๒
แผนร่วมมือ
ในบรรดานามรายชื่อผู้ที่เกลียดชังกุหลาบเปื้อนโคลนตมอันดับหนึ่ง จะเป็ใครไปได้นอกจาก...ฝานลู่เฟิงนางร้ายในอุดมคติของจีเก้อซู
“ว่านชิงรีบนำคำของข้าไปบอกหานจื่อว่าให้ไปสืบประวัติของฝานลู่เฟิงแห่งตระกูลฝานที”
สาวใช้ตัวน้อยรีบขานรับในทันทีทันใดแล้วรีบนำคำของจีเก้อซูไปบอกกล่าวชายหนุ่ม ทันทีเขากลับมาก็เกือบจะเที่ยงวัน เมื่อรับคำสั่งของคุณหนูแล้ว เพราะว่าเขาฝึกฝนวรยุทธมานานหลายปีทำให้สภาพร่างกายถึกทนกว่าคนปกติ ใบหน้ายิ้มแย้มของเขาทำให้ผู้คนสบายใจแต่สายตาของบ่าวไพร่เห็นว่าเขาเหนื่อยล้ากลับมาแล้วยังถูกเอาเปรียบรังแกจากคุณหนูเล็กอีก ยิ่งนานวันเข้าบ่าวรับใช้เอือมระอากับพฤติกรรมของจีเก้อซูเสียแล้ว
ว่านชิงทำหน้าที่ของตนแล้วเสร็จก็ไม่รีรอจะกลับไปหาคุณหนูของตน ขณะนั้นสตรีวัยทองผู้หนึ่งไม่คุ้นหน้าคร่าตาผ่านมาพอดี นางมอบหีบขนมให้แก่สาวใช้ตัวน้อย
สาวใช้ตัวน้อยรับหีบมาอย่างงุนงงแล้วหอบกลับเรือนจื่อเหยา
พบว่าสาวใช้คนสนิทกลับมาพร้อมกับหีบใบหนึ่งจีเก้อซูจึงเอ่ยถามอย่างสงสัย “นั่นคือสิ่งใดงั้นเหรอ? ”
“อ๋อนางกำนัลของฮองเฮาเจี๋ยซินนำมาฝากคุณหนูเ้าค่ะ”
“เจียเจี่ยนะเหรอ” จิตใจของหญิงสาวเบิกบานขึ้นจีเจี๋ยซินไม่ได้กลับมาหลายปีแล้ว
“นางสบายดีหรือไม่”
“เรียนคุณหนูฮองเฮาเจี๋ยซินนางสบายดีเ้าค่ะ” นานแล้วที่จีเก้อซูไม่ได้พบพี่สาว
“แต่ว่าบ่าวได้ข่าวมาว่า่นี้ฮองเฮาท่านคลื่นไส้อาเจียนบ่อยๆ แถมยังมีรอย ฟกช้ำที่ต้นคอน่าแปลกนักทั้งที่ไม่เคยเป็มาก่อน” จีเก้อซูเงยหน้ามองหน้าว่านชิงพลางกะพริบตากะปริดกะปรอย
“มีอะไรหรือเ้าคะคุณหนู”
ภาพของฮ่องเต้กำลังใช้แส้ฟาดจนลำคอขาวผ่องของจีเจี๋ยซินบอบช้ำปรากฏขึ้นมาในหัวคิด หรือว่านางจะถูกทำร้ายด้วยอย่างอื่น!?
ไม่ได้การแล้วขืนเป็อย่างที่คิดแย่แน่ “ชิงชิงข้าต้องรีบไป เจียเจี่ยนางได้รับความบอบช้ำทั้งกายและใจจากฮ่องเต้นั่นแน่ๆ ”
“จริงหรือเ้าคะ” ว่านชิงเบิกตาในางคล้อยตามอย่างง่ายดาย
“เช่นนั้นฮ่องเต้หนานก็โหดร้ายเกินไปแล้ว”
“แต่ตอนนี้พวกเราทำอะไรไม่ได้”
“ไปเถิดข้าอยากเจอเจียเจี่ยแล้ว” หญิงสาวผุดลุกขึ้นตามความสูง จอทะโมนจากเรือนมุ่งมาดไปเรือนของจีฮวาเฟิง
คุณหนูเล็กตัวร้ายออกจากห้องหับบ่าวรับใช้ล้วนตื่นตระหนก เกรงว่านางคงจะก่อเื่อีกแน่ ยามใครผู้ใดเห็นร่างสาวงามอาภรณ์แดงสีหน้าแววตาฉายความเย่อหยิ่งต่างก็ต้องหลีกหนีเหินห่างเพื่อพ้นตัวจากนาง
ตลอดรายทางสีหน้าของจีเก้อซูราวกับว่าโกรธใครมาเสียอย่างนั้น นางและว่านชิงมุ่งมั่นก้าวเดินไปยังเรือนเจียวหลันด้วยแรงจูงใจ
เื่ฮ่องเต้ผู้เป็ถึงจ้าวแผ่นดินมีรสนิยมชอบใช้ความรุนแรง นี่เป็สิ่งที่รับไม่ได้พอกันกับการมอบเสี่ยวลู่ให้คนอื่น!!
ณ เรือนเจียวหลันจีฮูหยินผู้มีรูปโฉมสง่างามป้องปากหัวเราะต่อเื่ราวนอกอาณาจักร ฮองเฮาบุตรีซึ่งเป็สตรีเหนือเหล่าประชาชีทั่วผืนแผ่นดิน เล่าด้วยความบันเทิงอารมณ์ระคนขบขัน
มารดาและบุตรสาวไม่ได้พบหน้ากันเสียนมนานย่อมเกิดความคิดถึงเป็ธรรมดา
แต่กระนั้นความสงบร่มเย็นพลันมลายสูญในชั่วพริบตาเดียว เสียงดังเอะอะของข้ารับใช้นอกเรือนราวกับเรียกร้องความสนใจ เหตุการณ์ลักษณะนี้ใช่ว่าจะไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนและนี่น่าจะเป็ฝีมือของคนคนเดียว
มันจะเป็ผู้ใดได้นอกเสียจากคุณหนูเล็กแสนร้ายกาจฉายากุหลาบเปื้อนโคลนตมสุดแสนฉาวโฉ่ ชื่อเสียงเลื่องลือโด่งดังทั่วอาณาจักร คู่หมั้นขององค์ชายรัชทายาทหนุ่มรูปงามผู้สมบูรณ์แบบที่สุด
แทนที่ชายหนุ่มผู้เป็ถึงองค์รัชทายาทผู้สูงส่งจะได้ครองคู่กับเทพธิดาแสนบริสุทธิ์ไร้มลทิน
น่าเศร้าที่ดันโชคร้ายกลายเป็คู่หมั้นกับคุณหนูเล็ก เหล่าบรรดาข้ารับใช้คิดเห็นเหมือนกันหมด
จีฮวาเฟิงมารดาแสนงามถามโพล่งขึ้นมาว่า “เกิดเหตุอันใดขึ้น” แม้จะรับรู้อยู่แก่ใจแต่นางยังคงเฝ้ารอคล้ายนึกสงสัย
บ่าวชายเผยท่าทีหวาดกลัวคุณหนูเล็กจนตัวสั่นเอ่ยรายงาน “เรียนจีฮูหยินคุณหนูเล็กมีความประสงค์จะขอพบคุณหนูใหญ่ขอรับ”
สตรีผู้เป็มารดาเลิกคิ้วถามบุตรี “เ้าว่าอย่างไร”
หญิงสาวสะคราญโฉมดวงหน้ากลมเรียวคล้ายคลึงคุณหนูเล็กถึงสามส่วนยิ้มน้อยนิดเอ่ย “ให้นางเข้ามา”
ข้ารับใช้ส่วนมากที่อาศัยตระกูลจีต่างรู้ถึงวีรกรรมและอุปนิสัยอันร้ายกาจมากอารมณ์ของจีเก้อซูดี นางประหนึ่งนางมารร้ายจอมโทสะยิ่งกว่านั้นหญิงสาวไม่เคยรักใคร่กลมเกลียวกับครอบครัว วันดีผีเข้าหรืออย่างไรวันนี้กลับห้อตะบึงมาพร้อมกับสาวใช้คนสนิท
“ถอยไป” มือเรียวผลักบ่าวชายออกด้วยความเอาแต่ใจ
สตรีวัยกลางคนมารดาคนงามส่งสัญญาณให้ข้ารับใช้รวมถึงองครักษ์ที่ซุ่มตรงพุ่มไม้ให้ถอยห่างไป จนหลงเหลือแต่คนภายในครอบครัว
หลังจากข้ารับใช้พากันทยอยจากไป หญิงสาวใบหน้าเย่อหยิ่งที่บ่าวใช้แสนจะเกรงกลัวแปรเปลี่ยนพลิกผัน อุปนิสัยก้าวร้าวถูกสลายกลายเป็เถ้าธุลีดินเหลือไว้เพียงคุณหนูธรรมดาไร้พิษสง หากเหล่าคนใช้รวมทั้งบุตรขุนนางที่คุ้นชินกับฉายากุหลาบเปื้อนโคลนตมได้สบกับจีเก้อซูยามนี้ ย่อมต้องตกตะลึงพรึงเพริดด้วยความไม่เชื่อสายตาเป็แน่
ทั้งสองพี่น้องแท้จริงแล้วล้วนสนิทสนมกลมเกลียวกันดี ต่างจากภาพลักษณ์อันร้ายกาจและความห่างเหินกัน ทั้งหมดล้วนเป็การแสดงทั้งสิ้น
จีเก้อซูเก่งกาจถึงขั้นชำนาญการแสดงสวมหน้ากากมาแต่ไหนแต่ไร พร์ที่ติดตัวมายิ่งสมจริงมากยิ่งขึ้นทุกวัน
“เจียเจี่ยท่านอุตส่าห์เดินทางไกลมาถึงจวนลำบากท่านแล้ว”
พี่สาวคนโตหัวเราะชอบใจ เห็นน้องสาวเติบโตมาเป็คนมีความสามารถชักจะน่าชื่นชมยินดี
จีเจี๋ยซินชมเชยน้องสาวยิ่ง “น้องเล็กเ้าเนี่ยไม่เบาเช่นเคยทักษะการแสดงของเ้าช่างเหนือล้ำไร้ที่ติ น้อยคนนักจะดูออกเกรงว่าแม้แต่หนานเพ่ยจวิ๋นยังต้องโง่งม”
ขนาดพี่สาวยังเอ่ยปากชมจีเก้อซูรู้สึกเป็ปลื้ม เพราะการจะถูกจีเจี๋ยซินชมถือว่ายากมาก
ทว่า...แม้แต่ฮ่องเต้นั่นยังดูไม่ออก ประจวบเหมาะอะไรเช่นนี้! หรือนี่์เปิดโอกาสให้ข้าปกป้องคุ้มครองเจียเจี่ย มันต้องเป็อย่างที่คิดไว้แน่เพราะภายนอกเจี่ยซินแสดงแค่อารมณ์หน้าตาผุดผ่องอบอุ่นยิ้มแย้มอยู่เสมอ แต่อาจแฝงเร้นด้วยความเศร้าหมองเนื่องจากถูกฮ่องเต้กระทำอย่างป่าเถื่อนอยู่แน่นอน
นางแค่คาดเดาไว้ในใจ แต่เชื่อแล้วครึ่งหนึ่งว่าพี่สาวถูกฮ่องเต้ผู้เป็สวามีทำร้าย
ก่อนสายตาคู่สวยของจีเก้อซูกับรอยแดงบนลำคอผ่อง จิตใจหญิงสาวมันราวกับถูกอัสนีฟาดกระหน่ำ อย่างที่ว่านชิงบอกฮ่องเต้อาณาจักรหนานจงช่างโเี้
จิตใจของจีเก้อซูดำดิ่งลงยามพบว่ามารดาไม่สังเกตเห็น หรือจะเป็เพราะว่าฮ่องเต้ใช้มนต์ดำอำพลาง ทำให้ภายนอกปกติคล้ายกับรอยการใช้แส้เจือจางลง บนโลกนี้นางมาจากต่างโลกทำให้มนต์ไร้ผล
ไม่! ข้าต้องทำอะไรสักอย่าง จะนิ่งเฉยละเลยต่อการกระทำของฮ่องเต้อาณาจักรหนานจงงั้นเหรอ!? หึ!หนานเพ่ยจวิ๋นถึงแม้คุณหนูเล็กแห่งจวนตระกูลจีจะโง่งมไร้ปัญญา หากมีอันใดเกิดขึ้นกับครอบครัวของข้าล่ะก็ ไม่มีทางที่คนเช่นข้าต้องปล่อยผ่าน
ในอนาคตหญิงสาวคือผู้สืบทอดของฟงซู่ หากปล่อยให้คนอื่นมาย่ำยีวงศ์ตระกูลของตนเองคงเป็ที่อับอายให้แก่บรรพบุรุษแน่
ศัตรูของตระกูลหน้าไหนจะประโคมเข้ามาย่อมไม่ขัดศรัทธา เว้นเสียแต่ว่าผู้แกร่งกล้ามากประสบการณ์กว่า ซึ่งจากที่คาดการณ์เอาไว้ฮ่องเต้ฝีมือน่าจะห่างชั้นจากท่านอาจารย์
นั่นจึงทำให้จีเก้อซูมั่นใจ ถึงกระทั่งคิดว่าตนมีความสามารถพอจะเอาชนะหนานเพ่ยจวิ๋นได้เพื่อล้างแค้นแทนเจียเจี่ย
จีเก้อซูทระนงตนพอตัว แม้บุคลิกตามปกติของนางจะเย่อหยิ่งจองหองยิ่งกว่าสิ่งใดในสายตาคนทั่วไปอยู่แล้ว นางถนัดเื่การแสดงละครแล้วยังชอบฝึกฝนวิชาศิลปะการต่อสู้ แต่ว่าการใช้กำลังหาใช่สิ่งที่นางถนัดอย่างแท้จริง และหากหาใช่เพราะการแสดงของหญิงสาวเข้าขั้นน่ากลัว คงไม่มีคนเกลียดชังนางถึงเพียงนี้
ตอนนี้หญิงสาวกลับสนใจในสิ่งที่ตนไม่ถนัดและปรารถนาจะประลองกับฮ่องเต้อาณาจักรหนานจง
หางตาสตรีวัยกลางคนััได้ถึงความนึกคิดอันเลยเถิดของบุตรีคนเล็กถึงทักถาม “คิดอันใดอยู่งั้นเหรอ? ”
เสียงมารดาปลุกห้วงความคิดอันฟุ้งซ่านปลดเปลื้องมาสู่ปัจจุบัน จีเจี๋ยซินศอกจี้สีข้างของน้องสาว “เ้าเหม่อลอยอีกแล้วนะ”
“ขออภัยด้วยท่านแม่” จีเก้อซูเกาแก้มขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความเคอะเขิน
จีฮวาเฟิงยิ้มพรายตอบ “หึๆ ซูเอ่อร์เอ๋ยเ้ายังไม่ละนิสัยเหม่อลอยของเ้าทิ้งไปอีกหรือ”
ถูกมารดาแซวเล่นเช่นนี้ทำเอาพวงแก้มแดงทบเท่าทวีคูณมากกว่าผลอิงเถาซะอีก
“ข้าก็แค่ติดนิสัยเท่านั้น”
สามคนแม่ลูกพากันหัวเราะกันอย่างพอดีเพื่อไม่ให้เสียงเล็ดลอดออกไป ทันใดสายลมเอื่อยเฉื่อยฉิวแผ่เป็ระลอกอันเย็นสงบเรียบรื่นผ่านไปรวดเร็วดุจอัสนีวาดผ่าน
“ท่านพี่”
“หืม? ” จีเจี๋ยซินจิตใจอ่อนลง การไม่ได้เจอกันนานมันทำให้นางเองในใจลึกๆ หวนคิดถึงน้องสาว “ว่าอย่างไร”
“ได้ข่าวว่าใกล้เทศกาลเฉียวแล้ว ท่านจึงกลับมาเยี่ยมแต่ข้ารู้สึกสนใจเกี่ยวกับดินแดนอาณาจักรหนานจงมาก จะเป็อะไรไหมหากหลังงานราชสมภพข้าจะขอติดตามท่านไปด้วย”
จีเจี๋ยซินเลิกคิ้วแปลกใจ ซูเอ่อร์นับวันยิ่งหมกตัวอยู่แต่ในห้อง “มิใช่ว่าเ้าชอบอยู่เกาะติดเป็กาฝากกับเรือนนอนกินแต่ในห้องหรอกเหรอ? ”
คำนี้เจ็บแสบสมกับเป็เจียเจี่ยของนางนัก หากวาจาอ่อนหวานหลุดจากปากพี่สาวผู้นี้ จีเก้อซูย่อมพนันได้เลยว่านั่นคือตัวปลอม
“ข้าแค่อยากออกไปเปิดหูเปิดตา อาณาจักรหนานจงขึ้นชื่อว่าเป็เมืองแห่งสายธารน้ำสีมรกต งดงามประหนึ่งสรวง์ ทะเลสาบหยกอันเลื่องลือได้ยินเสียงเล่าอ้างคล้ายเพ้อฝันเช่นนี้ในบั้นปลายชีวิตข้าก็อยากไปสักครา ไปััถึงธรรมชาติอันบริสุทธิ์” ซึ่งเหตุผลตามจริงคือ้าเด็ดหัวฮ่องเต้แห่งหนานจง
“งั้น่นี้น่าจะเป็บั้นปลายชีวิตของเ้าแล้วกระมัง จะให้ข้าช่วยเ้าด้วยคมมีดดีหรือไม่!? ” บุตรีสะคราญโฉมเอ่ยดังนั้นทำเอาจีฮวาเฟิงขำพรืด
ลำคอหญิงสาวสะอึกใบหน้าจีเก้อซูลดสีลงกลายเป็ซีดเผือก “ท่านพี่มีเมตตาข้าต้องขอตัวก่อน” จีเก้อซูถกกระโปรงขึ้นฉุดลากข้อมือว่านชิงวิ่งหนีไม่เกรงกลัวว่าจะเสียกิริยา ไล่หลังมาด้วยเสียงติเตียนของมารดาที่แว่วมา จีฮวาเฟิงส่ายศีรษะพึมพำว่า “เ้าลูกคนนี้นิ่”
“คุณหนู” ว่านชิงเรียกขานผู้เป็นาย
แฮ่ก แฮ่กในที่สุดก็ถึงเรือนเสียที ตลอดรายทางมีบ่าวใช้หลายคนจับตาพวกนางราวกับเหาฉลาม พวกบ่าวต่างซุบซิบกันว่านางโดนท่านแม่ติและด่าทอจนจีเก้อซูรับไม่ได้ร้องไห้ฟูมฟายหนีกลับเรือน
แต่ที่จีเก้อซูไม่รับความจริงคือ ไม่น่าเชื่อว่าเจียเจี่ยจะถึงขนาดข่มขู่ประหัตปะาน้องสาวร่วมอุทรตนเองเพื่อฮ่องเต้หนานจง
หรือว่าชายคนนี้มีพลังอำนาจอันเหลือล้น ถึงกระทั่งสามารถควบคุมทั้งตระกูลจียกเว้นคุณหนูเล็กที่ฮ่องเต้เคลือบแคลงใจและอาจนึกไม่ถึงว่าจีเก้อซูไม่โดนมนต์สะกดของตนเอง
ฮ่าๆ หนานเพ่ยจวิ๋นข้าไม่รู้ว่าเ้า้าสิ่งใด แต่หากบังอาจแตะต้องครอบครัวข้าล่ะก็ ต่อให้ใช้วิธีใดข้าก็ต้องฉุดเ้าลงจากบัลลังก์ให้จงได้
ยามหยวนหานจื่อกลับมาแล้ว และเขาได้สืบเื่เกี่ยวกับฝานลู่เฟิงไว้อย่างละเอียดเขียนใส่ม้วนไว้ส่งมอบให้กับว่านชิง
เมื่อสาวใช้ตัวน้อยยื่นม้วนให้แก่คุณหนู “หยวนหานจื่อกลับมาแล้วและทำงานได้รวดเร็วเช่นเคย” สีหน้าจีเก้อซูประดับด้วยแววพึงพอใจ
“คุณหนูหยวนหานจื่อยังเอ่ยเตือนด้วยว่าข้อมูลบางส่วนห้ามนำไปเผยแพร่หรือบอกต่อโดยเด็ดขาด”
“เขาได้บอกหรือไม่ว่าทำไม” ว่านชิงส่ายหน้า นางเองก็ไม่รู่เช่นกัน
“เช่นนั้นเรามาดูข้อมูลของฝานลู่เฟิงกันเถิด” ในม้วนปรากฏตัวอักษรบรรจงงดงามจนขนาดผู้หญิงยังต้องอิจฉา
“ลายมือช่างดูดีนัก” ดีกว่าข้าเสียอีก
ข้อมูลของฝานลู่เฟิงวันเกิด ความสัมพันธ์ เวลานอนยืนเดินคือจะละเอียดจนน่ากลัวไปไหน หากเขาเป็โจรคงสามารถทำภารกิจได้สบาย ยิ่งได้รู้ว่าเลี้ยงโจรไว้ในบ้านขนก็ลุกชันจนฟูขึ้น
ดีที่หยวนหานจื่อไม่มีอาชีพเป็โจร
ได้เห็นความเป็ไปของฝานลู่เฟิง กล่าวถึงฐานะนางคือคุณหนูเล็กเช่นเดียวกัน ถึงแม้ครอบครัวไม่รักใคร่อบอุ่น แต่ด้วยบิดามีตำแหน่งที่แต่งตั้งโดยตรงจากฮ่องเต้ ตระกูลฝานจึงร่ำรวยมั่งคั่ง แต่ทว่าตัวของฝานลู่เฟิงดูเหมือนจะยังไม่พอใจ
หืม? ไม่พอใจอีกงั้นเหรอ ไม่น่าแปลกนางร้ายมักจะสนใจชื่อเสียงเงินทองเป็สำคัญ เมื่อเหลือบเห็นข้อความว่า ฝานลู่เฟิงหลงรักองค์รัชทายาทก็ค่อนข้างน่าสนใจ
ฝานลู่เฟิงแอบชอบองค์รัชทายาทจากวันงานฉลองครบรอบการก่อตั้งอาณาจักรเมื่อห้าปีที่แล้ว พอได้ข่าวการหมั้นหมายระหว่างจีเก้อซูคุณหนูเล็กแห่งจวนเสนาบดีและชายผู้เป็ดั่งดวงใจทำให้เกิดความเกลียดชังขึ้นในใจ
ด้วยความที่นางเป็คนใจร้อนขี้หงุดหงิดทำให้หลายครั้งคนรอบข้างถอยห่าง
ฝานลู่เฟิงมีบุคลิกลักษณะคล้ายบทนางร้ายทุกประการ เว้นแต่ความหยิ่งยโสนางดูไร้มาตรฐานด้านการเบ่งอำนาจ แตกต่างจากจีเก้อซูที่ชื่นชอบการกดขี่ข่มเหง พรุ่งนี้หญิงสาวจึงตัดสินใจคิดจะสานสัมพันธ์กับตระกูลฝาน
ระดับนางแล้วการแสดงออกถึงความร้ายกาจนั้นระดับไหนกันแล้ว รุ่งสางจีเก้อซูลุกขึ้นมาอาบน้ำยามไก่ขัน วันนี้ต้องไปตอนเช้าตรู่เพื่อไม่ให้เป็จุดสังเกต
“ชิงชิงรถม้าเรียบร้อยดีหรือไม่? ”
“เรียบร้อยดีเ้าค่ะ”
ทั้งคู่จะรอช้าอยู่ไยพากันปลีกายขึ้นรถม้าธรรมดาที่จัดแจงไว้มุ่งหน้าสู่ตระกูลฝาน
เช้าหมอกมักจะหนาตาทำให้สะดวกต่อการพรางตัวยิ่ง
“คุณหนูจะดีหรือเ้าคะฝานลู่เฟิงเป็คุณหนูที่ร้ายรองจากท่านเลยนะเ้าคะแต่ท่านเป็เพียงแค่การแสดง ที่คุณหนูฝานเป็อยู่คือของจริง!”
ก็จริงอยู่ของปลอมสู้ของจริงไม่ได้เปรียบเทียบคือของก๊อปไร้คุณภาพกับของจริง
แต่เื่นี้มันไม่จำเป็ต้องกังวลเพราะจีเก้อซูหาใช่คนที่มองออกง่ายถึงขนาดนั้น “เื่นี้เ้าไม่จำเป็ต้องกังวลใจข้าสามารถเอาตัวรอดได้ ที่น่ากังวลหาใช่เื่นี้แต่เป็การหาหลักฐานวีรกรรมของข้าให้ดูมีน้ำหนักขึ้นก่อนวันงานราชสมภพ”
“ยามนี้เราจะต้องดึงตัวฝานลู่เฟิงมาเข้าพวกให้ได้ก่อน”
เมื่อครั้นถึงจวนเ้ากรมการคลังหัวหน้าครอบครัวย่อมต้องปฏิบัติต่อแขกอย่างดี หากไม่นับรวมเ้ากรมฝานและฮูหยิน กับอีกคนที่ปั้นสีหน้าแววตาบึ้งตึงระคนอาฆาตมาดร้ายั้แ่เห็นร่างของจีเก้อซู
ก็สมดีแล้วกับที่เป็นางร้าย
ขึ้นชื่อว่าเป็นางร้ายไม่มีทางทำตัวดีต่อหน้าคนที่ตนเกลียดอยู่แล้ว ฝานลู่เฟิงก็เริ่มจะชังขี้หน้าศัตรูหัวใจอย่างจีเก้อซูมาตลอดเช่นกัน
“เชิญคุณหนูเล็ก” เ้าบ้านให้การต้อนรับขับสู้ดีผายมืออย่างเป็มิตร
แตกต่างจากบุตรสาวคนเล็กที่การต้อนรับผิดแผกจากคนอื่น ส่วนชายหนุ่มที่ยืนใกล้เคียงที่น่าจะเป็คนพี่ชาย เดาอารมณ์ไม่ถูกเพราะสีหน้าเปื้อนยิ้มตลอด
มาถึงห้องรับแขกตระกูลฝานคือตระกูลเ้ากรมการคลัง ทันทีที่ได้ข่าวว่าคุณหนูเล็กเ้าของฉายาอันฉาวโฉ่ว่า ‘กุหลาบเปื้อนโคลนตม’ ก็เตรียมการต้อนรับเพราะตระกูลจีทรงอำนาจมากกว่าตระกูลฝานมาก
หากทำให้จีเก้อซูไม่พอใจนางคงจะอาละวาดและตระกูลจีอาจจะเอาเื่ แม้ว่าเ้ากรมการคลังจะถูกแต่งตั้งโดยตรงจากฝ่าา แต่ตระกูลฝานก็ไม่ได้ใหญ่ไปกว่าตระกูลจี
ทั้งหมดไปยังห้องรับแขก ในฐานะบุตรสาวคนสุดท้องแห่งตระกูลเสนาบดี หญิงสาวยังคงไว้ซึ่งความเย่อหยิ่ง ทำให้ฝานลู่เฟิงจิตใจเกิดเกรงใจขึ้นเล็กน้อย
แต่นางยังไม่ยอมรับในตัวของจีเก้อซู
นางมีสิทธิ์อันใดถึงเกิดมาเป็คู่หมั้นของมู่หรงจิ่นเหยียนกันแน่
“ที่ข้ามาในวันนี้มีจุดประสงค์อยากจะพบกับฝานลู่เฟิง” ทั่วทั้งอาณาจักรล้วนทราบดีถึงวีรกรรมของจีเก้อซู ประจักษ์เห็นถึงวีรกรรมของนาง บรรยากาศในห้องรับแขกจึงเต็มเปี่ยมไปด้วยความเคร่งเครียด หรือว่านางจะมาที่นี่เพื่อก่อเื่และตบตีบุตรีเขา!?
สายตาทุกคู่มากับร่างของหญิงงามสวมชุดแดงเลียนแบบพระคู่หมั้นของมู่หรงจิ่นเหยียน ฝานลู่เฟิงััได้ว่าหญิงสาวกำลังิ่เหม่จะหาเื่จากนั้นก็พบว่าจีเก้อซูแค่นเสียงดูถูก “เหอะ”
“เ้า!!” กล้าดียังไงเป็แค่นังผู้หญิงที่เกาะคนอื่นกินขวัญกล้ามาดูถูกข้า
ฝานลู่เฟิงตอบสนองต่อความเย่อหยิ่งของคู่แข่ง นางชิงชังน้ำหน้าจีเก้อซูจนถอนตัวไม่ขึ้น “กุหลาบเปื้อนโคลนตม” ฉายาน่ารังเกียจนี่คงจะสะกิดต่อมของนังนี่ถึงได้ถลึงตาขนาดนี้
“ฝานลู่เฟิง!!” ชายวัยกลางคนเบิกตาโพลงขึ้นเสียง เด็กนี่จะทำให้เสียเื่หรือไร
“ข้าเพียงแค่เอ่ยฉายาของคุณหนูเล็กให้ฟังเผื่อว่านางไม่ทราบ” ฝานลู่เฟิงยิ้มเป็มิตรขัดกับภายในที่แทบอยากจะเข้าไปประเคนตบจีเก้อซูจนตัวสั่น
จีเก้อซูประกายยิ้มเหี้ยมเกรียมทำเอาทุกคนไม่เว้นฝานลู่เฟิงสะอึกในลำคอ
น่าตายนักเหตุใดข้าจะต้องกลัวนังนี่
หญิงสาวเอ่ยคำสั้นใจความว่า “ดี” เ้ากรมการคลังและทุกคนเข้าใจตรงกันว่าคุณหนูเล็กแห่งจวนตระกูลจีเริ่มไม่พอใจ แต่พวกเขาจะทำอันใดได้ ต้องโทษฝานลู่เฟิงที่พลั้งปากอย่างขาดสติ
ใจจีเก้อซูนึกยินดี ต่อให้ไม่สามารถดึงฝานลู่เฟิงมาเป็พวกได้ ก็ต้องพาตัวนางกลับไปที่จวน แต่อย่าพึ่งเข้าใจผิดเพราะนางหาใช่คนหยาบช้าลักพาตัวผู้อื่นไปหน้าตาเฉย
ท่าทีของฝานลู่เฟิงเริ่มแข็งกร้าว “ข้าไม่รู้ว่าที่เ้ามาในวันนี้มีจุดประสงค์ใด แต่ไม่ใช่มีแค่ข้าคนเดียวที่หลงใหลในตัวองค์รัชทายาท แต่เป็ทั่วทั้งเมืองหลวง หากเ้าจะมาหาเื่ข้า หรืออีกหลายคนในเมืองหลวงล่ะก็ ที่จวนตระกูลฝานลูกพี่ลูกน้องของข้าเองก็ชื่นชมองค์รัชทายาท กระทั่งปรารถนาจะถวายตัวเป็สนม เ้าแน่ใจงั้นหรือว่าลำพังคุณหนูในรูเช่นเ้าจะหาเื่ครบ? ” กิตติศัพท์ของคุณหนูตัวร้ายคือวาจาอันเชือดเฉือนถือเป็อาวุธสำคัญ ไม่เลวเลยทั้งสีหน้าท่าทางดูมีสง่าราศีสมกับเป็นางร้าย
ภายนอกพวกเขาจะพบกับความโกรธเกรี้ยวของจีเก้อซู
ทว่าภายในจีเก้อซูจิติญญาลุกโชนด้วยความปลื้มปีติ “ดี” ในที่สุดก็ค้นพบแล้วเสียที คิดไม่ผิดจริงๆ ที่เลือกฝานลู่เฟิง
หันหน้าเห็นหน้าสีซีดของเ้ากรมการคลังหรือว่าฝานเป๋ย ที่แท้พวกเขามีปัญหาเื่กระเพาะอาหารหรือป่วยไข้นี่เอง
“ข้า้าคุยกับคุณหนูฝานเป็การส่วนตัว ใต้เท้าคงไม่ว่าอันใดหรอกกระมัง”
เ้ากรมการคลังอึกอักตั้งรับสถานการณ์แทบไม่ทัน
ฝานลั่วเริ่มสนใจบทละครของจีเก้อซู เขาแทบทำตัวไร้ตัวตนตลอดเวลา นึกสนใจท่าทีอันเย่อหยิ่งของจีเก้อซูนัก เขาใคร่รู้นักว่านางจะเสแสร้งได้สมจริงเช่นไรอีก ริมฝีปากประดับยิ้มด้วยแววลี้ลับขึ้น
จีเก้อซูมานั่งรออยู่ ณ ศาลาริมบึงฝานลู่เฟิงตามมาติดๆ นางไม่ปกปิดความรังเกียจที่มีต่อจีเก้อซูแม้แต่น้อย
จู่ๆ จีเก้อซูเปิดบทสนทนา “ข้าอยากพูดกับเ้ามานานมากแล้ว”
สาวใช้ของฝานลู่เฟิงถลึงตาใส่ว่านชิงพวกนางคิดเหมารวมว่านายบ่าวคงจะเหมือนกัน นายเป็อย่างไรบ่าวคงจะเป็อย่างนั้น
“เ้า้าสิ่งใดกันแน่” ฝานลู่เฟิงเอ่ยถามเสียงห้วนอยากจะตะบึงหายไปเสียตอนนี้
“ข้าคาดหวังให้เ้าร่วมมือกับข้า”
“ร่วมมือ!? ” น่าประหลาดใจยิ่งนัก จีเก้อซูที่แสนร้ายกาจเย่อหยิ่งอยากร่วมมือกับคนเช่นนาง
“อุ๊ปส์” นายบ่าวต่างพากันหัวเราะเยาะเย้ย
“เ้านะเหรอจะร่วมมือกับคนฐานะต่ำต้อยกว่า คุณหนูเล็กแห่งจวนตระกูลจีเปลี่ยนรสนิยมแล้วงั้นเหรอ? ” เสียงคิกคักราวกับมองจีเก้อซูเป็ตัวตลก
“ถ้าข้าบอกว่าใช่ล่ะ” แววตาหญิงสาวแปรเปลี่ยนเป็เ็าจนนายบ่าวมึนงงจิตใจนึกเกิดตั้งคำถาม
คติประจำใจของนางคือตนจะไม่ปิดบังกับคนที่ตนเลือก
“ข้าจีเก้อซูอยากร่วมมือกับเ้าและไม่้าปกปิดตัวตนที่แท้จริงให้แก่คนที่ข้าเลือก”
“ข้าจะบอกความจริงให้แก่เ้าว่าแท้จริงแล้วข้าหาใช่คนอย่างที่เ้าคิด ข้าหาได้ชมชอบองค์รัชทายาทดั่งเช่นที่ภายนอกแสดงออก” ทันทีที่ประโยคน่าเหลือเชื่อออกจากริมฝีปากกระจับทำให้ฝานลู่เฟิงและสาวใช้ตกตะลึง
นางเป็อะไร? เสียสติไปแล้วงั้นเหรอ
“ไม่จริง!!” ถ้าหากเป็เื่จริงนางทำทั้งหมดนั่นมันหมายความว่า…
“อย่างที่เ้าคิดข้าก็เป็เพียงแค่คนธรรมดาเท่านั้น ฉากหน้ารวมถึงสิ่งที่ข้าแสดงออกนั้น ล้วนแล้วแต่เป็การแสดง”
แปลกนักหากสิ่งที่นางทำเป็การแสดงใครมันจะแสดงได้สมจริงปานนั้น “หมายความว่าเ้าไม่ได้ชอบองค์รัชทายาท? ”
“ใช่ข้ามีเหตุผลที่ต้องทำ”
ฝานลู่เฟิงไม่ค่อยเชื่อคำพูดของศัตรูหัวใจ ตนเชื่อแค่ว่าจีเก้อซูเป็แค่โฉมงามไร้ราคาจะแสดงเก่งจนมองไม่ทะลุปรุโปร่งได้เชียวเหรอ!
โดยปกติแล้วฝานลู่เฟิงคงไม่มีทางเชื่อนางแน่ ต่อให้มีจีเก้อซูนับสิบคนมาพูดว่าตนไม่ชมชอบองค์รัชทายาทที่แสนจะสมบูรณ์แบบั้แ่เกิดก็ยากจะเชื่อลง
จิ้งผิงกระซิบกระซาบบางอย่างกับผู้เป็นาย ก่อนฝานลู่เฟิงจะแช่มชื่นขึ้น การแสดงออกที่ดูเป็ธรรมชาติของจีเก้อซูทำให้นางเชื่อถือไปครึ่งหนึ่ง
คุณหนูเล็กแห่งจวนเสนาบดีข้าคงต้องทดสอบเ้าแล้วล่ะมั้ง ฝานลู่เฟิงกลบยิ้มซ่อนเร้นมุมปากแฝงเล่ห์กลบางอย่าง “ข้าคงเข้าใจคุณหนูตระกูลจี ได้เสียมารยาทต่อท่านแล้ว งั้นข้าคงต้องขอประทานโทษด้วย”
“ไม่หรอกเป็ข้าเองที่ทำตัวเองและข้าอยากจะพบเ้ามานานแล้ว”
หลังจากปรับความเข้าใจกันสองดรุณีต่างเอ่ยเื่ราวสัพเพเหระกันอยู่นานสองนาน ฝานลู่เฟิงที่เริ่มคุยกันถูกคอก็ได้นำเสนอใบชาใหม่ชั้นดีนางบรรยายสรรพคุณได้เวิ่นเว้อจีเก้อซูแทบทนไม่ไหวจึงเร่งรัดให้บ่าวชงชาเพื่อพิสูจน์ นายบ่าวจึงส่งสัญญาณให้ข้ารับใช้อื่นนำใบชาชั้นเลิศที่คุณหนูเล็กแห่งจวนเ้ากรมการคลังอวดอ้างว่าดีนักหนา
เมื่อเหลือบไปเห็นต้นไม้แผ่กิ่งก้านสาขา เ้าตัวเล็กวิ่งวนเวียนทั่วก้อนกลมสีเหลืองอร่ามซึ่งเ้าสิ่งนั้นคือรังผึ้ง
ชาสายน้ำผึ้งกับรังผึ้ง ช่างประจวบเหมาะอะไรเช่นนี้
ฝานลู่เฟิงคลี่ยิ้มจิตใจมีความสุขเหลือประมาณ “ซูเอ่อร์ข้าคิดว่าเ้าคงจะอยากมากแล้ว เพราะงั้นคงได้เวลาลิ้มชิมข้าขอรับประกันว่าเ้าต้องติดใจอย่างแน่นอน” ไม่นานราวกับว่าพวกเราสนิทสนมกันมากกว่าแต่ก่อน
แต่ก็แค่ภายนอกเท่านั้น…
หญิงสาวไม่เอ่ยคำใดรอจิ้งผิงสาวใช้คนสนิทของฝานลู่เฟิงรินน้ำชาจนกลิ่นหอมโชยกระทบสู่จมูกโด่งรั้น
“ข้าคิดว่าเ้าคงจะเสพติดยากจะถอนตัวขึ้นเฉกเช่นเดียวกันท่านพ่อแน่”
“ไม่ยักรู้ว่าเ้ากรมการคลังจะชื่นชอบชาสายน้ำผึ้ง”
“ใช่แล้วล่ะพ่อข้านะชอบลิ้มลองใบชาชั้นเลิศแล้วยังชอบน้ำผึ้งมาก”
บนแขนเสื้อของจิ้งผิงปรากฏถุงสีเงินนางโรยผงสีขาวบริสุทธิ์ลงบนถ้วยกระเบื้อง ใช้ตัวสูงบดบังการกระทำของนางอย่างแเี
“กลิ่นหอมยิ่งกว่าชาของจวนเสนาบดีเสียอีก” จีเก้อซูอดทึ่งไม่ได้คาดได้อย่างไรว่าจะพบของถูกใจเข้า
ด้วยกลิ่นหอมอ่อนๆ นุ่มนวลััลิ้นรสชาติจึงแผ่ซ่านสมกับเป็ชาชั้นเลิศ ฝานลู่เฟิงจิบชาเล็กน้อยพลางรอคอยท่าทางจากฝ่ายตรงข้าม นางหวังว่าผึ้งบนหัวจะตกใส่หัวของจีเก้อซูแต่วิธีนี้คงใช้การตอนนี้ไม่ได้
สิบเค่อผ่านพ้น กลับกลายเป็ว่าทางด้านฝานลู่เฟิงรู้สึกถึงผื่นคันคะเยอจึงเกาก่ายไปทั่ว
จิ้งผิงร้องเสียงหลง คะ คุณหนู!? เพียงได้ส่องคันฉ่องเท่านั้นแหละ นางถึงกับกรีดร้องจนแทบจะสลบเหมือดเพราะอาการแพ้น้ำผึ้งของฝานลู่เฟิง แท้จริงแล้วนางไม่เคยคิดจะให้ตนเองดื่มชาสายน้ำผึ้งเลย เพราะอีกจอกเป็ชาธรรมดามีแต่นางคนเดียวที่กินมันได้
นางตั้งใจจะใส่ผงบางอย่างลงไปในชาสายน้ำผึ้งของจีเก้อซู ให้นางท้องผูกและมีผื่นคันคะเยอเพื่อกลั่นแกล้งจีเก้อซู หากเผอิญนางแพ้น้ำผึ้งเหมือนกับหญิงในห้องหับแพ้กันก็สาแก่ใจยิ่งนัก
หญิงรับใช้ที่นางสั่งให้ไปตัดกิ่งไม้ที่มีรังผึ้งก่อนที่จีเก้อซูจะมาถึง พอกระรอกวิ่งผ่านกิ่งไม้มันก็น่าจะหักโค่นลงมา ตำแหน่งและองศามันน่าจะใกล้เคียงกับนางคนนั้น ผิดคาดที่รังผึ้งไม่แต่เพียงไม่ยอมตกใส่หัวของจีเก้อซู แต่กลับเป็ตัวนางเองที่ต้องมารับเคราะห์
ไหนเลยจะคาดคิดว่าฝานลู่เฟิงจะโดนเสียเอง
จีเก้อซูก่อนหน้านี้อาศัยวรยุทธทำให้ลมพัดเพไปตกที่หัวของฝานลู่เฟิง นางคาดเดาถึงการกระทำต่อมาของฝานลู่เฟิงได้แม่นยำ
เหตุการณ์ในครั้งนี้ทำให้ฝานลู่เฟิงจดจำไปชั่วชีวิต เพราะนางหวงแหนใบหน้าแสนงดงามของนางมาก แล้วใครก็ตามที่บังอาจทำกับตน ฝานลู่เฟิงนางถือคติที่ว่า ‘ดีมาดีกลับ ร้ายมาร้ายกลับ’
แต่ไม่ว่าจะวันไหนที่พยายามกลั่นแกล้งรังแกจีเก้อซู กลับต้องตกเป็นางที่ถูกรังแกเสียเอง นานวันเข้าความสัมพันธ์ยิ่งซับซ้อน
บางครั้งฝานลู่เฟิงคิดว่าจีเก้อซูอาจมีอะไรมากเกินกว่าที่ตานางเห็น และนับวันก็ยิ่งชัดเจนว่าจีเก้อซูเป็จอมขี้ตื๊อ พยายามให้ตนเป็พันธมิตรถึงจะน่าหงุดหงิดจนอยากจะสังหารนางคนนี้แค่ไหน
การไปมาหาสู่กันของคนทั้งคู่ดูเหมือนจะราบรื่นขึ้น เนื่องจากในใจลึกๆ ฝานลู่เฟิงมีความเกรงกลัวต่อจีเก้อซู จนกาลเวลาผ่านไปนางก็ได้กลายเป็มิตรสหายกันในที่สุด
เมื่อก่อนนางพยายามวางแผนกลั่นแกล้งจีเก้อซู คนที่สมควรถูกกระทำแทนที่จะเป็จีเก้อซูแต่กลับเป็นาง จนน่าหงุดหงิดหลุดนิสัยร้ายกาจต่อหน้าพวกบ่าวรับใช้ ผู้สมควรถูกกระทำหัวเราะราวกับจะเย้ยหยันนั่งริมระเบียงอย่างสบายใจ
การแวะเวียนมาถี่ขึ้นเรื่อยๆ แต่ฝานลู่เฟิงไม่อาจปฏิเสธการมาเยือนของจีเก้อซู ภายนอกทั้งคู่เหมือนจะมีความสัมพันธ์ดีขึ้น แต่ทว่ากลับมีเส้นบางๆ ขวางกั้นคนทั้งคู่ เดิมทีเพื่อนขุนนางของฝานลู่เฟิงนั้นมีมากมายก่ายกองแต่ก็หาคนที่จริงใจยาก
ขึ้นชื่อว่าชนชั้นสูงหรือขุนนางไม่มีทางที่จะไม่รักในผลประโยชน์ บุตรหลานขุนนางที่เข้าหาฝานลู่เฟิงมักจะเข้าหาเพราะการกรอกหูของบิดามารดาและผลประโยชน์
นานวันฝานลู่เฟิงเหมือนจะไม่มีวันเปลี่ยน แต่จีเก้อซูรับรู้ดีว่านางยอมรับตนในฐานะเพื่อนแล้ว
วันนี้เพื่อเป้าหมายแล้ว จีเก้อซูจึงเตรียมของขวัญพิเศษไว้ให้จวนเ้ากรมการคลัง ท่ามกลางความสงบร่มเย็นเป็สุข สายตาฝานลู่เฟิงกลับพบร่างอรชรทำเอาเบิกตาพรวดพราดเข้าห้องด้วยความเร็วแสง หลายวันหลายสัปดาห์ที่ผ่านมานางเชื่อสนิทใจแล้วว่าจีเก้อซูแสดงละครหลงรักมู่หรงจิ่นเหยียนนี้ล้วนเป็จริง พร์ของนางหาใช่จะมีใครลอกเลียนแบบง่ายจริงแท้แน่นอน
ทำให้ยามนี้ฝานลู่เฟิงเกิดความหวาดกลัวปนหวาดระแวงขึ้นในจิตใจ นางเอาแต่วางแผนกลั่นแกล้งทำเื่แย่ๆ กับจีเก้อซู ถ้านางจะเอาคืนคงไม่น่าแปลก
ฝานลู่เฟิงยังไม่ทันก้าวถึงบานประตูก็ถูกผลักออก
“!?!”
เสียงหวานเอ่ยด้วยแววกวนประสาท “สหายฝานข้าอุตส่าห์มาเหตุใดต้องวิ่งหนีนี่ข้าอุตส่าห์นำของขวัญสุดพิเศษมาให้เ้าเชียวนะดูสิ” นางชูถุงยาแก้ท้องผูกมาให้เพราะครอบครัวนี้เดี๋ยวหน้าซีดเดี๋ยวหน้าแดงจนน่าเป็ห่วง
ฝานลู่เฟิงรู้สึกว่าตนเองถูกตามรังควานทุกวี่ทุกวันจนสุดแล้วก็ทนไม่ไหวใจอ่อนในที่สุด
“ในเมื่อเ้าตามตื๊อไม่เลิก...ก็ได้ข้าจะยอมรับการร่วมมือระหว่างเ้าสักครั้ง”
รอยยิ้มผุดขึ้นมาประดับริมฝีปากงามในทันทีทันใด ไม่เสียแรงที่อุตส่าห์ตามรังควานเยี่ยงเหาฉลามเกือบทั้งเดือน
ดูเหมือนว่าเราจะกลายเพื่อนที่ดีต่อกันได้แล้ว นับจากนั้นพวกนางก็ได้กลายเป็สหายรักกัน