวเราะเยาะเย้ย
"ตาแก่ไร้ประโยชน์ แค่หลอกวางยาคนโง่ๆ อย่างกงว่านหลี่ยังปล่อยให้ถูกจับได้ แต่เอาเถอะ... สัญญาก็คือสัญญา เมื่อท่านประมุขของเ้าตาย สำนักแสงศักดิ์สิทธิ์ของเราจะยกทัพเข้ากวาดล้างพรรคมาร แล้วแต่งตั้งให้เ้าเป็ 'เ้าสำนักหุ่นเชิด' ตามที่ตกลงกันไว้"
"ขอบพระคุณท่านทูตซ้าย! ข้าพร้อมจะรับใช้ฝ่ายธรรมะ..."
"ใครบอกว่าเ้าจะได้รับใช้ฝ่ายธรรมะ?"
เสียงเนิบนาบแฝงความหาวหวอดๆ ดังขัดขึ้นมาจากบนท้องฟ้า
ผู้าุโสามและยอดฝีมือสำนักแสงศักดิ์สิทธิ์ต่างสะดุ้งเฮือกและแหงนหน้ามองขึ้นไปสิ่งที่ทาบทับแสงจันทร์อยู่เบื้องบน ไม่ใช่นกั์หรือับิน แต่เป็ "เตียงหยกขนาดใหญ่" ที่ลอยอยู่กลางอากาศ! บนเตียงนั้นมีชายหนุ่มในชุดนอนผ้าไหมกำลังนอนตะแคงเท้าคาง โดยมีชายร่างั์ถือกระบอง
(โม่ขวาง) และสตรีชุดขาวผู้มีใบหน้าเ็า (ฉืออวี่) ยืนประกบอยู่ซ้ายขวา
"กะ... กงจื่อสี่!" ผู้าุโสามหน้าซีดเป็ไก่ต้ม กงจื่อสี่หยิบองุ่นเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ
"ผู้าุโสาม... ท่านบอกว่าจะไปเบิกสมุนไพรที่คลังไม่ใช่รึ? ทำไมคลังสมุนไพรของพรรคเราถึงมาตั้งอยู่กลางป่าไผ่ แล้วยังมีพวกชีปะขาวหัวล้านนี่มายืนรุมล้อมท่านด้วยล่ะ?"
เตียงหยกลดระดับลงจอดบนพื้นหินอย่างนุ่มนวล กงจื่อสี่ปรือตามองผู้าุโสามที่กำลังขาสั่นทูตซ้ายแห่งสำนักแสงศักดิ์สิทธิ์ก้าวออกมาข้างหน้า แสร้งทำสีหน้าเปี่ยมเมตตา
"จอมมารนิทรา... ผู้าุโของท่านหมดศรัทธาในวิถีมาร จึงมาขอพึ่งพิงแสงสว่างแห่งธรรมะ ท่านไม่มีสิทธิ์รั้งตัวเขาไว้"
"แสงสว่างบ้าบออะไรกัน!" ฉืออวี่ที่ยืนอยู่ข้างๆ ทนไม่ไหวะโขึ้น
"พวกเ้าส่งพิษอเวจีลืมเลือนให้เขานำไปวางยาประมุขกง! การลอบกัดเช่นนี้หรือคือวิถีของสำนักแสงศักดิ์สิทธิ์ที่อ้างตัวเป็ผู้นำฝ่ายธรรมะ!"ทูตซ้ายหรี่ตามองฉืออวี่
"อ้อ... ศิษย์เอกพรรคเมฆาคล้อยนี่เอง ไปคลุกคลีกับมารจนแยกแยะผิดชอบชั่วดีไม่ออกแล้วรึ?"ผู้าุโสามเห็นว่ามีคนหนุนหลัง จึงเชิดหน้าขึ้นและชี้หน้ากงจื่อสี่
"เ้าสี่! เ้าอย่ามาปรักปรำข้า! เ้าบอกว่าข้าเป็คนวางยาพิษ เ้ามีพยาน
หรือไม่? มีจดหมายลับติดตัวข้าหรือไม่? เ้าไม่มีหลักฐาน! เ้ามันก็แค่เด็กเมื่อวานซืนที่ทำตัวี้เีไปวันๆ หากเ้ากล้าลงมือกับข้าโดยไร้หลักฐาน
ผู้าุโคนอื่นๆ ในพรรคย่อมไม่ยอมรับเ้าแน่!"
"หลักฐาน? พยาน?" กงจื่อสี่ทวนคำพลางถอนหายใจยาวเฮือก
"นี่ท่านผู้าุโ... ท่านยังไม่เข้าใจปรัชญาการใช้ชีวิตของข้าอีกหรือ?"
กงจื่อสี่ค่อยๆ ลุกขึ้นนั่ง ห้อยขาสองข้างลงจากเตียงหยก บรรยากาศรอบตัวเขาที่เคยดูไร้สาระ พลันเปลี่ยนเป็แรงกดดันที่ทำให้มวลอากาศบิดเบี้ยว
"การไปตามหาพยาน... การไปงมหาจดหมายลับ... การมานั่งตั้งโต๊ะไต่สวน... พวกท่านรู้ไหมว่าขั้นตอนพวกนั้นมัน 'เปลืองพลังงาน' และ 'น่ารำคาญ' แค่ไหน?" กงจื่อสี่เอียงคอ
"ข้าคือคนี้เีที่สุดในปฐี ข้าไม่ชอบทำอะไรซับซ้อน..."
[ติ๊ง! เปิดใช้งานระบบ: โหมดพิพากษาฉับไว]
[ระบบกำลังคำนวณ 'แรงตบสกัดความจริง' (Truth Extraction Force):]
$$F_{slap} = \int_{0}^{t} \left( \frac{\text{Guilt\_Level} \times \text{Annoyance\_Factor}}{\text{Target's\_Defense}} \right) d\tau + \text{Base\_Lazy\_Aura}$$
"ดังนั้น... ข้าไม่ต้องใช้หลักฐาน" กงจื่อสี่ยิ้มเย็นเยียบ
"เพราะข้าี้เีหาหลักฐาน ข้าเลยจะ 'ตบ' เ้าให้คายความจริงออกมาเองเลย มันประหยัดเวลากว่ากันเยอะ!"
สิ้นคำพูด กงจื่อสี่ไม่ได้ลุกขึ้นเดินไปหา แต่เขาเพียงแค่ตวัดฝ่ามือเบาๆ กลางอากาศ
[เนตรมารสยบฟ้า: หัตถ์มารนิทราข้ามมิติ!]
เงาฝ่ามือสีม่วงทองขนาดมหึมาปรากฏขึ้นเหนือหัวผู้าุโสามและพุ่งตบลงมาด้วยความเร็วที่ทำลายกำแพงเสียง!
"ปกป้องผู้าุโ!" ทูตซ้ายะโสั่ง ลูกศิษย์สำนักแสงศักดิ์สิทธิ์สิบคนพุ่งเข้ามาสร้างม่านพลังปราณสีทองเพื่อป้องกัน
เปรี้ยงงงงงง!!!
ม่านพลังสีทองที่อวดอ้างว่าศักดิ์สิทธิ์แตกกระจายราวกับกระจกบางๆ ฝ่ามือมารฟาดทะลุลงมาตบเข้าที่ใบหน้าของผู้าุโสามอย่างจัง
แรงกระแทกนั้นทำให้ร่างของเขาลอยละลิ่วไปกระแทกกับหน้าผาหินจนหินถล่มลงมาทับ ร่างของบรรดาศิษย์ฝ่ายธรรมะกระเด็นไปคนละทิศคนละทาง นอนสลบเหมือดไปในพริบตา
"อั้ก!" ผู้าุโสามกระอักเืออกมาคำโต ฟันหลุดไปครึ่งปาก ลมปราณในร่างแตกซ่าน ไม่สามารถแม้แต่จะขยับนิ้วกงจื่อสี่สะบัดมือเบาๆ ร่างของ
ผู้าุโสามก็ถูกลากมาหมอบอยู่แทบเท้าของเขา
"ทีนี้... ท่านอยากจะสารภาพเองดีๆ หรืออยากให้ข้าใช้วิชา 'นวดฝ่าเท้า' ด้วยการเหยียบหน้าอกท่านจนกว่ากระดูกรี่โครงท่านจะแทงทะลุปอดดีล่ะ?" กงจื่อสี่ถามด้วยน้ำเสียงง่วงนอน
"เลือกเร็วๆ ข้าอยากกลับไปนอนแล้ว"ทูตซ้ายที่กระเด็นไปไกลพยายาม
ยันตัวลุกขึ้น
"กะ... กงจื่อสี่! เ้ากล้าทำร้ายคนของสำนักแสงศักดิ์สิทธิ์รึ! เ้าเตรียมรับาได้เลย!"กงจื่อสี่หันไปมองทูตซ้าย
"โม่ขวาง... ไอ้หมอนั่นพูดมากจัง ไปปิดปากมันที ข้าปวดหัว"
"รับบัญชา!" โม่ขวางพุ่งตัวออกไปราวกับอุกกาบาตสีดำ เพียงแค่กระบองเดียวกวาดออกไป ทูตซ้ายก็ถูกฟาดจนกระดูกแขนหักทั้งสองข้างและสลบไปในทันทีเมื่อเห็นว่าที่พึ่งสุดท้ายถูกจัดการอย่างง่ายดาย ผู้าุโสามก็สติแตก "ข้าพูดแล้ว! ข้าสารภาพแล้ว! ข้าเป็คนวางยาประมุขกงเอง! สำนักแสงศักดิ์สิทธิ์มอบพิษอเวจีลืมเลือนให้ข้า และสัญญาว่าจะให้ข้าเป็เ้าสำนักหากพรรคมารตกต่ำลง... ข้าผิดไปแล้ว คุณชายสี่ ได้โปรดไว้ชีวิตข้าเถิด!"
ฉืออวี่ที่ยืนมองเหตุการณ์ทั้งหมดถึงกับกำหมัดแน่น นางหันไปมองกงจื่อสี่ที่ใช้วิธีป่าเถื่อนไร้ตรรกะ ทว่ากลับได้ความจริงมาภายในเวลาไม่ถึงจิบชาเดียว
"เห็นไหมแม่นางฉือ?" กงจื่อสี่หันมาขยิบตาให้นาง
"บางครั้งความยุติธรรมมันก็มาในรูปแบบของฝ่ามืออรหันต์นี่แหละ ขืนไปตั้งศาลไต่สวน ตาแก่นี่ก็หาข้ออ้างไปเรื่อย เหนื่อยเปล่าๆ"
"คุกใต้ดินรึ? ฟังดูอับชื้นและไม่น่านอนเอาเสียเลย" กงจื่อสี่บ่นพึมพำ ก่อนจะหันไปสั่งโม่ขวาง
"จับตาแก่นี่มัดไว้แล้วลากตัวพวกชีปะขาวนี่กลับไปขังที่พรรคเป็ตัวประกัน"เขาหันไปหาฉืออวี่
"แม่นางฉือ... เ้าได้ยินความจริงหมดแล้วนะ สำนักแสงศักดิ์สิทธิ์ของเ้าช่าง 'ขาวสะอาด' เสียจริง เ้าอยากจะกลับไปรายงานอาจารย์ของเ้า หรืออยากจะไปทัวร์คุกใต้ดินกับข้าล่ะ?"ฉืออวี่กัดริมฝีปาก แววตาของนางเต็มไปด้วยความสับสนและโกรธแค้นต่อความหน้าไหว้หลังหลอกของฝ่ายธรรมะ
"ข้าจะไปกับเ้า! ข้าต้องเห็นด้วยตาตัวเองว่า สำนักแสงศักดิ์สิทธิ์ที่คนทั่วหล้าเคารพ ซ่อนความโสมมอะไรไว้ใต้ดินบ้าง!"
"ดีมาก... งั้นขึ้นเตียงมา" กงจื่อสี่ตบที่ว่างข้างๆ บนเตียงหยก
"หะ... หา? เ้าว่าอะไรนะ!" ฉืออวี่หน้าแดงวาบ ถอยหลังไปสองก้าว
"ข้าหมายถึงให้ขึ้นมานั่งบนวิมานเคลื่อนที่นี่! เราต้องรีบเดินทางไปสำนักแสงศักดิ์สิทธิ์ เ้านึกว่าข้าจะให้เ้าขี่ม้าตามรึไง มันช้า! พ่อข้ารอยาอยู่นะ!" กงจื่อสี่กลอกตา
"สมองเ้าคิดอะไรอยู่เนี่ย ยัยคนขยัน"
ฉืออวี่จำใจะโขึ้นมานั่งที่ปลายเตียงด้วยความเขินอายปนหงุดหงิด
"ระบบ... ตั้งพิกัดไปที่สำนักแสงศักดิ์สิทธิ์ เปิดโหมดพรางตัว และเปิดเพลงกล่อมนอนด้วย ข้าจะงีบเอาแรงสักสองชั่วยาม"กงจื่อสี่สั่งการในใจก่อนจะดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมโปงเตียงหยกทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้ามืดมิด มุ่งหน้าสู่ศูนย์กลางของฝ่ายธรรมะจอมปลอม โดยที่ไม่มีใครรู้เลยว่า "ภัยพิบัติแห่งความเกียจคร้าน" กำลังจะไปเยือนพวกเขาถึงหน้าประตูคุกใต้ดินแล้ว!
***