“โอ้โห…อย่างกับเื่เล่าในเทพนิยายแน่ะ เื่ผ่านมาตั้งประมาณ 24 ปีแล้ว ท่านโหรายังจำได้ละเอียดขนาดนี้เชียวหรือ? นี่ถ้าไม่เป็เพราะท่านพ่อให้เรามาหารือท่านในเื่นี้ เราก็คงไม่มีวันเชื่อเื่แบบนี้หรอกนะ”
เ้าหญิงเทย่ามีสีหน้าเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง
“ถึงแม้ว่าจะดูเหลือเชื่อ แต่สิ่งที่กระหม่อมเล่ามาเป็ความจริงทุกคำพะยะค่ะพระธิดา ที่กระหม่อมยังจำรายละเอียดได้ก็เพราะเป็เื่ที่องค์เหนือหัวทรงให้ความสำคัญมาก”
ท่านโหรานิมิตยืนยันอย่างหนักแน่น
“แล้วที่ท่านพ่อให้ท่านตามหาท่านเทพธิดาล่ะ ท่านได้อะไรมาบ้าง?”
“สิ่งที่กระหม่อมได้มา คือเื่ที่เหลือเชื่อพอๆ กันอีกเื่นึงพะยะค่ะ”
ครั้งนี้ท่านโหรานิมิตตอบอย่างไม่ค่อยจะมั่นใจสักเท่าไหร่
“ยังมีเื่ที่เหลือเชื่อพอๆ กับเทพนิยายด้วยหรือท่านโหรา? ท่านเล่าให้เราฟังทีสิ”
แม้จะไม่ค่อยเชื่อแต่องค์หญิงยังคงตั้งใจฟังด้วยความสนใจ
“ท่านราชครูและกระหม่อมได้คำนวณตำแหน่งที่เทพธิดามาจุติจากระยะและทิศทางที่ลำแสงตกหายไป ก็มั่นใจว่าอยู่ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ในประเทศไทย และจากการคำนวณเวลาเกิดตามตำราโหราศาสตร์ทำให้ทราบว่าอยู่ใน่ของวันที่ 7 เมษายน ในปีถัดไป”
“เราต้องรอเกือบหนึ่งปี จนกระทั่งเด็กเกิดและมีข้อมูลการแจ้งเกิดแล้วจึงสามารถดำเนินการรวบรวมข้อมูลเด็กที่เกิดในวันที่ 7 เมษายน ของปีนั้นในจังหวัดเชียงใหม่ได้ และพบว่ามีเด็กที่เกิดในวันนี้ถึง 39 ราย เมื่อตัดรายที่เกิดในพื้นที่ที่อยู่ไกลจากตำแหน่งที่ลำแสงตกก็พบว่ายังเหลือเด็กที่อาจเป็เทพธิดาอยู่อีก 14 ราย โดยยังมีโอกาสที่จะเป็ไปได้ทั้งเพศหญิงและเพศชาย แต่ปัญหาก็คือเด็กยังเป็ทารกอยู่ จึงยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าเด็กคนไหนคือเทพธิดา”
“ระหว่างที่เรารอให้เด็กโตขึ้นอีกหน่อย ก็ได้เกิดเื่ประหลาดขึ้น ในจำนวนเด็กทั้ง 14 คนนั้น หกคนแรก ได้เสียชีวิตในเวลาที่ไล่เลี่ยกันจากอุบัติเหตุที่แตกต่างกัน เด็กคนที่เจ็ด ได้หายสาบสูญไปหลังเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ และพบปืนและรูะุในที่เกิดเหตุ อีกเจ็ดรายที่เหลือ ทยอยเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ ทั้งๆ ที่ตำรวจคอยให้การคุ้มกัน ซึ่งทั้ง 14 ราย ยังมีบุคคลที่ใกล้ชิดเด็กเสียชีวิตด้วยจำนวนหลายราย ส่วนเด็กอีก 25 คนที่เกิดในพื้นที่อำเภออื่น ล้วนปลอดภัยดีไม่ได้รับเหตุร้ายใดๆ สุดท้ายเราก็ไม่พบท่านเทพธิดา จึงได้ยุติการตามหาพะยะค่ะพระธิดา”
หลังจากที่ท่านโหรานิมิตเล่าเื่จบ เ้าหญิงเทย่ายังคงนั่งนิ่ง เธออึ้งไปพักใหญ่ ก่อนจะกล่าวขึ้นมา
“ช่างน่ากลัวเหลือเกิน หมายความว่ามีคนบริสุทธิ์ที่ต้องมาเสียชีวิตตั้งมากมาย เพราะมีผู้้ากำจัดเทพธิดาแห่งโชคงั้นหรือ? ใครเป็คนทำกันนะ? เราจะไม่เชื่อเื่เทพธิดาก็คงไม่ได้แล้วล่ะ”
“กระหม่อมก็เชื่อว่าเื่ที่เกิดขึ้นทั้งหมดไม่ใช่อุบัติเหตุพะยะค่ะ ทางตำรวจก็เชื่อเช่นนี้ แต่ได้ปกปิดไว้เป็ความลับ และสุดท้ายก็ได้ปิดคดีไปโดยไม่ได้คำตอบใดๆ พะยะค่ะ”
“ตามความเห็นของท่าน ท่านเทพธิดายังมีชีวิตอยู่หรือเปล่า?”
องค์หญิงถามท่านโหรานิมิต
“กระหม่อมก็ไม่มั่นใจพะยะค่ะ นางอาจเป็หนึ่งในเด็กที่เสียชีวิต หรือเด็กที่หายสาบสูญ หรืออยู่ในกลุ่มเด็กอีก 25 คนที่เราตัดออก หรือแม่ของนางอาจย้ายออกจากพื้นที่แล้วในขณะที่ยังตั้งครรภ์อยู่ ก็เป็ไปได้เช่นกันพะยะค่ะ”
ท่านโหรานิมิตแสดงความเห็น
“หากหนึ่งในเด็กทั้ง 14 คน เป็ท่านเทพธิดาจริง ก็น่าจะมีปาฏิหาริย์ให้นางรอดชีวิตได้สิ...เราสนใจเื่ของเด็กที่หายสาบสูญ ท่านยังมีข้อมูลอะไรเพิ่มเติมเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเด็กคนนี้รึเปล่า?”
องค์หญิงยังมีความหวังในการหาเทพธิดาให้พบตามพระราชประสงค์ของพระบิดา
“กระหม่อมก็เคยสันนิษฐานเช่นเดียวกับพระธิดา จึงได้ไปที่หอสมุดแห่งชาติในกรุงเทพ เพื่อค้นหาหนังสือพิมพ์ไทยฉบับวันถัดจากวันเกิดเหตุ และถ่ายเอกสารรวบรวมข่าวไว้ในแฟ้มเล่มนี้พะยะค่ะ”
ท่านโหรานิมิตเปิดแฟ้มที่ถืออยู่ในมือแล้ววางลงบนโต๊ะทำงานให้องค์หญิง
เ้าหญิงเทย่าใช้เวลาพักใหญ่ก้มหน้าศึกษาข่าวต่างๆ ในแฟ้มอย่างสนอกสนใจ แล้วจึงเงยหน้าถามท่านโหรานิมิตอีกครั้ง
“ทางตำรวจสืบได้อะไรบ้างหลังจากเหตุการณ์ในวันนั้น ทั้งเื่การหายตัวไปของเด็กหญิงคนนี้ และเื่ชายลึกลับที่เสียชีวิตใกล้รถคันที่เกิดอุบัติเหตุ?”
“ดูเหมือนว่า ตำรวจจะไม่พบอะไรเลยพะยะค่ะ การสืบสวนคดีก็ถูกปิดเป็ความลับ จึงไม่สามารถที่จะทราบรายละเอียดจากสื่อต่างๆ ได้เลยพะยะค่ะ”
ท่านโหรานิมิตตอบด้วยท่าทางหมดหวัง แต่องค์หญิงกลับยิ้มขึ้นมาได้และเดินพูดกับตัวเอง
“นั่นก็หมายความว่าทางตำรวจยังหาเด็กคนนี้ไม่พบ นี่อาจเป็ปาฏิหาริย์ที่เรากำลังหากันอยู่ก็ได้ เพราะเด็กหญิงคนนี้น่าจะยังมีชีวิตอยู่ และได้โตเป็สาวแล้ว อายุก็คงจะเท่าเรา”
แล้วเ้าหญิงเทย่าก็หันไปกล่าวกับท่านโหรานิมิตด้วยท่าทางกระตือรือร้น
“พวกเรามาเริ่มตามหานางกันใหม่เถอะ เราเชื่อว่านางจะต้องเป็…
เทพธิดาแห่งโชค”