ไม่อาจทราบว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน คำพูดวนซ้ำจนตอนนี้เธอจำมันได้ขึ้นใจแล้ว ขณะเดียวกันเครื่องสั่นด้านล่างก็ทำหน้าที่ของมัน นำพาเธอไปถึงจุดสุดยอดครั้งแล้วครั้งเล่า ถ้าว่ากันตามกฎข้อที่สองแล้ว หมายความว่าตอนนี้เธอกำลังทำผิดกฎเพราะถึงจุดสุดยอดโดยที่เจ้านายไม่สั่งสินะ
ร่างกายเริ่มชินชากับความสุขสมทางเพศ สติเริ่มกลับมา แคลร์นึกได้ว่าถ้าเกิดมีคนมาเห็นในสภาพนี้จะทำอย่างไร จริงอยู่ว่านี่เป็นห้องผู้อำนวยการ คงไม่มีใครเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต แต่ว่าถ้าเป็นแม่บ้านหรือคนที่มีจัดของนั่นก็อาจจะเป็นข้อยกเว้น
“อื้อ !”
แคลร์กลัวเหลือเกิน กลัวว่าจะถูกพบเจอในสภาพที่น่าอายแบบนี้ จึงพยายามดิ้นให้หลุดจากพันธนาการ แต่แผ่นยางที่ปกคลุมร่างกายเธอก็เหนียวเสียจนราวกับไม่สามารถหลุดออกมาได้ ้ายที่สุดเธอก็หมดแรง แล้วจบด้วยการสุขสมกับจุดสุดยอดอีกครั้ง
หญิงสาวที่ถูกใส่ฮู้ดเอาไว้ด้วยศีรษะไม่ได้รู้ตัวเลยว่ามีคนกำลังจ้องมองเธออยู่ ใครคนนั้นก็ไม่ใช่อื่น เป็นผู้อำนวยการที่พันธนาการเธอให้อยู่ในสภาพนี้ เรื่องประชุมอะไรนั้นล้วนเป็นเรื่องโกหกทั้งเพ หรือต่อให้มีประชุมเขาก็พร้อมจะเลื่อนการประชุมออกไป เพื่อมองหญิงสาวที่ตกอยู่ภายใต้การพันธนาการถึงจุดสุดยอดครั้งแล้วครั้งเล่า
ไม่อยากปล่อยเธออกไปเลย
ผู้อำนวยการคิดแบบนั้น แล้วทิ้งให้หญิงสาวอยู่ในสภาพที่ไม่สามารถขยับตัวได้ หน้าอกเธอขยับขึ้นลงตามจังหวะหายใจ และมันจะถี่ขึ้นทุกครั้งเมื่อเธอใกล้ถึงจุดสุดยอด ผู้อำนวยการมองภาพดังกล่าวพร้อมกับรอยยิ้มมุมปาก ก่อนจะมองเธอเป็นเหมือนเครื่องประดับในห้อง แล้วหันไปทำงานบนโต๊ะของตัวเอง
ไม่ไหวแล้ว ไม่เอาแล้ว ไม่อยากเสร็จอีกแล้ว นี่เขาประชุมนานเกินไปรึเปล่า ฉันจะบ้าตายอยู่แล้วนะ
แคลร์ที่ถึงจุดสุดยอดซ้ำแล้วซ้ำเล่าได้แต่ถามตัวเอง เธออยู่ในสภาพนี้มานานแค่ไหนไม่อาจทราบ แต่แสงแดดข้างนอกเป็นสีส้มบ่งบอกเวลาเย็น น้ำเสียงหวานและอาการเวลาเสร็จสมของแคลร์ช่างมีเสนห์จนผู้อำนวยการทำใจปล่อยเธอไม่ได้จริงๆ
แต่เมื่อนึกได้ว่าควรให้เธอได้พักบ้าง ไม่เช่นนั้นหรอกเล่นชิ้นนี้จะพังไปเสียก่อน เขาจึงเดินไปปิดเสียงที่เขาอัดไว้ทำให้แคลร์ได้ยินเสียงรอบข้างอีกครั้ง เธอส่งเสียงร้องออกมาเมื่อรู้ว่าผู้อำนวยการกลับมาแล้วทั้งที่จริงเขาเฝ้ามองเธออยู่ตลอดเวลา แม้จะฟังไม่ได้ศัพย์แต่แคลร์ก็ส่งเสียงร้องเหมือนจะบอกให้เขาปล่อยเธอออกไปสักที ซึ่งผู้อำนวยการก็ยอมปล่อยเธออย่างว่าง่าย
ตาของแคลร์ลอยละล่องราวกับคนไร้สติ เธออยากจะอาบน้ำล่างคราบน้ำรักี่เปื้อนหว่างขาของเธอระหว่างที่ถึงจุดสุดยอดตอนที่ถูกพันธนาการ แต่ร่างกายตอนนี้ไม่เหลือเรี่ยวแรงเพราะถูกการถึงจดสุดยอดดูดเรี่ยวแรงไปทั้งหมด
ผู้อำนวยการอุ้มแคลร์เข้าไปในห้องน้ำ ก่อนจะอาบน้ำให้กับเธอ แคลร์ที่เหนื่อยล้าอยู่แล้วไม่คิดจะขัดขืน ถ้าทำไปได้เธอแทบอยากจะหลับระหว่างที่เขาอาบน้ำให้ด้วยซ้ำ แต่เหมือนผู้อำนวยการจะทนความยั่วยวนของร่างกายเธอไม่ได้ จึงใช้นิ้วของเขาทำให้เธอเสร็จสมอีกสองสามครั้ง ก่อนจะอาบน้ำให้เธอ แล้วอุ้มกลับมานอนที่โซฟา
มีหลายอย่างที่แคลร์อยากจะพูด แต่เรี่ยวแรงเธอไม่เหลือแล้ว ภาพของชายวัยกลางคนกลับไปนั่งทำงานที่โต๊ะ เป็นภาพสุดท้ายที่เธอำได้ก่อนสติจะดับวูบไปเข้าสู่การนอน
ผ่านไปจนถึงเวลาตอนกลางคืน แคลร์ตื่นขึ้นมาแล้วกวาดสายตามองรอบตัวอย่างงัวเงีย ก่อนจะคิดได้ว่าตอนนี้เธออยู่ในสถานะทาสของผู้อำนวยการ จึงไม่แปลกใจกับร่างกายที่เปลือยเปล่าอยู่ตอนนี้ แต่ก็อดไม่ได้จะดึงผ้ามาคลุมร่างกายเอาไว้ ตามประสาผู้หญิงที่รักนวลสงวนตัว
ผู้อำนวยการคิดว่าจะเล่นกับเธอสักสามชั่วโมงแล้วปล่อยให้เธอไปสอนคาบบ่าย แต่เขาก็อดไม่ได้ที่จะปล่อยเธอไว้แบบนั้น ตอนนี้เธอคงหิวแล้ว เขาจึงนำอาหารง่ายๆ อย่างข้าวพัดมาเทใส่จาน
“กินอะไรก่อนละกัน”
แคลร์พยักหน้ารับอย่างว่าง่าย ท้องของเธอส่งเสียงครวญครางออกมา แคลร์เดินไปยังโต๊ะแต่ก็พบว่าไม่มีช้อนหรือส้อมวางอยู่เลย เขาจะให้เธอใช้มือกินงั้นเหรอ
คำตอบของคำถามนั้น คือจานที่ถูกนำไปวางบนพื้น แคลร์มองหน้าผู้อำนวยการ เขายิ้มกลับมาเหมือนต้องการจะบอกบางอย่าง แคลร์หลุบตาลงอย่างอดสู และคุกเข่าลงก่อนจะก้มหน้าลงไปกินอาหารในจาน ราวกับสุนัขตัวเมีย
“ยังไม่ได้สั่งก็เข้าใจแล้วเหรอ บางทีเธออาจจะชอบแบบนี้ก็ได้นะ”
“ไม่ได้ชอบค่ะ ฉันแค่ใช้หนี้ให้น้องชายเท่านั้น”
แคลร์ใช้เวลาไม่นานนการกินอาหารจนหมดเพราะเธอหิวมาก
หลังจากหาอาหารใส่ท้องให้าสของตัวเองแล้ว ก็ถึงเวลาที่จะเล่นกับทาสคนนี้อีกครั้ง
“ไปเดินเล่นกัน”
ผู้อำนวยการนำสายจูงสำหรับสุนัขมาคล้องกับปลอกคอของแคลร์ สถานนะตอนนี้ของเธอคือทาสหมา แคลร์เข้าใจดี เธอเดินสี่ขาเผยเครื่องเพศและบั้นท้ายอวบอั๋น ผู้อำนวยการมองเธอพร้อมกับยิ้ม เวลาผ่านไปไม่นาน แต่สำหรับหญิงสาวที่รับความอับอายอย่างเต็มที่เท่าที่มนุษย์คนหนึ่งจะรับได้ เธอรู้สึกว่าเวลาผ่านไปนานเหลือเกิน จนกระทั่งผู้อำนวยการกล่าวขึ้น
“ไปข้างนอกกัน”
“แต่ถ้าเกิดมีใครมาเห็นเข้า”
“ตอนกลางคืนไม่มีใครอยู่หรอก”
“แต่ว่า...”
“เรื่องน้องชายเธอจะเป็นยังไงก็ช่างใช่ไหม”
ผู้อำนวยการนำจุดอ่อนเพียงอย่างเดียวของเธอมาพูด คล้ายกับงูต่อให้รัดแรงแค่ไหนแต่เพียงแค่จับหางก็อ่อนระทวย แคลร์ก้มหน้าและยอมทำตามคำสั่งของผู้อำนวยการอย่างจำยอม
ทางเดินยาวความที่ตอนกลางวันเต็มไปด้วยนักเรียนมากมายเดินกันไปมา แต่ตอนนี้กลับว่างเปล่า มีเพียงแค่หญิงสาวคนหนึ่งกำลังเดิน ไม่สิ คลานสี่ขาเหมือนกับสุนัขโดยมีผู้อำนวยการจูงเธอคล้ายกับเป็นเจ้าของของเธอ แคลร์คลานไปตามพื้น ความเจ็บปวดบริเวณมือและเข่าทำให้เธอก้าวช้าลง แต่ทุกครั้งที่เป็นเช่นนั้น แส้ที่แยกเป็นเส้นๆ ให้ความรู้สึกแสบมากกว่าเจ็บปวดเมื่อโดนตี ก็ฟาดเข้ามาที่กดของแคลร์จนเธอต้องเดินต่อไป
จนกระทั่งผู้อำนวยการพาแคลร์มาถึงห้องเรียนห้องหนึ่ง
“พรุ่งนี้เช้าเธอสอนห้องนี้ใช่ไหม”
“ค่ะ”
“ถ้างั้นก็ดีเลย”
ผู้อำนวยการเปิดประตูให้สุนัขของเขาคลานเข้าไปในห้อง ห้องที่ปกตินักเรียนมักจะเรียนกัน ห้องที่แคลร์มักจะสอนเด็กด้วยความสุข ห้องที่เธอพร้อมจะให้คำปรึกษานักเรียนคนใดก็ตามที่มีปัญหา ทุกครั้งที่เธอก้าวเข้ามาในห้องนี้จะมีแต่ความสุขและความภาคภูมิท่ได้ช่วยเหลือและสั่งสอนพวกเด็ก แต่มาตอนนี้เธอลับรู้สึกอับอายเสียจนอยากมุดแผ่นดินหนีไปซะ
“ขึ้นไปบนโต๊ะ แยกขาออกด้วย”
แคลร์ถูกสั่งให้ไปนั่งบนโต๊ะของอาจารย์ที่อยู่หน้ากระดาน แคลร์มีท่าทีลังเลเล็กน้อยแต่เพียงแค่ผู้อำนวยการส่งเสียงฮึมออกมา เธอก็ต้องยอมำตามคำสั่งอย่างง่ายดาย
ร่างกายเปลือยเปล่าค่อยๆ ปีนขึ้นไปนั่งบนโต๊ะใน่านั่งพับเพียบ แต่ว่านั่นไม่ใช่ท่านั่งที่เขาสั่ง แคลร์ต้องใช้เวลาทำใจนิดหนึ่ง ก่อนจะยอมอ้าขาออก เผยให้เห็นเครื่องเพศของเธออย่างเด่นชัด
“ถ้าเกิดนักเรียนมาเห็นเธอในสภาพนี้ ต้องผิดหวังแน่ๆ”
เป็นอย่างคำที่เขาว่า แคลร์ไม่สามารถปฏิเสธได้เลย
“วันนี้พอได้รึยังคะ”
แคลร์รู้สึกว่าเธอกลายเป็นเป็นสัตว์เลี้ยง เป็นของเล่นนานเกินไปแล้ว ตอนนี้ก็มืดค่ำ เธออยากจะกลับบ้าน ผู้อำนวยการเหมือนจะพยักหน้าเข้าใจ แต่การกระทำของเขาไม่ใช่การปลดปล่อยเธอให้เป็นอิสระ แต่เป็นการนำผ้าโปะยาสลบมาปิดจมูกของเธอ แคลร์พยายามดิ้นลดพร้อมกับสติที่เลือนลางลงไปทุกที จนสุดท้ายเธอก็หมดสติไป
“เอาล่ะนักเรียน วันนี้อาจารย์แคลร์ลาป่วย เพราะงั้น ครูจะเข้ามาสอนแทนนะ”
เสียงของผู้ชายคนหนึ่งดังขึ้นเรียกสติแคลร์ให้ตื่นจากห้วงนินทราอันไร้ความฝัน แคลร์พบว่าไม่สามารถขยับมือตัวเองได้ เมื่อเงยหน้าขึ้นไปดูก็พบว่าเธอถูกเทปกาวพันข้อมือเอาไว้กับราวแขวนเสื้อในล็อกเกอร์หลังห้อง มือของเธอก็ถูกเกาวพันเอาไว้ให้อยู่สภาพกำมือตลอดเวลา ไม่สามารถหลุดจากพันธนาการนี้ได้
ส่วนข้อเท้าของเธอถกใส่ปลอกข้อเท้าเอาไว้ โดยมีแท่งเหล็กเชื่อมระหว่างปลอกคอเ้าทั้งสอง ทำให้เธออยู่ในสภาพกางขาตลอดเวลา เผยส่วนที่น่าอาจของเพศหญิอย่างไม่อาจปกปิด
เมื่อก้มมองร่างกายของตัวเอง ก็พบว่าเธอนั้นเปลือยเปล่า สิ่งนั้นไม่น่าแปลกใจเท่าร่างกายี่ถูกเขียนด้วยปากกาเมจิคเป็นคำหยาบคายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น
กะหรี่ ถังเก็บน้ำเชื้อ ทาสกาม และอื่นๆ อีกหลายอย่างที่สามารถให้เธอหมดอนาคตได้เลย หากมีคนมาพบเห็นเธอในสภาพนี้
เหมือนว่าผู้อำนวยการจะพาเธอมาขังไว้ในล็อกเกอร์แล้วมัดเธอไว้ให้อยู่ในท่านี้ บางทีเขาอาจจะอยากแกล้งเธอ หัวใจเธอเต้นอย่างไม่เป็นจังหวะ นักเรียนทุกคนที่ต่างเคารพรักเธอ ถ้าหากมาเห็นเธอในสภาพนี้ พวกเขาคงผิดหวัง แล้วมองเธอเป็นแค่ผู้หญิงสกปรกคนหนึ่ง
แต่ไม่เป็นไร แค่เงียบเอาไว้ แล้วรอให้ผู้อำนวยการมาปล่อยเธอออก เรื่องนั้นไม่ยากเลย
จริงเหรอ ?
แต่แล้วแคลร์ต้องปฏิเสธความคิดตัวเองก่อนหน้า เมื่อพบว่าเธอสวมกางเกงในสีแดงของตัวเองอยู่ เหมือนว่าผู้อำนวยการจะนำมาใส่ให้กับเธอ แต่ที่เพิ่มเติมขึ้นมานั้น คือดิลโด้อันเขืองที่ยัดเข้าไปในร่องรักของเธอแล้วใช้กางเกงในปิดเอาไว้ ทำให้มันไม่สามารถหลุดออกมาได้ แถมความยืดหยุ่นของกางเกงในก็ทำให้มันอยู่ในสภาพดันเข้ามาในช่องรักของเธอตลอดเวลา
ปัญหาไม่ได้มีแค่นั้น เมื่อแคลร์ได้สติดิลโด้ดังกล่าวก็ทำการสั่น แคลร์ถึงกับร้องเสียงหลงออกมา และเสียงนั้นก็ทำเอานักเรียนหลายคนหันมามองทางล็อกเกอร์ที่อยู่หลังห้อง
“มีใครอยู่ในล๊อกเกอร์เหรอ ?”
ไม่เอา อย่านะ อย่ามองมาทางนี้นะ !
แคลร์ได้แต่ส่ายหน้าแล้วพยายามจะดิ้นให้หลุดจากพันธนาการ แต่ว่ายังไงต่อล่ะ ต่อให้เธอหลุดออกไปได้ เธอก็ต้องออกไปจากล็อกเกอร์ในสภาพเปลือยอยู่ดี
ทางด้านผู้อำนวยการที่แอบดูจากประตูห้อง พอจะเดาอาการของแคลร์ได้ เขายิ้มออกมาด้วยความสนุกสนาน และดูว่าของเล่นของเขาจะรับมืออย่างไร