"เราก็จะพาตัวเค้าไปรับโทษในนรกเหมือนกัน"นับเงินตอบคำถามโดยไม่ต้องคิด ในเมื่อนั่นคือสิ่งที่ต้องทำ
"ฝากด้วยนะ"หญิงสาวหันไปพูดกับเ้าของเคียวสองคนด้านหลังที่กำลังล็อคตัวคุณลุงหน้ายาวด้วยงูหางกระดิ่งฝูงใหญ่ เพื่อส่งตัวไปรับโทษในนรกซึ่งดาวเหนือจำได้ว่าทั้งคู่คือเ้าหน้าที่ฝาแฝดประจำหน่วยบัญชีรายชื่อผู้ถึงฆาต
...ที่หัวหน้ามาช้าเพราะไปตามสองคนนี้มาช่วยนี่เอง เฮ้อ... ดาวเหนือลอบถอนหายใจอย่างโล่งอกที่เขาไม่ได้อ่อนแอจนทำให้ภารกิจคราวนี้เสียหายเหมือนอย่างที่เขาเป็กังวลก่อนหน้านี้
"เก็บเคียวได้แล้ว"นับเงินบอกดาวเหนือ เมื่อเห็นว่ายมทูตหนุ่มรุ่นน้องยังคงยืนนิ่ง ไม่ไหวติงหากแต่เขา... ก็ยังคงยืนนิ่ง จนเธอต้องเป็ฝ่ายปลดเคียวออกจากมือเสียเอง
"หัวหน้านับเงิน..."สาวแว่นผมบ๊อบสั้นในชุดสูทดำ แฝดพี่จากหน่วยหน่วยบัญชีรายชื่อผู้ถึงฆาตพยักพเยิดหน้าไปทางดาวเหนือ เหมือนจะส่งสัญญาณอะไรบางอย่าง
"อืม...น่าจะใช่" นับเงินพยักหน้ารับ แล้วหันไปทางไมเคิลที่ยังสู้รบปรบมือกับอริเก่าไม่เลิกหากแต่ด้วยท่าทางร่าเริงเหมือนเด็กน้อยที่กำลังเดินอยู่ในร้านของเล่น"เลิกเล่นสนุกได้แล้วน่า จับหมอนั่นแล้วมาช่วยดูดาวเหนือหน่อย!"
คำพูดของนับเงินทำเอาไมเคิลถึงกับชะงักชายหนุ่มขว้างเคียวติดโซ่ที่มีมูนวอล์กเลื้อยพันโซ่อยู่ด้วย ให้ไปพันธนาการเข้ากับร่างของคนตรงหน้าแบบล็อคแ่าสองชั้นก่อนจะลากอีกฝ่ายมาตามพื้น ตรงเข้ามาหานับเงิน
"ดาวเหนือเป็อะไร?"เขาถามเสียงเครียด และทั้งที่ควรจะมีเสียงโวยวายหรือค่อนแคะกระแนะกระแหนจากชายผู้เป็อริเก่าบ้างหากแต่มูนวอล์กผู้รู้งานก็จัดการปิดปากมันให้แล้ว
"น่าจะเพราะลบความอาฆาตแค้นออกจากจิตไม่ได้"หัวหน้ายมทูตสาวตอบด้วยท่าทีและน้ำเสียงที่บ่งบอกความลำบากใจระหว่างที่ส่งเคียวประจำตัวของดาวเหนือให้ไมเคิล
"งั้นก็ต้องพาไปเข้าห้องนั้น"รองหัวหน้ายมทูตสรุปสั้นๆทว่านั่นกลับทำให้คนที่ไม่รู้อะไรเลยอย่างดาวเหนืออกสั่นขวัญแขวนไปกับสิ่งที่ได้ยิน...ห้องนั้น... มันคือห้องอะไร!?
"ยูพาดาวเหนือไปก่อนเลยไอจะไปจัดการิญญานายประวิงก่อน หนีไปนั่นแล้ว"นับเงินวาร์ปออกไปทันทีที่พูดจบ ตรงนั้นจึงเหลือเพียงดาวเหนือ ไมเคิลและสองแฝดจากหน่วยบัญชีรายชื่อผู้ถึงฆาต
"พวกเราไปก่อนนะครับ"หนุ่มแว่นผมรองทรงในชุดสูทดำ แฝดน้องของสาวผมบ๊อบ หันมาบอกไมเคิลก่อนที่ทั้งคู่จะวาร์ปพาคุณลุงหน้ายาวไปเช็คอินในนรกตรงนี้จึงเหลือเพียงดาวเหนือกับไมเคิลสองคน
...และมันก็ช่างเป็่เวลาที่น่าอึดอัดสำหรับหนุ่มน้อยยมทูตฝึกหัด
"รุ่นพี่...อยู่ตรงไหนครับ?" หนุ่มน้อยถามขึ้นเวลานี้เขาอยู่ในสภาพเหมือนคอมพิวเตอร์หน้าจอค้างที่ได้ยินเพียงเสียงพูดของคนรอบข้างโดยภาพตรงหน้ายังคงเป็ตาลุงมารสูทขาวผู้หาว่าที่บ้านไม่สั่งไม่สอนเขา... คนนั้น
"ผมอยู่นี่...เดี๋ยวเราจะกลับยมโลกกัน"
เสียงของไมเคิลฟังดูอ่อนโยนผิดจากเมื่อเช้าและผิดจากความเป็ไมเคิลทุกครั้งทว่านั่นไม่ได้แปลว่ารองหัวหน้าของพวกเขากำลังเสแสร้งหรอกนะ
"ทำไมผมมองไม่เห็นรุ่นพี่เลย?"ดาวเหนือถามถึงสิ่งผิดปกติที่เกิดขึ้นกับเขาและตั้งความหวังว่าอีกฝ่ายจะให้คำตอบได้
"นายแค่ไม่สามารถกำจัดความแค้นออกไปได้หัวหน้าคงลืมบอก ว่าถ้าเอาความแค้นมาใช้เวลาต่อสู้ แล้วกำจัดมันออกไม่ได้เยือกเย็นไม่พอ ผลสะท้อนมันจะกลับมาที่ตัวนาย" ไมเคิลอธิบายยาวๆแบบที่มั่นใจว่าดาวเหนือจะเข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเองได้
"หัวหน้าอาจจะคิดว่าผมไม่ใช่คนเ้าคิดเ้าแค้นอะไรขนาดนั้นก็ได้มั้งครับ"หนุ่มน้อยยิ้มอย่างเหนื่อยอ่อน แม้จะรู้ว่าตาลุงนั่นถูกพาตัวไปพิจารณาโทษในนรกแล้วแต่สภาพหน้าจอค้างของเขาก็ยังไม่หายไป
"ผมก็คิดแบบนั้น"
คำพูดของรองหัวหน้ายมทูตทำเอาดาวเหนือชะงักไป
"งั้นเหรอครับขอโทษที่ทำให้ผิดหวังนะครับ" ยมทูตฝึกหัดหนุ่มน้อยหน้าสลด กับความผิดพลาดที่เกิดขึ้นจากความอ่อนด้อยของตัวเขาเองใช่แล้ว... เขากำลังโทษว่าทุกอย่างเป็ความผิดของตัวเอง
"ผมไม่เคยผิดหวังในตัวนายอย่าโทษตัวเอง ตอนเป็ยมทูตฝึกหัด ผมกับหัวหน้าก็ผ่านเื่พวกนี้มาแล้ว"
แม้ภาพที่เห็นจะยังไม่เป็ปัจจุบันหากแต่ดาวเหนือก็ััได้ว่า ไมเคิลกำลังแตะบ่าปลอบใจเขาอยู่ และไม่ใช่แค่นั้น...
"กอดคอผมไว้จะพากลับยมโลกไปคืนเคียวท่านยม แล้วค่อยเข้าห้องพักฟื้นไปรักษา"
คำพูดของรองหัวหน้ายมทูตทำเอาหนุ่มน้อยชะงักไปอีกรอบนั่นเองที่ทำให้ไมเคิลต้องเ้ากี้เ้าการเป็ฝ่ายดึงมือของดาวเหนือมากอดคอเขาไว้แล้วจึงแบกคนตัวเล็กขึ้นหลัง วาร์ปพากลับไปยังยมโลกตรงไปยังเบื้องหน้าบัลลังก์ตัดสินโทษของท่านยม
"ข้าอนุญาตให้เก็บเคียวประจำตัวของดาวเหนือไว้ที่นับเงินจงมอบให้ดาวเหนือ เมื่อพวกเ้าเห็นว่าถึงเวลาอันสมควร รีบพาเขาไปรักษา"
แม้จะเป็าาแห่งขุมนรก ทว่าพระเมตตาของท่านยมก็ยังคงเป็ที่ซาบซึ้งของเหล่ายมทูตใต้บังคับบัญชาเสมอโดยเฉพาะกับเื่ที่ทรงใส่พระทัยแม้กับยมทูตฝึกหัด
"ไม่ต้องห่วงนะดาวเหนือพักสักวันสองวัน เดี๋ยวก็หาย พี่ขอโทษที่ไม่ได้บอกวิธีดับจิตแค้น พี่ผิดเองไม่ใช่ความผิดของเราหรอกนะ"
และไม่ใช่แค่ท่านยมหัวหน้ายมทูตอย่างนับเงินก็เป็ห่วงเป็ใยและใจดีกับรุ่นน้องอย่างดาวเหนือมากเช่นกันหนุ่มน้อยรู้สึกว่าตัวเองโชคดีที่เลือกมายืนอยู่ตรงนี้
"รุ่นพี่ก็อย่าคิดมากเลยครับขนาดรุ่นพี่ไมเคิลยังบอกว่า นึกว่าผมจะไม่เป็คนเ้าคิดเ้าแค้น"ดาวเหนือหัวเราะกลบเกลื่อนความกังวล เขายังคงมองเห็นแต่ภาพตาลุงหน้ายาวจนอดคิดไม่ได้ว่าอาจเป็การกลั่นแกล้งของโชคชะตา
...เฮ้อ...ทั้งที่เ้าหนูจำไมอย่างเขา อยากเห็นหน้าตาห้องพักฟื้นในยมโลกว่าเป็ยังไงแท้ๆแต่กลับต้องมาเห็นแต่มารสูทขาวปากดีลามปามมาถึงครอบครัวของเขาซะได้
"เลิกนึกถึงเ้านั่นเดี๋ยวอาการก็จะดีขึ้น" ไมเคิลพูดขึ้น เหมือนรู้สิ่งที่ดาวเหนือกำลังคิดอ้อ... อย่าบอกนะว่าแอบอ่านความคิดเขาอีกแล้ว
"ครับผมจะพยายาม" หนุ่มน้อยฝืนยิ้มให้อีกฝ่ายแม้ไม่รู้ว่าทั้งนับเงินและไมเคิลยืนอยู่ตรงไหนแต่ก็พอเดาได้จากเสียงพูดที่ดังมาจากข้างเตียงทั้งสองด้าน
"งั้นพี่ไม่รบกวนแล้วพักผ่อน ไม่ต้องห่วงงาน แล้วพี่จะมาเยี่ยม"
นั่นคือสิ่งที่นับเงินทิ้งท้ายไว้ก่อนที่ความเงียบจะเข้าครอบคลุมภายในห้อง แน่นอนว่า...นั่นเพราะเวลานี้มีเพียงดาวเหนือเท่านั้นที่อยู่กับตัวเอง
"เฮ้อออออ..."หนุ่มน้อยถอนหายใจยาวที่สุดในชีวิต มือคลำหาหมอน ก่อนจะค่อยๆล้มตัวลงนอนอย่างไม่มั่นใจ เพราะแม้จะไม่ได้อยู่ในสภาพของคนตาบอดแต่อาการหน้าจอค้าง มองเห็นเพียงภาพภาพเดียว ก็คงไม่ต่างกันสักเท่าไหร่แถมยังเป็คนที่เขาเหม็นขี้หน้าอีก
...เอาอีกแล้วดาวเหนือนึกถึงตาลุงนั่นอีกแล้ว!
"ถ้าจะไม่ให้นึกถึงตาลุงก็ต้องนึกถึงอย่างอื่นแทน"เขาพยายามคิดหาวิธีที่จะช่วยให้ตัวเองลืมหน้าตาลุงไปเสีย จริงอยู่ที่แค่หลับตาลงตาลุงหน้ายาวนั่นก็จะไม่โผล่มาให้เห็นแล้ว แต่ถ้าได้หลับตาและนึกถึงใครบางคนด้วยมันก็น่าจะช่วยดับจิตแค้นได้ง่ายขึ้นไม่ใช่หรือไง
แต่จะว่าไป...ทำไมเขาต้องเจาะจงที่จะต้องนึกถึงใครบางคนด้วย จะนึกถึงอาหารอร่อยๆสถานที่ที่อยากไป หรือสัตว์น่ารักๆ ก็ได้ไม่ใช่เหรอ ดาวเหนือนึกเถียงกับตัวเองในใจ
"อืม...อาหารอร่อยๆ ที่อยากกิน" เขาคิดอยู่พักใหญ่ ก่อนจะล้มเลิกความคิดในเมื่อการเป็ยมทูตไม่จำเป็ต้องกินอาหาร พวกเขาอิ่มทิพย์แบบเดียวกับเทพบน์
"งั้นก็ที่ที่อยากไป"หนุ่มน้อยเปลี่ยนไปนึกถึงสถานที่ที่เคยอยากไปตอนเป็มนุษย์แต่สุดท้ายก็ล้มเลิกไปอีกรอบเพราะยังไงก็ไม่อาจใช้ความสามารถของยมทูตวาร์ปไปได้อยู่แล้ว
"ก็เหลือแต่สัตว์น่ารักๆ"ดาวเหนือพึมพำ แล้วนึกภาพน้องแมวขนปุยนอนซุกตัวอยู่ข้างๆ บนเตียงของเขาขณะที่บนโต๊ะข้างเตียงมีปลาทองแก้มป่องในโหลแก้วกำลังกินอาหารส่วนด้านนอกห้องพักฟื้นก็มีกระต่ายตัวน้อยวิ่งเล่นอยู่กับน้องหมาแสนซน
"ป่านนี้แรมโบ้จะเป็ไงบ้างนะ"เขาบ่นงึมงำถึงเ้าหมาพันธุ์ไซบีเรียนฮัสกี้จอมมึนที่พ่อซื้อมาให้เป็ของขวัญวันเกิดตอนเขาอายุ 15 ปี
"แรมโบ้...แกจะคิดถึงฉันบ้างไหม คงไม่สินะ"
ความคิดถึงอันแรงกล้าจากยมโลกถูกส่งตรงถึงเ้าของชื่อแรมโบ้หมาขนปุยสีขาวเทาที่กำลังนอนแทะเฟอร์นิเจอร์ภายในบ้านอยู่อย่างเมามันและนั่นทำให้มันชะงักปากกับฟันไปชั่วขณะราวๆ 3 วินาทีก่อนจะเริ่มต้นแทะเก้าอี้ไม้ตัวโปรดของดาวเหนือต่อ
"นั่นสินะ...คงไม่หรอก แต่ก็ช่างเถอะ" หนุ่มน้อยเปลี่ยนมานอนขดตัวพลางถอนหายใจอย่างห่อเหี่ยว เขาเคยอยากรู้ว่าในงานศพของเขาจะมีใครบ้างที่เสียน้ำตา และจะมีใครบ้างที่นึกถึงเขา ใน่เวลาที่เขาไม่ได้อยู่บนโลกแล้วแต่สุดท้ายเขาก็ไม่ได้คำตอบของคำถามทั้งสองข้อ
"คุณยมทูต!!เฮ้!! คุณยมทูต!! หาไม่เจอเหรอ ผมอยู่ทางนี้"
และแล้วดาวเหนือก็นึกถึงใครคนหนึ่งที่ยินดีเวลาได้เจอเขาเฝ้ารอการมาของเขา และคงจะเสียใจกับการหายตัวไปของเขา
"ขอโทษนะ... ฉันคงไม่ได้ไปหานายอีกแล้วแล้วถ้าฉันไม่หายจากอาการบ้าๆ นี่ เราก็คง... ไม่ได้เจอกันอีก"หนุ่มน้อยไม่รู้ว่าเหตุใดน้ำใสๆ ที่เรียกว่าน้ำตาจึงไหลรินลงมาเมื่อเขาหวนคิดถึงเื่นี้
เฮ้ออออ...ถ้าเขาไม่รีบรักษาตัวให้หายภายในระยะเวลาที่เหลืออยู่ เขาก็คงไม่ได้ไปรับดวงิญญาของหมอนั่นรวมทั้งอาจไม่ได้ทำหน้าที่ยมทูตอีกต่อไปด้วย ความคิดฟุ้งซ่านทำให้ดาวเหนือจำต้องลืมตาขึ้นแต่แทนที่จะได้พบใบหน้าของตาลุงคนเดิม หนุ่มน้อยกลับพบว่า
"ทำไม...มืดไปหมดแบบนี้!?" เขาใช้มือคลำไปรอบตัวราวกับคนตาบอดใช่แล้ว... เวลานี้ดาวเหนืออยู่ในสภาพที่ไม่ต่างจากคนตาบอดเลย
"ช่วยด้วยครับ!ช่วยด้วย! ผมมองไม่เห็นอะไรเลย ทำไมมืดไปหมดแบบนี้ ช่วยด้วย!!"
เสียงโวยวายของดาวเหนือดังเกินระดับเดซิเบลที่ถูกตั้งค่าไว้ด้วยเหตุนี้เครื่องตรวจจับจึงส่งสัญญาณไปเรียกให้ผู้ดูแลรีบเข้ามาตรวจอาการของเขา โดยไม่จำเป็ต้องกดปุ่มเรียกใดๆ
"ใจเย็นๆก่อนนะครับ เดี๋ยวผมจะตรวจอาการให้ หายใจลึกๆ ครับ หายใจลึกๆ"หนุ่มแว่นผมรองทรงบลอนด์ทองไฮไลท์ส้ม ในชุดสูทสีเทาอ่อนผู้ทำหน้าที่ดูแลห้องพักฟื้นชั้นนี้ แตะไหล่ดาวเหนือด้วยมือสองข้างเบาๆพร้อมกับบอกเขาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน เพื่อให้อีกฝ่ายรู้สึกผ่อนคลายมากที่สุด
"ผม... มะ...มองไม่เห็น... อะไรเลย" ดาวเหนือบอกชายหนุ่มข้างเตียงเสียงสั่น ขาดๆ หายๆเหมือนโลกของเข้าได้พังทลายลงไปแล้ว จากความมืดมิดที่เข้าครอบงำในเวลานี้
"ผมอยู่ตรงนี้แล้วครับผมจะช่วยคุณเองนะครับ คุณจะต้องหายจากอาการผิดปกติทุกๆ อย่างแน่นอนขอให้มั่นใจในตัวผมนะครับ"
น้ำเสียงอ่อนโยนทว่าเปี่ยมไปด้วยพลังของอีกฝ่าย ทำให้ดาวเหนือค่อยๆ สงบลง หนุ่มน้อยหายใจเข้าลึกๆตามที่ได้รับการแนะนำ ไม่กี่นาทีต่อมาเขาจึงเหลือเพียงอาการตัวสั่นมือสองข้างกำแน่น คล้ายยังคงหวาดกลัวในคำตอบที่จะได้รับอยู่ลึกๆ
"ดาวเหนือ...คุณได้คิดเื่อะไรที่ทำให้รู้สึกสิ้นหวังบ้างไหมครับ?"
คำถามนั้นราวกับหลุดออกมาจากปากของผู้มองเห็นอดีตได้นี่สินะ... สาเหตุที่เขาขอให้ดาวเหนือมั่นใจในตัวเขา
"ชะ... ชะ...ใช่ครับ" หนุ่มน้อยยมทูตฝึกหัดตอบรับตะกุกตะกัก หัวใจเต้นรัวเป็เสียงกลองระหว่างที่รอฟังคำพูดประโยคถัดไปของอีกฝ่าย
"ถ้าอย่างนั้นก็เป็เพราะความรู้สึกสิ้นหวังนี่แหละครับที่ทำให้ตามองไม่เห็นภาพอะไรเลยจริงอยู่ที่ร่างกายของยมทูตได้รับาเ็ได้เหมือนมนุษย์ปกติทั่วไปแต่ไม่สามารถเจ็บป่วยทางกายได้ อาการผิดปกติทั้งหมดจึงเกิดมาจากสภาพจิตใจ"
และเพราะได้รับการบอกเล่าจากไมเคิลว่าดาวเหนือเป็สุดยอดเ้าหนูจำไมที่ขี้สงสัยที่สุดในปรโลกชายหนุ่มจึงอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นโดยละเอียด เพื่อไม่ให้เกิดความคับข้องใจอันจะนำไปสู่อารมณ์แปรปรวนอื่นๆ อีก
"ละ... ละ...แล้วผม... ตะ... ต้องทำยังไงครับ?" ดาวเหนือเอ่ยถามตะกุกตะกักสีหน้าบ่งบอกความกังวลอย่างเห็นได้ชัดเสมือนว่าหัวใจของเขายังคงจมดิ่งอยู่กับความสิ้นหวัง
"เชื่อมั่นในตัวผมนะครับผมรับรองว่าคุณจะหายกลับมาเป็ปกติคุณจะกลับมาทำหน้าที่ทันวันแรกของการส่งิญญาแน่นอน และมันจะไม่มีคำว่าผิดพลาดเกิดขึ้นรุ่นพี่ทุกคนพร้อมซัพพอร์ทคุณนะครับ และผมก็จะอยู่กับคุณตรงนี้จนกว่าคุณจะหายจากอาการทั้งหมดครับ"
ตอนยังเป็มนุษย์เดินดินกินข้าวแกงในกรุงเทพฯดาวเหนือมักเสียบหูฟังฟังเสียงฝนตก จนผล็อยหลับไปในทุกๆ คืนแต่เมื่อจับพลัดจับผลูมาเป็ยมทูต หนุ่มน้อยก็ลืมไปเลยว่าตัวเองควรต้องหาเวลาพักผ่อนทุกวินาทีมีแต่การติดตามรุ่นพี่ไปศึกษางานจนกระทั่งเขาได้มาฟังน้ำเสียงจับใจของคนคนนี้... ในเวลานี้...
"...ขอบคุณครับ"
นั่นคือคำพูดสุดท้ายของดาวเหนือก่อนที่เขาจะหลับไปโดยมีมือใหญ่ๆ อุ่นๆ ลูบผมเบาๆ ตลอดเวลา เป็สิ่งที่ช่วยยืนยันว่าเขา...ไม่ได้อยู่ตรงนี้เพียงคนเดียว
"คุณยมทูต!!เฮ้!! คุณยมทูต!! หาไม่เจอเหรอ ทางนี้ๆ"
ฝันอีกแล้ว...ดาวเหนือฝันถึงผู้ชายคนนั้นอีกแล้ว ทว่าคราวนี้เขาเลือกที่จะะโตอบไปเสมือนว่าอีกฝ่ายมาอยู่ตรงหน้าจริงๆ แม้จะมองคนคนนั้นไม่เห็นก็ตาม
"ผมป่วยอยู่คุณไม่เห็นหรือไง!?"
สีหน้าท่าทางของดาวเหนือไม่ได้บอกความหงุดหงิดอย่างที่เคยเป็ทุกครั้งเวลาเจอก้อนดินแต่เป็อาการของยมทูตผู้ขาดความอบอุ่น และอยากให้เขาคนนั้นสนใจมากกว่า
"ทำไมคุณยมทูตไม่หันมามองทางนี้เลยล่ะ?"ก้อนดินในฝันถามกวนๆ บางทีดาวเหนือคงนึกถึงหมอนั่นมากไปเลยเก็บเอาคำพูดในการเจอกันครั้งสุดท้ายมาฝันเป็ตุเป็ตะ
"ผมมองไม่เห็นเฟ้ย!!"
แต่ถึงจะเป็อย่างนั้นยมทูตฝึกหัดหนุ่มน้อยก็จริงจังในการตอบแบบสุดๆ
"แล้วทำยังไงที่นรกมีหมอไหม!?"
น่าแปลกที่คำถามล่าสุดซึ่งอีกฝ่ายตอบกลับมากลับเป็เื่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ไม่ว่าจะเป็การพบกันครั้งใดก็ตาม
บางที...เขาคงคิดถึงหมอนั่นมากไปจริงๆ ดาวเหนือยอมรับแล้วว่าเขาคิดถึงก้อนดิน และ 1ในเหตุผลที่หลอมรวมเป็ความสิ้นหวัง ก็คือความหวาดกลัวว่าจะไม่ได้เจอกันอีก
...อย่างน้อยก็ขอให้เขาได้เป็คนไปรับดวงิญญาของหมอนั่น
"ก็มีอยู่เดี๋ยวคงหายแหละ" ดาวเหนือเปลี่ยนมาตอบแบบขอไปที เพราะถึงตอบแบบจริงจังไปหมอนั่นก็ไม่ได้รับรู้หรอก
"หายไวๆ นะฉันจะรอ"
คำพูดสุดท้ายของก้อนดินทำเอาดาวเหนือถึงกับชะงัก มันอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก และอบอุ่นยิ่งกว่าเสียงใดๆหรือคำพูดใดๆ ที่ดาวเหนือได้ฟังมาทั้งชีวิต
"ไม่ต้องห่วงได้เจอกันแน่ เตรียมตัวเตรียมใจไว้ได้เลย" หนุ่มน้อยยิ้มออกมาไม่ใช่แค่ในฝันเท่านั้น แต่ในความเป็จริงด้วย
"ฮีลตัวเองได้แล้วสินะครับ"หนุ่มแว่นผู้ทำหน้าที่ดูแลดาวเหนือ ยิ้มให้กับรอยยิ้มละมุนของหนุ่มน้อยผู้กำลังหลับใหลเช่นกัน
ดาวเหนือไม่รู้เลยจริงๆว่าตัวเองหลับไปนานแค่ไหน เขารู้แต่เพียงว่า ตลอดเวลาที่หลับไปนั้นหนุ่มน้อยไม่ได้รู้สึกสิ้นหวังอีกแล้ว ไม่มีแม้เพียงวูบหนึ่งในความคิดนั่นก็เพราะเขามั่นใจว่า ตัวเองจะตื่นมาทันเวลาไปรับดวงิญญาของก้อนดินพอดี
"โห... ห้องพักฟื้นนี่มัน"
ทันทีที่ดาวเหนือลืมตาตื่นสายตาของเขาก็พบเจอกับความเขียวขจีของต้นไม้รอบเตียง นกน้อยร้องเพลงอยู่บนกิ่งไม้ห่างออกไปเป็ลำธารไหลเอื่อย และมีแสงแดดยามเช้าทอประกายเข้ามาชวนให้รู้สึกสดชื่นอย่างบอกไม่ถูก
...เฮ้ย!นี่มันนรกแน่เหรอ หรือว่าเขาถูกย้ายมาอยู่บน์เพื่อเตรียมตัวไปผุดไปเกิดกันแน่เนี่ย ดาวเหนืองงไปหมด
"แหมๆตื่นได้เวลาเหมาะเหม็งเลยนะเนี่ย"
เสียงคุ้นหูของใครคนหนึ่งเรียกดาวเหนือให้หันไปยิ้มรับการมาของเธอคนนั้น รวมทั้งยิ้มรับในสิ่งที่เธอบอกด้วย
"รุ่นพี่นับเงินดีใจที่ได้เจอกันอีกครั้งครับ ผมนึกว่าถูกเนรเทศขึ้นไปอยู่บน์เตรียมตัวไปเกิดซะแล้ว"หนุ่มน้อยพูดยาวยืดเหมือนอัดอั้นกับการที่ตัวเองเอาแต่นอนและไม่ได้พูดกับใครเลยมาเป็สัปดาห์
"ที่นี่ห้องพักฟื้นในนรกมันก็ต้องมีไว้ฮีลใจฮีลร่างกายจริงๆ สิ จะมีแต่กองไฟร้อนๆเหมือนข้างนอกได้ไง" นับเงินอธิบายยาวๆเพื่อที่เ้าหนูจำไมจะได้ไม่ต้องสงสัยอะไรอีกเพราะถ้าปล่อยให้ดาวเหนือถามนั่นถามนี่ อย่างที่ตัวเองอยากถามและอยากรู้ล่ะก็วันนี้คงไม่เป็อันทำอะไรแน่ๆ
"ดีมากๆ เลยครับตอนรุ่นพี่มารักษาตัว ก็ใช้ห้องแบบนี้เหมือนกันใช่ไหมครับ เอ... หรือว่าวีไอพีกว่ารุ่นพี่เป็หัวหน้ายมทูตนี่นา" ดาวเหนือสรรหาเื่มาถามนับเงินจนได้
"เหมือนกันทั้งหัวหน้าทั้งยมทูตฝึกหัดนั่นแหละ ที่นี่พวกเราเท่าเทียม ไม่มีพวกวีไอพีอะไรทั้งนั้น"นับเงินยืดอกตอบอย่างภาคภูมิใจ ทว่า...
"เอ่อ...รุ่นพี่ไมเคิลนี่ไม่วีไอพีเหรอครับ ผมเห็นแหกทุกกฎซะขนาดนั้น"ดาวเหนือยิ้มเจื่อนๆ ให้กับภาพการแหกกฎนับไม่ถ้วนของไมเคิลที่ยังฝังแน่นอยู่ในสมองของเขา
"ต่อจากนี้คงไม่ได้แล้วล่ะเพราะตัวหลักๆ ของพวกมารสูทขาวถูกจับมาลงโทษแล้ว"หัวหน้ายมทูตสาวเองก็หัวเราะเจื่อนๆ ให้กับวีรกรรมอันมากมายของรองหัวหน้าตัวแสบเช่นกันก่อนจะรีบเฉไฉเปลี่ยนเื่
"นี่ๆตรงหัวเตียงมีปุ่มเปลี่ยนวิวด้วยนะ ลองกดดูหรือยัง?"
คำพูดของนับเงินทำเอาดาวเหนือถึงกับตาโต เพราะไม่เคยรู้มาก่อนว่าเตียงนุ่มๆ สปริงเด้งๆแบบเดียวกับเตียงไฮโซในไทยที่เขากำลังนอนอยู่นี้ มีฟังก์ชั่นแบบนั้นด้วย
"จริงเหรอครับ!?"หนุ่มน้อยหันขวับไปมองจอ LED แบบัับนผนังตรงหัวเตียงตาวาวเหมือนเด็กน้อยเห็นของเล่น ก่อนจะลองเลือกวิวแบบต่างๆจากรูปทิวทัศน์ที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอ
"โห...ผมน่าจะตื่นก่อนหน้านี้" หนุ่มน้อยบ่นกระปอดกระแปดระหว่างที่เปลี่ยนทิวทัศน์ภายในห้องไปเรื่อยๆ จากป่าเขียวขจีสู่ทุ่งดอกไม้สีเหลือง และท้องฟ้ายามราตรีที่เต็มไปด้วยดวงดาวจนนับเงินเริ่มรู้สึกว่าเธอ... ทำถูกหรือเปล่าที่บอกเื่นี้กับเขา
"เอ่อ..."นับเงินอ้าปากค้าง เธอพยายามจะขัดจังหวะการเล่นสนุกของดาวเหนืออยู่หลายครั้งแต่ก็ทำไม่ได้สักที จนกระทั่ง...
"มัวทำอะไรกันอยู่ทำไมไม่ไปรายงานตัวกับท่านยม?" ไมเคิลเดินหน้าขรึมเข้ามาจนดาวเหนือรู้สึกอกสั่นขวัญแขวนขึ้นมาแปลกๆ
"ดาวเหนือพึ่งตื่นเลยกะว่าจะรออีกแป๊บนึงให้ร่างกายพร้อมจริงๆ ก่อนงานของดาวเหนือมันคืนนี้ไม่ใช่หรือไง?" นับเงินช่วยแก้ตัวให้ขณะที่ดาวเหนือผละจากจอ LED มานั่งสงบเสงี่ยมเหมือนที่ผ่านมาตัวเองไม่ได้ทำอะไรทั้งนั้น
"แล้วแต่ยูเลย"ไมเคิลตอบกลับสั้นๆ ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่ยอมออกไปจากห้องทำให้นับเงินต้องเป็ฝ่ายหันกลับมาถามดาวเหนือเสียเอง
"ร่างกายเป็ยังไงบ้างพร้อมกับภารกิจแรกที่ต้องฉายเดี่ยวไหม?"
คำถามของนับเงินทำเอาดาวเหนือชะงักไปในเมื่อมันหมายความว่าเขาจะต้องไปรับดวงิญญาของก้อนดินมาลงนรกในวันนี้แล้ว!!
"ถ้าไม่พร้อมผมจะไปทำให้" ไมเคิลพูดเสริมขึ้น ยิ่งเร่งให้ดาวเหนือตัดสินใจโดยไม่ต้องคิด
"พะ...พร้อมครับ!!" เขาละล่ำละลัก ทั้งที่ลึกๆ ภายในใจไม่ได้รู้สึกพร้อมกับภารกิจฉายเดี่ยวในครั้งนี้...แม้แต่นิดเดียว