พัดผ่านรัก [ พู่ไหม ]

    บทที่ 11 [ 3 ]

    วาตีเดินตัวลอยเหมือนเท้าไม่ติดพื้นหัวสมองมึนงงและเบลอไปหมด แม้จะก้าวขาไปจนถึงรถ แต่ก็ยังจับต้นชนปลายไม่ถูกคาดไม่ถึงว่าจะพบชลันที่นี่...แถมยังควงกับสารทูลหน้าตาเฉย เห็นเพียงเท่านี้หล่อนก็พอมองออกว่าทั้งคู่น่าจะมีความสัมพันธ์กันอย่างไร

                    “ถึงกับอึ้งกิมกี่ไปเลยเหรอแกเลิกกับไอ้หมอนั่น...ไม่ใช่สิ อีตานั่น มาตั้งนานแล้วยังไม่ลืมเรื่องเก่าๆอีกหรือไง”พีรดาคว้าหมับที่ต้นแขนของหล่อน ส่งสายตาเห็นอกเห็นใจให้อย่างเคยทำ

                    หล่อนจึงได้แต่ถอนหายใจอย่างแรง...

                    “ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันนะว่าตัวเองคิดยังไงกับสิ่งที่เห็นจริงๆแล้วฉันปลงกับสิ่งที่ชลันทำเอาไว้แล้วแหละแต่บางทีมันก็รู้สึกเจ็บแปล๊บๆเหมือนกันนะ”

                    “ถือซะว่าแกกับเขาอยู่กันคนละโลกสิจะได้ไม่ต้องรู้สึก”

                    วาตีสบตาเพื่อนจ้องมองลึกเข้าไปเหมือนต้องการค้นหาคำตอบให้กับตัวเองและให้ผู้ที่ถาม...ได้แต่เอ่ยเสียงเครือนิดๆออกไปว่า “เรื่องของความรักมันก็แปลกนะพูดง่ายแต่ทำยากชะมัด”

                    ชลธีซึ่งเดินตามออกมาทีหลังหยุดมองสองสาวพูดคุยด้วยสีหน้าฝืดเฝื่อนไปตามกันจึงถามออกไปโดยที่ไม่รู้ว่าคำพูดของเขากลับยิ่งไปสะกิดแผลในใจของวาตีเข้าไปอีก

                    “ตกลงวาเคยเป็นแฟนกับผู้ชายที่ควงนายเสือจริงๆเหรอ...โอ้วมาย ก้อด ไม่นึกว่าโลกมันจะกลมขนาดนี้สิพับผ่า”

                    พีรดาหันไปเขม้นมองผู้พูดพร้อมกับย่นหัวคิ้วด้วยความสงสัย“ยังไงกันยะชลลี่”

                    “ก็ผู้ชายคนนั้นน่ะสิเคยเป็นแฟนเก่าของเพื่อนมาก่อน เรื่องมันยาว แถมยังอีนุงตุงนังไปหมด...เดี๋ยวขึ้นรถก่อนแล้วจะเล่าให้ฟัง ขืนยืนคุยกันตรงนี้นานๆ เดี๋ยวจะมีแต่คนมอง”

                    วาตีจึงกลับไปนั่งประจำที่คนขับโดยที่พีรดาเสียสละให้ชลธีนั่งข้างหน้า ส่วนหล่อนเองก็ยื่นหน้าอยู่ตรงกลางทำปากยื่นปากยาว

                    “เล่าซักทีสิ รอฟังจนคางจะยานอยู่แล้ว”

                    ชลธีจึงใช้นิ้วชี้จิ้มหน้าผากพีรดาแรงๆอย่างหมั่นไส้“นิสัยชอบสอดรู้สอดเห็นเรื่องชาวบ้านของดาร์ลี่นี่แก้ไม่หายนะสงสัยวันหลังต้องฝากฝังให้ไปทำงานกับสุริซะให้เข็ด”

                    วาตีรู้สึกสะดุดหูกับชื่อ‘สุริ’ ยิ่งนัก จึงถามว่า “สุรินี่คือใครกันคะชลลี่”

                    “ก็คนที่ผมกำลังจะเล่าให้ฟังอยู่นี่แหละสุริเป็นเพื่อนของผมเอง ตอนนี้มันกลายเป็นคนดังไปแล้ว ใครๆก็รู้จักคุณวาเคยซื้อหนังสือประเภทกอสซิปอ่านบ้างไหมล่ะครับ...สุริมันเป็นเจ้าของคอลัมน์ล้วงติ่งตับแตก แล้วก็ยังเป็นปาปารัซซีตัวแสบที่ดาราหลายคนขยาด เพราะว่าเพื่อนผมคนนี้เป็นพวกหูตาเป็นสัปปะรดกัดใครไม่เคยปล่อย สร้างกระแส ปั่นข่าวก็บ่อย แถมบางครั้งยังเป็นที่แรกๆด้วยนะครับที่ได้ภาพและข่าวมาลงในหนังสือ จนความลับของพวกดาราไม่เคยมีอยู่ในโลก”

                    ชลธีเล่าถึงปาปารัซซีผู้เป็นเพื่อนอย่างออกรสออกชาติทำให้วาตีถึงกับหูผึ่ง ไม่นึกว่าจะใกล้เกลือกินด่างขนาดนี้ถ้าชลธีรู้จักสนิทสนมกับสุริจริง หล่อนก็มีหนทางสืบข่าวเข้าไปถึง ‘ความลับ’ ของภูพัดในมุมของคนรอบข้างได้ไม่ยาก บางทีอาจได้ข้อมูลเด็ดชนิดที่นายแบบหนุ่มผู้นั้นปกปิดไว้ก็ได้

                    เมื่อนึกเช่นนั้นภาพของสุริ ชายหนุ่มผู้เดินอ้อนแอ้น สูงยาวเข่าดี สวมเสื้อเชิ้ตลายสก็อตเข้ารูปกางเกงขาเดฟ รองเท้าหนังหัวแหลม สะพายกระเป๋าหนังใบใหญ่ มือข้างหนึ่งถือโทรศัพท์รุ่นใหม่กวัดแกว่งไปมาขณะที่มีกล้องถ่ายรูปคล้องอยู่บนบ่าอีกข้างอย่างเตรียมพร้อม

                    “แล้วสุริที่ชลลี่พูดถึง เกี่ยวอะไรกับอีตาชลันนั่นล่ะ ฉันไม่เข้าใจ” พีรดาเป็นฝ่ายตั้งคำถาม

                    ชลลี่จึงหันมาจ้องสองสาวสลับไปมาพร้อมกับเล่าถึงจุดไต้ตำตอที่พูดแต่แรก “คืออย่างนี้...สักปีสองปีก่อนน่ะ ชลันเคยเป็นแฟนกับสุริน่ะสิทีแรกเพื่อนคนนี้มันก็คิดจะคบกับชลันจริงจังเหมือนกันนะมันเล่าว่ารักผู้ชายคนนี้มาก อยากอยู่ด้วยกันไปจนตลอดชีวิต เรื่องเงินเรื่องทองมีเท่าไหร่ก็ทุ่มให้หมด...เรียกว่าเป็นสาวซองจูตัวแม่เลยก็ได้ ผู้ชายอยากได้อะไรมันเปให้หมด”

                    “เดี๋ยวๆก่อนค่ะ...อะไรคือซองจู อะไรคือเปคะฉันตามไม่ทัน”

                    ชลธีหัวเราะคิก“ซองจูกับเปมีความหมายใกล้ๆกันนี่แหละครับหมายถึงพวกเกย์หรือกะเทยที่ชอบทุ่มทุน ปรนเปรอทั้งเงินทองทั้งทรัพย์สินของมีค่าให้กับพวกผู้ชายน่ะครับ”

                    เมื่อวาตีพยักหน้าอย่างเข้าใจพีรดาก็ล้วงลูกเข้าไปถามถึงเรื่องราวของสุริให้ลึกขึ้นไปอีก “แล้วที่ชลลี่ว่ามันพัวพันกันจนวุ่นวายไปหมดคืออะไรล่ะ”

                    “ก็ตอนหลังสุริมันจับได้น่ะสิว่าชลันคิดไม่ซื่อเอาเงินที่ได้จากมันไปเลี้ยงผู้ชายต่ออีกทอด...แถมคู่ขาของชลันคนนั้นยังเยาะเย้ยสุริอีกว่า...ชลันไม่ได้มีแค่สุริเท่านั้นแต่ชลันยังคบกับผู้หญิงอีกคน ตอนนั้นสุริมันปรี๊ดแตกมันเล่าว่าเข้าไปตบคู่ขาของชลันจนเลือดกบปาก...แล้วนับตั้งแต่นั้นสุริมันก็เลิกติดต่อกับชลันไปเลยเผาพริกเผาเกลือสาปแช่งกันทุกวัน...นึกไม่ถึงเหมือนกันว่าผู้หญิงคนนั้นที่พูดถึงกันก็คือ...เอ่อ...”

                    ชลธีชะงักคำพูดในตอนท้ายวาตีจึงได้แต่หายใจหนักๆ รู้สึกอึดอัด คับแน่นไปทั้งอก  นึกไม่ถึงว่าชลันจะหลอกลวงใครต่อใครหลายคนทีเดียวพร้อมกัน

                    แล้วพีรดาก็เป็นฝ่ายสรุปให้ฟังสั้นๆ

                    “โลกมันกลมฉิบ...”

                    วาตีนิ่งไปอึดใจนั่งแช่อยู่อย่างนั้นโดยที่สตาร์ทเครื่องรถยนต์เอาไว้ไม่ยอมเคลื่อนรถออกจากลานจอด...พีรดาสังเกตเห็นอาการของหล่อนซึมกะทือไปชั่วพริบตาเหมือนโดนหมัดฮุคเข้าเบ้าตาขวาบนเวทีไทยไฟท์จึงเขย่าแขนหล่อนเบาๆ

                    แล้วหล่อนก็ค่อยๆเคลื่อนรถออกไปช้าๆเมื่อถึงประตูทางเข้า ความคิดเรื่องของชลันก็มลายหายไปจนสิ้นเมื่อมองผ่านพนักงานรักษาความปลอดภัยที่กำลังขยับรั้วเหล็กกั้นสีขาวแดงไปยังตู้สี่เหลี่ยมห่างออกไปสามถึงสี่ช่วงตัว

                    ใครบางคนในนั้นช่างคลับคล้ายคลับคลาภูพัดนัก...

                    แม้จะเห็นเพียงเสี้ยวด้านข้างมีแว่นตากับปีกหมวกแก๊ปบังไว้เกือบมิดอีกทั้งมือข้างหนึ่งของชายผู้นั้นกำลังจับโทรศัพท์แนบหู

                    “แกมองใครกันยะ”

                    เสียงพีรดาขัดความคิดของหล่อนกอปรกับมีรถยนต์คันอื่นแล่นตามหลังมาจอดต่อท้าย เมื่อเห็นรถของหล่อนจอดนิ่งสนิทจึงบีบแตรไล่เสียงดัง หล่อนจึงจำใจต้องขับรถออกไปเมื่อเหลียวหลังกลับไปมองอีกครั้งตอนที่จอดอยู่ขอบประตู ก็ไม่พบชายผู้นั้นแล้ว

                    “ฉันคงตาฝาดไปมั้งเห็นใครก็ไม่รู้ดูคล้ายๆกับคุณพัด”

                    พีรดาจึงแหย่เย้าด้วยความสนุกปาก“นี่แกบ้างาน ขนาดระบบสมองสั่งการให้เห็นภาพใครต่อใครเป็นนายแบบคนนั้นเชียวหรือยะ...ทุ่มเทแบบนี้ระวังเผลอตัวเอานายแบบคนนั้นมาดามอกที่หักไปหลายปีนะยะ รับรองว่าอีตาเสืออะไรนั่นคงได้ตามหึงแกจริงๆ...”

                    พีรดายังคงพูดอีกยืดยาวแต่วาตีไม่สนใจจะฟังแล้ว เพราะตอนนี้หล่อนชักสับสนไปหมดได้แต่พร่ำออกไปคำเดียวสั้นๆว่า

                    “...บ้า!”    

    //////////////////////////////////////////////////

    คล้ายกับเรื่องพัดผ่านรัก [ พู่ไหม ] ที่คุณอ่าน

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592