“กีรติเลขาพี่ทิวาครับ”
“ไม่ได้นะพี่ไม่ให้” พี่ทิวาพูดขัดขึ้นทันทีที่ผมพูดจบพี่แสดงออกอย่างชัดเจนว่าไม่ยอมผมเด็ดขาด
“ผมอยากได้เลขาของพี่ผมจะเอากีรติคนเดียวเท่านั้น” ผมแกล้งพูดยั่วโมโหพี่ทิวา และมันก็ได้ผล พี่มองผมตาขวางอย่าอารมณ์เสียสุดๆคงจะโกรธที่ผมกำลังจะแยกสาวคนรักของตัวเองแน่ๆ
“นายทิว!ถ้านายไม่ใช่น้องฉัน ได้โดนตบปากแตกแน่ ฟังลูกชายคุณพ่อพูดสิคะ น่าเกลียดที่สุด”พี่ชี้หน้าว่าผมอย่างโกรธจัด แล้วหันไปขอความช่วยเหลือจากพ่อทันที
“ระวังคำพูดหน่อยทิวเขาทิวาก็ใจเย็นลูก แม่บอกให้รับสมัครแล้วนี่ ก็เอาตามที่แม่บอกนั่นแหละรับสมัครคนใหม่ให้มาดูแลทิวเขาแล้วกัน”
“นั่นสิของขวัญเป็ผู้หญิงบอบบางออกขนาดนั้นถึงจะทำงานเก่งทุกด้านและเหมาะสมจะเป็คนดูแลทิวเขาที่สุดก็ตาม แต่ถ้าทิวาไม่ยอมแม่ก็ว่าตามทิวา”
“ถ้าอย่างนั้นก็เลิกคิดเื่หาคนมาดูแลผมเถอะครับผมไม่เอาใครทั้งนั้นถ้าไม่ใช่กีรติ”
“ทำไมต้องเป็ของขวัญนายไม่ชอบเธอไม่ใช่หรือยังไง”
“พี่ลองคิดตามผมดูนะกีรติเก่งเื่การทำงานเลขาทุกอย่าง แถมยังดูแลพี่เื่การแต่งกาย อาหารการกินยิ่งเื่ตารางการทำงานไม่ต้องพูดถึง ละเอียดรอบคอบมากพี่จำเื่พวกเสื้อผ้าของใช้ของผมได้ไหม เธอเลือกได้ดีและเข้ากับผมมากเื่นี้พี่เป็คนพูดเอง จำได้หรือเปล่า” พี่ทิวามองหน้าผมอย่างกำลังใช้ความคิดผมไม่ได้เร่งหรือกระตุ้นอะไรเพิ่มเติม ไม่นานพี่สาวผมก็ยิ้มเป็รอยยิ้มที่ผมไม่ชอบใจนักแต่ก็ไม่อยากพูดอะไรมากกลัวว่าจะทำให้พี่สาวยิ่งไม่พอใจและไม่ยอมตกลงยกเลขาให้ผม
“แม่ก็คิดอย่างที่ทิวเขาพูดนะทิวาลูกจะลองคิดดูอีกหน่อยได้หรือเปล่า ของขวัญเรียบร้อยน่ารักนิสัยดีอีกทั้งยังมีระเบียบมาก แม่ว่าน่าจะช่วยทิวเขาเื่ปรับภาพลักษณ์ได้ไม่ยากนะลูก”แม่เห็นด้วยกับผมแถมยังช่วยพูดกับพี่ทิวาให้ผมอีกต่างหาก
“ถ้านายดูแลของขวัญไม่ดีพี่จะไปเอาคืน” ในที่สุดพี่ทิวาก็ยอมยกเลขาให้ผมในที่สุดแผนการขั้นแรกของผมก็ผ่านพ้นไปด้วยดี
‘ผมไม่มีทางคืนเลขาให้พี่หรอกพี่ทิวา’ผมพูดกับพี่ทิวาในใจพร้อมกับมองหน้าพี่สาวที่กำลังมองผมอย่างใช้ความคิดถึงจะไม่ชอบใจกับสายตาที่พี่ใช้มองผมสักเท่าไหร่แต่ก็ไม่อยากพูดมากเดี๋ยวพี่สาวผมจะเปลี่ยนใจเอาได้
“ตกลงตามนี้แล้วกันนะทิวาก็แจ้งของขวัญเื่นี้ด้วยแล้วกัน แล้วจะให้ใครมาเป็เลขาของลูกล่ะคุณ”พ่อพูดยุติเื่ทั้งหมดเป็อันตกลงว่าผมได้ตัวกีรติแน่นอนแล้วนั่นเอง
“เดี๋ยวรับสมัครใหม่แล้วกันค่ะพ่อทิวาคงไม่ได้ตัวของขวัญกลับมาเร็วๆนี้หรอกค่ะ ทิวเขา อย่าลืมว่าของขวัญเป็ผู้หญิงนายควรรู้ขอบเขตของตัวเองว่าจะให้ของขวัญดูแลได้แค่ไหนถึงจะทำงานเลขาก็ต้องระวังเื่ความเป็ส่วนตัวของของขวัญด้วย แล้วก็รีบหาเลขาของตัวเองซะพี่ให้ยืมของขวัญแค่ชั่วคราวเท่านั้น เข้าใจเอาไว้ด้วยอย่าคิดจะยึดของขวัญของพี่เด็ดขาด” พี่ทิวาจ้องผมตาเขม็งตกลงกีรติหรือผมกันแน่ที่เป็น้องของพี่
“ผมไม่ยึดของขวัญของพี่หรอกน่าผมไม่ได้ชอบเธอแบบพี่สักหน่อย ตกลงเื่เลขาของผมเป็กีรตินะ บอกเธอให้เริ่มงานสัปดาห์หน้าเลยแล้วกันผมขอตัวก่อนนะครับ” ผมเข้าไปหอมแก้มแม่แล้วรีบออกจากบ้านทันทีผมอยากแวะไปหาไอ้เหนือที่โรงแรมมันหน่อยคืนนี้อยากจะดื่มรำลึกความหลังที่ไม่ได้เจอเพื่อนรักมานานหลายเดือน
“กลับมาได้ไม่นานก็ออกไปอีกแล้วคืนนี้กลับมานอนบ้านด้วยนะ ทิวเขา นี่! ดูลูกชายคุณสิ ทำไมนิสัยแย่ขนาดนี้นะ”
“ลูกถึงต้องมีคนดูแลไง”
“หวังว่าของขวัญจะเปลี่ยนนายทิวได้นะคะ”
“ตามของขวัญมาคุยกันที่บ้านเถอะทิวาวันนี้ทิวเขาคงไม่กลับบ้านแล้วล่ะ”
“ค่ะแม่”
15.30น.
Rrrrrrrrrr
“สวัสดีค่ะคุณทิวา”
(ของขวัญยุ่งอยู่หรือเปล่าจ๊ะ)
“ไม่ยุ่งค่ะคุณทิวามีอะไรให้ขวัญช่วยหรือเปล่าคะ”
(คุณพ่อกับคุณแม่ท่านอยากทานข้าวกับของขวัญน่ะเย็นนี้ว่างหรือเปล่า)
“เย็นนี้เหรอคะได้ค่ะ แล้วพวกท่านจะทานที่ร้านไหนคะ เดี๋ยวขวัญจะได้โทรไปจองโต๊ะค่ะ”
(ทานที่บ้านจ้าคุณแม่จะลงครัวโชว์ฝีมือเองน่ะ)
“ถ้าอย่างนั้นประมาณห้าโมงเย็นเดี๋ยวขวัญเข้าไปนะคะ”
(เดี๋ยวพี่ไปรับนะตอนนี้กำลังจะออกไปซื้อของพอดี เดี๋ยวแวะรับของขวัญมาด้วยกันเลย)
“ตอนนี้เหรอคะก็ได้ค่ะ เดี๋ยวขวัญไปช่วยถือของค่ะ”
(ดีเลยจ้ะคุณแม่มาพอดี พี่วางสายก่อนนะ แล้วพบกัน)
“แล้วพบกันค่ะ”
หลังวางสายจากคุณทิวาฉันก็อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วลงมานั่งรอคุณทิวาที่ล็อบบี้ของคอนโดไม่นานก็เห็นรถของคุณทิวาขับเข้ามา
“สวัสดีค่ะคุณนารา คุณทิวา วันนี้ขวัญขอฝากท้องสักมื้อนะคะ” ฉันยกมือไหว้ทักทายเ้านายทั้งสองอย่างคุ้นเคยหลังจากที่ขึ้นมานั่งบนรถเรียบร้อยแล้ว
“ไหว้พระเถอะลูกต้องขอโทษที่นัดหนูขวัญกะทันหันนะจ๊ะ คงไม่รบกวนวันพักผ่อนของหนูนะ”
“ไม่รบกวนเลยค่ะวันหยุดขวัญก็ไม่ได้ทำอะไรมาก อย่างมากก็แค่นัดทานข้าวดูหนังกับเพื่อนค่ะ
“ไปกับน้องเก้าเหรอจ๊ะ”
“ใช่ค่ะยัยเก้า เ้าเก่าเ้าเดิม”
“ชวนเพื่อนมาทานข้าวด้วยกันก็ได้นะหนูขวัญคนเยอะครึกครื้นดี”
“เอาไว้คราวหน้านะคะขวัญจะชวนยัยเก้ามาด้วย วันนี้เห็นบอกว่ามีธุระค่ะ”
“ถ้าอย่างนั้นคราวหน้าหนูขวัญอย่าลืมพาเพื่อนมาด้วยนะลูก”
“ค่ะไม่ลืมแน่นอนค่ะ”
“ถึงแล้วค่ะสาวๆลงไปซื้อของกันเถอะ วันนี้คุณแม่จะทำอะไรบ้างคะ”
“ต้มยำกุ้งของโปรดเรากับหนูขวัญไงแล้วก็ทอดมันปลาอินทรี คุณพ่อเราบ่นอยากกินหลนปูกับปลาช่อนผัดขึ้นฉ่ายยังไงก็ช่วยแม่เลือกหน่อยแล้วกัน หนูขวัญอยากกินอะไรอีกไหมลูก”
“ขวัญยังไงก็ได้ค่ะขวัญทานได้หมด”
“ดีจริงลูกไม่เลือกกินเหมือนตาทิวเขาเลย รายนั้นก็กินหมดทุกอย่าง มีดีแค่เื่กินอย่างเดียวเื่อื่นเื่มากเหลือเกิน”
หลังจากจ่ายตลาดซื้อวัตถุดิบเสร็จเรียบร้อยฉันกับคุณทิวาก็ลงครัวช่วยเป็ลูกมือทำอาหารของคุณนาราท่านมีฝีมือทำอาหารได้อร่อยทุกอย่างฉันมีโอกาสได้ลิ้มรสอาหารฝีมือขั้นเทพของท่านบ่อยๆและคราวนี้ก็เป็อีกครั้งที่ฉันรู้สึกประทับใจครอบครัวของท่านมากท่านดูแลฉันอย่างดีเหมือนเป็คนในครอบครัวคนหนึ่งก็ไม่ปาน
“ของขวัญจ๊ะพี่มีเื่อยากจะขอร้อง” หลังจากจบมื้ออาหารเ้านายทุกคนของฉันก็ชวนฉันมานั่งทานผลไม้พร้อมกับดูทีวีที่ห้องรับแขก
“เื่อะไรเหรอคะคุณทิวาบอกมาได้เลยค่ะ ขวัญยินดีช่วยทุกอย่างเลย”ฉันยิ้มให้เ้านายที่ดูจะหนักใจกับสิ่งที่กำลังจะเอ่ยปากขอให้ฉันช่วยฉันยินดีช่วยเธอจริงๆนะเพราะตลอดเวลาหลายปีที่ผ่านคุณทิวาไม่เคยให้ฉันทำอะไรไม่ดีหรือต้องลำบากใจที่ต้องทำงานกับเธอเลยสักครั้ง
“อย่าเพิ่งรับปากพี่เลยฟังเื่ที่พี่จะขอก่อนเถอะ พี่ไม่อยากให้ของขวัญลำบากใจน่ะ”ฉันมองหน้าเ้านายทั้งสามคนคุณวิทย์กับคุณนารายังคงส่งยิ้มอย่างอบอุ่นมีเมตตาให้ฉัน ในขณะที่คุณทิวาแสดงออกว่ากำลังลำบากใจชอบกล
“ทุกเื่ที่คุณทิวาให้ขวัญทำไม่เคยมีเื่ไหนที่ไม่ดีเลยนะคะ ขวัญเต็มใจทำให้อยู่แล้วค่ะ คุณทิวาพูดมาเถอะ”ฉันอยากรู้เื่ที่ทำให้เ้านายของฉันลำบากใจที่จะเอ่ยมากจริง
ขอให้สนุกกับการอ่านนะคะ^^