หญิงสาวผู้มีพลังที่แสนแข็งแกร่งแห่งโลกิญญามองและคิดเื่ราวต่าง ๆ อยู่เงียบ ๆ เธอคิดอย่างขบขันเมื่อนึกย้อนไปตอนที่เธอแวะไปเอ่ยลาผู้เป็บิดาเพื่อมาทำภารกิจ
ย้อนไป่ก่อนหน้านี้
“ในยามที่ลูกไปทำภารกิจ พ่อมีข้อห้ามที่้าให้ลูกรับปากอยู่ไม่กี่อย่างเท่านั้น” ผู้เป็บิดาเอ่ยปากกับบุตรีของตนที่เข้ามาเอ่ยลาเขาเพื่อไปทำภารกิจแรกด้วยน้ำเสียงสนุกสนาน
“อะไรอย่างงั้นหรือเพคะ” หญิงสาวถามขึ้นด้วยสีหน้าสงสัย
“ลูกห้ามใช้พลังของตนเองคร่าชีวิตของใครโดยไม่จำเป็ และห้ามนำอาวุธวิเศษของที่นี่ออกไปใช้กับคนในดินแดนอื่นโดยเด็ดขาด” เขาเอ่ยขึ้น
“เสด็จพ่อไม่ต้องกังวลเพคะ ลูกเพียงไปแก้แค้นคนไม่ดีเท่านั้น ไม่ได้ไปออกรบที่ไหนเพคะ” หญิงสาวตอบกลับผู้เป็บิดาด้วยน้ำเสียงซุกซน
“งั้นพ่อก็ขอให้เ้าโชคดี” ผู้เป็ใหญ่แห่งโลกิญญาเอ่ยอวยพรบุตรสาวสุดที่รักของเขาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนแต่แววตาแฝงไปด้วยความสนุกสนานบางอย่างที่ผู้เป็ลูกไม่ทันได้สังเกต
กลับมายังปัจจุบัน
‘ไม่ให้ใช้อาวุธวิเศษ กับห้ามฆ่าใครตรง ๆ แต่เสด็จพ่อไม่ได้ห้ามใช้โอสถพิษและของเล่นทั้งหลายที่อยู่ในมิติของเรานี่นะ’ ร่างบางคิดเื่ก่อนหน้านี้ด้วยรอยยิ้มเ้าเล่ห์
ฟางหรงทำงานทุกอย่างที่เหลียนหวังฟางคนก่อนเคยทำด้วยความแเี แม้แววตาและบุคลิกบางอย่างจะเปลี่ยนไปอยู่บ้างจนหยวนอี้สามารถสังเกตได้ แต่ก็ไม่ได้ทำให้เขารู้สึกแปลกใจมากนัก เพราะคุณหนูก็ยังเป็หญิงสาวที่เขาให้ความเอ็นดูเหมือนลูกเหมือนหลานอยู่เช่นเดิม
วันต่อมาเหลียนหวังฟางก็ได้พบกับเหล่านักสืบที่หยวนอี้ติดต่อให้มาในเวลาที่แตกต่างกัน
“คุณหนูจะให้ผมตามสืบเื่ราวของใครนะครับ” หลี่เฉียงหรือชายวัยกลางคนผู้ทำอาชีพเป็นักสืบมาหลายสิบปีถามหญิงสาวด้วยสีหน้าแปลกใจเล็กน้อย
“อย่างที่ฉันได้บอกไปตอนแรก ฉันอยากให้คุณลุงสืบดูการใช้ชีวิตของท่านผู้พันตระกูลจิ้งที่มีลูกสาวชื่อว่าจิ้งซินซินค่ะ” เหลียนหวังฟางเอ่ยซ้ำด้วยความ้าเดิมของเธอ
“ดูจะไม่ใช่งานง่าย ๆ เลยนะครับ ข้าราชการระดับสูงแบบนี้น่าจะมีผู้ติดตามคอยรักษาความปลอดภัยให้เขาไม่น้อยเลย” เขาตอบหญิงสาวตรงหน้าด้วยน้ำเสียงลำบากใจ
“ลุงหยวนบอกว่าลุงหลี่ทำงานให้กับคุณพ่อของฉันและเชื่อใจได้มากที่สุดในบรรดานักสืบ ฉันไม่ทำให้คุณลำบากในอนาคตอย่างแน่นอน”
“ผมทราบครับว่าคุณหนูไม่ได้้าให้ผมเดือดร้อน แต่แค่กำลังคนของฝั่งเราก็ดูจะแพ้อำนาจของคนตระกูลนั้นแล้วนะครับ” ชายวัยกลางคนเอ่ยตามตรงด้วยความจริงใจ
“เอาแบบนี้ค่ะ คุณลุงหลี่แค่สืบดูว่าเขาไปไหน และพบใครบ้างก็พอ ไม่ต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวว่าเขาทำอะไรหรือลอบเข้าไปสืบความลับถึงในบ้านของเขา” เหลียนหวังฟางเอ่ยขึ้นด้วยความเข้าใจ
“แบบนั้นเราจะได้ข้อมูลน้อยมากเลยนะครับคุณหนู” หลี่เฉียงแย้งขึ้นด้วยความไม่เห็นด้วยเล็กน้อย
หญิงสาวที่นั่งอยู่ในห้องกับนักสืบนิ่งคิดปัญหาเื่นี้อยู่เงียบ ๆ เธอไม่อยากวิ่งตามสืบเื่ของคนพวกนั้นด้วยตัวเองั้แ่ตอนนี้
สิ่งที่เธอ้าคือจุดอ่อนของทุกคนที่เป็เป้าหมายของเธอ เพื่อในอนาคตเธอจะสามารถนำมันมาใช้เป็ดาบจ่อคอคนเหล่านี้ได้เพียงเท่านั้น
‘คงต้องใช้กลโกงเล็ก ๆ น้อย ๆ ของโลกิญญาเข้ามาช่วยเสียแล้ว’ หญิงสาวคิดเงียบ ๆ
“ไม่เป็ไรค่ะ ตอนนี้เราสืบเพียงแค่นั้นก็พอแล้ว ถ้ามีเื่น่าสงสัยหรือไม่ชอบมาพากลเดี๋ยวฉันจะบอกให้คุณลุงแอบเข้าไปขโมยข้อมูลพวกนั้นมาอีกทีค่ะ”เหลียนหวังฟางตอบชายวัยกลางคนอย่างสบาย ๆ
“แบบนั้นก็ได้ครับ ผมจะพยายามให้เต็มที่” เขารับคำ
“ไม่ต้องกังวลนะคะ ถ้ามีวันที่คุณลุงต้องเข้าไปเอาข้อมูลของทางนั้นออกมาจริง ๆ ฉันมีตัวช่วยที่จะทำให้งานเราสำเร็จได้อย่างราบรื่นแน่นอนค่ะ เพียงแต่จะต้องใช้ความระมัดระวังมากหน่อยเท่านั้นเอง” หญิงสาวเอ่ยให้อีกฝ่ายสบายใจ
“ครับคุณหนู งั้นผมเริ่มงานั้แ่วันนี้เลยแล้วกันนะครับ”
“ได้ค่ะ ค่าใช้จ่ายทุกอย่าง ลุงหลี่สามารถไปเบิกกับคุณลุงหยวนได้เลยนะคะ” ร่างบางเอ่ยกับอีกฝ่ายก่อนที่จะยืนขึ้นส่งเขาออกไป
หลังจากนั้นเหลียนหวังฟางก็ได้ทำการมอบหมายงานการสืบข่าวที่เธอ้าให้กับนักสืบที่เข้าพบเธออีกทั้งหมดสามกลุ่มด้วยกัน
ในตอนนี้หวังฟางจึงมีนักสืบคอยตามดูความเคลื่อนของทั้งท่านผู้พันจิ้ง จิ้งซินซิน หนิงเต๋อและอีกคนก็คือนายท่านหนิงเพื่อคอยรายงานสถานการณ์หลังจากนี้กับเธอตลอด
แต่ที่เธอต้องให้ลุงหลี่เฉียงผู้มีประสบการณ์การทำงานมากที่สุดคอยติดตามเพียงผู้พันจิ้งนั้นเพราะว่าเขาเป็เป้าหมายที่ดูอันตรายมากกว่าคนอื่น ๆ ที่เธอให้นักสืบตามสืบอยู่ เนื่องจากเขามีผู้ติดตามอยู่มาก การตามสะกดรอยดูความเคลื่อนไหวของผู้พันจิ้งจึงต้องเป็เื่ที่เธอต้องระมัดระวังมากที่สุดนั่นเอง
เย็นวันนี้เหลียนหวังฟางมีนัดทานข้าวกับเหล่าหุ้นส่วนคนสนิทของคุณพ่อของเธอทั้งหลาย ที่่ก่อนหน้านี้เธอไม่ค่อยได้มีเวลาพูดคุยกับพวกเขา
ซึ่งการนัดหมายกันในครั้งนี้นั้นเพราะเธอ้าจะบอกกับทุกคนในทางอ้อม ๆ ว่าเธอยังคงไม่ต่างจากพ่อของเธอที่ยินดีรับฟังความคิดเห็นของพวกเขาในการประชุมเหมือนที่ผ่าน ๆ มา
หญิงสาวเดินทางไปยังร้านอาหารพร้อมกับหยวนอี้ตามเวลานัดหมาย การนัดทานข้าวกับหุ้นส่วนในครั้งนี้เป็ไปด้วยความราบรื่นเหมือนทุก ๆ ครั้งไม่ต่างจากตอนที่พ่อกับแม่ของเหลียนหวังฟางยังมีชีวิตอยู่
เพราะแม้ว่า่ก่อนหน้าผู้ถือหุ้นกลุ่มนี้จะโดนนายท่านหนิงขัดขาอยู่บ้างเป็บางครั้ง แต่ก็ไม่ถึงกับจะทำให้พวกเขาต้องเอาใจออกหากคุณหนูเหลียนที่พวกเขาให้ความเอ็นดูเสียเท่าไหร่
การกินมื้อค่ำร่วมกันของทุกคนจึงผ่านไปด้วยความผ่อนคลายและรื่นเริงกันพอสมควร ทุกคนพูดคุยเื่ราวเก่าก่อนหลายเื่ที่มีเหลียนหวังฟางรวมอยู่ในเหตุการณ์ในตอนนั้น ๆ ด้วยอย่างขบขัน แต่ก็เต็มเปี่ยมไปด้วยความระลึกถึงพ่อแม่ของเธออยู่ไม่น้อย
ความรู้สึกและกลิ่นอายของทุกคนที่ร่วมโต๊ะกับเหลียนหวังฟางในตอนนี้นั้น ทำให้เธอััได้ถึงความคุ้นเคยของพวกเขา และความรู้สึกผูกพันที่ทุกคนมีต่อตระกูลเหลียนและพ่อแม่ของเธอ โดยที่พวกเขาไม่ต้องเอ่ยออกมาแม้แต่คำเดียว
เมื่อทุกคนพูดคุยและทานมื้อเย็นร่วมกันไปได้ครู่ใหญ่ พวกเขาก็ทำการแยกย้ายกันกลับอย่างมีความสุข เหลียนหวังฟางกับหยวนอี้ก็ไม่ต่างกัน
แต่ในตอนที่เธอและกลุ่มของเธอกำลังเดินออกไปหน้าร้าน เธอก็ได้พบกับสิ่งที่ทำให้ตนเองถึงกับต้องเผยรอยยิ้มเย็นออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ “หนิงเต๋อ” “จิ้งซินซิน”
“ที่รัก คุณหยุดเดินทำไมเหรอคะ!” หญิงสาวหน้าตาเย้ายวนเลิกคิ้วขึ้น เธออยู่ในชุดรัดรูปสีชมพูดูเปิดเผยสัดส่วนเกินกว่าที่คนทั่วไปจะใส่อยู่มาก เอ่ยกับชายหนุ่มข้างกายที่เธอกำลังควงแขนอยู่ด้วยน้ำเสียงใส่อารมณ์
“ฟางฟาง...” หนิงเต๋อที่เดินควงมากับจิ้งซินซินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเหม่อลอยอย่างคนทำอะไรไม่ถูก
“อ้าว อาเต๋อ คุณมาทานข้าวเหรอคะ” เหลียนหวังฟางทักทายคู่หมั้นของตนเองด้วยน้ำเสียงดังกว่าปกติ
แต่เหลียนหวังฟางก็ยังไม่ได้หันไปมองหญิงสาวที่กอดแขนคู่หมั้นของเธออย่างสนิทสนมเลยแม้แต่หางตา
เสียงทักทายของหญิงสาวทำให้คนที่อยู่ภายในร้านหันมามองกลุ่มของเธอด้วยความสนใจอีกครั้งต่อจากที่พวกเขาได้ยินเสียงของจิ้งซินซินอย่างง่ายดาย
“ใช่ ใช่แล้วฟางฟาง ผมมาทานข้าวน่ะ” เขาตอบอีกฝ่ายอย่างทำอะไรไม่ถูก
“แล้วนี่คุณมากับใครอย่างงั้นเหรอคะ จะไม่แนะนำให้ฉันรู้จักหน่อยเหรอ” เหลียนหวังฟางเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้มที่อ่านไม่ออก
“เอ่อ อ้อ! นี่คุณหนูจิ้งซินซิน เป็เพื่อนของผมเอง ซินซิน นี่คุณหนูเหลียนหวังฟางครับ” ชายหนุ่มแนะนำอย่างตะกุกตะกัก
‘แค่เจอกันก็ทำอะไรไม่ถูกเสียแล้ว เ้าคนคนนี้ช่างดูโง่เง่าและขี้ขลาดยิ่งนัก’หญิงสาวมองชายหนุ่มตรงหน้าพลางด่าเขาในใจไม่มีชิ้นดี ก่อนที่เธอจะเอ่ยขึ้นอีกครั้งด้วยรอยยิ้ม
#ท่านพ่อไม่ให้ยัยน้องทำใครตุย ยัยน้องก็หาข้ออ้างมาได้ไปเรื่อยเช่นเดิมค่ะ
(❍ᴥ❍ʋ)
#เจอกันแบบไม่ได้คาดเอาไว้ของจริงเลยค่ะ พวกนังตัวดี
╏ : ◉ ∧ ◉ : ╏
#ยัยน้องตีมึนมากค่ะ แถมด่าคู่หมั้นตัวเองในใจไปอีก 1 ดอก ฮ่าๆๆๆ
( ˘ ³˘)♥
#ขอบคุณที่ติดตามนะคะ
ʕ•ᴥ•ʔ