ยามเฉิน[1]
เสียงดังเหมือนคนกำลังก่อสร้างบางอย่างรบกวนสามพี่น้องในตอนเช้าของอีกวัน เซี่ยซือซือลืมตาขึ้นด้วยความหงุดหงิดใจน้องสาวของนางยันตัวลุกขึ้นมานั่งเหมือนกันทั้งคู่หันไปมองเ้าตัวน้อยมุมในสุดของเตียงเซี่ยซือหยางยังคงนอนหลับอุตุอยู่ที่เดิม สองพี่น้องจึงได้ถอนหายใจอย่างโล่งอก
“ข้าจะออกไปดูเองเ้านอนต่อเถอะ”เซี่ยซือซือกระซิบเสียงเบา น้องสาวของนางก็เอนตัวลงนอนอย่างว่าเชื่อฟัง
พอเดินออกมาอยู่หน้าบ้านเซี่ยซือซือถึงได้รู้ว่าท่านลุงใหญ่กับท่านลุงรองของนางกำลังช่วยกันปั้นก้อนดินก่อกำแพงกั้นบ้านอยู่ ทำงานกันเช้าเพียงนี้เชียวหรือดูท่าแม่เฒ่าเซี่ยคงอยากตัดขาดพวกนางให้เร็วที่สุด
เซี่ยฉางเงยหน้าขึ้นมาเห็นหลานสาวของตนสายตาพลันเ็าขึ้นในทันที “ข้าไม่อยู่แค่วันเดียวเ้าก็ปีกกล้าขาแข็งขอแยกบ้านช่างเป็เด็กเนรคุณจริง ๆ”
เมื่อวานเซี่ยฉางกับน้องชายเซี่ยชุนพากันเข้าไปเยี่ยมบุตรชายที่สำนักศึกษาในอำเภอ จึงไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ขอแยกบ้านพอกลับมาถึง่เย็นภรรยาของพวกเขาต่างก็เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างดุเดือดเืพล่านแน่นอนว่าต้องเน้นคำว่าบ้านสามเป็พวกเนรคุณอกตัญญูเป็หลัก
เซี่ยซือซือไม่ได้โต้กลับในยามนี้นางเป็เพียงเด็กอายุสิบสามปี ท่านลุงใหญ่ของนางรูปร่างสูงใหญ่บึกบึนมองด้วยตาเปล่าหากเทียบกับความสูงในยุคปัจจุบัน อาจสูงถึงหนึ่งร้อยแปดสิบเิเส่วนท่านลุงรองนั้นรูปร่างเพรียวกว่าเล็กน้อย ทว่าความสูงนั้นใกล้เคียงกัน เช่นนี้แล้วคนที่สูงราวหนึ่งร้อยห้าสิบห้าเิเแบบนางไม่อาจต่อกรกับท่านลุงทั้งสองคนได้ จึงต้องทำตัวสงบเสงี่ยมไว้ก่อน
“ท่านแม่ให้พวกข้ามากั้นกำแพงหลังจากนี้บ้านใหญ่จะไม่เกี่ยวข้องกับบ้านสามอีกต่อไปพวกเ้าสามพี่น้องจะเป็ตายร้ายดีอย่างไรก็ไม่เกี่ยวกับพวกเราแยกบ้านก็เหมือนตัดขาดออกจากกันไปแล้ว ยามลำบากเ้าอย่าได้หาญกล้ามาขอความช่วยเหลือจากพวกเราเด็ดขาด” คำพูดนี้เซี่ยชุนเป็คนเอ่ย
มุมปากเซี่ยซือซือกระตุกขึ้นเล็กน้อยบ้านนี้หาคนนิสัยใจคอเหมือนมนุษย์มนาทั่วไปได้ยากจริง ๆ“เชิญท่านลุงทั้งสองทำงานต่อเถอะเ้าค่ะ ข้ายังต้องหามื้อเช้าให้น้อง ๆ กินก่อน”
“กระทั่งห้องครัวยังไม่มีมีหน้ามาบอกว่าจะทำมื้อเช้า ใกล้อดตายแล้วยังไม่รู้ตัวอีก”เซี่ยฉางะโด่าตามหลังไป
“รีบก่อให้เสร็จเถอะพี่ใหญ่ท่านแม่เลือกตัดขาดจากคนบ้านสามแล้ว ท่านกับข้าก็ไม่ต้องไปสนใจเด็กพวกนี้หรอก”
“เ้าสามกับเมียไม่น่าชิงตายไปเช่นนี้เลยเด็กพวกนี้เลยไร้คนสั่งสอน ถึงได้เนรคุณท่านย่าของตัวเองเช่นนี้”แม้ปากของเซี่ยฉางจะพูดแบบนี้ ทว่าในใจนั้นกลับยินดีเสียด้วยซ้ำการที่น้องสามกับภรรยาตายจากไปนั้น ทำให้ส่วนแบ่งในอนาคตของตนกับลูก ๆได้เพิ่มมากขึ้น
ราวหนึ่งชั่วยาม[2]กำแพงบ้านก็เสร็จเรียบร้อยท่านลุงทั้งสองเงียบเก็บของกลับบ้านตนเองไปแล้ว เซี่ยซือซือถึงได้วางใจนำมันฝรั่งเข้าไปทำโจ๊กในมิติพิเศษของตัวเอง นางนำธัญพืชหยาบต้มผสมกับมันฝรั่งให้เป็โจ๊กเนื้อข้น ๆ สำหรับมื้อเช้า แอบหยดน้ำพุวิเศษลงไปด้วยเล็กน้อยหนนี้นางหยิบเฉ่าเหมยออกไปด้วยสองกำมือ
“น้องเล็กล้างหน้าบ้วนปากหรือยัง”
“อื้ม”
“มากินข้าวเช้าได้แล้ว”
“ขอรับท่านพี่”เซี่ยซือหยางรีบลากโต๊ะนั่งกินข้าวออกมาจากมุมบ้านเข้าประจำตำแหน่งที่เคยนั่งกินข้าวกับครอบครัว
ทันทีที่พี่สาวของเขาวางถ้วยโจ๊กถ้วน ๆลงบนโต๊ะ ตามด้วยผลเฉ่าเหมยไว้ด้านข้าง เ้าตัวน้อยก็เอียงหน้ามองพร้อมจ้องตาแป๋ว“เ้านี่คืออะไรหรือท่านพี่”
“หืม เฉ่าเหมยไงเ้าไม่รู้จักหรือ”
“ไม่ขอรับ ไม่เคยเห็น”
ไม่เคยเห็น ! เซี่ยซือซือมึนงงหนักกว่าเดิม พยายามย้อนความคิดของเ้าของร่างเดิมปรากฏว่าไม่รู้จักผลไม้ชนิดนี้จริง ๆ ตายละ !แล้วนางจะหาข้ออ้างไหนมาบอกน้องชายดี แต่ยังไม่ทันจะได้เอ่ยอันใดออกไปน้องชายของนางก็มีคำถามใหม่ขึ้นมาอีก
“ท่านพี่ไปเอาโจ๊กนี่มาจากไหนหรือขอรับ”
“คือว่า เอ่อข้าเอาธัญพืชหยาบกับมันฝรั่งไปบ้านท่านปู่ใหญ่ ขอห้องครัวที่นั่นต้มโจ๊กท่านย่าใหญ่สงสารพวกเราเลยให้ถ้วยกับช้อนตะเกียบมาสามชุด บอกว่าไม่ต้องรีบคืนเอาไว้ให้พวกเราซื้อใหม่ก่อนค่อยเอาไปคืนท่าน ส่วนเฉ่าเหมยนั่นเป็ผลไม้ป่ากินได้ท่านปู่ใหญ่มอบให้พวกเรามา” ยามนี้คงต้องอาศัยชื่อของท่านปู่ใหญ่มาช่วยก่อน
“ท่านปู่ใหญ่ใจดีโตขึ้นข้าจะต้องตอบแทนบุญคุณท่านปู่ใหญ่แน่”เด็กน้อยรู้สึกซาบซึ้งในความเมตตาของคนบ้านท่านปู่ใหญ่ ซึ่งแตกต่างจากท่านย่าแท้ ๆของตนเอง ราวฟ้ากับเหวกันเลยทีเดียว
“ดีมากบุญคุณต้องตอบแทน”ความแค้นต้องชำระ คำนี้เก็บไว้ในใจ “รีบกินเถอะน้องเล็กแต่ว่าเื่นี้เ้าห้ามเอาไปบอกคนอื่นเด็ดขาดไม่ว่าจะเป็เื่ไปใช้ห้องครัวของท่านปู่ใหญ่เื่ถ้วยใส่โจ๊กหรือแม้กระทั่งเฉ่าเหมยผลไม้ป่านั่นไม่เช่นนั้นจะมีคนมาแย่งของพวกนี้กลับคืนไป น้องเล็กเ้าเข้าใจคำข้าหรือไม่”เื่นี้ต้องย้ำเตือนดี ๆ น้องชายนางยังเด็กนัก
“ขอรับท่านพี่ ข้าจะไม่พูดเด็ดขาด”แม้ไม่เข้าใจอะไรเลย แต่เซี่ยซือหยางก็รู้ว่าการถูกแย่งของไปนั้นไม่ใช่เื่ดี
“ดีมาก”เซี่ยซือซือยกฝ่ามือลูบศีรษะน้องชายเบา ๆ ปล่อยให้เขานั่งกินโจ๊กไปเพียงลำพังส่วนตัวนางเข้าไปดูน้องสาวที่นอนอยู่บนเตียงแต่แอบเปิดตามองดูนางกับน้องชายอยู่เป็ระยะ
“เดี๋ยวพอน้องเล็กกินอิ่มแล้วข้าจะพาออกไปเดินเล่นตรงหน้าบ้านสักหน่อย ยามนั้นเ้าค่อยไปกินข้าวนะอาซาน”นางเอ่ยเบา ๆ น้องสาวก็พยักหน้ารับรู้
แม้มีคำถามเต็มไปหมดแต่เซี่ยซานซานไม่อาจเอ่ยถามออกไปในยามนี้ได้ เอาไว้สบโอกาสเหมาะ ๆนางต้องถามให้หายข้องใจ บ้านของท่านปู่ใหญ่นั้น แม้จะมีความเห็นอกเห็นใจพวกนางแต่ไม่มีทางมอบห้องครัวให้ทำอาหาร หรือมอบผลไม้ป่าให้กินอย่างแน่นอนเพราะยังมีบรรดาลูกสะใภ้ใจคับแคบอีกหลายคน
“ท่านพี่มากินข้าว”เสียงเซี่ยซือหยางะโเรียกพี่สาวอยู่ด้านนอก
“ไปแล้ว ๆ”
“ท่านพี่เฉ่าเหมยอันนี้อร่อยมากทั้งหวานทั้งเปรี้ยว ท่านพี่กินสิ กินเร็วเข้าเดี๋ยวคนอื่นมาแย่ง”เด็กน้อยรีบยื่นผลเฉ่าเหมยให้พี่สาว เพราะเคยถูกคนในบ้านแย่งของกินอยู่บ่อยครั้งเลยจดจำฝังใจไปเสียแล้ว
“เ้าค่อย ๆ กินไม่ต้องรีบไม่มีใครมาแย่งของกินเ้าได้หรอก ท่านลุงใหญ่กับท่านลุงรองมากั้นกำแพงบ้านแล้วพวกเขาไม่กล้าปีนกำแพง เข้ามาแย่งของกินเ้าหรอกน้องเล็ก”นางบุ้ยหน้าไปที่กำแพงบ้าน
“โอ๊ะ จริงด้วย”เด็กน้อยชะโงกหน้าออกไปมองกำแพงบ้านตามพี่สาว ก่อนจะยืดอกน้อย ๆ ขึ้นอย่างดีใจค่อย ๆ หยิบผลเฉ่าเหมยเข้าปาก แล้วเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อย
สองพี่น้องกินโจ๊กมันฝรั่งผสมธัญพืชหยาบจนอิ่มจากนั้นเซี่ยซือซือได้พาน้องชายออกไปเดินเล่นนอกบ้าน อย่างที่บอกน้องสาวเอาไว้นางกะเวลาให้เซี่ยซานซานได้ล้างหน้าบ้วนปาก และกินข้าวให้เสร็จเรียบร้อยถึงได้พาน้องชายกลับเข้าบ้าน สักพักใหญ่ ๆ นางถานก็มาเคาะประตูเรียก
“ท่านป้าถานเข้ามานั่งในบ้านก่อนเถอะเ้าค่ะ”
ถานเหลียนฮวาอายุสามสิบหกปีมีใบหน้าซูบตอบทำให้ดูแก่เกินวัย ทว่ายังมีเค้าโครงความงามอยู่ไม่น้อยนางเดินตามหลังเซี่ยซือซือเข้าไปนั่งภายในบ้าน
“บ้านข้ามีแค่น้ำต้มท่านป้าถานอย่าได้รังเกียจ” เซี่ยซือซือรินน้ำต้มให้นางถาน
“ขอบใจเ้ามากซือซือเ้าเก็บของเสร็จรึยัง”
นางถานเรียกชื่อนางเช่นนี้สินะนับเป็ครั้งแรกที่ได้ยินคนเรียกชื่อซือซือเหมือนในยุคปัจจุบัน
“ข้ายังไม่ได้เก็บเลยเ้าค่ะ”
“เหตุใดยังไม่เก็บอีกเล่าเ้าเองก็รู้มิใช่หรือว่าวันนี้ต้องไปอยู่ที่บ้านข้า แค่ก ๆ”เอ่ยยังไม่ทันจบนางถานก็ไอโขลกออกมาติด ๆ “แค่ก แค่ก แค่ก”
“ท่านป้าถานท่านดื่มน้ำก่อนเถอะเ้าค่ะ”เซี่ยซือซือเลื่อนจอกน้ำต้มไปให้คนไอหนักจนหน้าดำหน้าแดงกานี้นางไม่ได้หยดน้ำพุวิเศษใส่
นางถานรีบยกจอกน้ำขึ้นจิบใช้ฝ่ามือลูบหน้าอกตัวเองแรง ๆ อาการเหมือนคนเจ็บป่วยรุนแรง
ยามนี้เซี่ยซือซือกระจ่างแก่ใจตัวเองแล้วเหตุใดนางถานถึงอยากซื้อนางไปเป็ภรรยาของลูกชายนัก ที่แท้ก็ป่วยหนักเจียนตายคงคิดว่าตัวเองจะอยู่รอดได้ไม่นาน จึงรีบหาภรรยาให้ลูกชาย ทว่าสตรีดี ๆ ที่ไหนจะยอมรับคนพิการเป็สามี อีกทั้งโอกาสหย่าร้างนั้นยังมีสูง
แต่การซื้อคนนั้นมีเอกสารเป็หลักฐานการซื้อขายผู้ถูกซื้อจะหนีไปจากผู้ซื้อไม่ได้ จะกลายเป็คนมีความผิดติดตัวในความทรงจำของร่างเดิม พอจะรู้เื่เหล่านี้อยู่บ้างกฎหมายแคว้นจ้าวนั้นมีข้อเสียเปรียบ ตรงระบุไว้ว่าการจะไถ่ถอนตัวได้นั้นต้องให้ผู้เป็นายอนุญาตเท่านั้น ไม่เว้นกรณีซื้อไปเป็ภรรยาแบบนาง
ต่อให้นางหาเงินมามากพอจะไถ่ถอนตัวเองได้แต่หากถานจ้านไม่อนุญาตนางก็หมดสิทธิ์ที่จะไปจากเขาเห็นทีนางต้องทำดีกับถานจ้านให้มาก เพื่อเสรีภาพของตัวนางเองในวันข้างหน้า
ท่านป้าถาน ท่านช่างฉลาดนักนะ
[1] ยามเฉิน คือ07.00-08.59 น.
[2] หนึ่งชั่วยามแทนเวลา 2ชั่วโมง