เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เล่มที่ 4 ตอนที่ 102 กลับบ้านนอก (3)

            คิดไม่ถึงเลยว่าบ้านที่เห็นได้ชัดเจนว่าค่อนข้างยากจนในชนบทเล็กๆแห่งนี้ จะมีห้องนอนที่เหมือนกับห้องของเจ้าหญิง

            สีชมพู สีขาว คือสองโทนสีหลักในการตกแต่ง โต๊ะเครื่องแป้งชั้นหนังสือ ตู้เสื้อผ้า ผ้าม่านเตียง…

            ซูอินตกตะลึงกับภาพตรงหน้า

            “อินอิน…ไม่ชอบหรือลูก เฮ้อ…ฐานะของบ้านเรามัน…”

            เมื่อเห็นซูอินไม่แสดงปฏิกิริยาใดๆในใจของเมิ่งเถียนเฟินเริ่มรู้สึกหดหู่ เมื่อมองบ้านดินของตนเองและนึกถึงคฤหาสน์หรูหราของตระกูลหลิง น้ำเสียงของเธอก็สั่นโดยไม่รู้ตัว

            น้ำเสียงที่เปลี่ยนไปดึงสติของซูอินให้กลับมา

            “นี่เป็นห้องเดิมที่หลิงเมิ่งเคยใช้หรือคะ”

            ซูอินทำจมูกฟุดฟิด เธอได้กลิ่นเฟอร์นิเจอร์ใหม่อีกทั้งเมื่อกวาดตามองก็เห็นชัดเจนว่าเฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นล้วนเป็นของใหม่

            ตระกูลซูยังมีบุตรชายอีกคนหนึ่ง หากเป็นตามที่เคยได้ยินสองสามีภรรยาตระกูลซูให้ความสำคัญกับบุตรชายมากกว่าแต่เห็นได้ชัดว่าเฟอร์นิเจอร์เหล่านี้เหมาะสำหรับผู้หญิง

            หรือว่าจะซื้อใหม่ให้เธอโดยเฉพาะ

            ในหัวเกิดความคิดบางอย่าง ไม่นานความสงสัยของซูอินก็ได้รับคำตอบ

            “เมิ่งเมิ่งอยากได้เฟอร์นิเจอร์แบบนี้มาตลอดแต่หลายปีมานี้ฐานะของครอบครัวเราไม่สู้ดีโชคดีที่ก่อนหน้านี้บ้านคุณลุงของลูกเหลือไม้จำนวนหนึ่งพ่อของลูกมีความสามารถด้านงานไม้ จึงใช้ไม้ที่เหลือทำให้ลูก”

            สิ่งที่เมิ่งเถียนเฟินไม่ได้เล่าคือ เพื่อไม้เพียงไม่กี่ท่อนทำให้ซูเจี้ยนจวินต้องทำงานให้พี่ชายอย่างเหน็ดเหนื่อยไม่ใช่แค่หน้าต่างและประตูที่สร้างขึ้นใหม่เท่านั้นแต่เขาช่วยทำตั้งแต่วางโครงสร้าง ก่อผนัง ติดตั้งคาน ปูกระเบื้องถึงจะเป็นน้องชายแต่ไม่เคยคิดอู้งาน แม้แต่ดูแลเหล่าคนงานที่มาช่วยก่อสร้างเขาก็คอยเสิร์ฟอาหารให้

            แต่การสร้างบ้านซึ่งถือเป็นเรื่องใหญ่เช่นนี้ผู้ที่เป็นพี่น้องก็สมควรต้องช่วยเหลือกัน

            “เฟอร์นิเจอร์เพิ่งทำเสร็จไม่นาน ยังไม่ทันได้ทาสีในตำบลก็มีการตรวจสุขภาพ...”

            เรื่องหลังจากการตรวจสุขภาพซูอินรู้ดี หมายความว่าหลิงเมิ่งยังไม่เคยใช้เฟอร์นิเจอร์ชุดนี้หรือ

            เมื่อรู้เช่นนี้ก็ทำให้ซูอินสบายใจ

            ข้ามธรณีประตูที่มีความสูงไม่มากเข้าไปซูอินเอามือลูบเฟอร์นิเจอร์ในห้อง พูดตรงๆเฟอร์นิเจอร์ที่ซูเจี้ยนจวินทำนั้นไม่สวยสักเท่าไร รูปแบบออกจะเชยด้วยซ้ำ

            แต่เมื่อเธอสัมผัสตู้เสื้อผ้า มุ้งบนเตียง นั่งลงบนผ้าห่มนุ่มก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มมุมปาก

            “สวยมาก หนูคิดไม่ถึงว่าจะโดนเซอร์ไพรส์ขนาดนี้ทันทีที่กลับมา ขอบคุณนะคะ”

            ซูเจี้ยนจวินอดไม่ได้ที่จะก้มศีรษะด้วยความประหม่า

            เมิ่งเถียนเฟินชะงัก สบตากันมองรอยยิ้มจริงใจที่ปรากฏบนหน้าขาวผ่อง เธอสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นจากก้นบึ้งหัวใจ

            บุตรสาวของเธอชอบมันมากจริงๆ

            พูดตามตรง ที่ผ่านมาจนถึงก่อนหน้านี้ ในใจเธอรู้สึกกังวลมาตลอดบวกกับรู้สึกละอายใจเล็กน้อย

            ฐานะของเขาและตระกูลหลิงไม่ใช่ต่างกันแค่เล็กน้อย

            อินอินคิดถูกจริงหรือที่เลือกกลับมาอยู่ที่นี่

            ตอนนี้เธอยังเด็ก ต่อไปหากได้เข้าสังคม แต่งงานมีครอบครัวตระหนักถึงชีวิตที่ยากลำบาก ถึงเวลานั้นเธอจะเสียใจภายหลังไหมจะโกรธพวกเขาที่เป็นบิดามารดาที่ไร้ความสามารถหรือไม่

            แต่ในตอนนี้อินอินกลับแสดงอย่างชัดเจนว่าเธอมีความสุข

            สิ่งเล็กๆ น้อยๆ เช่นนี้ปลอบประโลมหัวใจของเธอได้มาก ความรู้สึกกระตือรือร้นเพิ่มขึ้นทำให้เมิ่งเถียนเฟินรีบหันหน้าหนี

            “ชอบก็ดีแล้วจ้ะ ของที่นำกลับมาเอาใส่ในตู้หมดแล้ว พวกเราไม่เคยเข้าไปยุ่งอินอินพักผ่อนก่อนเถอะ จากนั้นค่อยมาดูว่าจะจัดของยังไง”

            กำชับอย่างรวดเร็ว เมิ่งเถียนเฟินก็หาข้ออ้างเพื่อไปทำอาหารกลางวันก่อนจะรีบถอยไปจากตรงนั้น

            ซูอินจับสังเกตได้ถึงน้ำเสียงสะอื้นของเมิ่งเถียนเฟินจึงส่ายหน้าอย่างจนใจ

            เธอพอจะเข้าใจความรู้สึกของเมิ่งเถียนเฟินหลายครั้งที่เจอกันทำให้เห็นว่ามารดาผู้มีความสัมพันธ์ทางสายเลือดคนนี้เป็นคนอ่อนไหวง่ายและมีเมตตา

            เธอเข้าใจแล้วว่านิสัยอ่อนโยนและยอมคนของเธอได้มาจากใคร

            แต่การมีคนมาคอยคาดหวังเอาอกเอาใจก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้นเธอกลิ้งไปมาบนผ้าห่มนุ่มๆ ได้กลิ่นฝ้ายจากด้านใน ทำให้อดหัวเราะไม่ได้

            เฟอร์นิเจอร์ใหม่ เครื่องนอนใหม่นี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้ใช้ของใหม่ มีห้องใหม่เป็นของตนเอง

            เมื่อดีใจจนพอแล้ว เธอจึงค่อยๆ สงบจิตใจและลุกขึ้นมาเก็บข้าวของ

            สิ่งของที่นำกลับมาก่อนหน้านี้ยังคงอยู่ในตู้แม้แต่รอยยับบนถุงพลาสติกก็ยังไม่มี ทำให้เธอรู้สึกสบายใจมาก

            ไม่ว่าใครก็คงไม่ชอบให้คนอื่นมายุ่งกับข้าวของของตนเอง

            ดังนั้นคนเราจะสูงหรือต่ำไม่ได้ขึ้นอยู่กับรวยหรือไม่แม้บิดามารดาของเธอจะยากจนทั้งคำพูดที่เอ่ยก่อนหน้านี้บนรถว่าจะตัดขาดกับตระกูลหลิงไหนจะเรื่องที่ไม่แตะต้องข้าวของของเธอ พวกเขาเป็นคนมีเหตุผลจริงๆ

            ซูอินเป็นคนขยันชาติก่อนเธอเป็นแม่บ้านต้องดูแลคฤหาสน์ตระกูลหลิงทั้งหลังตอนนี้แค่เก็บของเหล่านี้จึงไม่ใช่เรื่องใหญ่

            แม้แต่ของที่นำกลับมาด้วยในครั้งนี้ เธอก็จัดอย่างเป็นระเบียบ

            เมื่อได้เห็นห้องนอนโฉมใหม่ทำให้ซูอินรู้สึกว่าตนเองเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวนี้

            เธอเทน้ำจากกระติกน้ำร้อน แม้เหยือกน้ำจะมีอายุการใช้งานมาหลายปีแต่ก็ถูกทำความสะอาดจนสะอาดเอี่ยม แม้แต่รอยตรงด้ามจับด้านในก็ถูกขัดจนเงาวับซูอินจึงหยิบมาใช้อย่างสบายใจ

            ไม่ว่าฐานะของพวกเขาจะยากจนเพียงใดแต่เรื่องความสะอาดหากเป็นคนทั่วไปไม่มีทางไม่ชอบ

            เมื่อดื่มน้ำร้อนเธอก็พักครู่หนึ่ง ก่อนจะมีเสียงคนตะโกนเรียกให้กินข้าว

            “อินอิน ล้างมือแล้วมากินข้าว"

            “ค่ะ”

            ซูอินตอบเสียงดัง การถามตอบอย่างสนิทสนมที่ดูเป็นธรรมชาติทำให้เธออดไม่ได้ที่จะเผยยิ้มที่มุมปาก

            เธอดื่มน้ำอีกหนึ่งอึกก่อนจะลุกขึ้นและเดินออกไป

            ที่บ้านตระกูลซูไม่มีห้องน้ำและอ่างล้างหน้าสำหรับล้างมือโดยเฉพาะเมื่อเดินเข้ามาในห้องรับแขก ทางขวามือจะเจอโอ่งใส่น้ำ ด้านข้างมีชั้นไม้มีอ่างน้ำกระเบื้องเคลือบวางอยู่บนนั้น กระจกขนาดบานไม่เล็กไม่ใหญ่แขวนอยู่บนผนังชั้นไม้มีสองชั้น ด้านบนสูงพอๆ กับอ่างล้างมือทั่วไปชั้นล่างมีสบู่และอุปกรณ์ทำความสะอาดอื่นๆ วางอยู่

            ด้านบนของชั้นไม้มีเชือกป่านผูกไว้ บนนั้นมีผ้าขนหนูสามผืนผืนใหญ่สองผืน ผืนเล็กหนึ่งผืน และผ้าขนหนูสีอ่อนผืนใหม่หนึ่งผืน

            แม้เจ้านกกระจอกจะเล็กกว่าใคร แต่อวัยวะภายในก็มีครบสมบูรณ์[1] ถึงแม้สิ่งของต่างๆ จะดูเก่าไปสักหน่อยทว่าก็ถูกจัดเก็บสะอาดสะอ้าน มองแล้วสบายตายิ่งนัก

            ซูอินผสมน้ำอุ่นและใช้สบู่ล้างมือให้สะอาดอย่างตั้งใจ

            ในเวลานั้น เมิ่งเถียนเฟินยกชามใบใหญ่ออกมาจากห้องครัว

            ครอบครัวนี้ไม่ได้ร่ำรวย พวกเขาจึงต้องประหยัดเรื่องอาหารการกินและการใช้สิ่งของต่างๆ มาตลอด แต่วันนี้เป็นวันแรกที่ซูอินกลับมาเมิ่งเถียนเฟินจึงตั้งใจเตรียมอาหารให้โดยเฉพาะ เมื่อวานเธอไปตลาดซื้อซี่โครงหมูเช้านี้ก็ตุ๋นด้วยไฟอ่อน เมื่อกลับถึงบ้านก็ได้ที่พอดี

            อาหารชามโตถูกมอบให้บ้านของคุณลุงที่อยู่ใกล้กันจากนั้นเมิ่งเถียนเฟินก็พาบุตรชายของตนเองกลับมา

            “อันอัน พี่สาวกลับมาแล้วลูก”

            ซูอันตัวน้อยตกใจจนตัวสั่น

            เมิ่งเถียนเฟินที่ยุ่งอยู่กับการนำซุปซี่โครงหมูไปวางจึงไม่ทันสังเกตเห็นเธอกำชับบุตรชาย “รีบไปหาพี่สาวเรียกพี่มากินข้าวด้วย”

            แววตาของซูอันเต็มไปด้วยความหวาดกลัว แต่ก็ยังเชื่อฟังคำพูดของแม่

            ซูอินกำลังเช็ดมือด้วยผ้าขนหนูผืนใหม่ จู่ๆหางตาก็รู้สึกเห็นบางอย่าง เมื่อหันไปมองเห็นมือเล็กๆ เกาะอยู่ที่ประตู ก่อนที่หน้าผากครึ่งหนึ่งกับดวงตาข้างหนึ่งจะโผล่ออกมาให้เห็น

            ดวงตาคู่นั้นสวยมาก ขนตายาวหนาเป็นแพ ดวงตากลมสีดำ

     

    --------------------------------------------------------

    [1] แม้เจ้านกกระจอกจะเล็กกว่าใครแต่อวัยวะภายในก็มีครบสมบูรณ์ หมายถึง บางสิ่งบางอย่างแม้ไม่ใหญ่โตแต่ก็มีความสมบูรณ์ในแบบของตนเอง

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569] ที่คุณอ่าน