ภายในห้องวีไอพีถูกตกแต่งอย่างหรูหราด้วยชุดโซฟาขนาดใหญ่หลากหลายรูปแบบจัดวางไว้ที่มุมห้องทั้งสี่มุม
เพื่อความเป็ส่วนตัวระหว่างลูกค้าสาวและหนุ่มบริการที่อาจจะต้องมีการพูดคุยโอบกอดถึงเนื้อถึงตัวกันบ้างตามความ้าที่แตกต่างกันไปโดยตรงกลางจะเป็ฟลอร์เต้นรำมีโคมไฟระย้าระยิบระยับให้แสงสลัวเย้ายวนสร้างบรรยากาศให้ดูโรแมนติกยิ่งขึ้น
“พี่ส้ม... ที่นี่คืออะไร ยังไง นี่อ้อนงงไปหมดแล้วพี่” อรวีกระซิบถามสาวรุ่นพี่ที่นั่งข้างๆ กันด้วยความสงสัยแต่ยังไม่ทันจะได้คำตอบ จู่ๆ ประตูห้องก็ถูกเปิดเข้ามาพร้อมกับชายหนุ่มหน้าตาดีแบบที่เธอเห็นข้างนอกนั่นเกือบสิบคนมายืนอยู่ตรงหน้าเธอจนรู้สึกอึดอัด
“เนี่ย ถูกใจคนไหนอ้อนก็เลือกมาเลย หนึ่งคนสองคนก็ได้ เขาจะมาคอยดูแลอ้อน”ส้มพยักพเยิดชี้ชวนสาวรุ่นน้องให้ทำตามคำแนะนำของเธอ
“หะ!? อะไรนะพี่ ทำไมต้องดูแล แล้วดูแลยังไง” คนถามยังคงไม่เข้าใจและยังมีอีกหลายคำถามอยู่ในใจที่เธอ้าคำตอบในตอนนี้ด้วย เช่นเธอต้องทำตัวยังไง ขอกลับบ้านเลยได้ไหม
“ตามสบายนะอ้อน ที่นี่ปลอดภัยเชื่อพี่...ที่นี่ไม่มีผู้ชายอย่างที่อ้อนกลัวหรอก พวกเขาจะคอยดูแลอ้อนอย่างดีเลยพี่รับรอง”ว่าจบสาวรุ่นพี่ก็จับจูงชายหนุ่มในสเปคเดินตรงไปทางมุมห้องฝั่งตรงข้ามกัน
“ฮื้อ! เดี๋ยวสิพี่ส้ม” เสียงหวานร้องทักเมื่อคนที่เธอเชื่อใจที่สุดในนี้กลับลุกหนีเธอไปได้หน้าตาเฉย
ส่วนสาวใหญ่รุ่นพี่อีกสองคนต่างก็ได้หนุ่มๆไปเข้ามุมของตัวเองเรียบร้อยแล้วเช่นกัน เหลือแต่เธอที่ยังนั่งบื้อใบ้ปั้นหน้าไม่ถูกอยู่ตรงนี้
ส้มหันมาส่งยิ้มชี้มือบุ้ยปากให้เธอเลือกชายหนุ่มตรงหน้าสักคนได้แล้วเพราะการที่ให้พวกเขามายืนรอแบบนี้มันเสียมารยาทกับลูกค้าคนอื่นที่มาใช้บริการด้วย
อรวีก้มหน้าตัดสินใจก่อนใช้มือข้างหนึ่งปิดตาเอาไว้ แล้วใช้อีกมือชี้ไปข้างหน้าเหมือนเป็การสุ่มมั่วๆไป เพราะเธอไม่รู้ว่าต้องเลือกใครแบบไหนซึ่งทุกคนล้วนตัวใหญ่จนเธอกลัวไปหมดด้วยกันทั้งนั้น
ระหว่างที่เธอปิดตาแล้วกำลังชี้มือสุ่มไปซ้ายทีขวาทีอยู่นั้น จู่ๆชายหนุ่มทั้งหมดก็เดินออกไปจากห้องอย่างไร้สุ้มเสียงและมีชายหนุ่มเพียงคนเดียวยืนอยู่ตรงหน้าเธอ
นทีมองหญิงสาวด้วยรอยยิ้มขบขันกับท่าทางช่างเลือกของเธอไม่รู้ว่าเป็ทริคที่เคยทำเป็ประจำหรือเพราะตกตะลึงตาลายจนเลือกไม่ถูกกันแน่ถึงต้องใช้วิธีเบอะบะแบบนี้ เขาแอบส่งสัญญาณบอกเด็กๆให้ออกไปพร้อมกับพาตัวเองสวนเข้ามาใน่ที่ชุลมุนทำให้คนในห้องไม่ทันสังเกตว่าเขาเป็บุคคลที่เพิ่งก้าวเข้ามาใหม่
อรวีถอนหายใจแ่เบาเมื่อคิดว่าเธอน่าจะได้คนที่เลือกแล้ว โดยไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองคนที่เธอเลือกมาเพราะรู้สึกว่ามันไม่ได้สำคัญอะไรกับเธออีกแล้ว ตอนนี้เธออยากกลับบ้านมากกว่าจึงคิดว่าสุ่มๆ มาสักคนเพื่อฆ่าเวลาระหว่างรอเพื่อนรุ่นพี่ก็แล้วกัน
“ขอบคุณครับที่เลือกผม” ชายหนุ่มเอ่ยทักทายตามปกติของงานบริการเขาไม่ได้ปรับแต่งเสียงแต่อย่างใดทำให้คนที่นั่งก้มหน้าอยู่เงยขึ้นมาทันทีด้วยความใ
“คะ!?” อรวีอุทานออกมาเมื่อได้ยินเสียงที่คุ้นหู...เธอจำได้ดีว่าน้ำเสียงแบบนี้คือพี่นทีชายหนุ่มในดวงใจของเธอแต่คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าไม่มีความเป็ไปได้เลยสักนิดว่าจะเป็เขา
“ผมขออนุญาตนั่งลงข้างๆ นะครับ” ร่างสูงบอกกล่าวให้รู้ตัวก่อนก้าวลงไปนั่งใกล้ๆกับร่างบางของเธอ ตามด้วยกับแกล้มและเครื่องดื่มที่พนักงานเสิร์ฟทยอยนำมาจัดวางที่โต๊ะตรงหน้าอย่างเป็ระเบียบ
ระหว่างที่หญิงสาวกำลังตกตะลึงในน้ำเสียงของเขาอยู่นั้นนทีก็หันไปผสมเครื่องดื่มอย่างที่เคยปฏิบัติกับลูกค้าตามปกติจากนั้นก็ยื่นให้เธอ
“ลองดื่มดูก่อนนะครับ ไม่รู้ว่าจะถูกใจหรือเปล่า” ชายหนุ่มบอกยิ้มๆ
“คะ เอ่อ... ค่ะ ๆ ขอบคุณค่ะ” อรวีตื่นจากภวังค์ที่งุนงงแล้วรับแก้วเหล้ามาถือไว้ก่อนยกขึ้นจิบเพียงเล็กน้อยใบหน้าสวยชะงักหัวคิ้วขมวดมุ่นด้วยรู้สึกว่ามันเข้มจัดจนเธอดื่มไม่ได้
“เข้มไปหรือครับ” เขาถามเมื่อเห็นสีหน้าไม่สู้ดีของเธอ
“ค่ะ” เธอตอบพร้อมทั้งวางแก้วลงบนโต๊ะตรงหน้า
“ขอโทษด้วยครับ เดี๋ยวผมผสมให้ใหม่นะครับ” ว่าจบร่างสูงก็หันไปจัดการกับเครื่องดื่มแก้วใหม่ให้เธอ
อรวีลอบสำรวจใบหน้าของเขาเงียบๆ จะว่าไปก็มีส่วนละม้ายคล้ายพี่นทีของเธอเหมือนกันนะใบหน้าคมคายหล่อเหลาได้รูป จมูกโด่งคมสันรับกับริมฝีปากหยักสวยดูยังไงก็ช่างคุ้นตาเหลือเกิน ไหนจะน้ำเสียงที่คุ้นหูนั่นอีกแต่ไม่ว่าด้วยเหตุผลอะไรเขาก็ไม่น่าจะมาอยู่ที่นี่และยังทำงานแบบนี้อีก ยิ่งเป็ไปไม่ได้อย่างแน่นอน
ดวงตาหวานเหม่อมองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยความหลงใหลระคนสับสน ก่อนสะดุดกับหน้ากากปีกนกสีขาวบนใบหน้าของเขา...‘เอ๊ะ! ตอนที่พวกเขามายืนอยู่ตรงหน้าเธอหน้ากากเป็สีดำทุกคนหนิแล้วทำไมคนที่เธอเลือกถึงเป็หน้ากากสีขาวไปได้’
“ทำไมหน้ากากคุณเป็สีขาวล่ะคะ ฉันจำได้ว่าทั้งหมดเมื่อกี้นี้รวมถึงคนอื่นๆ ข้างนอกนั่นก็เป็สีดำทั้งหมดด้วย” เธอถามพลางกวาดสายตาลงไปข้างล่างผ่านกระจกทึบแสงที่พอมองเห็นรางๆเท่านั้น
“ผมเป็เด็กใหม่ที่กำลังฝึกงานครับ แล้วเมื่อกี้ผมก็เข้ามาเป็คนสุดท้ายคุณคงไม่ทันสังเกต” นทีตอบเรียบๆไม่มีสะดุดเพราะเขาเตรียมคำตอบเอาไว้แล้ว ส่วนเื่หน้ากากปีกนกสีขาวนั้นมันมีความหมายตรงข้ามกันอย่างสิ้นเชิง!
เพราะปีกนกสีขาวมีเพียงแค่เขากับก้องเท่านั้นที่ใช้มันเพื่อบ่งบอกว่าลูกค้าจะเป็ฝ่ายถูกเลือก ไม่ใช่ผู้เลือกอย่างที่เธอเข้าใจ
“อ่อ... ค่ะ ก็คงอย่างนั้น” หญิงสาวตอบรับด้วยท่าทางเขินๆเล็กน้อยเมื่อคิดว่าเป็ความจริงอย่างที่เขาพูดเพราะเธอไม่ได้มองใครเลยด้วยซ้ำตอนที่พวกเขาเดินเข้ามา
“ลองดื่มดูอีกทีสิครับ ผมผสมให้ใหม่แล้ว” นทีส่งแก้วเหล้าให้เธออีกครั้งด้วยรอยยิ้มละลายใจ
หญิงสาวรับมาอย่างว่าง่ายเพราะเธอรู้สึกสบายใจขึ้นบ้างแล้ว เมื่อรู้ว่าชายหนุ่มตรงหน้าไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดที่สำคัญเขายังมีความละม้ายคล้ายคนที่เธอหลงรักอีกด้วย... ‘ถ้าพี่นทีใจดีกับเธอแบบนี้ก็ดีสินะ’อรวีนึกในใจเผลออมยิ้มกับตัวเองจนอีกฝ่ายมองภาพนั้นด้วยความหลงใหลจนแทบหยุดหายใจไปชั่วขณะ
ใบหน้าสวยหวานแต่งแต้มเครื่องสำอางบางเบาเผยผิวเนียนใสน่าััพวงแก้มนวลแดงระเรื่อน่ามองไม่รู้ว่าเพราะเขินอายหรือเพราะบลัชออนกันแน่แต่ทั้งหมดที่รวมเป็เธอล้วนสะกดใจเขาให้ละสายตาไปจากเธอไม่ได้เลยจริงๆ
“แบบนี้ละค่ะ อ้อนดื่มได้แล้ว” หญิงสาวหลุดเอ่ยชื่อตัวเองออกไปตามความเคยชิน
“ครับ เอ่อ คุณชื่ออ้อนหรือครับ” นทีแสร้งถามเพื่อให้เธอใช้สรรพนามในการสนทนากับเขาตามที่เธอถนัดจะดีกว่าและเขาก็ชอบฟังแบบนั้นด้วย
“ค่ะ แล้วคุณ...” อรวีตอบรับด้วยรอยยิ้ม พลางย้อนถามชื่อของเขาบ้าง
“ไบร์ตันครับ” นทีบอกชื่อสมมุติของตัวเอง ก่อนหันไปหยิบแก้วใบใหม่มาผสมเครื่องดื่มให้ตัวเองบ้าง
ซึ่งระหว่างนั้นอรวีได้มีโอกาสสอดส่องแอบมองเพื่อนร่วมห้องไปด้วยเธอเห็นพี่ฝนกำลังหัวเราะร่วนอยู่ในวงแขนของชายหนุ่มร่างบึกบึนไม่ต่างไปจากคู่รักข้าวใหม่ปลามันส่วนพี่จอยก็เช่นกันร่างบางนั้นขึ้นไปเกยอยู่บนตักของชายหนุ่มดูวาบหวิวชวนให้คิดลึกไปอีกและพี่ส้มที่เธอเห็นว่าฝั่งนั้นยังนั่งคุยกันตามปกติแต่เหมือนฝ่ายชายจะเป็ผู้รับฟังที่ดีมากกว่าเพราะดูท่าพี่ส้มไม่เปิดโอกาสให้เขาได้พูดเลยด้วยซ้ำ
“อ๊ะ!”ร่างบางสะดุ้งดีดตัวออกไปเล็กน้อยด้วยความใเมื่อรู้สึกว่ามีมืออุ่นๆของใครบางคนมาััที่ต้นขาของเธอ
“ขอโทษครับที่ทำให้ใ” นทีรีบเอ่ยเป็มารยาท ไม่คิดว่าจะทำให้เธอใขนาดนี้...‘ทำไมอาการเหมือนคนไม่เคยอย่างนั้นแหละ’ ชายหนุ่มคิดพร้อมทั้งขยับตัวออกห่างหญิงสาวอีกนิดเพื่อให้เธอสบายใจ
“เอ่อ ไม่เป็ไรค่ะ แล้วมีอะไรหรือเปล่าคะ ทำไมคุณ...?” เธอมองเขาสลับกับต้นขาของเธอเป็เชิงถาม
“ผมแค่จะเตือนคุณ ว่าอย่าแอบมองคนอื่นมันเสียมารยาทเพราะบางทีเราอาจจะได้ใกล้ชิดกันแบบนั้นบ้างก็ได้...แล้วคุณก็คงไม่อยากให้ใครแอบมอง”
“อ่อ... ค่ะ” คนตัวเล็กยิ้มเขินพลางยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มแก้เก้อ จากนั้นก็มองผ่านกระจกออกไปข้างนอก ซึ่งบนเวทีตอนนี้มีหนุ่มๆกล้ามใหญ่ผลัดกันขึ้นไปเดินโชว์ตัวเรียกเสียงกรี๊ดกร๊าดเฮฮาของสาวๆทำให้บรรยากาศดูครึกครื้นสนุกสนานยิ่งขึ้น
“ชอบดูหรือครับ” อีกครั้งที่ััของเขาทำให้เธอใเพราะคราวนี้เสียงทุ้มคุ้นหูมากระซิบใกล้ๆ จนชิดติดพวงแก้มของเธอจนน่าใจหาย
“ขอโทษครับ... ผมทำให้คุณใอีกแล้ว” ปากก็พูดว่าขอโทษแต่ใบหน้าหล่อเหลากลับยังจดจ่ออยู่ที่แก้มสวยของเธอจนรู้สึกได้ถึงลมหายใจอุ่นๆของเขา
“ค่ะ ช่วยกรุณาขยับออกไปหน่อยได้ไหมคะ” อรวีบอกทั้งนั่งก้มหน้านิ่งๆไม่กล้ากระดุกกระดิก เพราะกลัวว่าจมูกของเขาจะโดนแก้มเธอหากเธอขยับตัวแม้แต่นิดเดียว
ชายหนุ่มยกยิ้มมุมปากมองการกระทำของเธออย่างนึกขำ ‘อายุ25 หน้าตาสะสวย จะบอกว่าไม่เคยมีแฟนมาก่อนก็ไม่น่าเป็ไปได้และยังกล้ามาในสถานที่แบบนี้อีก แล้วดูแต่งตัวเข้าสิ... สายเดี่ยวเส้นบางๆแบบนี้นิ้วก้อยสะกิดก็ร่วงลงไปกองแล้วมั้ง’ นทีต่อว่าหญิงสาวอย่างนึกไม่พอใจขึ้นมาตงิดๆ
ร่างสูงขยับออกห่างแล้วกลับไปนั่งที่เดิมด้วยความรู้สึกแสนเสียดายเขาอยากกดจมูกลงไปบนแก้มเนียนๆ นั้นสักฟอดให้สมใจ แต่ก็ต้องอดใจไว้เพราะตอนนี้เธออยู่ในสถานะลูกค้าและยังมากับแขกวีไอพีกระเป๋าหนักเขาไม่อยากทำให้เธอโกรธแล้วจะพาลเสียหายไปถึงกิจการของเขาด้วย
ตอนนี้คงต้องคิดหาวิธีที่จะทำให้เธอกลับมาที่นี่อีก และเขาจะค่อยๆใกล้ชิดทำความรู้จักกับเธอไปทีละน้อยเพื่อล้วงความลับในใจของเธอให้ได้
“คุณยังไม่ได้ตอบคำถามผมเลยนะครับคุณอ้อน” เขาชวนคุยเพื่อหลบซ่อนความคิดฟุ้งซ่านพวกนั้น
“อะไรหรือคะ” คนตัวเล็กย้อนถาม เพราะเธอลืมไปแล้วจริงๆตอนนั้นกำลังใและหัวใจดวงน้อยก็เต้นระส่ำจนหูอื้อไปหมด
“ผมถามว่าคุณชอบดูผู้ชายกล้ามใหญ่ๆ พวกนั้นหรือครับ” นทีทวนคำถามพร้อมทั้งตั้งตารอคอยคำตอบของเธออย่างใจจดใจจ่อ
“ไม่ชอบค่ะ อ้อนรู้สึกว่ามันน่ากลัว” อรวีตอบตามตรง เมื่อเห็นเขาก้มมองแผงอกของตัวเองที่เต็มแน่นไปด้วยมัดกล้ามไม่ต่างจากชายหนุ่มข้างนอกนั่นเธอจึงรู้สึกผิดที่ทำให้เขาคิดว่าเธอกำลังว่าเขาอยู่
“ขอโทษค่ะอ้อนไม่ได้ตั้งใจจะหมายถึงคุณ”
“ไม่เป็ไรครับ ผมเข้าใจ แต่ละคนก็มีความชอบแตกต่างกันไปผมก็ไม่ชอบนักหรอกที่ตัวเองดูใหญ่โตแปลกตากว่าคนทั่วไป มันจะดูเป็ปกติแค่เฉพาะบางกลุ่มเท่านั้นแหละครับและมันก็เป็งานของผม” เขาพูดกับเธอด้วยรอยยิ้มจริงใจและทั้งหมดเขาก็หมายความแบบนั้นจริงๆ
“ค่ะ แล้วทำไมคุณถึงทำงานนี้คะ เอ่อ... อ้อนถามได้หรือเปล่า” หญิงสาวลังเล
“ได้ครับ ถามได้” เขาตอบตามตรงโดยไม่ต้องคิดนาน “เพราะเงินครับ”
อรวีฟังคำตอบของเขาด้วยรอยยิ้มบางๆ อย่างเข้าใจ บางครั้งคนเราก็มีตัวเลือกไม่มากนักสำหรับทางรอดของตัวเอง
“แล้วคุณอ้อนมาเที่ยว เอ่อ แบบนี้ ครั้งแรกหรือครับ” นทีหยั่งเชิงเพื่อความแน่ใจ
“ค่ะ พี่ที่ทำงานชวนมาน่ะค่ะ ปกติอ้อนไม่ค่อยชอบเที่ยวกลางคืนเท่าไรอ้อนดื่มไม่เก่งแล้วเข้านอนเร็วด้วย”
“งั้นตอนนี้คุณคงง่วงแล้วสิ” เขาหยอกเธอเล็กน้อยเป็การสร้างความคุ้นเคย
“ก็ประมาณนั้น... ทำยังไงได้ล่ะคะ หลวมตัวมากับพี่เขาแล้วก็ต้องรอกลับพร้อมเขาด้วย” อรวียกมือขึ้นดูนาฬิกาพลางบ่นพึมพำกับตัวเองจนคนข้างๆ ต้องขยับเข้ามาใกล้เพื่อฟังเธอพูด
แต่คราวนี้ร่างบางไม่ได้ใถอยหนีอีกแล้ว เธอกลับยิ้มให้เขาเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าเขาส่งยิ้มเป็กำลังใจให้เธอ
และดูเหมือนว่าส้มก็สังเกตเห็นอาการง่วงเหงาหาวนอนของสาวรุ่นน้องด้วยเช่นกันเธอจึงพยักหน้าส่งสัญญาณให้อรวีเตรียมตัวเพื่อจะกลับบ้านกัน
“อ้อนขอตัวกลับก่อนนะคะ” อรวีพูดบอกด้วยน้ำเสียงที่ไม่มั่นคงนักเธอเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าตอนนี้เธออยากอยู่คุยกับเขาหรืออยากกลับบ้านไปนอนจริงๆ กันแน่
“คุณจะมาที่นี่อีกไหมครับ... คุณอ้อน” คำถามที่ฟังคล้ายเว้าวอนของเขาทำให้อรวีนิ่งงันไปนานอย่างใช้ความคิด
“ผมอยากเจอคุณอีกนะครับ” ชายหนุ่มรีบพูดต่อเมื่อเห็นอาการลังเลของเธอซึ่งเขามั่นใจว่าเธอคงกำลังคิดหนักอยู่แน่ๆ
“ค่ะ” ไม่รู้อะไรดลใจให้เธอตอบออกไปแบบนั้นทั้งที่ตอนแรกไม่คิดจะมาเหยียบที่นี่อีกแล้วด้วยซ้ำ
“ขอบคุณครับ” นทียิ้มพอใจ ก่อนยื่นกระดาษพลาสติกใบเล็กๆสีขาวให้เธอ
“คราวหน้าคุณเอาบัตรนี้ให้แฮร์รี่นะครับ แล้วเขาจะพาคุณมาพบกับผม”
“...ค่ะ” อรวีรับนามบัตรมาถือไว้ อดก้มมองผ่านๆแวบหนึ่งไม่ได้
ตัวหนังสือสีทองบนนั้นเขียนว่า‘VIPไบร์ตัน’แม้จะแอบสงสัยอยู่บ้างว่าเขาเป็แค่เด็กฝึกงานทำไมถึงมีบัตรอะไรพวกนี้ด้วย แต่ยังไม่ทันได้ถามออกไปสาวรุ่นพี่ก็เดินเข้ามาหาเธอพอดี
“ขอบคุณนะคะ” เธอกล่าวขอบคุณแล้วรีบเก็บบัตรใบนั้นใส่กระเป๋าก่อนที่พี่ส้มจะเห็น
“ครับ... ผมจะรอนะครับ” นทีส่งยิ้มมองตามร่างบางของเธอไปจนถึงหน้าแคชเชียร์ซึ่งจะมีแฮร์รี่รอส่งลูกค้าเป็หน้าที่ประจำอยู่แล้ว
ชายหนุ่มยกมือขึ้นทาบอกสำรวจความรู้สึกของตัวเอง... ไม่เข้าใจว่าทำไมตอนนี้เขาถึงอยู่ใกล้เธอได้โดยที่หัวใจไม่แกว่งเต้นโครมครามเหมือนตอนอยู่ที่บริษัทอีกแล้วหรืออาจเป็เพราะที่นี่เป็ที่ของเขาและเธอก็ไม่รู้ว่าเขาเป็ใครทำให้ชายหนุ่มรู้สึกสบายใจและได้ปลดปล่อยความเป็ตัวเองออกมาอย่างที่เห็นแบบนี้
จากนั้นร่างสูงก็ก้าวไปที่ประตูแล้วเปิดออกไปโดยไม่ได้สนใจสองคู่หนุ่มสาวในห้องที่ยังคลอเคลียกันอยู่เหมือนเป็เื่ปกติที่เขาเห็นจนชินตา
....................
ว๊อย!!!ไอ้เราก็คอยจะเกร็งไปกับเขาด้วย
ระทึก หนึบหนับดี อิอิ
ขอบคุณที่ติดตามค่ะ
^_^
สนใจนิยายเล่มนี้ในรูปแบบE-Bookสามารถดูเพิ่มเติมได้ที่
mebmarket...และ... ธัญวลัย
หรือ้าลิ้งค์ซื้อE-Bookสามารถติดต่อผู้แต่งได้โดยตรงทาง
E-mail: oilza24@hotmail.com
ไลน์: oilza_writer
(ในเว็บไม่สามารถวางลิ้งค์ได้ค่ะ)