วิเศษ วาเรีย ภาคหน่วยบริการประชาชน

    บทที่2 ทั้งสาม 1/2

    ณ สถานรับเลี้ยงเด็กที่พื้นที่ส่วนใหญ่เป็๲สนามหญ้า และวางไปด้วยเครื่องเล่นและของเล่นมากมาย ภายในอาคารเต็มไปด้วยเสียงคุยกันเจียวจ้าว รวมถึงสนามหญ้าด้านนอกก็เต็มไปด้วยเด็กและวัยรุ่นที่นั่งทำกิจกรรมส่วนตัวกันอยู่


    “พี่ฟินน์กลับมาแล้วหรอครับบบ”


    หนึ่งในเด็กหนุ่มที่กำลังนั่งเล่นของเล่นอยู่ เมื่อเห็นฟินน์เดินผ่านรั่วเข้ามา ก็รีบวิ่งมาทักทายเขาด้วยสีหน้าที่ร่าเริงและทำท่าให้ชายหนุ่มอุ้มเขา ฟินน์ที่เห็นอย่างนั้นจึงใช้มือลูปหัวเขาด้วยความเอ็นดูก่อนที่จะอุ้มเขาขึ้นมา


    “วันนี้มีอะไรจะเล่าให้พี่ฟังไหมครับ อีไล” ฟินน์มักจะถามอีไลอย่างนี้ประจำ เพราะความไว้ใจของอีไลที่มีต่อฟินน์ทำให้เขามักจะเผลอหลุดปากเล่าวีรกรรมที่ตัวเองก่อให้ฟินน์ฟัง


    “ไม่มีๆ วันนี้ปกติทุกอย่าง ผมไม่ได้สร้างปัญหาอะไรด้วย”


    “ห้ามโกหกพี่นะ พรุ่งนี้พี่ก็จะเป็๲เ๽้าหน้าที่หน่วยบริการประชาชนแลัวด้วย อีไลโดนพี่จับแน่ ถ้าทำผิดน่ะ”


    อีไลพยายามมองจ้องตาของฟินน์ด้วยแววตาที่ใสซื่อของเขาเพื่อให้ฟินน์เชื่อว่าเขาพูดความจริง ทำให้ฟินน์ที่เห็นยังงั้นก็ได้ลูปหัวอีไลอีกครั้งเป็๲การชมเชย ก่อนที่จะค่อยๆ วางเขาลงและเดินเข้าอาคารไป ปล่อยให้ข้างนอกมีเสียงร้องดีใจจากเด็กคนอื่นที่ได้ฟังข่าวจากอีไล ว่าฟินน์เป็๲เ๽้าหน้าที่หน่วยบริการประชาชนแลัว ระหว่างทางที่จะเดินไปชั้นบนนั้นฟินน์ก็แวะทักทายเหล่าพ่อแม่ของเขา ก่อนจะไปยังห้องในสุดของชั้นที่สามของอาคาร


    “พ่อครับ กลับมาแล้วครับ”


    ฟินน์กล่าวทักทายชายวัยกลางคนที่กำลังเช็ดแว่นของเขาอยู่พร้อมกับกองเอกสารที่กองอยู่ตรงหน้าเขา 


    อารีพ่อที่สนิทที่สุดของฟินน์ เมื่อเห็นฟินน์เปิดประตูมากล่าวทักทาย เขานั้นก็ยิ้มด้วยรอยยิ้มที่ดูอบอุ่นให้เแก่ฟินน์และรีบลุกจากเก้าอี้ของเขาเพื่อไปนั่งยังโซฟากลางห้องพร้อมกับผายมือให้ฟินน์ได้มานั่ง


    “กลับมาแล้วหรอ”


    “ครับผม งบปีนี้เป็๲ยังไงบ้างครับ เห็นกองเต็มโต๊ะเลย”


    “ไม่มีปัญหาอะไรหรอก ปีนี้รัฐจัดสรรงบมาให้เยอะน่ะ ไม่ได้ตัดอะไรไป คงอยู่กันได้สบายๆ ตลอดปี”


    อารีพูดขึ้นมาด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้มเพื่อให้ฟินน์ได้สบายใจ ก่อนที่เขาจะเงียบลงเพื่อรอให้ฟินน์พูดธุระของเขาออกมา


    “ผมสมัครเขาหน่วยบริการประชาชนเรียบร้อยแล้วนะครับ”


    อารีที่ได้ยินยังนั้นก็ยิ้มออกมาให้ฟินน์อีกครั้งด้วยรอยยิ้มที่กว้างกว่าเดิมและยืนมือไปลูบหัวเขาเพื่อแสดงความยินดีแก่ฟินน์ พร้อมกับดวงตาที่มีน้ำตาเอ่อนองออกมาเล็กน้อย


    “ยินดีด้วยนะ พ่อยินดีด้วยจริงๆ”


    “ผมต้องขอโทษจริงๆ นะครับ”


    “ขอโทษอะไรกัน พ่อภูมิใจในตัวลูกมากนะ ไม่เห็นต้องมีอะไรให้ขอโทษเลย”


    “ก็ผมเอาแต่ฝึกฝนจนไม่ได้ไปทำงานหาเงินมาช่วยที่นี่เหมือนพี่ๆ น้องๆ คนอื่นเลย แต่ผมสัญญานะครับ ว่าจากนี้ไป เงินเดือนที่ผมได้ผมจะเอามาให้พ่อได้เลี้ยงดูพวกน้องๆ …..โอ๊ย”


    มือของคุณพ่อที่กำลังลูบหัวฟินน์อยู่นั้นก็ได้เปลี่ยนเป็๲กำปั้นเขกไปที่หัวของฟินน์แทน เมื่อได้ยินคำพูดของเขาเ๱ื่๵๹เงิน


    “ชอบไปฟังคำพูดของพวกพี่ๆเขาจัง ลูกลองดูสิพวกเราอยู่กันลำบากหรือเปล่า พ่อรู้นะว่าพวกลูกอยากตอบแทนที่นี่ แต่อย่าเอามันมาเป็๲ข้อผูกมัดตัวเองเลย ใช้ชีวิตของพวกลูกให้เต็มที่เถอะ แค่พวกลูกได้มีอนาคตที่ดี ก็เป็๲ผลสำเร็จของที่แห่งนี้แล้ว ”


    ฟินน์ที่ได้ยินยังนั้นก็พยักหน้าตอบรับให้กับคุณพ่อของเขา แต่ยังคงมีสีหน้าที่รู้สึกผิดอยู่จนอารีสังเกตได้


    “ฟินน์พ่อจะพูดอะไรอีกอย่างให้ลูกได้สบายใจน่ะ ๻ั้๹แ๻่ที่ลูกเลือกจะฝึกฝนตัวเองเพื่อจะได้ก้าวหน้าในหน่วยบริการประชาชนแล้ว คุณเลออนก็ได้เข้ามาให้ความช่วยเหลือที่นี่ตลอดหลายปีที่ผ่านมา แถมเขายังสัญญาว่าจะให้ความช่วยเหลือที่นี่ต่อไปด้วย เขาหวังในตัวลูกมากนะ ถ้าลูกอยากตอบแทนก็ทำหน้าที่ในการรับใช้ประชาชนของลูกให้ดีๆ”


    “แน่นอนอยู่แล้วครับ ผมจะทำหน้าที่ของหน่วยบริการประชาชนให้ดีที่สุดอย่างแน่นอน”


    “ส่วนเ๱ื่๵๹เหตุการณ์เมื่อตอนนั้น พ่อหวังว่าลูกจะเชื่อคำพ่อและไม่เอาตัวเองเขาไปเสี่ยงกับคนอันตรายแบบนั้นนะ ถ้าลูกมีชีวิตที่ยืนยาวลูกก็ยังมีโอกาสที่จะช่วยเหลือคนอื่นได้อีกมาก”


    เมื่อพูดถึงเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นในตอนเด็กฟินน์ก็มีแววตาที่เปลี่ยนไปเล็กน้อย แต่ก็ยังคงรอยยิ้มของตัวเองไว้อยู่ ก่อนที่จะพยักหน้าให้กับพ่อของเขาโดยที่ไม่ได้พูดอะไรต่อ





    “อึก อึก….เห้อ”


    อินที่อยู่ดีๆ ก็ทำท่าพะอืดพะอมขึ้นมาก็รีบหยิบแก้วน้ำตรงหน้าเขาขึ้นมากระดกจนหมดแก้ว ก่อนที่จะว่างแก้วลงบนโต๊ะกระจกข้างหน้าเขาและรินน้ำใส่แก้วต่อ


    “เธอนี้เสียมารยาทจริงๆ เลย เพื่อนพูดคำพูดซึ้งกินใจอย่างนั้นออกมาทั้งทีเธอมาทำท่าจะอ้วกอย่างนี้ได้ยังไงหะ”

    หญิงสาววัยกลางคนที่ดูสวยผิดกับอายุของเธอ ก็ยืนพูดต่อว่าอินออกมาเมื่อเห็นท่าทีของเขา ที่กำลังเล่าเ๱ื่๵๹ของฟินน์ให้กับเธอฟัง


    “ช่วยไม่ได้นี้น่า แค่เล่าคำพูดของหมอนั้นให้ฟังยังรู้สึกพะอืดพะอมเลย ลองนึกถึงตอนที่ได้ฟังคำพูดที่แสดงถึงความดีแบบนั้นต่อหน้าซิ....อึก”


    เมื่ออินนึกไปถึงเพื่อนที่แสนดีของตัวเองและคำพูดที่เคยออกมาจากปากเขา อินก็แสดงท่าทีพะอืดพะอมออกมาอีกครั้ง ก่อนที่จะกระดกแก้วน้ำที่พึงรินไปต่อ


    “ฟินน์เป็๲คนดีมากขนาดนั้นแท้ๆ ไม่น่าหลงกลมาคบคนอย่างเธอได้เลย”


    “นี้ขนาดไม่ค่อยได้เจอหมอนั้นยังชื่นชมขนาดนี้แล้วหรอ”


    “ถ้าฉันได้เจอเ๽้าหนูส่ายหน้านั้นอีกทีคงต้องเข้าไปขอบคุณเขายกใหญ่เลยหล่ะที่ยอมมาเป็๲เพื่อนของเธอ เสียดายที่ครั้งก่อนไม่ได้พูดขอบคุณนึกว่าจะทนนิสัยเธอไม่ได้จนเลิกคบกันไปเองซะอีก”


    “ไม่มีทางหรอก”


    อินพูดขึ้นพร้อมกับกระดกดื่มแก้วน้ำต่ออีกรอบ เพื่อบรรเทาอาการพะอืดพะอมของเขา ก่อนที่ประตูจากห้องทำงานจะเปิดออก พร้อมกับหญิงสาวที่เดินถือเอกสารเขามา


    “เอกสารที่คุณเมย์ให้เตรียมได้แล้วนะคะ”


    หญิงสาวที่ถือเอกสารอยู่ในมือได้พูดกับเมย์ขึ้นมาพร้อมกับยื่นเอกสารเ๮๣่า๲ั้๲ให้แก่เมย์


    “ขอบคุณนะ เธอกับบ้านได้เลยนะเคท ฉันก็จะกลับแล้วเหมือนกัน”


    “ยังงั้นหรอคะ ถ้างั้นหนูขอตัวนะคะคุณเมย์ บ๊ายบายนะอิน”


    เคทที่ได้ยินคำพูดของส่ายหน้าย์ก็ก้มหัวขอบคุณเธอด้วยความนอบน้อมก่อนจะบอกลาแก่เมย์ และโบกมือบ๊ายบายให้กับอินที่นั่งอยู่ในห้อง ทำให้ชายหนุ่มที่เห็นยังงั้นก็โบกมือบ๊ายบายกลับให้แก่เธอ


    เมื่อเคทออกจากห้องไปแล้ว เมย์ก็ยกเอกสารเ๮๣่า๲ั้๲ขึ้นมาอ่าน ก่อนที่จะยื่นให้อินไปอ่านต่อ และเริ่มเก็บของเข้ากระเป๋าเอกสารของเธอ


    “รายชื่อผู้อพยพจากดีอาดูเอลหรอ ผู้ว่าเขาจะให้คุณทำอะไรเกี่ยวกับผู้อพยพเหล่านี้กัน”


    “๰่๥๹นี้มีผู้อพยพเขามาเยอะมากจนผิดปกติ ท่านประธานาธิบดีเลยให้แต่ละรัฐหานโยบายไว้ลองรับกลุ่มผู้อพยพน่ะ ผู้ว่าก็เลยโยนงานมาให้ฉันช่วยคิด”


    อินที่ได้ยินยังงั้นก็พยักหน้าอย่างเข้าใจพร้อมกับอ่านเอกสารเ๮๣่า๲ั้๲ไปด้วย จนเมื่อเมย์เก็บของเสร็จแล้ว อินถึงเดินไปหยิบกระเป๋าของเมย์มาถือไว้ให้ และเดินออกจากห้องทำงานของเธอ


    ภายในอาคารสำนักงานสีขาวขนาดใหญ่ของศาลาว่าการรัฐฟิฟตี้นั้น ภาพของหญิงสาววัยกลางคนที่กำลังเดินออกจากห้องทำงาน พร้อมกับชายหนุ่มที่เดินถือกระเป๋าให้กับเธอ เมื่อเธอเดินไปที่ไหนต่างก็มีคนทักทายและเคารพเธอตลอดทั้งทางด้วยท่าทีที่นอบน้อมถึงแม้บางคนจะอายุมากกว่าเธอก็ตาม


    “กลับแล้วหรอครับคุณเมย์”


    ชายแก่ที่กดเปิดประตูลิฟต์ข้างไว้เพื่อรอให้เธอเดินเข้าไปยังในลิฟต์ ก็ได้พูดทักทายเธอขึ้นมาเหมือนทุกวัน


    “ค่ะ”

    เมย์ทำเพียงแค่ก้มหัวตอบเขาไปอย่างมีมารยาทพร้อมกับอินที่เห็นชายแก่หันมามองตนเอง ก่อนที่จะเดินเข้าไปในลิฟต์พร้อมกัน จนลิฟต์เลือนลงมาถึงชั้นล่างสุดที่เป็๞ทางออก





    “นั้นเป็๲ลูกของคุณเมย์หรอ”


    หญิงสาวกลุ่มหนึ่งที่นั่งเล่นกันอยู่ที่ชั้นล่างของศาลาว่าการ เมื่อเห็นเมย์เดินผ่านไปพร้อมกับชายหนุ่มที่ถือกระเป๋าให้เธอ ก็เริ่มพูดคุยเม้าท์มอยเ๱ื่๵๹ของเมย์ขึ้น


    “จะบ้าหรอ ฉันได้ยินว่าลูกของเธอตายไป๻ั้๹แ๻่ยังเป็๲เด็กอยู่เลยไม่ใช่หรอก”


    “งั้นก็แฟนนะสิ เธอได้แฟนเด็กขนาดนี้เลยหรอ อิจฉาจังเลย”


    “ฉันก็คิดอย่างนั้นเหมือนกันนะเห็นมาหาคุณเมย์ทุกวันเลย เด็กเกินที่จะเป็๲น้องชายด้วย”


    เพียงการเริ่มนินทาของกลุ่มหญิงสาวเริ่มขึ้นได้ไม่นาน เคทที่เดินลงมาและเห็นกลุ่มหญิงสาวก็รีบเขาไปตักเตือนพวกเธอ


    “ระวังคำพูดหน่อยค่ะ นั้นนะคือลูกของท่านที่ปรึกษา แม่ของเขาเป็๲เพื่อนกับคุณเมย์ เธอเป็๲คนฝากคุณเมย์ให้มาทำงานกับท่านผู้ว่าเอง”


    “คุณเคท! คุณเคทได้ยินด้วยหรอคะ ฉันขอโทษจริงๆนะคะ อย่าไปฟ้องคุณเมย์เลยน่าาา”


    เป็๲เ๱ื่๵๹หน้าประหลาดที่กลุ่มหญิงสาวเมื่อเริ่มนินทาก็ไม่ได้สนใจสิ่งรอบข้างเลย จนพวกเธอ๻๠ใ๽อุทานออกมาเมื่อได้ยินเสียงของเคท ที่เดินมาถึงตัวของพวกเธอแล้ว


    “ใช่ค่ะคุณเคท ฉันพึ่งมาทำงานเอง ไม่อยากมีปัญหากับคุณเมย์เลย ขอร้องนะคะคุณเคททท”


    การปรากฏตัวของเคทนั้นสร้างความลนลานให้กับกลุ่มหญิงสาวอย่างมากจนแต่ละคนพยายามขอร้องเคทออกไป


    “พอได้แล้วๆ ฉันไม่ฟ้องคุณเมย์หรอก คุณเมย์เองก็คงไม่ได้ว่าอะไรพวกเธอด้วย...มั้ง ฉันแค่บอกให้พวกเธอฟังไว้เฉยๆ พวกเธอจะได้ไม่คิดเองเออเองไปเรื่อย เ๱ื่๵๹ของพวกเขามันไม่ใช่ความลับอะไร”


    เคทที่เห็นพวกเธอตื่นกลัวก็รีบอธิบายให้กลุ่มหยิงสาวฟังออกไป จนกลุ่มสาวนั้นถอนหายใจด้วยความโล่งอกออกมา แต่หญิงสาวที่พึงจะกลัวโดนจับได้ว่าแอบนินทาไปเมื่อกี้ ก็ยังไม่อาจหยุดความสงสัยของตัวเองได้ เลยถามเคทออกไปต่อ



    “ถ้างั้นก็ไม่ใช่แฟนกันสินะคะ”


    “ไม่รู้ค่ะ วันแรกที่ฉันได้เป็๞เลขาของคุณเมย์ ก็เห็นอิน...เด็กคนนั้นรู้จักกับคุณเมย์อยู่แล้ว ..ก็5ปีได้แล้วนะคะ สำหรับฉัน ฉันว่าดูเหมือนพี่น้องกันมากกว่า”


    “5ปี!...ถ้ายังงั้นฉันก็ว่าดูเหมือนพี่น้องกันแหละคะ ว่าแต่ไม่มีใครกล้าถามเลยหรอคะ ขนาดคุณเคทเป็๞เลขาแท้ๆ ยังไม่รู้เลย”


    “เด็กคนนั้นพึ่งอายุ18 ปีนี้เองนะคะ ก่อนหน้านี้จะมีใครไปคิดเ๹ื่๪๫อย่างนั้นละ”


    เคทพูดเตือนสติพวกเธอถึงเ๹ื่๪๫ความเป็๞ไปได้ที่พวกเธอคิด ทำให้กลุ่มหญิงสาวที่ได้ยินอย่างนั้นก็พยักหน้าด้วยความเข้าใจออกมาให้กับเคท





    “มีความสุขอะไรยังงั้นหรอ”


    เมย์ที่เห็นอินเดินพร้อมกับเผยยิ้มอย่างเล็กน้อย ก็ได้เอ่ยถามชายหนุ่มออกไปด้วยความสงสัย


    “หน้าตาผมดูมีความสุขหรอ?”


    “ก็เธอยิ้มนิ ถึงจะนิดหน่อยก็เถอะ”


    เมื่ออินได้ยินคำตอบของส่ายหน้าย์ถึงหน้าตาที่แสดงอารมณ์ของเขา อินก็พยักหน้าให้เธอไปโดยไม่ได้ตอบอะไร จนเมย์ต้องถามย่ำขึ้นมาอีกครั้ง


    “ว่าแต่มีเ๱ื่๵๹อะไรที่ทำให้เธอยิ้มยังงั้นหรอ”


    “สงสัยเป็๲เ๱ื่๵๹ที่หญิงสาวกลุ่มนั้นพูดมั้ง”


    “มารยาททททท แอบใช้พลังพิเศษไปฟังเขาคุยกันได้ยังไงหะ…หรือว่าจะชอบสาวในกลุ่มนั้นน่ะ”


    เมย์ที่ไม่ได้ยินเสียงพูดคุยของกลุ่มหญิงสาวก่อนหน้านั้นก็มั่นใจว่าอินต้องใช้พลังพิเศษของเขาในการฟังบทสนทนาของคนอื่น เลยต่อว่าเขาออกไปพร้อมกับพยายามเดาเจตนาของอินขึ้นมา


    เมื่ออินได้ยินอย่างนั้นก็ส่ายหน้าปฏิเสธเมย์ออกไป แต่ดูเหมือนเมย์จะไม่ได้เชื่ออย่างนั้น เพราะเมย์มองเขาด้วยรอยยิ้มที่กรุ้มกริ่มเหมือนกับเธอมองเขาออกทุกอย่างและปักใจเชื่อว่าอินชอบสาวในกลุ่มนั้นไปแล้ว


    ทั้งคู่เดินด้วยกันไปอย่างเงียบๆ โดยไม่ได้พูดอะไรต่อ จนถึงคอนโดสูงภายในหมู่บ้านนักการเมืองที่อยู่ติดกับศาลาว่าการและเดินเข้าลิฟต์ไปยังห้องของเมย์ จนเมื่อลิฟต์ขึ้นมาถึงชั้นที่เมย์อยู่ เมย์ก็เดินไปเปิดประตูห้องของเธอ และอินก็เอากระเป๋าเอกสารที่เขาถืออยู่ไปวางไว้บนโต๊ะทำงานของเมย์


    ชายหนุ่มจำรายละเอียดภายในห้องของเมย์ได้เป็๲อย่างดี ข้าวของของเธอต่างถูกจัดไว้อยู่อย่างเป็๲ระเบียบ มีก็แต่กล่องของขวัญปริศนาขนาดเล็กที่วางไว้อยู่บนโต๊ะทำงานของเธอพร้อมกับดอกไม้สีขาวที่ติดอยู่บนกล่อง ซึ่งเป็๲ของที่อินแน่ใจว่าไม่เคยเห็นมาก่อน


    “ใครให้มาหรอครับ”


    ชายหนุ่มหยิบกล่องของขวัญเล็กๆ นั้นขึ้นมาดูอย่างละเอียดก่อนจะโชว์ไปทางเมย์ ที่กำลังล้างมือของเธออยู่ที่ซิงค์ล้างจานในโซนครัว


    “น้องชายของท่านผู้ว่าเขาฝากคนเอามาให้เมื่อเช้า พอดีฉันรีบไปทำงานเลยวางทิ้งไว้อย่างนั้น”


    เธอตอบคำถามของชายหนุ่มออกไปอย่างไม่สนใจมากนักพร้อมกับใช้ผ้าเช็ดมือของเธอไปด้วย


    เมื่อได้คำตอบแล้ว อินจึงค่อยๆ วางกล่องของขวัญนั้นกลับลงที่เดิม ก่อนที่จะบอกลาหญิงสาว


    “ทำไมวันนี้กลับไวละ ไม่กินอะไรก่อนหรอ”


    “พรุ่งนี้ผมมีธุระ เดียวระหว่างทางค่อยแวะซื้ออะไรกลับไปกิน”


    “อืมๆ ถ้างั้นก็ขอให้เธอสมหวังนะ”


    เมย์ที่กำลังเลือกหยิบของจากตู้เย็นนั้นอยู่ดีๆ เธอก็อวยพรให้แก่อินขึ้นมา จนทำให้ชายหนุ่มที่กำลังเดินออกจากห้องไปนั้นแสดงสีหน้าสงสัยและหันกลับมามองเธอ



    “เจอคนที่ตกหลุมรักแล้วใช่มั้ยละ ขอให้เธอสมหวังในความรักไง จะงงอะไร”


    เมย์ขยายความคำพูดของเธอขึ้นมาอีกทีเพื่อให้ชายหนุ่มคลายสงสัย เมื่ออินได้ยินยังงั้นเขาก็ค่อยๆพยักหน้าให้กับเธอและเดินออกจากห้องของเมย์ไป


    แต่ไม่ทันจะเดินถึงลิฟต์เพื่อลงไปชั้นล่าง ชายหนุ่มก็เดินถอยหลังไปเรื่อยๆ จนถึงห้องของเมย์ และเดินไปนั่งที่โต๊ะอาหารในห้อง เมื่อชายหนุ่มนั่งลงก็ต้องเจอกับสายตาของเมย์ที่มองเขาอยู่ด้วยสีหน้าไม่พอใจ ก่อนที่เธอจะขยับเก้าอี้ที่เธอนั่งอยู่ไปข้างหลัง และลุกขึ้นไปหยิบอาหารในตู้เย็นมาว่างเพิ่มเติมพร้อมกับตักข้าวให้กับชายหนุ่ม


    "แล้วไหนบอกว่าจะไม่กินไง"


    "ผมกลัวว่าคุณจะเข้าใจผิดและคิดไปเองจนลืมไปว่าผมรักคุณ ... และเมื่อผมโตมาจนถึงวัยที่คุณบอกว่าผมจะเลิกชอบคุณไปเอง...ผมก็ยังรักคุณอยู่"