เช้าวันหนึ่งในปลายสัปดาห์ ฟ้าครึ้มอึมครึมเหมือนกำลังชั่งใจว่าจะปล่อยฝนลงมาอีกหรือไม่ ลินนั่งวาดรูปอยู่บนชานไม้หน้าห้องเช่า เสียงคลื่นจากทะเลเบื้องหน้าไกล ๆ กับเสียงนกร้องจากต้นไม้ข้างบ้าน ทำให้เช้านี้เงียบกว่าทุกวัน...แต่เงียบแบบที่เธอไม่อยากหลีกหนี
เธอวาดภาพร้านกาแฟในมุมใหม่ วาดภาพคนที่เธอไม่ได้ตั้งใจจะคิดถึงตลอดเวลา...แต่กลับคิดถึงได้ง่ายเหลือเกิน
ภาพของพายุในเงามุมร้าน กับถ้วยชาในมือ และแววตาที่เธอไม่แน่ใจว่ามันมีอะไรซ่อนอยู่
ระหว่างนั้น ประตูบ้านหลังใหญ่ด้านหน้าเปิดออก ป้าเดือนในผ้ากันเปื้อนลายดอกไม้เดินออกมา พร้อมกาแฟร้อนในมือสองแก้ว
“สายลมอ่อน ๆ กับกาแฟดี ๆ ทำให้ความคิดไหลลื่นขึ้นไหมจ๊ะ คนวาดภาพ?”
เสียงของป้าเดือนทักมาแบบมีจังหวะราวกับเป็กลอน ลินเงยหน้าขึ้นแล้วยิ้มรับ
“ดีกว่าที่คิดค่ะป้า ขอบคุณสำหรับกาแฟนะคะ”
ป้าเดือนนั่งลงบนเก้าอี้โยกข้าง ๆ ลิน ลมหายใจของหญิงชราราบเรียบ ใบหน้ามีร่องรอยอายุแต่แววตายังสดใสอย่างประหลาด
“ป้าสังเกตนะ ว่าลูกกลับมาที่นี่แล้วใจไม่ค่อยวุ่นวายเท่าไหร่แล้วใช่ไหม”
“อาจจะยังวุ่นวายอยู่ค่ะ...แต่ไม่ได้อยากหนีมันแล้ว”
คำพูดของลินทำให้ป้ายิ้มพึงใจ “ดีแล้วลูก บางทีการที่เราหยุดหนี นั่นแหละคือการเริ่มต้นรักษา”
ลินนั่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนตัดสินใจถาม
“ป้าคะ...วันก่อนลินเห็นรูปในตู้ใกล้เปียโน เป็รูปป้าใส่ชุดนักร้องใช่ไหมคะ?”
ป้าหัวเราะเบาๆ “โอ๊ย ตายจริง ลูกตาไวใช่ย่อยเลยนะนั่น...นั่นมันภาพสมัยป้ายังสาว ๆ โน่นเลย ตอนนั้นป้าเป็นักร้องอยู่คาเฟ่เล็ก ๆ ที่กรุงเทพฯ”
“ป้าเคยเป็นักร้องเหรอคะ?” ลินถามด้วยแววตาเต็มไปด้วยความสนใจ
“อือ ใช่สิ...แต่ไม่ใช่นักร้องดังอะไรหรอกนะ แค่ร้องเพลงให้คนที่กำลังคิดถึงใครบางคนได้มีน้ำตาไหลบ้างก็พอ”
“แล้ว...แล้วทำไมถึงกลับมาอยู่ที่นี่ล่ะคะ?”
ป้าเดือนเงียบไปชั่วครู่ จ้องแก้วกาแฟในมือ เหมือนกำลังชั่งใจระหว่างจะพูดหรือไม่พูด
“ความรักน่ะลูก...มันไม่ใช่เื่ของการได้อยู่ด้วยกันเสมอไปหรอกนะ บางทีมันก็แค่...คนสองคนที่เจอกันไม่ถูกเวลา”
เสียงคลื่นกลบความเงียบที่ตามมา ลินไม่กล้าซักต่อ แต่ป้ากลับพูดเองอย่างช้า ๆ
“ป้าเคยรักใครคนหนึ่ง...ผู้ชายคนเดียวในชีวิตนั่นแหละ เขาเป็นักแต่งเพลง มีหัวใจละเมียดละไม เราอยู่ด้วยกันได้ดี แต่มันกลับกลายเป็ว่า...เรามีทางเดินต่างกันโดยสิ้นเชิง”
“เขาขอให้ป้าเลิกเป็นักร้อง เพราะไม่อยากให้ป้า ‘เป็ของใครต่อหน้าใคร’”
ลินฟังเงียบ ๆ ใจเต้นแ่ตามจังหวะคำพูดของป้า
“แต่ป้าร้องเพลงเพราะป้ารักมัน รักจริง ๆ ป้าก็เลยบอกเขาว่า...ป้ายอมเลิกรักเขา แต่ป้าไม่ยอมเลิกร้องเพลง”
คำพูดสุดท้ายของป้าทำให้ลินเผลอถอนหายใจอย่างไม่รู้ตัว
“แล้วป้าเสียใจไหมคะ”
“เสียใจสิลูก...แต่เสียใจไม่เท่าการที่เรายอมละทิ้งตัวตนเพื่อรักษาใครสักคนไว้ แล้วต้องอยู่อย่างไม่มีความสุขไปทั้งชีวิต”
ลินนิ่งไปนาน ก่อนจะพูดเบาๆ
“บางทีลินก็ไม่แน่ใจ...ว่าความรักมันควรพาเราไปข้างหน้าหรือดึงเราย้อนกลับไปข้างหลังกันแน่”
ป้ายิ้มบาง ๆ และเอื้อมมือมาวางบนมือเธอเบาๆ
“ถ้าความรักทำให้ใจเต้น...ทำให้เรากลับมาวาดภาพได้ กลับมาหายใจลึก ๆ ได้เหมือนวันนี้ ป้าคิดว่ามันไม่ใช่เื่ผิดหรอกนะ”
ลินสบตาป้าเดือน แล้วเงียบไปนาน...
คืนนั้น ลินเปิดสมุดวาดภาพหน้าต่าง บนหน้ากระดาษเธอวาดภาพผู้หญิงคนหนึ่งในชุดนักร้องลูกกรุง กำลังร้องเพลงอยู่ท่ามกลางเวทีที่มีแสงไฟเพียงดวงเดียวส่องมา
บนเวทีนั้นไม่มีคนดู
แต่แววตาของนักร้อง...เต็มไปด้วยความรัก
ข้างภาพนั้น เธอเขียนคำว่า
“บางครั้งความรักที่ไม่สมหวัง ก็ยังคงเป็รักที่งดงาม”
และเธอก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน ว่าประโยคนั้น...เธอเขียนให้ป้าเดือน หรือเขียนเพื่อเตือนหัวใจของตัวเอง…