“ข้าต้องบอกกับท่านพ่อก่อน ดังนั้นท่านพี่มิมีสิทธิ์ที่จะบังคับให้ข้าลงนาม”
เสิ่นซัวหยางลอบถอนหายใจ ‘ปัญหานี้มันเริ่มขึ้นจากผู้ใดนะ...หากก่อนนั้นเย่วซินกับเขาสมรสกันตั้งแต่แรก เรื่องวุ่นวายเช่นนี้ก็คงไม่เกิดหรือถ้าเขาปฏิเสธสมรสพระราชทานก่อนหน้า? เฮ้อ! เขาอยากจะอาละวาดให้หนักๆ’ “ที่จริง คำสารภาพของเจ้าเมื่อคืนนี้ อาไฉ่ได้บันทึกทุกถ้อยคำเอาไว้แล้ว หากเจ้าไม่ลงนามและต้องการรอเวลาเพื่อกลับไปชำระความกันในเมืองหลวง ข้าก็ไม่ขัดอะไร แต่นับจากนี้เป็นต้นไป ข้าและเจ้าต่างคนต่างอยู่ อยู่เพื่อรอวันหย่า หรือถ้าหากเจ้าทนนอนเดียวดายยามค่ำคืนไม่ไหว อยากจะไปร่วมหลับนอนกับผู้ใดก็เป็นเรื่องของเจ้าแล้วซือหลิวเยี่ยน” คำพูดแบบไร้เยื่อใยนั้นเป็นการแสดงออกตามปกติที่เขาเคยทำกับนาง นับตั้งแต่วันสมรสเป็นอย่างไร มาในวันนี้รอหย่า คำพูดเฉยชาก็ไม่ได้แตกต่างกัน ‘เขาไม่คิดรักนางอย่างไร มาวันนี้ก็ยังเป็นอย่างนั้น’
ซือหลิวเยี่ยนกำหมัดแน่น นางเห็นสีหน้าตกใจของผู้ช่วยเมิ่งและหัวหน้าหมู่บ้านฉงก็นึกอับอาย ‘เรื่องในเรือน อย่าให้มีผู้อื่นรับรู้’ หากเสิ่นซัวหยางมิไว้หน้านาง นางก็จะมิไว้หน้าอีกฝ่ายเช่นกัน!! “ดี ไหนๆ ท่านกับข้าก็รอวันหย่า นับจากนี้ไปข้าจะทำให้ท่านเสียใจที่ทำเช่นนี้กับข้า!!” ร่างบางในชุดสีเหลืองเดินออกไปจากห้องเล็กนั้นพร้อมอาการโกรธเกรี้ยว เมื่อกลับไปถึงบ้านพักของตัวเอง นางจึงออกคำสั่งกับสาวใช้ “อาลี่ เจ้าออกไปตามหาเย่วซินในหมู่บ้านนี้ให้พบแล้วลากนางกลับมาหาข้าให้ได้!”
“เจ้าค่ะฮูหยิน” อาลี่ในสภาพใบหน้าเขียวช้ำเพราะถูกบ่าวชายตบตี ได้ใช้ผ้าสีดำปกปิดใบหน้าของตนเองแล้วเดินออกไปนอกบ้าน ‘ความเจ็บปวดน้อยใจในฐานะสาวใช้ของนางคงใกล้จะถึงทางตันแล้วกระมัง ดูเอาเถิด ขนาดว่าบ่าวชายอย่างเต๋อจุนมิได้บาดเจ็บอันใด ซือฮูหยินก็ยังมิคิดจะใช้งานบ่าวผู้นั้น หรือเพราะอีกฝ่ายคือบุรุษ จึงได้รับสิทธิพิเศษเหนือสตรี!!’
ซือหลิวเยี่ยนรอจนอาลี่เดินลับไปไกล นางจึงสั่งบ่าวชาย “เต๋อจุน ตามข้าเข้าไปในห้อง” ‘ในเมื่อเรื่องมันเลวร้ายเช่นนี้ข้าจะต้องรีบท้อง แล้วท่านต้องรับผิดชอบข้าก่อน ในตอนที่ใบหย่ายังไม่สำเร็จ ท่านจะต้องเสียใจและปฏิเสธข้าไม่ได้ ในเมื่อข้าจะท้องในขณะที่ยังอยู่กับท่าน!!’
^^ “ขอรับซือฮูหยิน”
อาลี่เดินเช็ดเหงื่อไปตามเส้นทางขรุขระของพื้นถนนดินแดง แม้ด้านข้างจะเต็มไปด้วยต้นไม้ให้ความร่มเงาและบ้านเรือนมากมาย แต่ความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าจากพิษไข้เพราะถูกฝ่ามือบุรุษตบตีนั้น ทำให้สาวใช้ที่เคยแข็งแรงอย่างนางอ่อนเพลียจนแทบจะหมดแรง สาเหตุของการถูกตบตี สืบเนื่องมาจากแผนการร้ายของซือหลิวเยี่ยนที่อยากให้เรื่องราวน่าอายของเส้าปีนั้นดูสมจริง แต่นอกจากเรื่องราวทั้งหมดจะไม่สำเร็จและตัวนางต้องบาดเจ็บแล้ว เหตุการณ์กลับบานปลายจนถึงขั้นฮูหยินถูกขอหย่า ‘ดีเท่าใดที่นายท่านเสิ่นซัวหยางมิไปเที่ยวป่าวประกาศเรื่องไร้ยางอายนี้ให้คนทั่วทั้งหมู่บ้านได้รับรู้’ หากนางเป็นซือฮูหยิน นางจะยอมหย่าและถอยไปอย่างเงียบๆ มิใช่คิดแค้น โทษแต่ผู้อื่นจนกลายเป็นเรื่องราวใหญ่โต “เอ๊ะ นั่น!!” สองขาอันอ่อนล้ารีบเดินไปยังร้านขายอะไรบางอย่าง กลิ่นหอมของขนมลอยเข้ากระทบจมูกจนเจ้าตัวถึงกับท้องร้องเสียงดังอย่างห้ามไม่อยู่ ดวงตาเล็กหยีจับจ้องร่างของสตรีงดงามที่นางจำได้ขึ้นใจ เย่วซินอยู่ในหมู่บ้านนี้จริงๆ หากคุณหนูเย่วซินมิได้เป็นสตรีที่ซือฮูหยินหมั่นไส้ นางเชื่อว่าหากทั้งคู่ได้สนิทสนมคบหากันเป็นสหาย ซือฮูหยินอาจจะได้ซึมซับความดีของคุณหนูเย่วซินมาบ้างไม่มากก็น้อย “คุณหนูเย่วซิน” เสียงเรียกนั้นช่างแสนยากเย็นและเหน็ดเหนื่อยเหลือเกิน…อาลี่เห็นเจ้าของนามค่อยๆ หันมา แต่เหตุใดภาพนั้นจึงพร่าเบลอไปหมด วูบ!!
หน้าร้านขายน้ำถั่วเหลือง
“อ้ะ แม่นาง!!!” เย่วซินรีบวิ่งเข้าไปประคองร่างของสตรีที่มีผืนผ้าสีดำปกปิดใบหน้า พร้อมกับเรียกหาพี่เสี่ยวเม่าแล้วจึงช่วยกันพยุงร่างของสตรีตัวอวบผู้นั้นให้เข้ามาพักอยู่ใต้ชายคา หนึ่งมือพัดวีให้อีกฝ่ายรู้สึกตัว อีกหนึ่งมือนำสมุนไพรบรรเทาอาการวิงเวียนจ่อไปตรงจมูก…สังเกตได้ว่าสตรีผู้นี้คงถูกทำร้ายมาอย่างหนักจนถึงขั้นจับไข้ “ข้าว่าสตรีผู้นี้ช่างดูคุ้นตาข้าเหลือเกิน พี่เสี่ยวเม่าว่าอย่างไร”
เสี่ยวเม่าผู้ยืนเคี่ยวน้ำถั่วเหลืองยื่นหน้าเข้าไปมองอยู่ใกล้ๆ พลางนึกถึงใบหน้าของสาวใช้นางหนึ่ง “อาลี่!!!”
‘หืม?’ “อาลี่รึเจ้าคะ” หากคิดย้อนไป เรื่องที่นายอำเภอเสิ่นซัวหยางเดินทางมาถึงที่นี่ นั่นหมายความว่า “ซือฮูหยินอยู่ที่นี่” ใบหน้างามของเย่วซินเครียดหนักลงกว่าเดิมเมื่อทราบว่าสตรีผู้ร้องขอให้นางเข้าหอแทนในวันมงคลนั้น อยู่ไม่ไกลจากตัวนาง ‘ทำอย่างไรดี’ ใจหนึ่งคิดว่านางควรจะหนีไปจากที่นี่ แต่อีกใจหนึ่งกลับสั่งนางว่า ‘หนีด้วยเรื่องอะไร ในเมื่อนางหาได้มีความผิด’ นี่คือหมู่บ้านปินเหอมิใช่จวนสกุลเสิ่น นางอยู่บ้านของพี่เสี่ยวเม่า ส่วนพี่ซัวหยางกับซือฮูหยินก็อยู่บ้านพักของพวกเขา…เราต่างไม่เกี่ยวข้อง!!
“ใช่ แต่ทำไมอาลี่ถึงถูกทำร้ายนะ” เสี่ยวเม่าคิดไปทำงานไป ‘จะกล่าวว่าเป็นแผน…ใช่หรือไม่?’ “มีบางอย่างไม่ถูกต้อง อาลี่ต้องถูกส่งตัวมาเพื่อให้เราตายใจ หลังจากนั้นก็ลอบทำร้าย”
เย่วซินหยุดมือที่ใช้ทั้งพัดและใช้ถือยาสมุนไพรแก้วิงเวียนลง ก่อนจะมองใบหน้าของอาลี่ “ถูกส่งตัวมา แล้วใยจึงทุบตี อีกอย่างคือข้ากับซือฮูหยินมิมีสิ่งใดติดค้างกันอีก นางจะลอบทำร้ายข้าทำไม”
“ก็เพราะนายอำเภอเสิ่นยังคงรักเจ้าอย่างไรเล่าเย่วซิน เหตุผลเช่นนี้ มีเพียงพอหรือไม่” เสี่ยวเม่าพูดไปเหมือนที่ใจคิด ไม่ว่าอย่างไร อาลี่ก็ขึ้นชื่อว่าเป็นสาวใช้ของสตรีที่เกลียดชังเย่วซิน...เพราะฉะนั้น นางจะไว้ใจอีกฝ่ายไม่ได้!! “พี่รู้ว่าเจ้ายังคงรักท่านนายอำเภอเสิ่นซัวหยางและถ้าหากนายอำเภอจะขอรับเจ้าเข้าไปเป็นอนุ เจ้าก็คงใจอ่อนยอมตกลงเป็นแน่ ใช่หรือไม่”
เย่วซินเม้มปาก ‘นางรักพี่ซัวหยางมากจริงๆ’ แต่เรื่องที่ต้องไปเป็นอนุนั้นคงไม่ได้ เพราะฮูหยินเอกอย่างซือหลิวเยี่ยนนั้นเกลียดชังนางเหลือเกิน การอยู่ร่วมชายคาเดียวกันอย่างสงบสุขย่อมไม่มีทางเป็นไปได้แน่ “...” แต่เดิมนั้นหากไม่นับเรื่องที่นายท่านเสิ่นไม่อยากรับนางเป็นสะใภ้ เรื่องของซือหลิวเยี่ยนก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องใหญ่ที่นางตัดสินใจถอยออกมา
เว่ยกังที่ยืนสุมไฟในเตาเอ่ยขึ้นมาลอยๆ “ด้วยฐานะของคุณหนูเย่วซินในยามนี้ เป็นฮูหยินรองหรืออนุก็มิได้ขอรับ”
“...” เย่วซิน
“...” เสี่ยวเม่า
อาลี่ผู้ฟื้นคืนสติแต่ลุกขึ้นไม่ไหว ได้แต่เงียบฟังด้วยความเคร่งเครียด ‘ฐานะของคุณหนูเย่วซินเป็นอนุมิได้ มันหมายความว่าอย่างไรกันแน่?’