ณ ห้องสมุด
เวลา 15:48น.
ริวนั่งอยู่ในห้องสมุดกับแนนโน๊ะเขารู้สึกเกร็งเล็กน้อย เนื่องจากเหตุการณ์ค่อนข้างะเืใจเขาในระดับหนึ่ง แต่ก็พยายามตั้งสติเข้าไว้ขณะที่อีกฝ่ายเดินไปหยิบหนังสือมานั่งอ่านที่ฝั่งตรงข้ามอย่างสบายใจ ริวนั่งเงียบอยู่สักพักหนึ่งก่อนจะหลุบสายตาลงเล็กน้อย แล้วพูดขึ้น
“วันนั้น…ผมเผลอหลับไปในห้องสมุดพอตื่นขึ้นมาอีกที มันก็ค่ำแล้วครับ”เสียงของเขาเบาลงเล็กน้อย “ผมคิดว่าจะรีบออกจากโรงเรียน แต่ก่อนจะออกไป… ผมได้ยินเสียงร้องไห้เป็เสียงผู้หญิงครับ มัน…ไม่ดังมาก” แววตาของเขาเหมือนกำลังนึกย้อนกลับไปอยู่ในเวลานั้นอีกครั้ง
เขาเล่าต่อว่าเขาเดินตามเสียงนั้นไปจนถึงพื้นที่ด้านหลังอาคารห้องเก็บของเล็กๆที่ไม่ค่อยมีใครใช้ เขาเดินไปหยุดตรงหน้า แล้วมองเข้าไป ในร่องที่ประตูปิดไม่สนิดและเห็นว่า ข้างใน…
“มีนักเรียนผู้หญิงคนหนึ่งนั่งอยู่กับพื้น ร่างกายเต็มไปด้วยาแ”
“แล้วก็มีพวกเขา…สามคนที่เคยเสนอเงินให้ผม กับนักเรียนผู้ชายอีกสองคน”
เขาไม่ได้พูดถึงชื่อของนักเรียนหญิงสามคนนั้นแต่ทั้งคู่ต่างรู้ดีว่าพวกเขาคือใคร ริวเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดต่อด้วยเสียงที่สั่นเครือแต่ก็ยังพยายามพูดให้ชัด
“ผะ…ผมใมาก ละ…ละเลยถอยหลังไปชนชั้นวางรองเท้าพวกเขาหันมามองผมทันที”
“ผมไม่รู้จะทำยังไงเลยวิ่งหนีครับ แต่พวกเขาก็วิ่งตามมา”
ภาพเหตุการณ์ปรากฏขึ้นในหัวตอนที่เขาวิ่งไปถึงทางเดินใต้อาคารหนึ่ง เห็นว่ามีรอยคราบของเหลวสีแดงลากยาวไปตามพื้นแต่เขาก็ไม่ได้มีเวลาจะมองให้ชัด แล้ววิ่งไปต่อ
ริวเงยหน้าขึ้นมองแนนโน๊ะแล้วสบตาเธอโดยตรง “แล้ว… ผมก็เห็นยูริยืนอยู่ตรงนั้น ตอนนั้นผมยังไม่รู้ว่าเธอคือใคร”
“และเธอกำลังใช้ขวาน…สับลงไปบนร่างของนักเรียนคนหนึ่ง”
“ตอนนั้นผมกลัวมากไม่รู้จะทำยังไง เลยวิ่งหนีกลับออกมาอีกทาง แล้วก็ไปเจอคุณ…ตรงทางเดินก่อนถึงประตูทางออก”
ริวมองแนนโน๊ะราวกับยืนยันความทรงจำนั้น “คุณยังจำได้ใช่ไหมครับ”
แนนโน๊ะพยักหน้าเบาๆคิ้วของเธอขมวดเข้าหากันเล็กน้อยเหมือนแปลกใจทว่านั่นก็ดูเหมือนเป็แค่สีหน้าที่เธอแสดงออกเท่านั้น แต่จริงๆแล้วเธอกลับรู้บางอย่างอยู่แก่ใจมากกว่า ริวเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนพูดขึ้นอีกครั้งถึงเื่ความคิดที่เก็บไว้ในใจมานาน
“ั้แ่วันนั้น…ผมก็รู้แล้วว่า การหายตัวไปของนักเรียน ไม่ใช่แค่ข่าวลือ”
ริวเงยหน้าขึ้นอีกครั้งด้วยแววตาแน่วแน่กว่าที่เคย“ถ้ามันเป็แค่ข่าวลือ แต่ข่าวลือที่ดังขนาดนี้… เป็ไปไม่ได้เลยครับที่ครูฝ่ายปกครองหรือผอ.จะไม่รู้ เว้นแต่ว่า…” เขาพูดพลางหันไปสบตากับอีกฝ่ายโดยตรงด้วยแววตาที่จริงจัง
แนนโน๊ะยกหนังสือขึ้นมาสูงกว่าเดิมเล็กน้อยปิดปากตัวเองไว้ ราวกับกำลังตั้งใจอ่านต่อ แต่ภายใต้ปกหนังสือนั้น มีรอยยิ้มบางๆซ่อนอยู่และเธอยังคงไม่ได้พูดแทรก ปล่อยให้ริวพูดต่อจนจบ
“ผมคิดว่า…ถ้ามีที่ไหนเก็บอะไรพวกนี้ไว้ก็น่าจะเป็ห้องเก็บเอกสารอีกครั้งครับ” ริวเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดต่อด้วยเสียงที่เบาลง“ผมอยากจะกลับไปดูอีก… แต่ครั้งนี้อยากให้คุณไปด้วยครับ”
เขาไม่ได้บอกเหตุผลทั้งหมดไม่ได้พูดตรงๆ เพราะกลัวว่า ไม่ได้พูดชื่อของยูริออกมา แต่แนนโน๊ะก็เข้าใจดี เธอลดหนังสือลงสบตากับริวอีกครั้ง
“ได้ค่ะ”
คำตอบนั้นมาอย่างเรียบง่ายไม่มีคำถามต่อ ริวพยักหน้าเบาๆ แม้ว่าในใจขจะอยากทำเื่นี้คนเดียว และไม่อยากบอกใครด้วยซ้ำแต่เพราะความจำเป็ ที่ยูริจะปรากฏตัวขึ้นอีกและไล่ฆ่าเขาอีก ซึ่ง่นี้ก็เป็ตอนเลิกเรียนอยู่ด้วยการที่มีแนนโน๊ะไปด้วย คงจะปลอดภัยจากยูริ มากกว่าการที่เขาไปคนเดียว
หลังจากบทสนทนาสุดท้ายจบลงความเงียบก็เข้ามาแทนที่มีเพียงเสียงพลิกหน้าหนังสือเบาๆ เมื่อเวลาค่อยๆผ่านไปฟ้าด้านนอกมืดลงโดยที่แทบไม่ทันรู้ตัว แสงอาทิตย์สุดท้ายเลือนหายเหลือเพียงไฟทางเดินชั้นล่างที่เปิดเป็ดวงๆ
อาคารเรียนทั้งโรงเรียนจมอยู่ในความมืดราวกับถูกปล่อยร้าง ต่างจากเมื่อ่เช้าไปอย่างสิ้นเชิง ริวมองนาฬิกาที่แขวนติดกับผนังของห้องสมุดแสดงเวลา 17:09 น. เมื่อเห็นแบบนั้นแล้วเขาจึงหันไปแนนโน๊ะแล้วพูดขึ้น
“นักเรียนคนอื่นๆน่าจะกลับกันหมดแล้วล่ะครับ”
แนนโน๊ะยิ้มบางๆก่อนจะลุกขึ้นยืน “ค่ะ ไปกันเถอะ”
ริวสะพายกระเป๋าขึ้นหลังแล้วทั้งสองก็เดิน ออกจากห้องสมุดอย่างระมัดระวังเสียงฝีเท้าก้องสะท้อนในโถงทางเดินว่างเปล่าเดินไปตามป้ายบอกทางนำพาพวกเขาไปยังอาคารสุดท้ายของโรงเรียน อาคารที่ชิดกับกำแพงด้านหลัง
เมื่อมาถึงห้องเก็บเอกสารริวก็ต้องชะงัก เพราะในห้องนั้นมีเ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยนั่งอยู่หลังโต๊ะ ไฟนีออนส่องลงบนใบหน้าที่ดูอ่อนล้า
“มีคนอยู่ใน…”ริวกระซิบ
แนนโน๊ะเหลือบมองก่อนจะยิ้มเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น “เขาเหมือนจะเป็แค่ รปภ. น่าจะไม่ได้มีปัญหาอะไรนะคะ”
ริวพยักหน้าตอบรับก่อนจะเดินเข้าไปเปิดประตู ลมเย็นจากเครื่องปรับอากาศในห้องตีเข้าหน้าพวกเขาอย่างจังแล้วเขาก็ก้าวเข้าห้องไป
“ขออนุญาตครับ”
เ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเงยหน้าขึ้น“มีอะไร”
“พอดีพวกเราอยากสอบถามเื่เอกสารกู้กยศ. น่ะค่ะ ครูฝ่ายธุรการบอกว่าอาจจะเก็บไว้ในนี้” แนนโน๊ะพูดเสริม
“อ๋อ…ลุงไม่แน่ใจนะเื่เอกสารในห้องนี้ ส่วนใหญ่เป็เอกสารเก่า เก็บมานานหลายปีแล้ว ไม่รู้เป็เอกสารอะไรบ้าง”
“ไม่เป็ไรครับผมแค่ลองหาดู”
แนนโน๊ะที่ยืนอยู่ข้างๆดวงตาของเธอมองไปรอบห้องอย่างไม่เร่งรีบ ราวกับกำลังจดจำตำแหน่งทุกอย่าง หลังจากคุยกันได้สักพักเ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยก็ถอนหายใจยาว
“เอ่อ…ลุงเริ่มหิวแล้วเดี๋ยวขอออกไปกินข้าวก่อนนะ เดี๋ยวก็กลับมา ถ้าออกไปก็ฝากปิดไฟให้ลุงด้วยนะ”
“ครับ”
หลังจากที่ประตูปิดลงและเสียงฝีเท้าของเ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคนนั้นจางหายไปตามทางเดิน ความเงียบก็ถาโถมเข้ามาทันทีริวหันไปมองแนนโน๊ะ แล้วพูดขึ้น
“ตอนนี้แหละครับเรามีเวลาไม่มาก”
แนนโน๊ะพยักเบาๆจากนั้นทั้งสองช่วยกันเปิดตู้เอกสารเก่าๆ ด้านในนั้นมีแฟ้มกระดาษจำนวนมากเรียงแน่นจนแทบไม่มีช่องว่างริวหยิบแฟ้มเอกสารหนึ่งออกมา แล้วดูที่ด้านหน้าแฟ้ม พบว่านั่นคือ แฟ้มการลาออกของนักเรียนในปีที่ผ่านมาไม่ใช่แค่หนึ่งฉบับ แต่เป็หลายสิบฉบับ
แม้ว่าริวจะรู้สึกแปลกใจที่ก่อนหน้าที่เขาก็เจอแฟ้มเอกสารการลาออกของปีนี้ไปแล้ว และคงมีแฟ้มแบบนี้ของทุกปีริวไม่ได้ใส่ใจนัก เขาเก็บแฟ้มนั้นยัดกลับเข้าไปที่เดิม แล้วเปลี่ยนไปค้นตู้ลิ้นชักข้างๆกันแต่เขากลับเปิดไม่ได้เพราะมันล็อคอยู่ เขาจึงวางมือ แล้วว่าจะไปหาตู้อื่น
แต่แนนโน๊ะที่หาเอกสารตามลิ้นชักอยู่เธอได้เปิดไปเจอลิ้นชักอันหนึ่ง ที่ด้านในมีกุญแจหลายดอกมัดติดให้เป็พวงเดียวกัน เมื่อเห็นแบบนั้นแล้วแนนโน๊ะจึงยื่นพวกกุญแจนั้นให้ริว
ริวใช้เวลาหาดอกที่เป็ของตู้นี้อยู่ครู่หนึ่งจนกระทั่งเสียง กริก... ดังลอดออกมาจากสลัก ริวคิอยๆดึงลิ้นชักออกมา ด้านในเต็มได้ด้วยเอกสารหมายแจ้งความที่ถูกส่งมาทั้งหมด ทั้งสองได้หยิบเอาแฟ้มเอกสารด้านในมาอ่าน ในหมายยังระบุถึงผู้ปกครองที่ทำการแจ้งความไปยังสถานีตำรวจเื่ลูกๆของพวกเขาที่หายไปหลังจากมาเรียนได้ไม่กี่วันที่โรงเรียนแห่งนี้
ริวหันไปสบตากับแนนโน๊ะเสียงของเขาสั่นเล็กน้อย “ถ้าตำรวจรู้เื่นี้แล้ว… ทะ…ทำไมไม่มีใครพูดถึงการสืบสวนเลยล่ะครับ”
แนนโน๊ะไม่ตอบในทันทีแต่ในแววตานั้น มีบางอย่างเริ่มตกผลึก ทันใดนั้นเสียงซุบซิบดังขึ้นจากด้านนอก ที่หลังโรงเรียนริวสะดุ้งขึ้นทันที เขารีบเก็บเอกสารทั้งหมดกลับเข้าตู้ จัดทุกอย่างให้ดูเหมือนไม่มีอะไรผิดปกติเพราะกลัวว่าจะมีคนมาเห็น
เมื่อจัดการทุกอย่างเสร็จแล้วทั้งสองค่อยๆย่องไปด้านข้างหน้าต่าง ฝีเท้าของทั้งสองเบาเฉียบจนแทบไม่ได้ยินเสียงก่อนจะค่อยชะโงกหน้าออกไปมองด้านนอกมืดสลัว ทว่ากลับมองเห็นเงาลางๆของนักเรียนกลุ่มหนึ่งกำลังแบกถุงสีดำหลายถุง เดินลัดไปยังป่าหลังโรงเรียน
ริวขมวดคิ้วก่อนจะหันไปหาคนที่อยู่ตรงข้าม แล้วพูดขึ้นด้วยเสียงที่เบาราวกับกระซิบ “พวกเขากำลังทำอะไรน่ะครับ…”
แต่แนนโน๊ะกลับยืนนิ่งสีหน้าของเธอต่างจากเมื่อครู่ สีหน้าแบบนั้น… ไม่ใช่สีหน้าของคนที่กำลังสงสัยแต่เป็สีหน้าของคนที่กำลังยืนยันบางอย่างในใจ
“แนนโน๊ะ…” เขาเรียกชื่อเธอเบาๆ
แต่ยังไม่ทันที่ริวจะถามอะไรเสียงฝีเท้าจากด้านทางเดินก็ดังขึ้น บ่งบอกว่ามีคนกำลังมาทางนี้ ทั้งสองถอยออกจากหน้าต่างทันทีทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่นานเ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคนเดิมเดินกลับเข้ามาพร้อมถุงอาหารในมือ
“ขอโทษทีนะลุงไปนานหน่อย”
ริวพยายามฝืนยิ้มแล้วตอบ “ไม่เป็ไรครับ พอดี… หาไม่เจอเหมือนกัน”
แนนโน๊ะพยักหน้าแล้วพูดเสริม “คงต้องไปถามครูวันหลังแล้วล่ะค่ะ”
เ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยพยักหน้าตอบแล้วเดินไปนั่งที่เก้าอย่างไม่ใส่ใจอะไร ก่อนที่ทั้งสองจะขอตัวออกจากห้องอย่างสุภาพ
เมื่อประตูปิดลงด้านหลังริวเหลือบมองแนนโน๊ะเล็กน้อย คำถามมากมายผุดขึ้นมาในหัว แต่เขาไม่กล้าถามออกมา ขณะที่ทั้งสองกำลังเดินไปยังทางออกไม่มีใครพูดอะไรต่อจากนั้น มีเพียงเสียงรองเท้ากระทบพื้นดังสม่ำเสมอไปตามทางเดินที่เงียบงันสายลมหนาวพัดผ่านเบาๆ ภายใต้แสงไฟนีออนจากเสาไฟของโรงเรียนที่คอยส่องทางให้ขณะที่ทั้งสองยังคงเดินเคียงข้างกันไป
จนกระทั่งถึงประตูทางออกของโรงเรียนริวผลักประตูออกไป อากาศยามค่ำคืน สายลมเย็นเฉียบพัดปะทะใบหน้า ทำให้เส้นผมสีดำพริ้วไสวเบาๆเขาก้าวออกไป ข้ามถนนไปยังอีกฝั่งหนึ่งตามความเคยชิน
แต่ก่อนจะเดินต่อบางอย่างทำให้เขาหยุด ริวหันกลับไปมอง แนนโน๊ะที่ยังยืนอยู่ด้านใน ภายใต้แสงไฟสีขาวของโถงทางเข้าเขาไม่รู้ว่าทำไมแนนโน๊ะถึงไม่เดินออกมา หรือเธอต้องรอใครมารับกลับบ้านหรือเปล่า
ณ หอพัก
แสงสีขาวจากเสาไฟข้างถนนทอดยาวลงมากระทบพื้นคอนกรีตที่แตกร้าวเป็เส้นๆอาคารห้องพักหลังหนึ่งตั้งตระหง่านอยู่ในความเงียบ สูงหลายชั้นผนังเก่าหม่นจนแทบกลืนไปกับความมืดของยามค่ำคืน ริวเดินเข้าไปด้านใน ประตูไม้อัดสีน้ำตาลเก่าๆส่งเสียงเอี๊ยดเบาๆเมื่อถูกผลักให้เปิด เขาก้าวไปแล้วเดินตรงไปยังบันไดขึ้นชันสองที่อยู่มุมอาคาร แล้วเดินขึ้นไป
เสียงฝีท้าวดัง กึก… กึก… เบาอย่างสม่ำเสมอ ริวเดินไปหยุดยัง ประตูห้องหมายเลข08 ซึ่งเป็ห้องของเขา แล้วไขกุญแจเข้าไปด้านใน ปิดประตูลงอย่างแ่เบา เขาเอื่อมมือไปกดเปิดไฟแต๊ก! ไฟในห้องสว่าวบขึ้น ภายห้องพักขนาดเล็กยังคงเหมือนเดิมเหมือนกับวันก่อนหน้าแม้โลกภายนอกจะค่อยๆ เปิดเผยบางอย่างที่ไม่ควรถูกเปิดออกมาก็ตาม
จากนั้น ริวเดินไปวางกระเป๋าลงบนโต๊ะตัวเล็กใกล้ผนังก่อนจะเดินเข้าไปในห้องน้ำ เสียงน้ำจากฝักบัวกระทบพื้นดังเบาๆ กลบความคิดที่วกวนอยู่ในหัวชั่วคราวเมื่ออาบเสร็จเขาเปลี่ยนเป็ชุดนอน เดินออกมา แล้วทิ้งตัวลงนอนหงายบนเตียงเสียงสปริงเก่าๆดังเบาๆใต้แผ่นหลัง เขามองไปยังเพดานสีขาวซีดอยู่เหนือศีรษะ แต่ภาพที่ฉายขึ้นมาในหัวกลับเป็เหตุการณ์ห้องเก็บเอกสาร
มีการแจ้งความเกิดขึ้น แต่กลับไม่มีใครพูดถึงความคืบหน้าของคดีเลย
ริวหลับตาลง นึกถึงภาพของเอกสารเ่าั้กระดาษสีขาว ที่ถูกพิมพ์ตัวอักษรพิมพ์เรียงเป็ระเบียบ แต่คำว่า นักเรียนหายปรากฏซ้ำแล้วซ้ำเล่า ในทุกบรรทัดของเอกสาร
เขาไม่รู้จริงเหรอครับ… ว่านักเรียนที่บอกว่าหาย จริงๆแล้วไม่ได้หายไปไหน หรือรู้…แต่เลือกจะทำเป็ไม่รู้
ลมหายใจของเขาแ่ลงเล็กน้อย ภาพนักเรียนกลุ่มหนึ่งกำลังแบกถุงสีดำหลายถุงเดินลัดไปยังป่าหลังโรงเรียน ความรู้สึกบางอย่างแล่นวูบผ่านอก ไม่ใช่ความแปลกใจ แต่เป็ความคุ้นเคยกับคดีที่ถูกแจ้ง ก็ไปได้ไม่เคยไปถึงไหน
หลักฐานที่มีกลับทำอะไรไม่ได้ ความเงียบที่ถูกใช้แทนคำตอบมันคล้ายกับเหตุการณ์หนึ่งที่เขาเคยเจอมา และยังฝังใจมาจนถึงทุกวันนี้
แสงจากนอกหน้าต่างส่องเข้ามาเป็เส้นบางๆพาดผ่านพื้นห้อง ริมฝีปากของริวเม้มแน่น ก่อนมุมปากข้างหนึ่งจะค่อยๆยกขึ้นเป็รอยยิ้มบางๆที่ไม่ถึงดวงตา เขาพลิกตัวนอนตะแคง หันหน้าเข้าหาผนัง
เหตุการณ์มันคุ้นๆจัง… ถ้าอย่างนั้น ผมก็คง… มาถูกทางแล้วสินะครับ
เมื่อคิดได้แบบนั้นแล้ว รอยยิ้มบางๆก็ปรากฏขึ้นที่มุมปากจากนั้นริวหลับตาลงนอน แต่ความคิดกลับยังไม่ได้นอนตามเขาไป