ตอนที่ 4 สมาคมเหยี่ยวฟ้า
กลุ่มโจรเสือดำล้มลงทีละคน สองคน ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในค่ายโจรเริ่มกลายเป็ความเงียบและเงียบลงขึ้นเรื่อยๆ
ซูเวยสังหารเข้าที่จุดตายอย่างแม่นยำและรวดเร็วในครั้งเดียว เคลื่อนไหวผ่านพวกโจรที่ตายไปโดยไม่เหลียวหลังหันกลับมามองให้เสียเวลาอีกต่อไป
ไม่มีโจรคนใดส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือ แจ้งข่าวสารกับพวกพ้องได้ แม้แต่การตอบโต้กลับไปจากการลอบสังหารของเงามืดก็มิอาจทำได้ด้วยเหมือนกัน
ในที่สุดบ้านไม้หลังใหญ่ที่ยังคงเหลือพวกโจรเสือดำจำนวนหนึ่งปรากฏตัวโผล่มา
ซูเวยแสดงอาการตื่นเต้น เมื่อสายตามองเห็นพวกโจรที่แสดงตัวออกมาจากบ้านไม้หลังใหญ่ ตนได้ฆ่าพวกโจรมานับไม่ถ้วนในคืนนี้จนเริ่มเกิดความคุ้นเคยกับมัน
จิตใต้สำนึกของการต่อสู้ สัญชาตญาณของการเอาตัวรอดได้รับกระตุ้นออกมา
การต่อสู้ดิ้นรนเอาตัวรอดจากโลกที่พลังคือทุกสิ่งได้ปลุกเร้าจิตใต้สำนึกให้ตื่นขึ้น เขารู้สึกว่านี้คือความหมายของการดำรงชีวิตอยู่ภายใต้โลกอันแสนโหดร้ายใบนี้
มีดที่เปื้อนเืของคนตายในมือเด็กชาย คือ เืของคนจริงๆที่มีชีวิตเป็เดิมพัน
การต่อสู้ การสังหาร การดิ้นรน การเอาตัวรอด เพื่อมีชีวิตอยู่ต่อไป มันคือของจริง
ไม่มีกฎกติกาการแข่งขันเหมือนในสนาม
ถ้าไม่สังหาร สักวันก็จะถูกสังหาร ถ้าไม่ต่อสู้ดิ้นรน ถ้าไม่มีพลัง ความแข็งแกร่ง ยากจะอาศัยอยู่ได้อย่างสงบบนโลกใบนี้
ซูเวยไม่มีคำว่า สงสารกับพวกโจรเหล่านี้ ในมุมมองของตนเอง โจรเหล่านี้ไม่มีคุณสมบัติพอจะได้หายใจอยู่ร่วมโลกอีก
แผล่บ
ลิ้นเลียริมฝีปาก ซูเวยมองเห็นพวกโจรไม่ต่ำกว่าห้าคนตรงหน้าบ้านไม้หลังใหญ่
ดวงตาจดจ้องพวกโจรราวกับเหยี่ยวที่มองเห็นเหยื่ออันโอชะ คันธนูถูกหยิบออกมาจากกลางหลังลูกธนูประทับบนคันธนูเล็งที่เป้าหมาย สายคันธนูได้ง้าวออกมาเต็มที่
ฟิ้ว
ลูกธนูยิงออกไป
ภายในบ้านไม้หลังใหญ่
"หาก้าอยากได้ซูเวยบุตรชายคนเดียวของตระกูลซูคืน ต้องนำเงินมาแลกเท่านั้น ไม่มีการเจรจาต่อรองอย่างอื่น"
ตอนนี้หัวหน้ากลุ่มโจรเสือดำเผชิญหน้ากับชายวัยกลางคนที่สวมเครื่องแบบสมาคมเหยี่ยวฟ้า
ชายวัยกลางคนมาจากสมาคมเหยี่ยวฟ้า เป็พี่ชายของซูหย่งที่เป็บิดาของซูเวย
บิดาซูเวยเมื่อรู้ว่าบุตรชายของตนถูกลักพาตัวโดยกลุ่มโจรเสือดำ ซูหย่งได้รีบติดต่อซูเฉิงอย่างรวดเร็ว ซึ่งซูเฉิงเป็ทั้งพี่ชายและยังเป็หัวหน้าสมาคมเหยี่ยวฟ้า
หลังจากซูเฉิงรู้ว่าหลานชายตัวเองถูกจับ รีบเสาะหาแหล่งกบดานของกลุ่มโจรเสือดำ แล้วมุ่งหน้ามาเจรจาต่อรองทันที
เมื่อการเจรจาต่อรองผ่านไปเป็เวลามาเนิ่นนาน หัวหน้าโจรเสือดำก็ไม่มีทีท่าว่าจะยอมปล่อยตัวซูเวย มีเพียงพูดถึงเื่เงินให้นำมาแลกเปลี่ยนอย่างเดียว
ซูเฉินโกรธจัด เขาซึ่งมีฐานะเป็หัวหน้าสมาคมเหยี่ยวฟ้าที่มีชื่อเสียงโด่งดังพอสมควร ได้ถูกปฎิบัติจากหัวหน้าโจรอย่างไม่เห็นหัวตัวเองเลย
หากหลานชายตัวเองไม่ถูกจับเขาคงใช้กำลังสังหารกลุ่มโจรเสือดำพวกนี้ให้สิ้นซากไปแล้ว
"รู้ไหมว่าสมาคมเหยี่ยวฟ้ามีอยู่ทั่วทุกแห่ง หากกลุ่มโจรเสือดำยังไม่รีบปล่อยตัวซูเวยคืน เกรงว่ากลุ่มโจรเสือดำจะถูกสมาคมเหยี่ยวฟ้าส่งคนมากวาดล้างให้หายไปได้"
ซูเฉิงพยายามสงบสติอารมณ์จัดการกล่าวข่มขู่ออกมาอย่างใจเย็น
"ฮ่าๆๆ... กลุ่มโจรเสือดำจะกล้าเป็ศัตรูกับสมาคมเหยี่ยวฟ้าได้ยังไง กลุ่มโจรเสือดำไม่มีอำนาจพอต่อต้านสมาคมเหยี่ยวฟ้าได้หรอก แต่ไม่แน่ใจว่าผู้สนับสนุนเื้ัของสมาคมเหยี่ยวฟ้าจะเห็นด้วยกับเื่แบบนี้ไหมนะ"
หัวหน้าโจรเสือดำตอบกลับอย่างไม่แยแสเมื่อรู้ถึงสถานการณ์ของสมาคมเหยี่ยวฟ้าในตอนนี้ดีว่าเป็ยังไงกัน
หากเป็สถานการณ์ปกติสมาคมเหยี่ยวฟ้าจะมองเื่เหล่านี้เป็เื่ธรรมดา แต่ตอนนี้สถานการณ์ยังไม่ดีขึ้นมา หลังจากเกิดาบนทวีปัฟ้า พื้นที่ทั่วทุกหัวระแหงยังคงมีร่องรอยความเสียหายหลงเหลือจากการต่อสู้และทุกที่กำลังดำเนินการรับมือจัดการกับปัญหาเหล่านี้
ตอนนี้สมาคมเหยี่ยวฟ้าได้รับการสนับสนุนจากจักรวรรดิอื่นอยู่ หากไม่มีผู้สนับสนุนขนาดใหญ่อยู่เื้ัสมาคมเหยี่ยวฟ้า ป่านนี้คงไม่ใหญ่โตและรอดพ้นจากวิกฤติาได้
อย่างไรก็ตามสำหรับสมาคมเหยี่ยวฟ้ามองว่าเื่ที่เกิดขึ้นคราวนี้มันเล็กน้อยมาก เพราะมุมมองของสมาคมเหยี่ยวฟ้าสำหรับคนใหญ่คนโตเห็นเป็เพียงการลักพาตัวบุตรชายจากคนธรรมดาที่ร่ำรวยเท่านั้น
ดังนั้นหัวหน้ากลุ่มโจรเสือดำรู้เื่ข้อมูลพวกนี้ดีจึงไม่มีการไว้หน้า เกรงกลัว หวั่นไหวกับคำพูดของอีกฝ่ายแม้แต่น้อย