[จบ] ทะลุมิติทั้งที ดันมาอยู่ในร่างตัวแม่สุดแซ่บพร้อมลูกชายทั้งสาม

    บทที่ 48 ตัวถ่วงของบ้าน (รีไรต์)

    บทที่ 48 ตัวถ่วงของบ้าน (รีไรต์)

             

            คราวนี้ลู่ชิงเหยี่ยกลับไม่ลังเลอีกต่อไป

             

            ไม่ว่าเธอจะใช้เขาเป็นหนูทดลองหรือไม่ แต่เข็มพวกนี้เขาก็เป็นคนซื้อมาเอง ถ้าเธอจะทดลองเขาก็ยอมให้ความร่วมมือ

             

            เมิ่งว่านถังไม่รู้ถึงจิตวิญญาณที่พร้อมจะเสียสละชีวิตของใครบางคน

             

            “ชุดนี้เป็นเข็มเงินจริง ๆ นะ เข็มเงินหายากมากนะ หลายคนถือว่าเป็นสมบัติล้ำค่าของตระกูลเชียวนะ”

             

            เมิ่งว่านถังพูดไปพลางฆ่าเชื้อเข็มทั้งหมดไปพลาง แล้วเช็ดหลังของเขาด้วยแอลกอฮอล์

             

            เธอเห็นว่ากล้ามเนื้อหลังของเขาเกร็งขึ้น ก็รู้ว่าเขากำลังประหม่า

             

            ในบางแง่มุม เมิ่งว่านถังก็รู้สึกทึ่งในตัวผู้ชายคนนี้เหมือนกัน

             

            เขายอมให้เธอวุ่นวายแบบนี้

             

            จู่ ๆ เมิ่งว่านถังก็รู้สึกดีกับเขาขึ้นมา ไม่ว่ายังไง เขาก็เป็นคนดีคนหนึ่ง

             

            เมิ่งว่านถังไม่รู้ว่าจะพูดอะไรกับเขา จึงอธิบายความรู้วิชาชีพให้เขาฟังมากขึ้น เพื่อเสริมสร้างความไว้วางใจระหว่างแพทย์และคนไข้

             

            “การฝังเข็มมีประโยชน์หลัก ๆ คือ ช่วยให้เลือดลมไหลเวียนสะดวก ปรับสมดุลหยินหยาง บำรุงร่างกาย แล้วก็ขับพิษบางส่วนออกจากร่างกาย”

             

            น้ำเสียงของเมิ่งว่านถังอ่อนโยนขึ้นหลายส่วน ทำให้คนฟังเผลอจดจ่ออยู่กับคำพูดของเธอโดยไม่รู้ตัว

             

            “เมื่อเส้นเลือดลมไม่เดิน ก็จะทำให้เลือดและลมปราณติดขัด อาการที่แสดงออกมาก็ขะเป็นอาการปวดและบวม โดยทั่วไปแล้ว แพทย์แผนจีนสามารถใช้เทคนิคการฝังเข็มที่จุดฝังเข็มที่เกี่ยวข้อง เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของเส้นลมปราณ”

             

            เมิ่งว่านถังไม่ได้แค่พูดเท่านั้น แต่มือก็กำลังฝั่งเข็มลงไปด้วย

             

            ไม่ถึงหนึ่งนาทีก็เสร็จแล้ว

             

            “เรียบร้อยแล้ว คุณนอนคว่ำแบบนี้ไปก่อนนะ เดี๋ยวฉันมาถอนเข็มให้ ฉันไปทำกับข้าวก่อน”

             

            เมิ่งว่านถังเก็บของทุกอย่างไว้ข้าง ๆ แล้วเดินออกไปเติมฟืนในครัว ล้างมือ แล้วหยิบเส้นหยิบบะหมี่ออกมา

             

            “วันนี้เที่ยงเรากินบะหมี่กันดีไหม ทำน้ำซุปเย็น ๆ กับเส้นบะหมี่ เดี๋ยวฉันทำน้ำราดสองอย่าง อย่างแรกเป็นน้ำราดกุยช่ายกับกุ้งแห้ง อีกอย่างเป็นน้ำราดไข่ด้วย ได้ไหม?”

             

            ลู่ชิงเหยี่ยไม่เรื่องมาก ขอแค่มีอะไรให้กินแล้วอิ่มท้องก็พอ

             

            “อะไรก็ได้”

             

            “งั้นฉันไปทำบะหมี่แล้วนะ ต้มบะหมี่จะเร็วกว่า ไม่งั้นฉันกลัวว่าฝนจะตกลงมาก่อน”

             

            ไม่นานบะหมี่ก็สุกแล้ว

             

            โกวต้านจูงน้องชายกลับบ้าน มือของเด็กทั้งสองคนถือตะกร้าใบหนึ่ง ในนั้นมีแตงกวาสด ๆ เต็มไปหมด

             

            “พวกลูกไปเก็บแตงกวามาจากไหน?” เมิ่งว่านถังมองแตงกวาแวบหนึ่ง แล้วหันไปถามเด็กทั้งสอง

             

            โกวเซิงตอบว่า “วันนี้เจอป้าสามของผม แตงกวาพวกนี้ป้าสามให้มาทั้งหมด”

             

            “ป้าสามเหรอ?”

             

            เมิ่งว่านถังคิดอยู่ครู่หนึ่ง จึงนึกได้ว่าหมายถึงเฟิงอวี้เหม่ย

             

            “ป้าสามกลับมาเก็บของ ป้าบอกว่าจะพาเสี่ยวเป่าไปอยู่ที่หมู่บ้านข้าง ๆ ป้าบอกว่าแตงกวาในสวนไม่อยากเก็บไว้ให้ย่ากับคนอื่น ๆ กิน เลยเก็บมาให้ผมทั้งหมดเลย ให้ผมเอากลับมาด้วย”

             

            โกวเซิงมีความจำเป็นเลิศ

             

            เขาเล่าสิ่งที่เฟิงอวี้เหม่ยพูดให้เมิ่งว่านถังฟังแบบไม่ตกหล่นแม้แต่คำเดียว

             

            “แตงกวาเยอะขนาดนี้ พวกลูกเก็บไว้กินสักสองสามลูกก็พอ ส่วนแตงกวาที่แก่แล้วกับพวกแตงกวาลูกเล็ก ๆ ก็วางไว้ข้าง ๆ นั่นแหละ”

             

            ถ้ากินแตงกวาไม่หมดแล้วเก็บไว้สักสองสามวัน มันก็จะเหี่ยว

             

            แตงกวาที่เหี่ยวแล้วก็ไม่อร่อย เสียดายของเปล่า ๆ เมิ่งว่านถังเลยตั้งใจว่าจะทำแตงกวาดองเค็ม

             

            อย่างน้อยตอนเช้าเวลากินข้าวต้มหรือซาลาเปา ก็ยังมีของเค็ม ๆ กินกับข้าวได้

             

            “ได้ครับ”

             

            โกวเซิงคัดแตงกวาอ่อนออกมาวางไว้ข้าง ๆ ส่วนแตงกวาที่แก่แล้วกับแตงกวาที่ไม่ค่อยสวยก็วางไว้ในตะกร้าตามเดิม

             

            “ลู่อวิ๋นเหอ ลูกไปหากะละมังสะอาด ๆ มาใบหนึ่ง ล้างน้ำเปล่า แล้วใส่น้ำเย็นแช่ไว้”

             

            โกวต้านยังคงมึนงงอยู่ครู่หนึ่ง กว่าจะรู้ตัวว่าเธอกำลังพูดกับเขา

             

            เมิ่งว่านถังเดินไปหยิบกะละมังใบหนึ่งมาวางไว้ข้าง ๆ เตา ตักเส้นบะหมี่ออกมาแล้วใส่ลงไป

             

            “ล้างเส้นบะหมี่ด้วยน้ำเปล่าสองรอบนะ ค่อย ๆ ล้างด้วยล่ะ”

             

            เมิ่งว่านถังยังผัดอาหารและทำน้ำซุป ส่วนการล้างเส้นบะหมี่ก็มอบหมายให้เด็ก ๆ ทำ

             

            โกวต้านเป็นเด็กที่ไว้ใจได้

             

            ทั้งยังทำงานอย่างรอบคอบ

             

            เมิ่งว่านถังตั้งไฟให้แรงขึ้น ก่อนจะผัดกุยช่าย แล้วจึงทำซอสไข่

             

            ไม่กี่นาทีกับข้าวก็พร้อมทานแล้ว

             

            เธอยกโต๊ะขึ้นไป แล้วนำเส้นบะหมี่เข้ามาในห้อง โกวต้านและโกวเซิงค่อย ๆ ถือจานอาหารสองจานเดินเข้ามาในห้องอย่างระมัดระวัง

             

            เมิ่งว่านถังเดินไปรับจานอาหารจากมือเจ้าตัวน้อยทั้งสองแล้ววางลงบนโต๊ะ พลางบอกพวกเขาว่า “พวกลูกพาน้องไปล้างมือให้สะอาดนะ พอล้างเสร็จแล้วก็ขึ้นมานั่งกินข้าวได้เลย”

             

            “ได้เวลาแล้ว ฉันจะถอนเข็มให้คุณนะ”

             

            เมิ่งว่านถังพูดว่าจะถอนเข็มก็ถอนเข็มเลย ด้วยความเร็วฉับไว

             

            ลู่ชิงเหยี่ยยังไม่ทันรู้ตัว เข็มก็ถูกถอนออกไปแล้ว

             

            “ลองขยับดูสิ รู้สึกยังไงบ้าง?” 

             

            เมิ่งว่านถังพูดพลางเก็บเข็มเข้าที่ แล้วเอาไปใส่ไว้ในตู้อย่างถนอม

             

            เธอหันไปกำชับเด็ก ๆ ในบ้าน “พวกลูกทั้งสามคน ห้ามไปยุ่งกับเข็มของแม่เด็ดขาด เข้าใจไหม?”

             

            “ใครจะกล้ายุ่งกับของ ๆ แม่บ้างล่ะ?” โกวเซิงพูดออกมาทันที

             

            เมิ่งว่านถังชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะนั่งลงที่โต๊ะอย่างไม่ใส่ใจ หันกลับไปถามลู่ชิงเหยี่ย “เป็นไงบ้าง? ดีขึ้นบ้างไหม?”

             

            ลู่ชิงเหยี่ยพลิกตัวแล้วพบว่าเอวไม่ค่อยปวดมากเท่าไหร่แล้ว

             

            เมิ่งว่านถังเห็นแววตาตกใจของเขา ก็พูดขึ้นมาอย่างภาคภูมิใจว่า “ฉันบอกคุณแล้วไงว่าฉันเรียนมา”

             

            “แล้วก่อนหน้านี้แม่ของเรา...”

             

            ลู่ชิงเหยี่ยเพียงแค่เอ่ยปากพูดไม่กี่คำก็หยุดชะงัก ไม่ได้ตั้งใจจะพูดต่อ

             

            แต่เมิ่งว่านถังหูดีเป็นพิเศษ แน่นอนว่าเธอรู้ว่าเขาหมายถึงเรื่องอะไร

             

            “แม่ของคุณหัวกระแทกพื้น โดยทั่วไปแล้วการที่หัวกระแทกพื้นน่ะอันตรายมาก ภายนอกอาจจะดูเหมือนไม่เป็นอะไร แต่ถ้าเกิดขยับตัวแรง ๆ ขึ้นมา ก็อาจจะตายได้เลยนะ”

             

            ความสัมพันธ์ของเมิ่งว่านถังหญิงชราคนนั้นไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก ถ้าหากเสียชีวิตไปทั้งอย่างนั้น เธอจะต้องแบกรับข้อกล่าวหาใหญ่โตไปเต็ม ๆ

             

            ยิ่งกว่านั้น ถึงตอนนั้นตัวเองจะอธิบายยังไง ลู่ชิงเหยี่ยก็คงไม่เชื่อว่าเธอรักษาโรคได้

             

            “อย่าว่าแต่แม่ของคุณเลย แม้แต่วันที่ลู่อวิ๋นเหอเป็นไข้ ฉันก็ทำอะไรไม่ได้ เด็กๆ เป็นไข้ต้องกินยาลดไข้หรือไม่ก็ฉีดยาลดไข้ นี่ไข้ขึ้นสูงถึง 40 องศาแล้ว ยังจะให้รอกินข้าวต้มอยู่บ้านอีก นี่มันฆ่าเขาทั้งเป็นชัด ๆ วันนั้นเสี่ยวพ่างก็เป็นไข้ ฉันยังให้เขารออยู่บ้านเลย”

             

            เมิ่งว่านถังไม่อยากให้เขามีความรู้สึกค้างคาใจ

             

            “ฉันแค่สงสัยว่าว่าทำไมเมื่อก่อนเธอถึงไม่ยอมรักษาคนอื่น? ถ้าเธอไปประจำการกับฉัน เธอก็ไม่ต้องทำงานหนักที่ฟาร์ม สามารถไปทำงานที่สถานีอนามัยได้เลย”

             

            ลู่ชิงเหยี่ยไม่เข้าใจมาตลอดว่าทำไมเธอถึงอยากจะอยู่ที่นี่นัก

             

            แน่นอนว่าเป็นเพราะเจ้าของร่างเดิมทำอะไรไม่เป็น แต่คนที่ทำเป็นก็คือเธอ ‘เมิ่งว่านถัง’ ต่างหาก

             

            “ถ้าฉันไปแล้ว บ้านหลังนี้และลานเก่า ๆ ก็จะไม่ใช่ของคุณแล้วน่ะสิ?” เมิ่งว่านถังชิดหน้าขึ้นอย่างหยิ่งผยอง “อีกอย่าง ตอนนั้นฉันอารมณ์ไม่ดี ไม่อยากจะรักษาใครทั้งนั้น”

             

            ลู่ชิงเหยี่ย “...”

             

            ข้ออ้างนี้ดีมาก ฟังขึ้นสุด ๆ

             

            “แล้วทำไมตอนนี้แม่ถึงเปลี่ยนใจล่ะ?” โกวเซิงถามอย่างรวดเร็ว

             

            เมิ่งว่านถังหัวเราะเยาะ “จะเป็นเพราะอะไรได้อีก? ถ้าพ่อของลูกยังอยู่ในกองทัพ ทุก ๆ เดือนบ้านเราก็จะมีเงินเดือน 20 หยวน แต่ตอนนี้พ่อของลูกบาดเจ็บ นอนอยู่บนเตียงเป็นสิบ ๆ วัน ไปทำงานก็ไม่ได้ แม้ว่าจะไปทำงานได้ทั้งเดือน ก็ได้เงินแค่ 20 หยวน แถมเขายังกินจุขนาดนี้ พวกลูกเตรียมจะกินลมตะวันตกเฉียงเหนือกันหรือไง?”

             

            จู่ ๆ ลู่ชิงเหยี่ยรู้สึกว่าตัวเองเป็นตัวถ่วงของบ้าน

             

            เขาอยากจะสารภาพกับเมิ่งว่านถังใจจะขาด ว่าจริง ๆ แล้วเงินเดือนของตัวเองได้มากกว่าเดือนละ 100 กว่าหยวน

             



    คล้ายกับเรื่อง[จบ] ทะลุมิติทั้งที ดันมาอยู่ในร่างตัวแม่สุดแซ่บพร้อมลูกชายทั้งสาม ที่คุณอ่าน

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    นิยาย รัก
    3.84M 3388
    อภินิหาร ทายาทมังกรจอมราชันย์ [แปลจบแล้ว]

    อภินิหาร ทายาทมังกรจอมราชันย์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.38M 1499
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405