โถงประชุมใจกลางสำนักภูผา
ชายชรา 3 คนนั่งอยู่ด้านหน้าของเมฆ ตรงกลางมีตำแหน่งซึ่งอยู่สูงที่สุด ด้านซ้ายและขวามีชายชราและชายวัยกลางคนจำนวนหนึ่งกำลังจ้องมองมาที่ตัวมันอย่างละเอียด ทุกคนต่างกระซิบกระซาบกันเสียงระงมไปทั่ว
ตึง เสียงเคาะโต๊ะได้ดังขึ้น เสียงต่างๆเริ่มเงียบลงทันที
"ในวันนี้ทุกคนที่อยู่ที่นี่จะเป็พยานในการไต่สวนในครั้งนี้"
เสียงชายชราที่นั่งใจกลางห้องเอ่ยขึ้นอย่างเฉยฉา
"ข้าศิษย์ชัั้้น1 สายนอก ได้นำคนน่าสงสัยที่พบบริเวณูเานอกกำแพงเมืองมาที่นี่ เพื่อไต่สวนมัน ตัวมันได้อ้างว่าเดินหลงมาในที่แห่งนี้แล้วไม่ทราบว่าที่นี่คือที่ใดซึ่งน่าสงสัยอย่างมาก ไม่แน่มันอาจจะเป็หน่วยสอดแนมของสำนักไหนก็เป็ได้ ยิ่งสำนักเรามีศัตรูอยู่รายล้อมจึงไม่อาจปล่อยตัวมันไปได้ ข้าจึงจับมันมาเพื่อไต่สวนเ้าค่ะ"
เสียงหญิงสาวดังก้องไปทั่วโถง
"เ้ามีอะไรจะพูดรึไม่?"
ชายชราตรงกลางมองต่ำมาที่เมฆอย่างเ็า
ตอนนี้เมฆทั้งตัวสั่นและกลัวอย่างมาก เหงื่อไหลไปทั่วมือ ก่อนจะเอ่ยปากตอบกลับไป
"ผะ ผมหลงทางจริงๆครับ ไม่รู้จริงๆว่าที่นี่คือที่ไหน ระหว่างเดินได้ยินเสียงคนะโใส่กันเลยเข้าไปขอความช่วยเหลือเท่านั้น ผมมาที่นี่ได้ยังไงก็ไม่รู้เหมือนกัน อยู่ๆก็มาโผล่ตรงนั้นแล้ว"
เมฆตอบอย่างสั่นเครือ
หลังจากได้ฟัง ชายชราตรงกลางได้จ้องมาที่เมฆอยู่สักครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปมอง ชายชราด้านขวาของตน แล้วพูดบางอย่าง
ชายชราด้านขวาลุกขึ้นจากที่นั่งก่อนจะเดินลงมาหาเมฆ ชายชราคนนี้มีหน้าตาดุดันเคร่งครึมอย่างมาก
"เ้าแน่ใจนะว่าไม่ได้โกหก?"
ชายชราดังกล่าวถามเมฆด้วยเสียงเย็นเยือก
"ผมพูดจริงๆครับ"
ตัวมันรีบตอบกลับทันที
"งั้นข้าจะให้เ้าได้พิสูจ"
ชายชราดังกล่าวได้ให้เด็กรับใช้ยกหินก้อนหนึ่งออกมาวางไว้ตรงหน้า มันมีขนาดเท่าครึ่งตัวคน และมีอักษรเต็มไปทั่วหิน
"เ้าแค่เอามือจับไปที่หินก้อนนี้ ข้าจะบอกไว้สิ่งหนึ่งถ้าเ้าพูดความจริงหินมันจะส่องแสงสีแดงออกมา ถ้าเ้าโกหกมันจะเป็สีีฟ้า และเมื่อมันเป็สีฟ้าข้าจะเป็คนตัดหัวเ้าทันที"
เมื่อได้ฟังเมฆก็กลัวสุดขีด มันนั่งสั่นไปทั้งตัวเหงื่อชะโลมไปทั่วกาย เด็กรับใช้ได้จับมือเมฆไปแตะที่หินก้อนนั้น ในใจเมฆได้แต่ภาวนาให้เป็สีแดง หลังจากผ่านไปได้ชั่วครู่แสงเริ่มสว่างขึ้นช้าๆ เมื่อมันได้เห็น หน้ามันก็ไร้สีเืทันทีคล้ายคนไร้วิญญานในบัดดล สีที่มันเห็นคือ สีฟ้า!!! ซึ่งหมายความว่ามันต้องตาย!!
"เ้ามีอะไรจะพูดอีกไหม จะพูดสั่งเสียหรือยอมรับก็แล้วแต่เ้า"
ชายชราดังกล่าวพูดกับเมฆด้วยความเ็าพร้อมบรรยากาศที่น่าขนลุก
"ผะ ผมพูดจริงๆนะ......"
เมฆได้แต่หมดอาลัยตายอยากอยู่ตรงนั้น มันผิดอะไรกัน มันใช้ชีวิตปกติอยู่ดีๆ ก็โดนพามาที่นี่ ตอนนี้ก็กำลังจะถูกฆ่าอีก มันผิดอะไรมีคำถามผุดขึ้นมามากมาย เมฆได้แต่หลับตาลงสนิทเพราะไม่อยากเห็นภาพที่จะเกิดขึ้น
ชายชราเดินมาด้านหน้าเมฆก้อนจะง้างสันมือลงไปสับ
"ลาก่อน"
ชายชราพูดกับเมฆอย่างเ็าก่อนจะลงสันมือไป ฉึบบ!!
เมฆที่หลับตาปี๋อยู่นั้นคิดว่ามันคงตายเรียบร้อยแล้ว อย่างน้อยมันก็ไม่ได้เ็ปเท่าไหร่นัก ผ่านไปสักพักเมฆก็ยังหลับตาอยู่ตรงนั้นไม่ยอมลืมขึ้นมา
"นี่เ้าจะหลับตาไปถึงเมื่อไหร่!!"?
หลังจากสิ้นเสียงเมฆก็ค่อยๆลืมตาขึ้นช้าๆ พบว่าตัวมันนั้นยังไม่ตาย เชือกที่รัดมือมันไว้ก็ขาดไปแล้ว มันได้แต่ลูบไปทั่วตัวอย่างโงง่ม
"เอะ ยัง ยังไม่ตาย?"
เมฆพูดอย่างงุนงง มันมองไปรอบๆพบว่าทุกคนหายไปหมดแล้วเหลือแค่ชายชราที่จะฆ่ามันกับหญิงสาวที่พามันมาที่นี่เท่านั้น
"ใช่ยังไม่ตาย เ้าไม่ได้โกหกนั่นจึงทำให้เ้ารอด"
ชายชราพูดพลางหัวเราะเบาๆ
"เอ๊ะ ก็มันเป็สีฟ้าไม่ใช้หรอไหนบอกจะโดนฆ่าไง"
เมฆยังสงสัยไม่หาย แต่ก็ดีใจที่มันยังมีชีวิต
"ข้าโกหกหนะ ซึ่งแน่นอนถ้ามันเป็สีแดง เ้าคงได้ตายอย่างที่คิดแน่ๆ5555"
ชายชราหัวเราะอย่างขบขันไร้ซึ่งทีท่าโเี้เหมือนเมื่อที่ผ่านมา
"ในเมื่อเ้าไม่ได้โกหก ทางสำนักก็จะปล่อยเ้าไป ส่วนตัวเ้า....แต่งตัวพิกลนัก หน้าตากับผิวพรรณก็ต่างจากคนที่ข้าเคยพบเห็น สีตาของเ้ายิ่งไม่เหมือนใคร หากไปที่อื่นก็คงโดนจับอีกแน่ๆ"
ชายชรายืนดูเมฆอย่างเพ่งพินิจั้แ่หัวจรดเท้าเลยทีเดียว
"แล้วจะเอายังไงต่อ มาจากไหนก็ไม่รู้ จะไปที่ไหนก็ไม่รู้ ถ้าเ้ายังไม่มีที่ไปเ้าอยากจะเข้าร่วมสำนักภูผานี้ก็ได้นะข้าจะรับเ้าเอาไว้เองข้าชอบเวลาเ้าทำสีหน้าโง่งมนัก555"
ชายชราพูดหยอกอย่างสนุกสนาน
เมื่อได้ยินดังนั้นเมฆก็ยืนนิ่งไปสักพัก ตัวมันในตอนนี้ยังไม่รู้วิธีที่จะกลับไป จะไปไหนต่อนั้นก็ยังไม่รู้อีกเช่นกัน การเลือกอยู่ที่นี่อาจเป็ตัวเลือกที่ดีที่สุดก็ได้ อย่างน้อยก็มีที่คุ้มหัวให้มัน ส่วนวิธีกลับค่อยคิดต่อจากนี้
"ผมขออาศัยที่นี่ได้ไหมครับ ตอยนี่ผมยังไม่รู้จะไปที่ไหนจริงๆ"
มันตอบกลับไปอย่างนอบน้อม
"ได้สิ แต่เ้าต้องเข้าเป็ศิษย์ของที่นี่ การเป็ศิษย์หมายถึงการจงรักภักดีต่อสำนัก แม้ต้องสละสิ่งใดเพื่อสำนักเ้าก็ต้องยอมแม้จะเป็ชีวิตของเ้า ผู้ทรยศมีโทษคือตายสถานเดียว
เ้าเข้าใจแล้วรึไม่?"
ชายชราพูดอย่างเรียบง่ายที่สุดกลัวตัวโง่งมด้านหน้าจะไม่เ้าใจสถานะการ
"หาก้า จงไปพักกับศิษย์รับใช้ที่เจอกับเ้าทีู่เาก่อน ในอีก10วัน จะมีการเปิดรับศิษย์ใหม่ ทุกคนต้องทำการเข้าทดสอบวัดระดับ
มันจะชี้วัดได้ว่าเ้าควรจะอยู่ต่ำแหน่งไหน ในส่วนของเ้าข้าจะอนุญาติให้เข้าทดสอบ แล้วเจอกันใหม่ครั้งหน้า เมื่อเจอควรเรียกข้าว่า อาจารย์หรือเฒ่าพยัค จำไว้ให้ดี"
หลังพูดจบชายชราก็เดินจากไป
"เฒ่าพยัค? คนที่นี่นิยมใช้ฉายากันรึไงวะ?"
เมฆบ่นพึมพำกับตัวเอง เพราะชื่อของคนที่นี่แปลกๆตัวมันนั้นไม่ชินที่จะเรียกเลยสักนิด มันหันไปมองข้างๆก็เจอหญิงสาวกำลังมองมาที่มันอย่างพินิจ เมฆก็กระแอมไปหนึ่งทีเบาๆ
"เธอจะจ้องผมอีกนานไหม เริ่มเขินแล้วนะ"
เมฆพูดหยอกกลับเมื่อเห็นว่าหญิงสาวยังจ้องมองไม่เลิกลา
"เ้านี่แปลกจริงๆ ชั่งเถอะเมื่อพิสูจได้แล้วข้าก็เชื่อคำตัดสินของอาจารย์ ข้าจะพาเ้าไปหาศิษย์น้องเสือ มันจะเป็คนแนะนำสิิ่งต่างๆแก่เ้าเอง"
กล่าวเสร็จหญิงสาวก็เดินนำทางไปยังที่พักของศิษย์น้องทันที เมื่อถึงเมฆพบว่ามันซอมซ่ออย่างมาก เหมือนกระท่อมปลายนา ที่พอให้คุ้มหัวได้เท่านั้น นี่มันต้องอยู่ที่นี่จริงหรือความคิดแล่นเข้ามาในหัวทันที
"ศิษย์น้อง ข้าพาคนมาให้เ้าแนะนำออกมารับเร็ว"
สิ้นเสียงะโประตูไม้ได้เปิดออกอย่างรวดเร็วพร้อมชายที่เมฆคุ้นหน้ากำลังวิ่งออกมาอย่างลนลาน
"ขอรับศิษย์พี่ดารา ข้ามาแล้ววว หวาา นี่มันคนที่เราจับมาไม่ใช่หรอ ทำไมถึงให้มาอยู่กับข้าได้กัน"
มันชี้มาที่เมฆอย่างสงสัย
"คำสั่งของท่านอาจารย์ ให้มันเข้ารับการทดสอบในอีก10วัน ระหว่างนี้จะให้เ้าเป็คนดูแลไปก่อน"
หญิงสาวอธิบายเื่ราวให้ฟัง
"ได้เลยศิษย์พี่ข้าจะทำอย่างเต็มที่ เหอๆๆ"
มันตอบรับอย่างว่าง่าย พร้อมถูมือไปมาอย่างหน้าสงสัย
"งั้นข้าไปก่อน เ้าก็ดูแลมันดีๆหละ"
กล่าวเสร็จหญิงสาวก็เดินจากไป
"5555 ในที่สุดด ในที่สุดก็มีคนช่วยข้าทำงานแล้วว่อย เ้า เ้าคนใหม่ 10วันนี้เ้าต้องช่วยข้าทำงานห้ามอู้เข้าใจรึไม่!"
เมฆคิ้วกระตุกทันที มันได้เจอเข้ากับพวกรุ่นพี่บ้าอำนาจเข้าแล้ว
จบตอน