เมื่อกลับมาถึงบ้านเื่ที่เกิดขึ้นในตลาดมืดก็ถูกย่าฟางเอ่ยเล่าให้ทุกคนฟัง คงเพราะคิดว่าถ้าเกิดอะไรขึ้นคนอื่นๆ จะได้รู้เื่เอาไว้
"แล้วจะทำยังไงต่อไปล่ะ" ฟางไห่เอ่ยถามภรรยา เื่ที่เกิดขึ้นจะว่าร้ายแรงก็ไม่ถึงขั้นนั้น จะว่าไม่มีอะไรก็พูดได้ไม่เต็มปาก คนที่มาหาเื่ไม่รู้ว่าจะยอมปล่อยไป หรือจะคิดทำอะไรอื่นอยู่อีกหรือเปล่า
"ฉันว่าจะเอาของไปส่งวันมะรืนแล้วก็จะหยุดไปก่อนจนกว่าจะพ้นหน้าหนาว แต่ถ้ายัยคนนั้นยังมาหาเื่อีก ฉันก็ไม่ยอมอยู่เฉยหรอกนะ ถ้าอยู่แบบต่างคนต่างทำมาหากินไม่ได้ ก็ไม่ต้องทำมันทั้งคู่ไปเสียเลย" นางหวังซื่อเอ่ยตอบกลับสามี พร้อมกับหมายมาดไว้ในใจ เงินที่มีอยู่ตอนนี้เพียงพอจะสร้างบ้านใหม่ได้แล้ว ถึงต้องหยุดออกไปขายของก็คงแค่่เวลาหนึ่งเท่านั้น นางไม่เชื่อหรอกว่าอีกฝ่ายจะไม่เดือดร้อนเหมือนกัน
"ก็ดี ตอนนี้แต่ละครอบครัวก็มีเงินเก็บกันอยู่ไม่น้อย ใช้จ่ายประหยัดๆ หน่อยก็คงอยู่ได้สบายแล้วล่ะ" ฟางไห่เอ่ยบอกทุกๆ คน เขาเองก็เห็นด้วยกับการหยุดไปขายของในตอนนี้ อากาศเริ่มเย็นขึ้นแล้วให้ภรรยากับหลานสาวขี่จักรยานเข้าอำเภอใน่นี้ทั้งสองคนอาจจะไม่สบายได้
และวันนัดหมายก็มาถึง ย่าฟางพาเธอขี่จักรยานออกจากบ้านั้แ่เจ็ดโมงเช้า เพราะจะได้ไปเตรียมข้าวของรอ และไปสังเกตด้วยว่าสถานการณ์ในอำเภอเป็อย่างไรบ้าง
เมื่อมาถึงที่นัดหมายย่าฟางก็พามาหลบมุม เพื่อเตรียมข้าวของออกมาไว้ให้พร้อม โดยนอกจากของที่ลูกค้าสั่งไว้ หงอ้ายยังได้แถมสบู่เพิ่มไปให้อีก 2 ก้อน และมียาสระผมกับโลชั่นทาตัวให้ไปทดลองใช้อีกอย่างละ 1 ขวด เธอคิดว่าการเข้ามาขายของอาจจะทำไม่ได้ไปอีกสักระยะ จึงคิดจะฝากสินค้าให้ลูกค้าคนนี้ไปทดลองใช้ ถ้าอีกฝ่ายถูกใจอาจจะสนใจสั่งไปขายต่อเหมือนกับสบู่ก็ได้
"สวัสดีค่ะคุณป้า มากันนานหรือยังคะ" ลูกค้าสาวเอ่ยทักทายสองย่าหลานด้วยท่าทางเป็กันเอง
"ไม่นานหรอกค่ะ ของที่คุณสั่งเอาไว้อยู่ในตะกร้า" นางหวังซื่อเอ่ยตอบกลับไป พร้อมกับเปิดผ้าที่ใช้ปิดตะกร้าออก จนมองเห็นข้าวของที่อัดแน่นอยู่ด้านใน
"ป้าหวงไปย้ายมาใส่ตะกร้าของเราเถอะ" ลูกค้าสาวมองเห็นของที่สั่งไว้ ก็บอกให้แม่บ้านที่ตามมาไปขนถ่ายมาใส่ตะกร้าของตนเอง
"เออ…ขอโทษนะคะ พอดีหนูเห็นคุณชอบสบู่ที่ซื้อไปเลยแถมไปให้ 2 ก้อน และตอนนี้หนูได้ยาสระผมกับโลชั่นทาตัวมาเพิ่ม เลยเอามาฝากให้คุณเอาไปลองใช้ดู ถ้าถูกใจก็สั่งได้นะคะ ยาสระผมกับโลชั่นทาตัวขวดละ 8 หยวน ใช้ได้นานประมาณสองถึงสามเดือนเลย" หงอ้ายหลังจากที่ดูว่าลูกค้าขนสินค้าออกไปหมดแล้วก็หยิบเอาโลชั่นและยาสระผมไปยื่นให้กับลูกค้า
"จริงหรือจ๊ะ ความจริงฉันก็อยากจะถามหลายครั้งแล้วว่านอกจากสบู่ คุณป้ามีอย่างอื่นอีกไหม แต่เห็นมีคนมารอซื้อของตลอดเลยไม่มีโอกาสได้ถาม" ลูกค้าสาวเอ่ยขึ้นด้วยความดีใจ และรับของทั้งสองอย่างมาดูด้วยความสนใจ ทั้งสองอย่างบรรจุอยู่ในขวดกระเบื้องอย่างดี ซึ่งราคา 8 หยวนถือว่าไม่แพงเลย เพราะของที่เธอใช้อยู่ต้องซื้อส่งมาจากปักกิ่งก็ตกขวดละเกือบ 15 หยวนแล้ว และคุณภาพก็ไม่ได้ดีเหมือนของที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ แต่ของนำเข้าพวกนั้นก็มีราคาแพงจนเกินไปเพราะต้องแอบขนส่งเข้ามา
"ถ้าอย่างนั้นหนูก็ฝากให้คุณเอาไปทดลองใช้ดูนะคะ แต่ว่าหนูกับย่าอาจจะไม่ได้เข้ามาขายของอีกจนกว่าจะพ้นฤดูหนาวไปแล้ว" หงอ้ายยิ้มดีใจที่ลูกค้าสาวดูท่าจะพอใจกับของที่เธอมอบให้ และอีกฝ่ายก็น่าจะใช้ของทั้งสองเป็ประจำอยู่แล้ว ซึ่งต้องเข้าใจว่าคนสมัยนี้ที่พอมีฐานะหน่อยยังใช้สบู่ทั้งอาบน้ำและสระผมกันอยู่เลย ส่วนพวกชาวบ้านทั่วไปอย่างครอบครัวฟางก็ใช้ฝักเ้าเจี่ยวอาบน้ำสระผมกัน แต่ตอนนี้เธอได้เปลี่ยนให้ใช้สบู่และยาสระผมเรียบร้อยแล้ว
"อุ๊ย ถ้าอย่างงั้นก็แย่เลยสิ จากที่ฉันได้ใช้สบู่ที่ซื้อไปมันดีมากเลย กลิ่นหอมติดตัว ผิวก็ไม่แห้งเหมือนสบู่ทั่วๆ ไป ขนาดสามีฉันเขายังชอบเลย ปกติสามีฉันมักจะมีกลิ่นตัวแต่เดี๋ยวนี้ไม่มีแล้ว เอาแบบนี้แล้วกัน ฉันขอสั่งสบู่ 50 ก้อน ยาสระผมกับโลชั่นอย่างละ 20 ขวด พอจะหาของมาให้ได้เร็วที่สุดเมื่อไรหรือจ๊ะ" ลูกค้าสาวมีท่าทางจนใจอยู่ครู่หนึ่ง แล้วเอ่ยบอกถึงความชื่นชอบในสบู่ที่ซื้อไปให้ฟัง และไม่ลืมลดเสียงลงเป็กระซิบเมื่อเอ่ยถึงสามี พร้อมกับตัดสินใจสั่งสินค้าไปด้วยเลย เธอเชื่อว่าอย่างไรของที่ซื้อไปต้องขายต่อได้อย่างแน่นอน
"หนูขอเป็วันจันทร์ที่จะถึงนี้ก็แล้วกันค่ะ" หงอ้ายมองไปที่ย่าฟาง พอเห็นย่าพยักหน้าให้ ก็คิดคำนวณระยะเวลาอยู่ครู่หนึ่งถึงเอ่ยตอบกลับไป ซึ่งวันนี้เป็วันพุธถ้านับไปก็จะประมาณ 5 วันพอดี ไม่ช้าไม่เร็วจนเกินไป
"ดีเลยจ้ะ ถ้าอย่างนั้นวันจันทร์เรามาเจอกันสักเก้าโมงเช้าที่นี่เหมือนเดิมแล้วกัน ถ้าอย่างนั้นฉันจ่ายเงินของวันนี้ก่อนนะ 266 หยวน แล้วก็มัดจำของครั้งหน้าอีก 200 หยวนพอไหมจ๊ะ" ลูกค้าสาวพอได้ฟังกำหนดส่งของก็พยักหน้าพอใจ เพราะได้สินค้าก่อนวันสิ้นปีที่เธอคิดว่าเพื่อนๆ น่าจะสนใจซื้อไปเป็ของฝากอย่างแน่นอน
"พอค่ะ คุณรอสักครู่เดี๋ยวหนูเขียนใบสั่งสินค้าให้" หงอ้ายรับเงินมาใส่กระเป๋าข้างตัว ซึ่งที่จริงเธอส่งเข้าไปเก็บไว้ในระบบเกมฟาร์มเพื่อความปลอดภัย
"คุณป้าโชคดีจังเลยนะคะ หนูคนนี้เก่งแล้วก็ฉลาดมากเลย จริงสิฉันยังไม่เคยแนะนำตัวเลย ฉันชื่อตงหงเหมยนะคะ หรือคุณป้าจะเรียกว่าคุณนายกงเหมือนคนอื่นๆ ก็ได้ สามีฉันเป็สารวัตรอยู่ที่นี่เขาแซ่กงค่ะ" หงเหมยเอ่ยชื่นชมเด็กหญิงให้คุณป้าฟัง เธอไม่แน่ใจว่าทั้งสองคนเป็อะไรกันแต่ไม่น่าจะใช่บุตรสาวจึงเลี่ยงการระบุฐานะไป และเอ่ยแนะนำตัวเองให้อีกฝ่ายได้รู้จักไว้ เพราะเธอคิดว่ายังไงก็ต้องได้ติดต่อกันอีกอย่างแน่นอน
"ค่ะ คุณนายกง เรียกฉันป้าฟางก็ได้ นั่นหลานสาวชื่อฟางหงอ้ายค่ะ" นางหวังซื่อไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะไว้ใจจนถึงกับแนะนำตนเองให้นางรู้จัก นางจึงเอ่ยบอกชื่อแซ่ของตนเองกับหลานสาวให้อีกฝ่ายรู้จักกลับไป
"อุ๊ย เรามีคำว่าหงเหมือนกันเลย" หงเหมยเมื่อได้ยินว่าเด็กหญิงมีชื่อนำหน้าว่าหงเหมือนกันก็เอ่ยทักขึ้นด้วยความแปลกใจ อย่างที่คิดเอาไว้ว่าเธอรู้สึกถูกชะตากับย่าหลานคู่นี้มาก จนสามารถพูดคุยเื่ต่างๆ ได้ทั้งที่ไม่ได้รู้จักสนิทสนมกันมาก่อนเลย
"คุณนายกงนี่ใบรับสินค้าค่ะ ทั้งหมด 620 หยวน คุณให้มัดจำมา 200 หยวนจะเหลือที่ต้องจ่ายตอนมารับสินค้าจ่ายเพิ่มอีก 420 หยวนนะคะ" หงอ้ายยิ้มรับคำทักของอีกฝ่าย พร้อมกับเอ่ยบอกรายละเอียดของราคาสินค้าให้ฟัง
"ได้จ้ะ อ๋อ! ฉันได้ข่าวมาจากสามีว่า่นี้มีนายทหารใหม่ย้ายมาประจำการที่นี่ และมีพวกทหารแดงติดตามมาด้วย พอดีเลยที่่นี้คุณป้าจะไม่เข้ามาขายของ" หงเหมยเอ่ยกระซิบบอกข่าวที่เธอรู้มาจากสามีให้ทั้งสองคนฟัง ซึ่งตอนแรกเธอก็คิดจะเอ่ยเตือนอยู่แล้ว ก็พอดีกับที่ทั้งสองไม่ได้จะเข้ามาขายของ
"ขอบคุณที่บอกข่าวนะคะ" นางหวังซื่อพอได้ฟังก็เอ่ยขอบคุณอีกฝ่าย และรู้สึกโล่งใจที่ตัดสินใจเลิกเข้ามาขายของใน่นี้พอดี
"ไม่เป็ไรค่ะ ฉันบอกตรงๆ ว่าถูกชะตาคุณป้าฟางกับหนูหงอ้ายมากเลย ถ้าอย่างงั้นฉันไปก่อนนะคะ" หงเหมยเอ่ยบอกสาเหตุที่เธอให้ความสนิทสนมกับทั้งสองคนออกไป พร้อมกับเอ่ยลาและเดินกลับบ้านพักของตนเอง ส่วนแม่บ้านเธอให้กลับไปั้แ่ได้ของมาแล้ว
"เราก็ไปกันเถอะ เข้าไปหาซื้อของเตรียมฉลองปีใหม่กัน" นางหวังซื่อยืนมองส่งลูกค้าสาวจนลับตาก็หันมาบอกหลานสาว ซึ่งก็มีท่าทางโล่งใจเหมือนกันกับนางที่รู้ว่าเลือกเลิกออกมาขายของได้จังหวะพอดี
"ย่าคะ ถ้าอย่างงั้นเดี๋ยวหนูเอาพวกผักสด เนื้อหมู เนื้อปลา แล้วก็กุ้งออกมาให้นะคะ" หงอ้ายเอ่ยบอกย่าฟางขณะที่จอดจักรยานไว้ข้างสหกรณ์ และกำลังเดินไปที่ตลาดข้างๆ เพื่อหาซื้อกระดูกหมูไว้ไปต้มน้ำแกง
"ได้สิ ปีนี้บ้านเราจะทำเกี้ยวไว้กินฉลองปีใหม่กันหลายๆ ไส้เลยนะ" นางหวังซื่อก็พยักหน้ารับหลานสาว พร้อมกับคิดถึงรายการอาหารที่จะทำตอนสิ้นปีไปด้วย
"นั่นยังไงคะ สองคนนั้นที่แอบเอาของมาขาย สหายจับเลยค่ะ" ระหว่างที่หงอ้ายกับย่าฟางกำลังจะเดินไปที่เขียงหมูในอำเภอซึ่งเป็ทางที่ตรงไปยังตลาดมืดได้ด้วย ก็มีเสียงคนะโมาจากทางด้านหลัง และจู่ๆ ก็มีทหารแดงจำนวน 5 คนวิ่งมาล้อมพวกเธอย่าหลานเอาไว้
"นี่มันเื่อะไรกันสหาย" นางหวังซื่อที่จู่ๆ ก็มีทหารแดงมาล้อมเอาไว้ก็ใพร้อมกับเอ่ยถามออกไป และไม่ลืมดึงตัวหลานสาวเข้ามากอดเอาไว้
"มีคนแจ้งว่าสหายทั้งสองลักลอบนำสินค้าเข้ามาขายเก็งกำไร" ทหารแดงคนหนึ่งที่ดูน่าจะเป็หัวหน้ากลุ่มเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงดุดัน
"ไม่ใช่เื่จริง ใครกันที่เอาเื่โกหกแบบนี้มาใส่ร้ายประชาชนภายใต้การปกครองของท่านผู้นำ" นางหวังซื่อพอได้ยินที่ทหารแดงบอกก็ใจนตัวสั่น แต่ก็ไม่ลืมเอ่ยปฏิเสธพร้อมกับอ้างท่านผู้นำออกมาด้วย
"สหายอย่าไปฟัง ค้นตะกร้าด้านหลังดูเลย ต้องเจอของที่เอาเข้ามาขายอย่างแน่นอน" เสียงของผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้นจากนั้นอีกฝ่ายก็เดินมาอยู่ตรงหน้าพวกเธอ ซึ่งก็ไม่ใช่ใครที่ไหนเป็ผู้หญิงที่มีเื่กับพวกเธอที่ตลาดมืดนั่นเอง
"ฉันไม่เคยรู้จักหล่อนมาก่อน ทำไมถึงต้องมาใส่ร้ายกันแบบนี้ด้วย" นางหวังซื่อะโออกไปด้วยความไม่พอใจ ดูเหมือนอีกฝ่ายคงมาดักรอหาเื่อยู่แล้ว เพราะพวกเธอเพิ่งจะเดินเข้ามาในอำเภออีกฝ่ายก็เรียกทหารแดงให้มาจับเลยแบบนี้
"ไม่เจออะไรในตะกร้าเลยครับ" ทหารแดงคนหนึ่งเอ่ยขึ้น หลังจากที่มีทหารแดง 2 คนมาดึงตะกร้าด้านหลังไปจากพวกเธอ และพอเปิดผ้าคลุมตะกร้าออกก็พบว่าไม่มีอะไรอยู่ในตะกร้าเลย หรือต่อให้วันนี้พวกเธอจะเข้ามาขายของคนพวกนี้ก็ไม่เจออะไรอยู่แล้ว เพราะหงอ้ายจะเอาของออกมาตามที่ลูกค้าสั่งเท่านั้น
"ฮึ! สหายฉันขอร้องเรียนเื่ที่ถูกใส่ร้ายครั้งนี้ได้หรือไม่" นางหวังซื่อที่ตั้งสติได้และคิดว่าอีกฝ่ายจงใจมาหาเื่กันแบบนี้ นางก็ไม่ยอมเช่นกันจึงเอ่ยร้องขอความเป็ธรรมออกไป ซึ่งก็มีคนหยุดยืนดูอยู่หลายสิบคน ซึ่งบางคนนางก็จำได้ว่าเป็พวกแม่ค้าหรือลูกค้าในตลาดมืด คนพวกนี้จะมองจ้องหน้าผู้หญิงที่เอาเื่ไปฟ้องทหารแดงแบบจดจำเอาไว้ แล้วก็ส่งสายตาเห็นใจมาให้พวกเธอแล้วก็รีบพากันจากไป
"จับตัวผู้หญิงคนนี้เอาไว้ ข้อหาโกหกและสร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่น" ทหารแดงคนที่เป็หัวหน้าดูจะหัวเสียมาก ะโบอกลูกน้องให้จับตัวผู้หญิงคนนั้นเอาไว้
"ไม่ พวกคุณตรวจดูดีหรือยัง ฉันเห็นว่าสองคนนี้เอาของเข้ามาขายในอำเภอกับตาจริงๆ นะ" ผู้หญิงคนนั้นยังไม่ยอมแพ้ พยายามหาทางรอดให้ตนเอง
"แล้วหล่อนไปทำอะไรถึงได้คิดว่าฉันเอาของมาขายล่ะ หรือว่าหล่อนเองต่างหากที่เอาของมาขาย แล้วมาใส่ร้ายฉัน" นางหวังซื่อไม่ปล่อยโอกาสให้หลุดมือ รีบเอ่ยถามออกไป ซึ่งถ้าใครได้ฟังก็จะเข้าใจได้ไม่ยากว่าเื่นี้น่าจะเป็การขัดแข้งขัดขากันนั่นเอง เพียงแต่ฝ่ายที่คิดจะฟ้องกลับกลายเป็คนถูกฟ้องแทนในตอนนี้
**********
ไรต์ : กลับมาแล้วค่ะ ยังไม่หายสนิทดีแต่ไม่กระทบกับการใช้ชีวิตมากเท่าไรแล้ว เกิดเป็หญิงแท้จริงแสนลำบาก เฮ้อ…
เ้าเจี่ยว = ต้นตั๊กแตนผึ้งจีน โดยจะใช้ฝักแห้งเอามาทุบ แล้วลอกเปลือกสีดำด้านนอกและเมล็ดที่อยู่ข้างในออกให้เหลือแต่เปลือกด้านในสีขาว จากนั้นก็เอาไปแช่น้ำแล้วขยำจะเกิดฟองลื่นๆ ก็นำไปซักเสื้อผ้า หรือนำน้ำนั้นไปใช้สระผมและทำความสะอาดร่างกายได้