เกิดใหม่ต่างโลกกับการผจญภัยครั้งใหม่ในโลกเวทมนตร์

    ตอนที่ 26 ซากปรักหักพังลึกลับ ตอนกลาง

    ไอรีน ริฮานน่า เลเวล 232เผ่า แวมไพร์ ขั้น 2 (ร่วมวงศ์วาน โรเบิร์ต ซัมเมอร์)อาชีพ นักผจญแรงค์ A (สูงสุด) , ดัชเชสแห่งโรเวียร์ ฉายา เจ้าหญิงแห่งดาบ, ภรรยาของแวมไพร์พลังชีวิต 79235/79235พลังเวทย์ 124532/124532กำลัง 4895ว่องไว 5560ปัญญา 6543ทักษะตรวจสอบ เลเวล 1วิชาดาบแห่งโรเวียร์ เลเวล 20วิชาดาบหงส์ฟ้า เลเวล 10วิชาดาบเปลวเพลิงดับสูญ เลเวล 15วิชาดาบสายฟ้าเจ็ดสี เลเวล 20วิชาดาบเวทย์จักรพรรดิแห่งคาริทีส เลเวล 30 (สูงสุด)เคลื่อนย้ายผ่านเงา เลเวล 20???? เลเวล 30 (สูงสุด)???? เลเวล 30 (สูงสุด)???? เลเวล 30 (สูงสุด)ทักษะติดตัวต้านทานความเสียหายทางกายภาพ เลเวล 15ต้านทานความเสียหายทางเวทย์มนตร์ เลเวล 15ต้านทานความเสียหายจากมอนสเตอร์ประเภทโจมตีระยะประชิด เลเวล 15ต้านทานความเสียหายจากมอนสเตอร์ประเภทโจมตีระยะไกล เลเวล 15ต้านทานความเสียหายจากการลอบโจมตี เลเวล 30 (สูงสุด)สวนกลับการโจมตีที่มาโดยไม่ทันตั้งตัวด้วยโอกาส 50%เมื่อเจอคู่ต่อสู้ที่มากกว่าหนึ่งคน เพิ่มความเสียหายทุกอย่างที่ตนเองทำได้ 100%
    รายละเอียดมากมายปรากฏต่อสายตาของผม ไอรีนเธอเลเวล 232 พลังชีวิตเกือบแปดหมื่น พลังเวทย์หนึ่งแสนสองหมื่นกว่า นี่มันเยอะกว่ากว่าที่ผมคาดการณ์เอาไว้ซะอีกแสดงว่าตัวผมเองจะประเมินภรรยาของผมเองต่ำเกินไปสินะ ส่วนกำลัง ว่องไว ปัญญา ที่บ่งบอกความสามารถโดยรวมนั้นก็มากจนผมเองยังอดที่จะตกตะลึงไม่ได้
    และทักษะทั้งหมดที่เธอมีนั้นก็สมกับได้ชื่อว่าเจ้าหญิงแห่งดาบจริงๆ จากนั้นผมเองก็มองเห็นทักษะที่เป็น ???? จึงคิดว่าน่าจะเป็นเพราะอะไรบางอย่างของไอรีนมีพลังในการซ่อนการตรวจสอบของทักษะตรวจสอบไว้ด้วยแน่นอน
    แต่ว่าที่ผมเห็นว่าสุดยอดไม่ใช่แค่ทักษะปกติยังมีทักษะติดตัวด้วยที่แทบจะพลิกความเข้าใจทั้งหมดของผมในทันทีเพราะแต่ละอย่างนั้นเรียกได้ว่าคือสุดยอดแห่งความสามารถในการลดทอนความเสียหายที่คู่ต่อสู้ไม่ว่าจะเป็นมอนสเตอร์หรือว่าสิ่งมีชีวิตอื่นก็ตาม
    ยังมีทักษะแปลกประหลาดอย่างการต้านการลอบโจมตีที่เป็นทักษะที่ใครๆมีไว้ในครอบครองแล้วก็ไม่ต่างกับการที่ตนเองสามารถเดินกร่างไปได้ทุกที่โดยที่ไม่ต้องสนว่าจะมีใครลอบทำร้ายตนเองหรือไม่ และที่เป็นทักษะสุดโกงผมต้องเรียกมันแบบนี้จริงๆเพราะว่าการที่จะตอบโต้การโจมตีที่มาถึงตัวโดยที่ไม่รู้ตัวนั้นเป็นไปได้ยากมากๆแต่นี่มันตอบโต้ของมันเองด้วยทักษะและมันก็มีโอกาสที่จะเกิดมากถึง 50%
    ทักษะสุดท้ายของไอรีนก็ยังมีความโกงอย่างถึงที่สุดเอาไว้อยู่อย่างการที่ต้องต่อสู้กับคู่ต่อสู้ที่มีมากกว่าตนเองจะเพิ่มความเสียหายของตนเองทุกอย่างขึ้น 100% ถ้าคิดจะใช้คนหมู่มากในการทำร้ายไอรีนผมว่าต้องกลับไปคิดใหม่จริงๆเพราะมันไม่ต่างกับการไปต่อสู้กับไอรีนที่มีพลังมากขึ้นไปอีกขั้น
    ไอรีนขมวดคิ้วขึ้นมาเพราะผมมีท่าทางที่แปลกประหลาดไป
    “นายมองฉันแบบนั้นหรือว่านายจะ...”
    “ใช่ ผมตรวจสอบ “แถบสถานะ”ของคุณอยู่”
    “จะเป็นไปได้ยังไง? ไม่มีทางที่นายจะตรวจสอบฉันได้ถ้าหากเลเวลทักษะตรวจสอบมันไม่ถึงเลเวล 4 ”
    “แล้วถ้าผมบอกว่าผมเห็นมันจริงๆ โดยเฉพาะ เลเวล 232 นั่น”
    “นายเห็นมันจริงๆ เหรอ”
    “ทำไมผมต้องโกหกภรรยาของตนเองด้วย การที่ทักษะมันมีความสามารถที่เกินขอบเขตไปก็เพราะมันเกี่ยวกับพลังของแวมไพร์นี่แหละที่เป็นตัวต้นเหตุทำให้ผลของทักษะมันเกินเลเวลที่ควรจะเป็นไป”
    “มันมีอะไรแบบนี้กันด้วยเหรอ? แต่ก็ชั่งเถอะฉันจะไม่ถามไปมากกว่านี้เพราะยังไงนายก็คงมองไม่เห็นทักษะสามทักษะนั่นอยู่ดีสินะ มันก็ลึกลับไม่ต่างไปจากฉันมากนักหรอก”
    “ทำไมคุณถึงรู้ได้ว่าผมมองไม่เห็นมัน”
    “ก็เพราะว่าฉันเองก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไรก็เหมือนกับที่นายเห็นมันยังไงฉันเองก็เห็นมันอย่างนั้นนั่นแหละ”
    แล้วทักษะทั้งสามของไอรีนมันคือทักษะบ้าอะไรขนาดตัวเธอเองยังมองมันเป็น ???? มันจะดี? หรือไม่ดีกันแน่? ที่สำคัญมันก็เลเวลตั้ง 30 นั่นมันสูงสุดถึงเพดานเลเวลที่สามารถไปถึงได้แล้ว
    ไอรีนสัมผัสรับรู้สิ่งมีชีวิตที่มีกลิ่นอายไม่ต่างไปจากพวกตัวประหลาดที่อยู่ข้างนอกนั่นก็เลยต้องรีบบอกผมในทันทีเพื่อให้ผมละความสนใจจากเรื่องลึกลับนั่นไปก่อน
    “เลิกสนใจมันก่อนเถอะค่อยไปคุยเรื่องนี้กันทีหลังเพราะตอนนี้มีผู้อาศัยออกมาต้อนรับการมาของพวกเราแล้ว”
    คราวนี้เป็นตัวประหลาดที่รูปร่างไม่ต่างไปจากพวกสไลม์ตัวสีฟ้าเคลื่อนที่เอื้อยๆออกมาจากห้องที่เป็นจุดต่อไปที่ผมกับสองสาวที่จะไปต่อ
    “ขอต้อนรับการมาเยือนของผู้รุกราน และลาก่อน”
    ตัวประหลาดที่รูปร่างคล้ายสไลม์ก็พ่นของเหลวสีฟ้าอะไรบางอย่างออกมาจากปากของมันเอง ในเมื่อผมครอบครองทักษะตรวจสอบแน่นอนในเสี่ยววินาทีก่อนที่จะหลบมันพ้นไปผมก็ตรวจสอบทักษะของมันในทันที
    ติ๊ง!
    ของเหลวย่อยสลาย ความสามารถ ย่อยสลายทุกสิ่งที่สัมผัสโดยไม่สนป้องกัน ไม่สนพลังต้านใดๆ ไม่สนพลังยับยั้งใดๆ ทะลุทะลวง 100% หากไม่มีวิธีสลายพลังของทักษะนี้ภายในห้านาทีจะเข้าสู่สถานะ “ตาย” ทำให้ผู้ที่โดนทักษะตายในทันทีและไม่สามารถชุบชีวิตขึ้นมาได้
    เดี๋ยวนะ! นี่มันทักษะบ้าอะไรเนี่ยมันจะโกงเกินไปแล้วก็แค่ของเหลวเองนะ ต่อจากนั้นมันก็พ่นออกมาอีกนับไม่ถ้วน ตัวผมที่ในตอนนี้ยังอยู่ในช่วงโดนลดความสามารถลงไปพร้อมกับแบกร่างของเอลิซาเบธไปด้วยทำให้ยิ่งหลบลำบากมากกว่าเดิมเข้าไปอีก
    “ไม่ต้องกังวลไปหรอกโรเบิร์ตฉันมีวิธีกำจัดมันและมันก็ง่ายยิ่งกว่าการปลอกกล้วยเข้าปากด้วยซ้ำไป”
    ไอรีนพูดจบร่างของเธอก็หายไปโผล่ที่ด้านหลังของตัวประหลาดที่มีรูปร่างคล้ายสไลม์ เธอใช้ดาบแห่งจักรพรรดิเพลิงฟาดฟันออกไปโดยที่ไม่ใช้ทักษะใดๆเพราะผลดั่งเดิมของดาบแห่งจักรพรรดิเพลิงก็คือความสามารถของเพลิงที่รุนแรงในตัวของมันอยู่แล้ว ทำให้ตัวประหลาดที่มีรูปร่างคล้ายสไลม์โดนเข้าไปมันก็ดิ้นไปมาเล็กน้อยก่อนที่จะโดนพลังเพลิงแผดเผาไปจนไม่เหลือซาก
    ไอรีนหายตัวไปอีกรอบก่อนที่จะมาปรากฏตัวอยู่ข้างตัวของผม
    “ไปต่อกันเถอะ”
    ……….
    ผมที่แบกร่างของเอลิซาเบธที่ยังหมดสติกับไอรีนก็เดินทางต่อเข้าไปภายในซากปรักหักพังตรงจุดทางเดินเข้าไปนั้นที่ฝาผนังทั้งสองฝั่งซ้ายขวาจะบันทึกเรื่องราวของพวกตัวประหลาดเป็นแผนภาพเอาไว้มากมายซึ่งผมก็ไม่ได้สนใจกับพวกมันนัก ในขณะที่เดินต่อไปอีกเล็กน้อยก็เจอกับเรื่องราวของภาพที่คล้ายกับมนุษย์แต่มีขนาดตัวที่ใหญ่กว่ามนุษย์มากมันก็คือ คนเถื่อน
    ทำให้ตัวผมกับไอรีนหยุดดูภาพนี้ในทันที เรื่องราวภายในภาพนั้นจะอธิบายถึงลักษณะของเผ่าพันธุ์ การขยายพันธุ์ การดำรงชีวิต การสงคราม ทักษะของพวกมันรวมถึงความสามารถในการฟื้นฟูที่สุดแสนจะโกงแบบที่เผ่าอื่นไม่สามารถต่อกรได้ แต่ว่ามันมีอีกอย่างที่อยู่ติดกันไป
    มันคือเรื่องราวของเผ่าแวมไพร์ที่เป็นลายลักษณ์อักษร ผมจ้องมองมันอ่านมันทุกตัวอักษร ไอรีนก็ทำแบบนั้นเช่นเดียวกันเพราะอยากรู้ความลับของแวมไพร์ให้มากยิ่งขึ้นไปอีกพออ่านไปได้เพียงแค่ห้าบรรทัด บรรทัดต่อจากนั้นทั้งหมดก็ถูกลบหายไปโดยฝีมือของใครบางคนที่ไม่ใช่การหายไปโดยธรรมชาติ ส่วนห้าบรรทัดที่ผมอ่านมันนั้นสรุปรวมกันได้ว่า
    “แวมไพร์คือเผ่าพันธุ์ที่เป็นเจ้าแห่งมวลความมืดทั้งหลายไม่ใช่พวกเขาเป็นที่รักของความมืดแต่ความมืดต่างหากที่เป็นพลังของพวกเขาโดยตรงอยู่แล้วและมันยังเป็นพลังดั่งเดิมที่เกิดมาพร้อมกับตัวตนของพวกเขา ทักษะของแวมไพร์ที่น่ากลัวที่สุดคือ กลืนโลหิต ภายในเผ่าของแวมไพร์ในหนึ่งสหัสวรรษจะมีเพียงแค่หนึ่งคนที่มีมันในการครอบครอง และ...?”
    จนถึงจุดนั้นก็ไม่มีต่อ ใครมันกล้าไปลบข้อความสำคัญที่ผมจะได้รับรู้แต่กลับไปลบมันทิ้งออกไป ถึงจะรู้ว่ามันคือทักษะที่น่ากลัวที่สุดแล้ว...? การที่ไม่รู้ว่าทักษะนี้มันมีอะไรอีกรึเปล่า ความสามารถที่เป็นความสามารถระดับสุดยอดของมันเป็นยังไง? แล้วการที่ครอบครองมันจะมีสถานะเป็นอย่างไร? แต่เรื่องแบบนี้กลับถูกลบออกไป มันทำให้ผมไม่สบอารมณ์เลยจริงๆ
    ผ่านไปสิบนาทีที่ผมพยายามหาวิธีที่จะอ่านมันให้ได้แต่ไอรีนก็เข้ามาจับมือของผมเอาไว้ก่อนจะพูดออกมา
    “ไปกันต่อเถอะที่นี่ไม่มีอะไรให้สนใจหรอกนะโรเบิร์ต ต่อให้ยืนต่อไปแบบนี้ก็ไม่สามารถที่จะแกะอักษรที่ถูกคนอื่นจงใจลบออกไปได้หรอก”
    “นั่นสินะ ทำตามที่คุณว่ามาก็แล้วกัน”
    ผมกับไอรีนก็เดินทางกันเข้าไปต่อเพื่อสำรวจมันให้หมดจนกระทั่งไปโผล่ที่ใจกลางที่มีทางแยกออกไปสามทางโดยมีตัวประหลาดที่รูปร่างคล้ายสไลม์เฝ้าอยู่ถึงสิบห้าตัว
    “นั่นมันผู้รุนรานนิทำไมมันยังมีชีวิตอยู่อย่าบอกนะว่าหมายเลขสิบหกทำพลาดไป”
    ตัวประหลาดที่รูปร่างคล้ายสไลม์ที่ตัวใหญ่กว่าตัวอื่นก็มองตามเสียงของตัวประหลาดที่รูปร่างคล้ายสไลม์อีกตัวไปในทันที
    “นั่นสิ ยุ่งแล้วคราวนี้เพราะราชาของพวกเราก็สั่งเอาไว้ว่าห้ามใครเข้ามาถึงจุดนี้ได้เป็นอันขาด”
    “ถ้าอย่างนั้นจะทำยังไงต่อกันดี”
    “ก็กำจัดมันสิ”
    ตัวประหลาดที่รูปร่างคล้ายสไลม์ตัวใหญ่มันไม่สามารถตัดสินใจเองได้มันพูดออกมา
    “ลงมติ กำจัดมัน ใครเห็นด้วยยกมือขึ้น”
    ผมที่ยืนฟังอยู่ไม่รู้จะทำหน้ายังไงแล้ว ว่าแต่พวกมันมีมือกันจริงเหรอ? ทันใดนั้นเองร่างของพวกมันทั้งสิบห้าตัวก็งอกแขนสีฟ้าออกมาเหนือหัวตนเอง ผมกับไอรีนก็ได้แต่มองหน้ากันไปมาเพราะแขนที่มันงอกออกมาไม่ต่างไปจากแขนของนักกล้ามเลย
    ผมกับไอรีนที่ยืนรอพวกมันมานานมากๆก็ไม่สนใจอีกรีบเดินเข้าไปประตูที่หนึ่งต่อจนเข้าไปถึงกลางทางแล้วในขณะที่พวกมันก็พึ่งจะตัดสินใจกันเสร็จ
    ตัวประหลาดที่รูปร่างคล้ายสไลม์ตัวใหญ่ใจชื่นขึ้นเพราะว่าเห็นตัวประหลาดที่รูปร่างคล้ายสไลม์ตัวอื่นยกมือกันหมด
    “เยี่ยม มติเป็นเอกฉันท์ เริ่มกำจัดพวกมันได้”
    “อ้าว ลูกพี่แล้วพวกมันไปไหนแล้ว?”
    “จริงด้วยพวกมันไปไหนกันแล้ว”
    “หรือว่ามันเข้าไปที่ประตูหนึ่งแล้วลูกพี่ มันมีรอยเท้าไปทางนั้น”
    ตัวประหลาดที่รูปร่างคล้ายสไลม์ตัวใหญ่มองไปที่ประตูด้วยท่าทีที่ตื่นตระหนก
    “ยุ่งแล้วไงนั่นมันที่ราชาของพวกเราหลับใหลอยู่”
    “ทำยังไงกันดี?”
    “เจ้าพวกโง่ก็ตามพวกมันไปสิ”
    “ไปกัน ไปกัน…”
    “ไปกัน ไปกัน…”
    ..........
    ผมกับไอรีนเดินเข้ามาจนสุดทางเดินแล้วก็พบเข้ากับลักษณะภูมิประเทศไม่ได้แตกต่างไปจากด้านนอกซากปรักหักพังมากนักแต่ว่ามันมีมอนสเตอร์ตัวหนึ่งนั่นก็คือมังกรเขียวกำลังนอนอยู่บนพื้นที่ที่ก่อตัวด้วยซากปรักหักพังจนกลายเป็นเตียงขนาดใหญ่ให้มันนอนอย่างมีความสุข
    ด้วยกลิ่นอายที่แปลกประหลาดของผมกับสองสาวทำให้มันลืมตาตื่นขึ้นมาในทันทีก่อนที่จะจ้องมองที่ผมกับไอรีนด้วยสายตาอาฆาต
    “บังอาจมากนะที่มารบกวนการหลับของฉันที่เป็นราชาของที่นี่ ตาย!” . .

    .