หนูน้อยผู้สะสมบุญข้ามภพ มาเกิดใหม่พร้อมระบบร้านค้าบุญกุศล

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 59 วีรบุรุษคืนเมือง

            กองทัพต้าเหยียนเคลื่อนขบวนกลับคืนสู่เมืองเซิ่งจิงอย่างเกรียงไกรในฐานะผู้ชนะศึก เสียงโห่ร้องยินดีของเหล่าราษฎรดังระงมไปทั่วสองฝั่งถนน บรรยากาศอบอวลไปด้วยความปลาบปลื้มยินดีที่แผ่นดินกลับคืนสู่ความสงบสุขอีกครั้ง

            เป้ยจิ้งหานและซ่งติ้งหย่วน ควบม้านำทัพกลับมาพร้อมกับชัยชนะอันยิ่งใหญ่เหนือแคว้นเป่ยเหลียง ทั้งยังสามารถจับกุมตัวฉีจิ้งจง หัวหน้ากลุ่มกบฏแบบมีชีวิตกลับมาได้สำเร็จ ชัยชนะในศึกครั้งนี้ส่งผลให้ชื่อเสียงและบารมีของทั้งสองขจรขจายไปทั่วหล้า และกลายเป็นรากฐานอันมั่นคงให้แก่ราชสำนักต้าเหยียนภายใต้การปกครองของฮ่องเต้หย่งอัน

            ทันทีที่ย่างก้าวกลับถึงจวน เป้ยจิ้งหานก็ไม่รีรอรีบตรงดิ่งไปหาเหยาเหยาและเป้ยเฉินอันทันทีด้วยความโหยหา

            อันอันน้อยเมื่อเห็นบิดาปรากฏตัวตรงหน้าก็เบิกตากว้างด้วยความดีใจ ก่อนจะสับเท้าวิ่งเข้าหาเต็มแรง “ท่านพ่อ! ท่านพ่อกลับมาแล้ว!”

            เป้ยจิ้งหานทรุดเข่าลงกับพื้น โอบร่างกลมป้อมของบุตรชายไว้แนบอ้อมอกแกร่ง ความอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วทั้งหัวใจจนล้นปรี่ “อันอัน พ่อกลับมาแล้ว... พ่อรักษาสัญญาที่ให้ไว้ว่าจะกลับมาหาเจ้ากับท่านแม่แล้วนะ”

            เหยาเหยายืนมองภาพความผูกพันของสองพ่อลูกอยู่ไม่ไกล น้ำตาแห่งความปีติเอ่อคลอเบ้าตาคู่สวย

            'ในที่สุด ทุกคนก็กลับมาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันอีกครั้ง' นางคิดในใจด้วยความโล่งอก 'สงครามสิ้นสุดลงแล้ว ภัยร้ายจากฉีจิ้งจงและเป่ยเหลียงถูกขจัดสิ้น... ครอบครัวของเราปลอดภัยเสียที'

            เป้ยจิ้งหานค่อยๆ ลุกขึ้นยืน สายตาคมเข้มทอดมองภรรยาด้วยความรักสุดซึ้ง เขาเดินเข้าไปโอบกอดเหยาเหยาเอาไว้แน่น “เหยาเหยา... ศึกครั้งนี้ที่เราคว้าชัยมาได้ ล้วนเป็นเพราะแผนการและกลยุทธ์อันยอดเยี่ยมของเจ้า เจ้าคือกุนซือที่เก่งกาจที่สุด และเป็นภรรยาที่ข้าภาคภูมิใจที่สุดในชีวิต”

            เหยาเหยายิ้มบาง ซบหน้าลงกับแผงอกกว้างอันอบอุ่นของสามี “พวกเราชนะร่วมกันต่างหากเจ้าค่ะพี่หาน ข้าาวางแผน พี่หานกับพี่รองเป็นผู้ลงมือ ทุกคนในครอบครัวต่างร่วมแรงร่วมใจ... นี่คือชัยชนะของพวกเราทุกคน”

            ——————

            ณ ท้องพระโรงอันโอ่อ่า ฮ่องเต้หย่งอันมีพระบรมราชโองการปูนบำเหน็จรางวัลให้แก่ผู้มีความชอบในศึกสงครามครั้งนี้อย่างยิ่งใหญ่สมเกียรติ

            เป่ยกุยอ๋องได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติให้เป็นเสาหลักทางการทหารผู้ค้ำจุนแผ่นดิน ขณะที่ซ่งติ้งหย่วนได้รับการเลื่อนขั้นขึ้นเป็นแม่ทัพใหญ่ คุมกำลังพลทหารสูงสุด ส่งผลให้ตระกูลซ่งยิ่งทวีความรุ่งเรืองและเปี่ยมด้วยเกียรติยศชื่อเสียงเหนือผู้ใด

            ทว่าสิ่งที่สร้างความฮือฮาและน่าทึ่งที่สุด คือการที่ฮ่องเต้ทรงทราบความจริงว่า เบื้องหลังกลศึกอันชาญฉลาดที่สยบศัตรูได้อย่างราบคาบนั้น แท้จริงแล้วมาจากมันสมองของชายาอ๋อง—เหยาเหยา พระองค์จึงทรงมีรับสั่งประกาศเกียรติคุณยกย่องนางเป็นพิเศษในฐานะ ‘อ๋องหญิงผู้ปรีชา’ ที่ใช้สติปัญญาพลิกผันสถานการณ์สงครามและช่วยปกป้องบ้านเมืองเอาไว้

            'ข้าได้รับการยกย่องจากฮ่องเต้ด้วยหรือนี่...' เหยาเหยาคิดกับตัวเองด้วยความภาคภูมิใจ 'จากเด็กหญิงที่เคยถูกตราหน้าว่าต้องตายตอนอายุสามขวบตามชะตากรรมเดิม ตอนนี้กลับกลายมาเป็นอ๋องหญิงผู้ปรีชาที่ร่วมปกป้องแผ่นดินต้าเหยียน... ชะตาชีวิตของข้าเปลี่ยนไปไกลแสนไกลเหลือเกิน'

            ——————

            ในขณะเดียวกัน ชะตากรรมของฉีจิ้งจง หัวหน้ากลุ่มกบฏผู้พ่ายแพ้ ก็ถึงคราวได้รับการพิพากษา

            ร่างของฉีจิ้งจงในสภาพซูบเซียวถูกคุมตัวขึ้นสู่ศาลหลวงเพื่อพิจารณาโทษทัณฑ์ในข้อหากบฏแผ่นดินและสมคบคิดกับศัตรูภายนอก ซึ่งตามกฎหมายอาญาหลวงแล้ว โทษสถานเดียวที่เขาจะได้รับคือการประหารชีวิตเก้าชั่วโคตร

            ทว่าในการพิจารณาคดีครั้งนี้ ฉีจิ้งจงกลับไม่มีท่าทีดิ้นรนหรือเอ่ยปากแก้ตัวใดๆ เขายอมรับความผิดพลาดและบาปกรรมที่ก่อไว้แต่โดยดี ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสำนึกเสียใจจากก้นบึ้ง “ข้ายึดติดอยู่กับราชวงศ์เก่าที่ล่มสลายไปแล้ว จนก่อความทุกข์ยากเข็ญใจให้แก่ราษฎร... ตัวข้ายินดีน้อมรับโทษทัณฑ์ทุกประการ ขอเพียงฝ่าบาทโปรดเมตตาละเว้นโทษตายแก่พรรคพวกของข้าด้วย พวกเขาเพียงแค่หลงเชื่อและทำตามอุดมการณ์ที่ข้าเป็นผู้ปลูกฝังเท่านั้น”

            ฮ่องเต้หย่งอันทรงเป็นราชาผู้เปี่ยมด้วยทศพิธราชธรรม เมื่อทรงเห็นความสำนึกผิดอย่างจริงใจของฉีจิ้งจง จึงทรงมีพระเมตตาผ่อนปรน โทษประหารชีวิตถูกลดหย่อนลงเหลือเพียงการจำคุกตลอดชีวิต และทรงเปิดโอกาสให้พรรคพวกที่หลงผิดได้กลับตัวกลับใจมารับใช้แผ่นดินอีกครั้ง

            ก่อนที่ร่างของฉีจิ้งจงจะถูกผู้คุมลากตัวไปยังคุกหลวง เขาได้หยุดเดินชั่วครู่แล้วหันกลับมามองเป้ยจิ้งหานด้วยแววตาสั่นไหว ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่ชัดเจน

            “เป่ยกุยอ๋อง... บางที หนทางที่เจ้าเลือกเดิน อาจเป็นหนทางที่ถูกต้องดีงามกว่าทางของข้าที่จมปลักอยู่กับราชวงศ์ที่เสื่อมสลายไปแล้ว... ข้าเพิ่งจะมาตระหนักรู้และเข้าใจมัน... ในวันที่สายไปถึงสามสิบปี”

            คำพูดนี้ทำให้เป้ยจิ้งหานนิ่งไปครู่หนึ่ง เขารู้ดีว่าตนเองก็เคยยืนอยู่ตรงทางแยกเดียวกัน — ระหว่างการยึดเลือดราชวงศ์เก่ากับการภักดีต่อแผ่นดินปัจจุบัน หากวันนั้นเขาเลือกผิด เขาก็อาจจบลงเหมือนฉีจิ้งจง

            เหยาเหยาที่รับรู้เรื่องนี้ภายหลังคิด 'โชคดีที่ตอนนั้นข้าช่วยชี้ ‘ทางที่สาม’ ให้เขา... ความต่างระหว่างพี่หานกับฉีจิ้งจง ไม่ใช่สายเลือดที่ไหลในกาย แต่เป็นการเลือกว่าจะใช้ชีวิตเพื่ออะไร'

            ——————

            ค่ำคืนนั้น ครอบครัวซ่งและเป่ยกุยอ๋องมาชุมนุมกันที่จวนสกุลซ่ง เพื่อฉลองชัยชนะและการได้กลับมาอยู่พร้อมหน้ากัน

            บรรยากาศเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและความอบอุ่น อันอันวิ่งเล่นซุกซนท่ามกลางความเอ็นดูของทุกคน

            เหยาเหยามองครอบครัวที่ยิ้มแย้มรอบตัว ในใจเปี่ยมสุข 'ดูสิ ทุกคนยังอยู่ครบ และมีความสุข' นางคิด 'ผ่านศึกใหญ่มาอีกครั้ง แต่เราก็ฝ่าฟันมันไปได้ด้วยกัน เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา'

            เป้ยจิ้งหานมานั่งข้างภรรยา กุมมือนางไว้ "เหยาเหยา ขอบคุณนะ ที่อยู่เคียงข้างข้าเสมอ ทั้งในยามสุขและยามศึก"

            เหยาเหยายิ้ม "เราเป็นครอบครัวเดียวกัน พี่หาน เราจะอยู่เคียงข้างกันตลอดไป"

            ดึกคืนนั้น หลังงานเลี้ยงเลิกรา เหยาเหยายืนอยู่ในสวน มองดวงดาวบนฟ้า ครุ่นคิดถึงเส้นทางที่ผ่านมา

            'จากเด็กที่เกิดใหม่พร้อมความทรงจำชาติก่อน รู้ว่าครอบครัวถูกลิขิตให้ตายหมู่...' นางคิด 'มาวันนี้ ที่ทุกคนปลอดภัย รุ่งเรือง และมีความสุข ข้าได้สามีที่รัก ได้ลูกที่น่ารัก ได้ครอบครัวที่อบอุ่น และได้พลิกชะตาทุกอย่างจากหายนะเป็นความสุข'

            'ความจำเรื่องนิยายใช้ไม่ได้แล้ว แต่ข้าก็พิสูจน์แล้วว่า ข้าไม่ต้องพึ่งมัน' นางคิดอย่างภาคภูมิใจ 'เพราะสิ่งที่พลิกชะตาได้จริงๆ ไม่ใช่ความรู้ล่วงหน้า แต่เป็นไหวพริบ ความกล้าหาญ และความรักของครอบครัว'

            เป้ยจิ้งหานมายืนเคียงข้าง โอบไหล่นาง "คิดอะไรอยู่"

            "ข้ากำลังคิดว่า..." นางยิ้ม "ไม่ว่าอนาคตจะมีศึกหรือความท้าทายอะไรรออยู่ เราก็จะฝ่าฟันมันไปด้วยกัน"

            เป้ยจิ้งหานยิ้ม โอบกอดนางไว้ในอ้อมแขน ทั้งสองยืนมองดวงดาวด้วยกัน ในใจเปี่ยมด้วยความรักและความหวัง

    คล้ายกับเรื่องหนูน้อยผู้สะสมบุญข้ามภพ มาเกิดใหม่พร้อมระบบร้านค้าบุญกุศล ที่คุณอ่าน

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508