เงาร่างจำแลงที่ิหลงรังสรรค์ขึ้นยืนนิ่งงันดุจรูปสลัก ทว่าเพียงเสี้ยววินาทีที่มันขยับกายตั้งท่าเตรียมพร้อมรับมือ แม้จะเป็เพียงท่วงท่าจับกระบี่ที่แสนจะธรรมดาสามัญ แต่กลับแฝงไว้ด้วยความสมบูรณ์แบบที่ไร้ช่องโหว่ รังสีอำมหิตคมกริบแผ่ซ่านออกมาจนบรรยากาศโดยรอบหนักอึ้ง
“เพียงแค่ท่วงท่าเตรียมพร้อมก็ข่มขวัญผู้คนได้ถึงเพียงนี้... สมแล้วที่เป็ยอดฝีมือที่บีบให้ท่านัต้องใช้ขุมพลังถึงเจ็ดส่วน!” จิ่นเม่ยหลงกัดฟันกรอด สิ้นคำกล่าว เงาร่างจำแลงพลันเลือนหายไปจากคลองจักษุในพริบตา!
เปรี้ยงงง!
กระบี่คู่ในมือของจิ่นเม่ยหลงถูกยกขึ้นปะทะตามสัญชาตญาณ ทว่าแรงกระแทกที่สะท้อนกลับมานั้นหนักหน่วงดุจขุนเขาถล่มทับ ร่างของเด็กหนุ่มปลิวละลิ่วถอยกรูดไปไกลหลายสิบวา!
“บัดซบ!” จิ่นเม่ยหลงสบถอย่างหัวเสีย สองแขนที่จับกระบี่สั่นสะท้านอย่างรุนแรงจนแทบสิ้นความรู้สึก สิ่งที่ทำให้อกซ้ายของเขาเต้นรัวด้วยความแตกตื่นคือ... การโจมตีเมื่อครู่ เป็เพียงพละกำลังและเพลงกระบี่ล้วน ๆ! ไร้ซึ่งการผสานพลังปราณใดๆ ทั้งสิ้น!
ยังมิทันที่จิ่นเม่ยหลงจะสูดลมหายใจ ร่างจำแลงนั้นก็พุ่งทะยานเข้ามาดุจภูตผี คมกระบี่ตวัดวูบทะลวงเข้าที่สีข้างของจิ่นเม่ยหลงอย่างจัง! โลหิตสาดกระเซ็น ก่อนที่ร่างนั้นจะกะพริบวูบหายไปโผล่ที่ด้านหลัง แล้วฟาดฟันกระบี่ลงกลางแผ่นหลังอย่างอำมหิต!
เปรี้ยง! เปรี้ยง!
“พรวด! อั๊ก!”
จิ่นเม่ยหลงกระอักโลหิตคำโต เืสีแดงฉานสาดกระเซ็นย้อมผืนแผ่นดิน ร่างกายที่บอบช้ำทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นอย่างหมดสภาพ เงาร่างจำแลงพลันสลายตัวกลายเป็หมอกควันไปในทันที
ิหลงลืมดวงตาสีเหลืองอำพันขึ้น จ้องมองสภาพทุลักทุเลของศิษย์ตนด้วยแววตาราบเรียบ “หากเ้าไม่อยากมีสภาพน่าสมเพชเช่นนี้ เ้าก็จงแข็งแกร่งขึ้นเสีย... และจำไว้ให้ดี หากพละกำลังไม่อาจคว้าชัย ก็จงใช้สติปัญญาและกลอุบายเพื่อหลอกล่อและบดขยี้ศัตรู!”
เสียงกึกก้องของิหลงสลักลึกเข้าไปในโสตประสาท จิ่นเม่ยหลงใช้กระบี่ค้ำยันพื้น ค่อยๆ ลากสังขารที่แหลกเหลวขึ้นมายืนหยัดอีกครั้ง มือซ้ายปาดคราบเืที่มุมปาก ั์ตาวาวโรจน์ด้วยเพลิงแห่งความมิยอมแพ้ “ข้าเข้าใจแล้ว”
“เอาล่ะพอแค่นี้ก่อน รักษาตัวเองซะ เมื่อหายดีแล้วค่อยเริ่มกันใหม่” ิหลงกล่าวตัดบท
จิ่นเม่ยหลงพยักหน้ารับ ก่อนจะชักนำพลังมารทมิฬเข้ามารักษาร่างกาย สิบเอ็ดชั่วยามล่วงเลยผ่านไป าแฉกรรจ์ทั่วร่างสมานตัวจนหายสนิท จิ่นเม่ยหลงลุกขึ้นยืน กลิ่นอายรอบกายดุดันและคุกรุ่นยิ่งกว่าเดิม “ท่านิหลง โปรดชี้แนะข้าอีกครา!”
“ฮ่าฮ่าฮ่า! ประเสริฐ! ต้องให้ได้อย่างนี้สิถึงจะสมกับเป็ผู้ที่ข้า้าฝากฝังเจตนารมณ์ ความดื้อด้านไม่ยอมตายง่าย ๆ ของเ้านี่แหละที่ข้าโปรดปราน!”
ิหลงแค่นเสียงหัวเราะลั่น ก่อนที่เงาร่างจำแลงจะถูกรังสรรค์ขึ้นอีกครั้ง ทว่าคราวนี้กลิ่นอายของมันกลับน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเดิม “ครั้งนี้ข้าใส่พลังลงไปถึง 'สิบส่วน' ในการสร้างมันขึ้นมา! หากเ้าไม่อยากตาย ก็จงงัดทุกสิ่งทุกอย่างที่เ้ามีออกมาใช้เสีย!”
สิ้นคำเตือน ิหลงก็นิ่งเฉย รอดูการดิ้นรนของเด็กหนุ่ม
จิ่นเม่ยหลงะเิพลังมารทมิฬออกมารอบกายจนดำมืด กระชับกระบี่คู่ในมือแน่น ก่อนจะดีดตัวพุ่งทะยานเข้าหาศัตรูประดุจลูกศรทมิฬ!
ฉับ!
กระบี่คู่ฟาดฟันออกไปเป็กากบาทตัดอากาศจนเกิดเสียงหวีดแหลม ทว่า...
“อะไร!” ดวงตาของจิ่นเม่ยหลงเบิกกว้างสุดขีด เพราะสิ่งที่กระบี่ของเขาฟันขาดกลับมีเพียงความว่างเปล่า! เขามั่นใจเต็มประดาว่าวิถีกระบี่นี้ต้องสับร่างนั้นขาดสะบั้นแน่ๆ แต่ร่างจำแลงกลับไปยืนตระหง่านอยู่ห่างออกไปทางขวาสิบเมตร ก่อนที่มันจะพร่ามัวและมาโผล่ตรงหน้าเขาในพริบตาเดียว!
เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!
พายุเงากระบี่นับสิบสายถาโถมเข้าใส่จิ่นเม่ยหลงดุจห่าฝนทะลวง์ เสียงศาสตรากระทบกันดังกัมปนาทะเืโลกมายา ทุกครั้งที่ปะทะ แรงสั่นะเืจะแล่นพล่านบดขยี้กระดูกแขนของจิ่นเม่ยหลงจนชาหนึบ
“หากขืนดันทุรังปะทะด้วยพละกำลังและเพลงกระบี่เพียงอย่างเดียว... อีกไม่กี่อึดใจข้าต้องพ่ายแพ้อย่างแน่แท้!” จิ่นเม่ยหลงหอบหายใจอย่างหนักหน่วง สมองแล่นปรู๊ดประเมินสถานการณ์ ในชั่วเสี้ยววินาทีแห่งความกดดัน แผนการอันพิสดารพลันผุดขึ้นมาในหัว! “หึหึ... หวังว่าไอ้วิธีนี้จะใช้การได้นะ!”
มุมปากของจิ่นเม่ยหลงแสยะยิ้มอำมหิต ท่ามกลางความเป็ความตาย เขากลับชักกระบี่คู่เก็บกลับเข้าไป ยืนกอดอกนิ่งเฉย เปิดหน้าอกอ้าซ่าราวกับจะเชื้อเชิญให้มัจจุราชเข้ามาหา!
ิหลงถึงกับขมวดคิ้ว “เ้าเด็กนี่มันคิดจะทำสิ่งใด...”
เงาร่างจำแลงที่ไร้สติปัญญาเห็นศัตรูหยุดนิ่ง มันทะยานร่างพุ่งเข้าใส่พร้อมคมกระบี่ที่หมายจะสังหารในดาบเดียว ทว่าในวินาทีที่ร่างนั้นพุ่งเข้ามาประชิด...
“กลืนกิน!”
จิ่นเม่ยหลงคำรามก้องปฐี! หมอกสีดำทมิฬที่ถูกบีบอัดไว้จนถึงขีดสุดะเิทะลักออกจากร่าง แผ่ขยายเป็วงกว้างประดุจปากของอสูรกาย เข้าครอบคลุมและกลืนกินเงาร่างจำแลงนั้นเข้าไปทั้งเป็!
ิหลงถึงกับเบิกตากว้าง “...!!? มันคิดจะใช้พลังมารกลืนกินงั้นรึ!”
เงาร่างจำแลงพยายามดิ้นรนสุดชีวิต มันฟาดฟันกระบี่คู่ออกไปนับสิบครั้งหวังจะแหวกหมอกทมิฬ ทว่าก็ไร้ผล พลังมารค่อยๆ กัดกร่อนและกลืนกินร่างเงานั้นจนสูญสิ้นสลายกลายเป็เพียงละอองพลังงานในที่สุด!
“ขะ... ข้าััได้! พลังของข้ากำลังเพิ่มพูนขึ้น!” จิ่นเม่ยหลงยืนนิ่ง ดวงตาสั่นไหวด้วยความปิติยินดี ขุมพลังและทักษะบางส่วนกำลังหลอมรวมเข้ากับร่างกายของเขา
“ไม่คิดเลยว่ามันจะใช้วิธีพลิกแพลงเช่นนี้...” เสียงพึมพำของิหลงดังขึ้น ดวงตาสีเหลืองอำพันหรี่ลงจ้องมองเด็กหนุ่มด้วยความพึงพอใจ “เ้าอยากลองทดสอบฝีมืออีกสักรอบหรือไม่? ทดสอบเสียหน่อยว่าตอนนี้... เ้ามีสิ่งใดเปลี่ยนแปลงไปบ้าง!”
สิ้นคำพูด ิหลงสะบัดกรงเล็บ รังสรรค์เงาร่างจำแลงตัวใหม่ขึ้นมา มันพุ่งทะยานเข้าหาจิ่นเม่ยหลงด้วยความเร็วที่เหนือล้ำกว่าเดิม!
ทว่าคราวนี้...
ชิ้ง!!!
รังสีอำมหิตพุ่งวาบตัดผ่านมวลอากาศ ร่างเงาจำแลงที่ยังพุ่งมาไม่ถึงตัวด้วยซ้ำ... พลันถูกตัดขาดเป็สองท่อนและสลายกลายเป็ควันไปในพริบตา!
“ฮ่าฮ่าฮ่า! ไม่เลวนี่!” ิหลงะเิเสียงหัวเราะลั่นกึกก้องไปทั่วโลกมายา
จิ่นเม่ยหลงแสยะยิ้มเบิกบาน แววตาฉายความเย่อหยิ่งทระนง “ฮิฮิ... ตัวข้าในยามนี้ สมควรที่จะคู่ควรกับการรับสืบทอดขุมพลังจากท่านได้แล้วกระมัง?”
ิหลงชะงักไปชั่วครู่ ก่อนจะพยักหน้าอย่างช้าๆ แววตาแปรเปลี่ยนเป็เคร่งขรึมมหาศาล “ก็ได้! ข้าจะถ่ายทอดพลังของข้าให้กับเ้า! ทว่า... ร่างกายของเ้าในยามนี้ การจะดูดซับพลังทั้งหมดไว้ อาจจะต้องใช้เวลาเคี่ยวกรำอย่างน้อยถึง 'สิบปี' !! หวังว่าเ้าจะรอได้นะ!”
สิ้นเสียงประกาศิต ร่างอันมหึมาของัอนธการก็เคลื่อนเข้าประชิดร่างของจิ่นเม่ยหลง หมอกทมิฬแห่งต้นกำเนิดเริ่มแผ่ซ่านกลืนกินโลกมายา ท้องฟ้าที่เคยเป็สีฟ้าครามสดใส บัดนี้ถูกย้อมจนดำสนิทดุจห้วงรัตติกาลอันมืดมิด!
“ข้าพร้อมเสมอ!” จิ่นเม่ยหลงทิ้งตัวลงนั่งบนผืนแผ่นดิน เปลือกตาปิดสนิท ดำดิ่งสู่ห้วงแห่งการหล่อหลอมและจุติใหม่ ที่จะพลิกชะตากรรมของเขาไปตลอดกาล!