ความโหดร้ายของสมรภูมิ
“Martin Luther KingJr. พูดเอาไว้ว่า ถ้าคุณบินไม่ได้ก็วิ่ง ถ้าวิ่งไม่ได้ก็เดิน ถ้าเดินไม่ได้ก็คลานทำอย่างไรก็ได้ให้เคลื่อนไปข้างหน้า ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาเป็ใคร หน้าตาเป็ยังไงแต่คำพูดของเขาได้ส่งผมมาถึงจุดนี้”
ภายในเรือทหารทุกนายนอนทับเรียงกันบนพื้นไม้เก่า เงยหน้ารับแสงแดดอ่อนๆ ที่สาดส่องลงมาพวกเขาร้องเพลงปลุกขวัญอย่างพร้อมเพรียงเสียงสะท้อนของความเป็หนึ่งเดียวกันก้องไปทั่วลำน้ำ เมื่อเรือถึงฝั่งทหารทุกนายลงจากเรืออย่างเป็ระเบียบเรียบร้อย แถวเรียงยาวยืดไปตามชายหาดพวกเขาวิ่งเป็ระยะทาง 1 กิโลเมตรมุ่งหน้าไปที่วัด
เมื่อมาถึงทหารทุกนายยืนประณตน้อมไหว้ต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่วัดพวกเขาขอพรให้การฝึกครั้งนี้ผ่านพ้นไปได้อย่างราบรื่นและปลอดภัย หลังเสร็จพิธีทุกคนวิ่งกลับไปยังชายหาดอีกครั้ง ระยะทางอีก 1 กิโลเมตรเสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและก้องกังวานเป็จังหวะเดียวกันขณะที่แสงแดดในยามเช้ากำลังสาดส่องไปทั่วผืนน้ำ
ผมชื่อบอยผมมีความใฝ่ฝันที่จะเป็ทหาร เพื่อปกป้องชาติบ้านเมืองตอนนี้ผมกำลังอยู่ในการฝึกหน่วยรบพิเศษซึ่งเป็หน่วยที่มีหลักสูตรโหดที่สุดในกองทัพ
เมื่อทุกคนวิ่งมาถึงชายหาดครูฝึกสั่งให้ทุกนายลงไปในทะเล ให้เสื้อผ้าเปียกน้ำทะเลจนชุ่มจากนั้นตามด้วยคำสั่งให้นั่งลงตามเสียงนกหวีด เสียงนกหวีดยังไม่ทันจบดีครูฝึกก็สั่งให้ทุกคนวิ่งขึ้นไปยังลานกว้างเพื่อฝึกต่อ ไม่มีใครได้พักหายใจหายคอ
ท่าฝึกในวันนี้ก็แปลกประหลาดคล้ายกับการทดสอบความสามัคคี คนหนึ่งต้องกลับหัวห้อยลง ในขณะที่อีกคนจับขาไว้แน่นส่วนคนที่ห้อยหัวก็ต้องจับขาคนที่จับตนไว้ โดยห้ามปล่อยมือผมกับคู่ฝึกของผมพยายามเต็มที่ แต่ท้ายที่สุดเราก็ล้มลง ครูฝึกไม่ปล่อยให้เราพักเขาสั่งให้เรากลิ้งไปจนถึงจุดหมายด้วยการตีลังกา ทุกคนต่างก็ทำกันเช่นนี้โดยไม่มีข้อยกเว้น
ตลอดทั้งวันเต็มไปด้วยการฝึกหนักจนบางคนแทบจะหมดสติหลายคนทนไม่ไหวจนต้องถอนตัวออกจากการฝึก เมื่อพระอาทิตย์ใกล้ลับขอบฟ้าการฝึกยังไม่จบ ครูฝึกสั่งให้ทุกคนวิ่งขึ้นูเาไปยังยอดเขาและทำการปักธงให้สูงที่สุด ทุกคนต้องช่วยกัน ตัวหนึ่งเหยียบอีกตัวหนึ่งเพื่อให้คนที่ถือธงปีนขึ้นไปได้สำเร็จธงซึ่งเป็สัญลักษณ์ของรุ่นถูกปักขึ้นสู่จุดสูงสุด พร้อมกับเสียงะโ"ฮูย่า!"
แต่ถึงกระนั้นน่าเสียดายที่มีบางคนต้องถอนตัวไป แม้เพียงการฝึกนี้เพิ่งจะเริ่มต้น
เมื่อถึงการฝึกครั้งใหม่ครูฝึกสั่งให้พวกเราแบกสัมภาระหนักๆ วิ่งเป็ระยะทางประมาณ 5กิโลเมตร โดยมีเวลาจำกัดไม่เกิน 30 นาทีเสร็จแล้ว เราได้พักเพียงแค่ไม่นาน จากนั้นตามด้วยการฝึกข้ามสิ่งกีดขวาง ปีนบันไดลอดใต้ลวดหนาม และฝึกว่ายน้ำเป็ระยะทาง 2 กิโลเมตรเมื่อจบการว่ายน้ำ ทุกคนต้องแบกเรือยางลงทะเลและพายไปจนถึง่ดึก
วันต่อมาการฝึกเข้มข้นขึ้นอีกขั้น ครูฝึกให้พวกเราแบกไม้ซุงหนักๆ แล้วเดินไปเป็ระยะทางไกลการฝึกนี้ไม่ใช่แค่การทดสอบความแข็งแกร่งของร่างกายเท่านั้นแต่ยังทดสอบจิตใจอย่างถึงขีดสุด บางคนเหนื่อยจนแทบขาดใจและพากันถอนตัวออกจากการฝึก จากทหาร 60 นายเหลือเพียง 30 นาย
แต่สิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าคือสิ่งที่รออยู่ข้างหน้านี่เป็เพียงการฝึกเบื้องต้นเท่านั้น ของจริงคือ "สัปดาห์นรก"ซึ่งกินเวลาประมาณ 6 สัปดาห์ หรือ 120ชั่วโมง ที่ไม่มีการหยุดพักการฝึกจะดำเนินต่อเนื่องโดยไม่ให้เวลานอนแม้แต่น้อยการทดสอบทั้งร่างกายและจิตใจจะถึงขีดสุดไม่ว่าจะเป็การแช่ตัวในน้ำแข็งที่เย็นจัดจนทนแทบไม่ไหวหรือการแบกเรือยางขึ้นูเาและต้องอยู่กับมันไปจนถึงรุ่งเช้า
นี่คือบททดสอบที่ไม่เพียงแต่้าความแข็งแรงทางกายแต่ยัง้าจิตใจที่ไม่ยอมแพ้
สัปดาห์นรกหรือที่เรียกกันอย่างเป็ทางการว่า "Hell Week" เป็การฝึกที่โหดที่สุดในชีวิตของพวกเราไม่มีใครสามารถเตรียมตัวรับมือกับมันได้อย่างแท้จริงแม้ว่าจะรู้ล่วงหน้าว่ามันโหดขนาดไหน แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับมันจริงๆกลับทำให้ทุกคนรู้สึกได้ถึงความแตกต่างอย่างมหาศาล
ทุกอย่างเริ่มต้นขึ้นตอนเที่ยงคืนครูฝึกปลุกพวกเราให้ตื่นขึ้นจากการหลับใหลน้อยนิดเสียงนกหวีดดังขึ้นพร้อมคำสั่งให้ลุกขึ้นมาทันทีเราถูกสั่งให้เริ่มการฝึกทันทีโดยไม่มีคำอธิบายใดๆเสียงสั่งการเฉียบขาดทำให้ทุกคนรีบวิ่งไปที่จุดรวมพล เพียงไม่กี่นาทีหลังจากนั้นพวกเราก็ต้องแบกเรือยางขึ้นบนบ่า วิ่งข้ามเนินทรายและลุยน้ำทะเลที่หนาวเหน็บ
วันแรกของสัปดาห์นรกคือการทดสอบร่างกายอย่างแท้จริง เราถูกสั่งให้แบกเรือยางหนักๆเดินขึ้นลงชายหาด ข้ามเนินทรายซ้ำแล้วซ้ำเล่า หลายคนเริ่มหมดแรงแต่ยังไม่มีใครกล้าหยุด เพราะการหยุดหมายถึงการถอนตัวจากการฝึก หลายชั่วโมงผ่านไปครูฝึกยังคงสั่งให้พวกเราวิ่ง ข้ามสิ่งกีดขวาง ลอดลวดหนามและแบกเรือขึ้นลงเนินทรายโดยไม่มีการหยุดพัก
วันที่สองความอ่อนล้าทำให้ทุกอย่างดูเลือนลาง หลายคนเริ่มเดินเซมือไม้ชาวางไม่ถูกจากความเหนื่อยล้าและการขาดน้ำ หลายคนหมดแรงจนต้องพยุงกันไปการแช่ตัวในน้ำทะเลเย็นเยือกยิ่งทำให้การฝึกหนักขึ้นเมื่อเราถูกสั่งให้อยู่ในน้ำทะเลที่เย็นจัดเป็เวลาหลายชั่วโมงร่างกายสั่นสะท้านจากความหนาว แต่ไม่มีใครกล้าพูดหรือบ่นครูฝึกยังคงผลักดันพวกเราไปสู่ขีดจำกัด
วันที่สามการฝึกต่อเนื่องจนร่างกายไม่สามารถแยกแยะความเหนื่อยล้าและความเ็ปได้อีกต่อไปเราต้องปีนขึ้นลงูเาพร้อมกับแบกไม้ซุงหนักๆ การฝึกไม่ได้มีเพียงการทดสอบกำลังแต่ยังทดสอบความอดทนของจิตใจเสียงนกหวีดดังก้องเมื่อครูฝึกสั่งให้วิ่งกลับไปกลับมาบนเส้นทางที่ยากลำบากแต่ไม่มีใครยอมแพ้แม้กระทั่งคนที่ล้มลง หลายคนยังคงพยายามพยุงตัวเองขึ้นมาแม้ว่าเท้าจะเต็มไปด้วยาแและเื
วันที่สี่สภาพจิตใจเริ่มแตกหัก หลายคนเริ่มมีอาการหลอนจากการอดนอน และการฝึกที่ไม่หยุดพักทุกคนต้องแบกเรือยางและเดินลุยน้ำเป็ระยะทางหลายกิโลเมตรจนถึงจุดที่ไม่มีใครจำได้ว่าเดินมากี่รอบแล้วเราถูกสั่งให้แช่ตัวในน้ำเย็นจัดอีกครั้ง ครูฝึกกดดันพวกเราด้วยเสียงะโและคำสั่งที่ดูเหมือนไม่มีที่สิ้นสุด
วันที่ห้าและหกเป็วันที่เรียกได้ว่าเป็จุดแตกหักสำหรับหลายคนเราถูกสั่งให้แบกไม้ซุงขนาดใหญ่เดินขึ้นลงูเาโดยไม่ให้พัก มีบางคนที่หมดแรงล้มลงและตัดสินใจถอนตัวไปในที่สุด ความเหนื่อยล้าถึงขีดสุดจนบางคนแทบไม่สามารถยืนได้อีก แต่พวกเรายังคงถูกสั่งให้ฝึกต่อเนื่องไป ไม่มีเวลาให้หยุดพักไม่มีโอกาสให้ได้นอน
ในที่สุด วันที่เจ็ดเมื่อสัปดาห์นรกใกล้สิ้นสุดครูฝึกสั่งให้พวกเราปีนขึ้นยอดเขาสูงสุดอีกครั้งพร้อมกับเรือยางบนบ่าเมื่อทุกคนรวมพลังกันจนธงถูกปักขึ้นบนยอดเขา เสียงคำราม "ฮูย่า!"ดังลั่นไปทั่ว เหลือเพียงทหารเพียง 20 นายเท่านั้นจากทั้งหมด60 นาย ที่สามารถยืนหยัดผ่านการฝึกได้สำเร็จความเหนื่อยล้าที่เคยท่วมท้นกลับถูกแทนที่ด้วยความภาคภูมิใจ
หลังจากที่บอยผ่านการฝึกหน่วยรบพิเศษอันโหดร้ายมาได้สำเร็จเขาตื่นขึ้นมาในห้องนอนที่แสนสงบ ร่างกายยังคงรู้สึกเมื่อยล้าจากการฝึกหนักแต่หัวใจของเขารู้สึกโล่งใจและเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ เมื่อเขาหันไปมองข้างกายแฟนของเขา ปราง กำลังนอนหลับอย่างสงบอยู่ข้างๆ แสงแดดอ่อนๆสาดส่องผ่านหน้าต่างเข้ามา เผยให้เห็นใบหน้าที่ดูอ่อนโยนของเธอ
ปรางขยับตัวเล็กน้อยก่อนจะลืมตาขึ้นมา“ตื่นแล้วเหรอที่รัก” เธอพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ขณะที่ยังคงนอนข้างบอย
บอยยิ้มตอบรู้สึกอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก “ตื่นแล้ว... ตื่นมาเจอคุณทุกเช้าแบบนี้ผมว่ามันดีที่สุดเลย”
ปรางยิ้มบางๆก่อนจะขยับตัวเข้ามาใกล้ “ผ่านการฝึกหนักขนาดนั้นมา ยังมีแรงมาพูดหวานได้อีกเหรอ”
บอยหัวเราะเบาๆ“แค่ได้เห็นหน้าคุณ ก็ทำให้ผมรู้สึกว่าผ่านอะไรมาก็ไม่สำคัญเลย”
ปรางยิ้มอย่างมีความสุขและจับมือบอยไว้“ฉันรู้ว่ามันไม่ง่ายเลยที่ผ่านมาน่ะ ฉันก็ภูมิใจในตัวคุณมาก”
เช้านั้นบอยและปรางนั่งทานมื้อเช้าด้วยกัน บรรยากาศดูสงบแต่เสียงข่าวจากโทรทัศน์เริ่มก่อให้เกิดความตึงเครียด
“กลุ่มก่อการร้ายBIRD ROCK จากกลุ่มเล็กๆในเมืองไชยาเริ่มออกยึดจังหวัดต่างๆ ในภาคใต้ของไทย มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก...”
ปรางขมวดคิ้วและพูดด้วยน้ำเสียงกังวล“ทำไมพวกเขาต้องทำอะไรแบบนั้นด้วยนะ...”
บอยมองออกไปนอกหน้าต่างความรู้สึกที่หนักอึ้งเข้ามาในใจ “า... เริ่มขึ้นแล้วสินะ”
ทันใดนั้นเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น บอยหยิบโทรศัพท์ขึ้นมารับ หลังจากฟังไม่กี่คำเขาวางสายและหันมาหาปรางด้วยสีหน้าจริงจัง
ปรางมองเขาด้วยความกังวล“มีอะไรเหรอ”
บอย “ผมถูกเรียกตัวไปนะ”
ปราง“ฉันไม่อยากให้คุณไปเลย... ที่นั่นมันดูอันตราย”
บอยจับมือปรางเบาๆพร้อมรอยยิ้มอบอุ่น “ที่รัก นี่คืองานของผมนะผมต้องทำหน้าที่ปกป้องประเทศชาติบ้านเมือง และที่สำคัญ ผมต้องปกป้องคุณด้วยไง”
ปรางถอนหายใจ“ยังจะพูดหวานอีก ฉันเป็ห่วงนะ”
บอยยิ้มอย่างมั่นใจ“ผมไม่เป็อะไรหรอกน่า ผมสัญญาว่าจะกลับมาหาคุณ”
ปรางมองเขาด้วยความหวัง“สัญญานะ ว่าต้องกลับมา”
บอยยิ้มและมองตาเธออย่างจริงจัง“สัญญา... แต่คุณต้องสัญญาได้ไหม ถ้าผมกลับมา เราจะแต่งงานกัน”
ปรางยิ้มออกมาเล็กน้อยแม้จะยังมีความกังวลอยู่ในใจ “สัญญา... ฉันรอคุณอยู่”
เมื่อบอยไปถึงค่ายหน่วยรบพิเศษของเขาถูกเรียกประชุมทันทีบอยและเพื่อนร่วมทีมอีกสามคนได้รับคำสั่งสำคัญจากผู้บังคับบัญชาการประชุมเงียบสงัดเต็มไปด้วยความตึงเครียด
“ภารกิจนี้สำคัญมากพวกคุณถูกมอบหมายให้จัดตั้งทีมไปลอบสังหารหัวหน้ากลุ่มก่อการร้าย BIRDROCK” ผู้บังคับบัญชากล่าวพร้อมกับฉายภาพของชายผู้เป็เป้าหมายขึ้นบนหน้าจอ“คนที่เรียกตัวเองว่า BIRD ROCK... หน่วยข่าวกรองคาดว่าเขายังอยู่ในเมืองไชยาขณะที่ลูกน้องของเขาถูกส่งไปยึดจังหวัดอื่นนี่อาจเป็โอกาสที่ดีที่สุดในการจัดการกับเขา”
บอยมองหน้าเพื่อนร่วมทีมทั้งสามด้วยความเข้าใจโดยไม่ต้องพูดอะไรพวกเขาต่างรู้ว่านี่ไม่ใช่ภารกิจธรรมดาการลอบสังหารหัวหน้ากลุ่มก่อการร้ายที่ครองเมืองอยู่ไม่ใช่เื่ง่ายแต่ก็เป็หน้าที่ของพวกเขาที่จะทำให้สำเร็จ
“ถ้าเราสามารถกำจัดเขาได้กลุ่ม BIRD ROCK จะสูญเสียแกนหลักทันที”ผู้บังคับบัญชาย้ำเตือน
บอยพยักหน้าเขารู้ว่านี่คือจังหวะสำคัญที่จะเปลี่ยนสถานการณ์ในภาคใต้ของประเทศไทยและยังเป็โอกาสที่เขาจะทำหน้าที่ในการปกป้องชาติบ้านเมืองตามที่ได้สัญญาไว้กับปราง
ทีมของบอยประกอบด้วยเพื่อนร่วมทีมสามคน
มาสหน่วยสอดแนมที่มีความสามารถในการเฝ้าระวังและตรวจจับความเคลื่อนไหวเขามีสายตาเฉียบคมและความแม่นยำในการวางกับดักอย่างยอดเยี่ยมทำให้มาสเป็บุคคลสำคัญในการนำทางผ่านป่าหนาทึบและดงศัตรูโดยไม่ถูกจับได้
จอนพลแม่นปืนที่มีฝีมือยอดเยี่ยมในด้านการยิงระยะไกลเขาเป็ผู้ที่สามารถวางเป้าหมายได้อย่างแม่นยำในระยะที่ทหารธรรมดาทำไม่ได้เสียงปืนไรเฟิลของจอนคือสิ่งสุดท้ายที่ศัตรูได้ยินก่อนที่ทุกอย่างจะเงียบงัน
กันผู้เชี่ยวชาญด้านอาวุธหนักและการะเิเขามีทักษะในการจัดการอาวุธทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็ะเิหรือปืนกลหนักเขาเป็คนที่รับผิดชอบการจัดเตรียมแผนการโจมตีและจัดการศัตรูในสถานการณ์ที่ต้องใช้ความรุนแรง
เฮลิคอปเตอร์โฉบลงมาใกล้กับจุดเป้าหมายเสียงใบพัดดังแข่งกับเสียงลมพัดแรง พวกเราทั้งสี่คนเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อมก่อนที่เฮลิคอปเตอร์จะลดระดับลงสู่ป่าเราถูกหย่อนตัวลงสู่พื้นที่เงียบสงบแต่เต็มไปด้วยความอันตรายท่ามกลางเงามืดของต้นไม้ใหญ่ เราแต่ละคนเข้าประจำตำแหน่งอย่างรวดเร็วและระมัดระวังบอยรู้ดีว่านี่เป็ภารกิจที่ไม่มีโอกาสล้มเหลว
“ภารกิจนี้ต้องเร็วและเงียบที่สุด”บอยกระซิบก่อนที่ทุกคนจะเริ่มเคลื่อนตัวเข้าสู่ใจกลางป่ามุ่งหน้าไปยังเมืองไชยา
มาสหยิบกล้องสอดแนมขึ้นมาและส่องผ่านป่าทึบไปยังพื้นที่เป้าหมายใบหน้าเขามีสมาธิแน่วแน่ ขณะที่เลนส์กล้องจับภาพรอบๆ หมู่บ้านเล็กๆที่ถูกซ่อนอยู่ในมุมหนึ่งของเมืองไชยา
"ฉันเห็นแค่ชาวบ้านเท่านั้น"มาสรายงานเสียงเบา ผ่านวิทยุสื่อสารให้บอยและทีมทราบสายตาของเขายังคงจับจ้องอยู่ที่หมู่บ้าน ชาวบ้านบางคนเดินเข้าออกอย่างปกติไม่มีสิ่งบอกใบ้ว่าจะมีการเคลื่อนไหวของกองกำลังติดอาวุธหรือกลุ่ม BIRDROCK ในบริเวณนี้
บอยหยุดชั่วครู่เพื่อพิจารณา"มันเงียบเกินไป... มีอะไรบางอย่างผิดปกติ" เขาพูดขึ้นพร้อมกับส่งสัญญาณให้ทีมเข้าประจำที่เพื่อเฝ้าระวัง
จอนที่อยู่ข้างๆพยักหน้า "บางทีพวกมันอาจจะใช้ชาวบ้านเป็โล่ป้องกันตัว หรือซ่อนตัวอยู่ใกล้ๆนี้"
บอยมองไปรอบๆแล้วกระซิบกับทีม "เราต้องระวังทุกฝีก้าว ถ้ามันเป็กับดักเราต้องพร้อม"
ทีมทั้งสี่ค่อยๆเคลื่อนตัวเข้าหมู่บ้านด้วยความระมัดระวัง ท่ามกลางความเงียบที่ดูสงบแต่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน
ทีมของบอยทำงานกันอย่างเป็ระบบทุกคนมีบทบาทที่ชัดเจนและรู้หน้าที่ของตัวเองมาสเป็คนสอดแนมทางและคอยรายงานความเคลื่อนไหว จอนรับผิดชอบป้องกันหลังขณะที่กันดูแลเื่อาวุธหนัก ทั้งทีมค่อยๆ ลอบเข้าไปยังที่ที่คาดว่า BIRDROCK จะอยู่ ซึ่งเป็บ้านเก่าๆ ในหมู่บ้านเล็กๆ แห่งนี้
ชาวบ้านที่พวกเขาพบระหว่างทางมองพวกเขาด้วยใบหน้าที่นิ่งและเงียบไม่มีใครพูดอะไรหรือแสดงความสงสัย พวกเขาเดินผ่านไปโดยที่ชาวบ้านไม่ขัดขวางแต่บอยรู้สึกถึงความผิดปกติและความเงียบที่ไม่สบายใจ
เมื่อพวกเขามาถึงหน้าประตูบ้านที่คาดว่าเป็ที่ซ่อนของBIRDROCK บอยไม่รอช้า เขาถีบประตูออกอย่างแรง ประตูเปิดออกทันทีพร้อมกันนั้นเขาโยนะเิแสงเข้าไปในห้องเสียงะเิดังสนั่นแสงวาบเจิดจ้าทำให้ทุกคนในบ้านตาพร่ามัว
บอยและทีมไม่รอให้ศัตรูตั้งตัวพวกเขารุกเข้าทันที ปืนในมือของทุกคนยิงใส่ทุกคนที่ถืออาวุธอยู่โดยไม่ลังเลเสียงปืนดังลั่นไปทั่วห้อง กลิ่นดินปืนคละคลุ้งในอากาศพวกเขาเคลียร์ทุกมุมของบ้านอย่างรวดเร็วและแม่นยำ
แต่เมื่อทุกอย่างสงบลงทีมของบอยกลับไม่พบ BIRD ROCK ในห้องเลยพวกเขาค้นทุกพื้นที่ ทุกซอกมุม ทุกห้องแต่เป้าหมายที่พวกเขาตามหากลับหายไปอย่างไร้ร่องรอย
"ไม่เจอเป้าหมาย"มาสรายงานเสียงเข้มผ่านวิทยุ
บอยมองไปรอบๆอย่างกังวล "เราพลาดอะไรบางอย่างแน่"
บอยกดวิทยุสื่อสารทันที“เรียกผู้บัญชาการ ไม่พบเป้าหมาย ไม่พบ BIRD ROCK”
วิทยุมีเสียงตอบกลับมา“แจ้งข่าวกรอง พึ่งรายงานใหม่ BIRD ROCK อยู่ที่สงขลา”
บอยใและแสดงความไม่พอใจ“หา อะไรนะ นั่นมันคนละจังหวัดเลยนะ แล้วส่งพวกเรามาทำบ้าอะไรที่นี่”
เสียงวิทยุตอบกลับมา“เราจะส่งเฮลิคอปเตอร์ไปรับเดี๋ยวนี้ ทราบแล้วเปลี่ยน”
บอยถอนหายใจ“ทราบแล้ว” ขณะที่กำลังจะเก็บวิทยุ มาสก็พูดขึ้นมา “ฉันว่ามันดูแปลกๆ นะ”
บอยหันไปดูรอบๆและเห็นชาวบ้านเริ่มมาจอดรถหน้าบ้านหลายคัน ทุกคนเริ่มมีท่าทางไม่เป็มิตรชาวบ้านบางคนหยิบอาวุธปืนขึ้นมา แล้วทันใดนั้นเสียงปืนก็กราดเข้ามาใส่ทีมของบอย
กันะโด้วยความงุนงง“พวกชาวบ้านจะยิงเราทำไมกัน”
บอยพยายามหาที่กำบัง“ฉันว่าเริ่มแปลกๆ แล้ว พวกนี้ไม่ใช่ชาวบ้านธรรมดา”
มาสมองไปทั่วพื้นที่“พวกเราพลาดแล้วที่มาที่นี่ อย่างที่คิดเลย ที่นี่ไม่มีหรอกชาวบ้านเพราะชาวบ้านทุกคนคือกลุ่มก่อการร้าย BIRD ROCK”
บอยพึมพำ“พวกเขาจะทำแบบนั้นทำไม”
มาสสรุปอย่างรวดเร็ว“ไม่รู้สิ แต่ลองคิดดู กลุ่มก่อการเล็กที่จู่ๆ ก็เริ่มขยายอาณาเขตและยึดจังหวัดแสดงว่า BIRDROCK ต้องมีอุดมการณ์บางอย่างที่ดึงดูดชาวบ้านให้เข้าร่วมกับมันจนกลายเป็กลุ่มก่อการร้ายที่เติบโตอย่างรวดเร็ว”
จอนหันปืนไปที่ศัตรูพร้อมพูดอย่างมั่นใจ“งั้นขอไม่เกรงใจละนะ” แล้วเขาเริ่มกราดยิงใส่กลุ่มศัตรู
บอยและทีมช่วยกันยิงตอบโต้ศัตรูจำนวนมากถูกจัดการลง แต่พวกเขายังต้องต่อสู้อย่างดุเดือดจนกว่าศัตรูจะหมดสิ้นในที่สุด ทุกคนก็เริ่มถอยออกจากบ้าน พวกเขารู้ดีว่าที่นี่ไม่ปลอดภัยอีกต่อไป
ขณะที่เฮลิคอปเตอร์บินเข้ามาใกล้จุดที่ทีมของบอยซ่อนตัวเสียงใบพัดดังขึ้นก้องท่ามกลางความเงียบสงบในป่าทุกคนเริ่มเตรียมตัวที่จะขึ้นเฮลิคอปเตอร์เพื่อถอนตัวออกจากพื้นที่ บอย มาส จอนและกันต่างรู้สึกโล่งใจที่การเสริมกำลังมาถึงในเวลาที่เหมาะสม
แต่ทันใดนั้นเสียงหวีดแหลมแทรกผ่านอากาศ “ฟิ้ววว” ะุ RPG พุ่งตรงเข้ามาจากระยะไกลมุ่งหน้าไปยังเฮลิคอปเตอร์ที่กำลังจะลงจอด
“ระวัง!!”บอยะโออกมาด้วยสัญชาตญาณ
ไม่ทันที่เฮลิคอปเตอร์จะลงถึงพื้นะุ RPGพุ่งเข้าชนเฮลิคอปเตอร์อย่างแม่นยำ เสียงะเิดังสนั่นสะเก็ดไฟกระจายไปทั่วทั้งบริเวณ ท้องฟ้าสว่างวาบจากเปลวเพลิงเฮลิคอปเตอร์ถูกทำลายเป็ชิ้นๆ ทันที ซากเหล็กและใบพัดกระจายไปทั่วบริเวณพร้อมกับควันที่พวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า
ทีมของบอยมองภาพตรงหน้าด้วยความใแต่ไม่มีเวลาให้ลังเล ทุกคนรู้ว่าตอนนี้การหนีออกจากพื้นที่นั้นยากยิ่งกว่าเดิมศัตรูรู้แล้วว่าพวกเขาอยู่ที่นี่ และการล้อมกรอบกำลังเข้ามาใกล้
บอยรีบสั่งการ “ทุกคนหาที่กำบัง!เตรียมพร้อมรับมือ พวกเราต้องหาทางออกจากที่นี่โดยเร็วที่สุด!”
ทีมทั้งหมดกระจัดกระจายหาที่หลบภัยปืนในมือถูกจับแน่น
บอยกดปุ่มวิทยุด้วยเสียงหนักใจ“เฮลิคอปเตอร์ถูกยิงด้วย RPG เราเสียพวกเขาไปแล้ว”
เสียงเงียบไปครู่หนึ่งก่อนที่เสียงตอบกลับจากศูนย์บัญชาการจะดังขึ้นด้วยความเร่งด่วน“พวกคุณต้องหนีแล้ว หนีขึ้นเหนือมาโดยด่วน”
บอยหันไปมองเพื่อนร่วมทีมทั้งมาส จอน และกัน ทุกคนเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าแต่สถานการณ์ไม่อนุญาตให้พวกเขาหยุด พวกเขารู้ดีว่าศัตรูกำลังปิดล้อมเข้ามาและเส้นทางเดียวที่เหลืออยู่คือต้องหนีขึ้นเหนือให้เร็วที่สุด
“พวกเราต้องไปเดี๋ยวนี้”บอยบอกกับทุกคนด้วยความมุ่งมั่น
มาสสอดแนมดูทิศทางและพยักหน้า“ทางเหนือน่าจะมีเส้นทางออก แต่เราต้องเร็ว ก่อนที่พวกมันจะตามมาทัน”
จอนถือปืนพร้อมและเตรียมบุกออกไปทันที“พร้อมเมื่อไหร่ก็ลุยเลย ฉันไม่รอให้พวกมันตามมาแน่”
กันยืนยันแผนพร้อมกับอาวุธหนักในมือ“พวกเราจะฝ่าออกไปได้ ผมมั่นใจ”
กลุ่มก่อการร้ายBIRDROCK เริ่มแห่เข้ามาจากทุกทิศทุกทางเสียงฝีเท้าดังก้องท่ามกลางป่าทึบพวกมันพากันล้อมเข้ามาอย่างรวดเร็วเหมือนกับพายุที่พร้อมจะทำลายทุกอย่างบอยมองเห็นศัตรูจำนวนมหาศาลเข้ามาใกล้ด้วยความรวดเร็ว
“วิ่งวิ่งเดี๋ยวนี้” บอยะโสั่งเพื่อนร่วมทีม ทุกคนกระโจนออกไป วิ่งฝ่าป่าโดยไม่ลังเลสภาพที่เคยสงบกลับกลายเป็สนามรบชั่วพริบตา
มาสถือปืนพร้อมกับยิงไปข้างหลังขณะที่วิ่งพร้อมกับบอย “พวกมันมาเยอะมาก”
เสียงปืนดังสนั่นตลอดเส้นทางจอนที่วิ่งนำหน้ากราดยิงใส่ศัตรูที่เข้ามาใกล้โดยไม่ลดละ ทุกครั้งที่เขายิงเสียงศัตรูล้มลงกระแทกพื้นดังตามมา แต่พวกมันยังคงไม่หยุด
“อย่าหยุดวิ่ง”บอยะโ ทุกคนพยายามวิ่งฝ่าดงะุ ขณะที่กันใช้ปืนกลหนักยิงปะทะศัตรูที่ตามมาเสียงปืนดังต่อเนื่อง ร่างศัตรูหลายคนล้มลงไปกับพื้นแต่ยังมีอีกมากที่วิ่งตามมาอย่างไม่หยุดยั้ง
“พวกเราต้องฝ่าออกไปให้ได้!”จอนะโขณะที่ะุพุ่งผ่านไปทุกทิศทาง
พวกเขาวิ่งผ่านป่าอย่างรวดเร็ววิ่งยิง วิ่งต่อไม่หยุด มาสคอยสอดแนมและรายงานทิศทางที่ปลอดภัยทุกคนรู้ดีว่านี่เป็การแข่งกับเวลา ถ้าหยุดแม้แต่เสี้ยววินาทีเดียวอาจจะหมายถึงจุดจบของพวกเขา
บอยหันกลับไปยิงใส่ศัตรูที่ไล่ตามมาอย่างไม่ลดละ“อย่าหยุดวิ่ง ถ้าพวกมันตามทัน เราไม่รอดแน่!”
เสียงปืนยิงสนั่นตลอดทางทุกคนช่วยกันยิงไปข้างหลังและวิ่งต่อสภาพร่างกายของทุกคนเริ่มอ่อนล้าจากการต่อสู้และการวิ่ง แต่ไม่มีใครยอมแพ้พวกเขายังคงวิ่งต่อไป ข้ามสิ่งกีดขวาง ฝ่าป่าทึบ ยิงตอบโต้ศัตรูอย่างไม่มีสิ้นสุด
เมื่อฟ้าเริ่มมืดลงทีมของบอยพยายามหาที่ซ่อนในป่าทึบเพื่อพักผ่อนหลังจากการต่อสู้อย่างหนักหน่วงตลอดทั้งวันมาสอาสาเป็ผู้สังเกตการณ์เฝ้าระวังให้ทุกคนได้พักผ่อน เขานั่งมองไปยังความมืดรอบๆพร้อมกับตั้งใจฟังเสียงรอบข้างที่อาจบอกใบ้ถึงการเคลื่อนไหวของศัตรู
ทุกอย่างดูเหมือนจะสงบแต่ความเหนื่อยล้าจากการต่อสู้ทำให้มาสเผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว จู่ๆเสียงใบไม้ที่ถูกเหยียบย่ำก็ดังขึ้นในความเงียบ ทำให้มาสสะดุ้งตื่น เขาหันไปมองและพบว่ามีศัตรูคนหนึ่งอยู่ใกล้มากแล้ว
มาสพยายามซ่อนตัวเงียบๆขณะที่ผู้ก่อการร้ายคนนั้นเข้ามาใกล้เข้าเรื่อยๆ หัวใจของเขาเต้นรัว ไม่มีทางเลือกมาสจึงหยิบมีดออกมาและพุ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วเขาแทงศัตรูอย่างแม่นยำและเงียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ ศัตรูคนนั้นล้มลงไร้เสียงแต่ก่อนที่มาสจะผ่อนคลาย อีกคนที่อยู่ใกล้ๆ เห็นการกระทำของเขา
มาสไม่มีทางเลือกเขารีบหยิบปืนและยิงใส่ศัตรูคนนั้นเสียงปืนดังสนั่นในความเงียบทำให้ทุกคนในทีมสดุ้งตื่นขึ้นทันที
บอยลุกขึ้นพร้อมปืนในมือ“เกิดอะไรขึ้น”
มาสะโ“พวกมันมาแล้ว”
เสียงฝีเท้าหนักของกลุ่มก่อการร้ายBIRDROCK เริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ พวกมันตามมาจากเสียงปืนที่ดังขึ้นทีมของบอยไม่มีทางเลือกพวกเขาต้องเตรียมตัวรับมือกับศัตรูที่กำลังแห่กันเข้ามาจากทุกทิศทาง
เสียงปืนดังสนั่นไปทั่วทั้งป่าการปะทะกันเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว พวกผู้ก่อการร้าย BIRD ROCK แห่กันเข้ามาจากทุกทิศทุกทาง บอยและทีมไม่มีเวลาคิดอะไรนอกจากต้องรีบหนีพวกเขาตัดสินใจวิ่งขึ้นเหนือไปตามที่ศูนย์บัญชาการบอกไว้แม้ะุจะพุ่งผ่านไปทุกทิศทาง แต่ทุกคนต้องหนีเพื่อความอยู่รอด
ขณะที่เริ่มวิ่งออกไปมาสที่วิ่งอยู่ข้างบอยกลับถูกยิงเข้าที่ศีรษะ ะุเจาะผ่านไปทันทีเสียงล้มกระแทกพื้นของเขาทำให้ทีมชะงักบอยหันไปเห็นเพื่อนรักของเขาล้มลงกับพื้นโดยไม่มีโอกาสได้ลุกขึ้นอีก
“มาส!!”บอยะโออกมาด้วยความเ็ป แต่ไม่มีเวลาให้เศร้าเสียใจเขารู้ว่าต้องวิ่งต่อไปเพื่อความอยู่รอด
ทันใดนั้นะุอีกนัดพุ่งเข้ามา บอยถูกยิงเข้าที่แขนซ้าย ความเจ็บแปลบแล่นไปทั่วร่างแต่เขากัดฟันอดทน พลางวิ่งต่อด้วยความมุ่งมั่น แม้เืจะไหลออกจากแผลที่แขนแต่การหยุดไม่ใช่ทางเลือก
“พวกเราต้องไปต่อ!อย่าหยุด!” บอยสั่งเสียงดังให้ทุกคนฝ่าวิกฤตครั้งนี้ไปได้ พวกเขายังคงวิ่งต่อไปข้ามเนินเขาและป่าทึบ ความเ็ปและการสูญเสียทำให้สถานการณ์ยิ่งหนักหน่วงแต่พวกเขารู้ว่า ต้องรอดเพื่อปกป้องประเทศและชีวิตของพวกเขาเอง
การวิ่งหนีดำเนินต่อไปท่ามกลางความมืดและเสียงปืนที่ยังคงดังมาจากด้านหลังบอยกัดฟันฝ่าความเ็ปจากะุที่เจาะผ่านแขนซ้ายของเขาจอนและกันยังคงวิ่งอยู่ข้างหน้า เสียงหายใจของพวกเขาหนักและเร่งขึ้นเรื่อยๆขณะที่ต้องฝ่าดงะุและความเหนื่อยล้า
บอยรู้สึกถึงเืที่ไหลออกจากแผลที่แขนอย่างต่อเนื่องแต่เขาไม่มีเวลาหยุด ทุกคนในทีมรู้ดีว่าการหยุดหมายถึงความตาย เสียงกรีดร้องของมาสยังคงดังก้องในหัวของเขาแต่บอยรู้ว่าต้องลืมทุกอย่างไว้ก่อนเพื่อให้รอด
“ทุกคนตรงไปที่เนิน! เราจะต้องหาที่หลบพักก่อน” จอนะโด้วยความเหนื่อยล้า
กันยิงปะทะศัตรูจากทางข้างหลังพลางะโกลับ “ผมจะระวังหลังให้! ไปต่อได้เลย”
ทีมที่เหลือพยายามวิ่งขึ้นไปบนเนินเขาที่มองเห็นอยู่ด้านหน้าความชันของเนินและพื้นดินที่ลื่นทำให้การวิ่งยากยิ่งขึ้นแต่พวกเขาต้องพยายามอย่างเต็มที่เพื่อหาทางหลบหนีจากการไล่ล่าของกลุ่ม BIRDROCK
ทันทีที่ขึ้นมาถึงเนินสูงทุกคนหอบหายใจหนัก บอยพยายามหาทางหยุดเืที่แขนด้วยการผูกผ้ารอบๆาแของตัวเอง
“เราต้องรีบวางแผนใหม่ถ้าพวกมันตามขึ้นมาถึงตรงนี้ พวกเราจบแน่” จอนพูดพลางมองรอบๆ อย่างตึงเครียด
บอยกัดฟันด้วยความเ็ปแต่ยังคงมุ่งมั่น “เราต้องหาทางติดต่อศูนย์บัญชาการและหาทางออกจากที่นี่ให้ได้ถ้าพวกเรายังหนีไม่พ้นคืนนี้ พวกมันจะตามล่าเราจนหมด”
กันพยักหน้า“แต่ตอนนี้เราเหลือแค่สามคน... และพวกมันมีเป็สิบ เราต้องระวังมากขึ้น”
ท่ามกลางความเงียบสงบชั่วคราวหลังจากที่พวกเขาหาที่พักบนเนินเขาทุกคนพยายามพักผ่อนและเตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้ครั้งต่อไป บอย จอนและกันนั่งอยู่ในท่าที่เตรียมพร้อม แต่ยังพอได้พักหายใจเสียงหายใจหอบของพวกเขาค่อยๆ เบาลง ขณะที่ความคิดยังคงหมุนเวียนถึงหนทางหลบหนี
ทันใดนั้นเสียงฝีเท้าหนักๆ และเสียงปืนที่แ่เบาค่อยๆ ดังขึ้นอีกครั้งจากที่ไกลๆกันที่กำลังเฝ้าระวังมองไปไกลและเห็นว่าศัตรูยังตามมาทัน "พวกมันมาอีกแล้ว"กันกระซิบเสียงเครียด
ทุกคนลุกขึ้นทันทีพร้อมอาวุธในมือบอยสั่งการ "หนี วิ่งเดี๋ยวนี้"
พวกเขาเริ่มออกวิ่งอีกครั้งฝ่าฝนะุที่พุ่งเข้ามาในทุกทิศทาง เสียงะเิดังขึ้นรอบตัว และทันใดนั้นเสียงหวีดแหลมที่คุ้นเคยของ RPG ก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง
“ระวัง”บอยะโเตือน แต่ช้าเกินไป
RPG พุ่งเฉียดเข้ามาและะเิใกล้กับจอนแรงะเิทำให้จอนกระเด็นไปข้างหลัง ขาของเขาขาดกระเด็นจากแรงะเิเสียงกรีดร้องของจอนดังลั่น ความเ็ปกระแทกเข้ามาในทุกเส้นประสาทแต่เขากัดฟันทนไว้ ไม่ยอมปล่อยปืนในมือ
"ไม่!จอน!" บอยะโพร้อมรีบวิ่งไปหาจอนทันทีแม้ศัตรูจะยังคงยิงะุมาอย่างไม่หยุด
จอนนอนอยู่บนพื้นเืไหลเต็มพื้นแต่เขายังคงพยายามลุกขึ้นและยิงตอบโต้ “ฉันยังสู้ได้… ไม่ต้องห่วง”
บอยไม่สนใจคำพูดของจอนเขารีบลากตัวจอนไปหลบหลังต้นไม้ใกล้ๆขณะที่กันคอยยิงต้านศัตรูเพื่อป้องกันไม่ให้พวกมันเข้าใกล้มากกว่านี้
“บ้าจริงฉันจะไม่ปล่อยให้นายตายที่นี่แน่” บอยพูดอย่างแน่วแน่ขณะที่ลากจอนที่เต็มไปด้วยเืเข้าหาที่กำบัง
จอนกัดฟันแน่นพยายามหายใจขณะที่ความเ็ปทวีขึ้นเรื่อยๆเขาพูดเสียงแ่เบาแต่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น “หนีไปซะ... ทิ้งฉันไว้ที่นี่แหละ”
บอยหันมองจอนด้วยความรู้สึกสับสน“ไม่ เราจะไม่เสียนายไปอีกคน นายต้องอยู่กับพวกเรา!”
จอนกดเสียงต่ำด้วยความหงุดหงิดและเ็ป“โถ่เว้ย อย่าโง่หน่อยได้ไหม! ฉันไม่รอดแล้ว บอย ถ้านายยังห่วงฉันอยู่พวกนายจะได้ตายกันหมดแน่”
บอยจับบ่าของจอนแน่น“นายต้องรอดเพื่อน นายผ่านมันมาได้เสมอ นายจะผ่านครั้งนี้ได้!”
จอนส่ายหัวน้ำตาคลอเบ้า “ฟังนะ... ตัวฉันมันไม่มีค่าอะไรเลย บอย นายยังมีคนรักที่รอนายอยู่มีชีวิตที่ต้องกลับไปหา แต่ฉันนะ... ฉันตัวคนเดียว ไม่มีแฟน พ่อแม่ก็เสียหมดแล้วไม่มีใครรอฉันกลับไป ขอให้ฉันได้ทำตัวมีค่าบ้างเถอะ... ได้โปรด...หนีไปแล้วทิ้งฉันไว้ตรงนี้ อย่าให้ฉันกลายเป็ภาระอีกขอให้ฉันได้ทำตัวมีค่าบ้างเถอะ”
บอยน้ำตาคลอขณะที่เขามองหน้าจอน“นายมีค่า... นายมีค่าสำหรับฉันจริงๆ”
จอนกัดฟันพยายามฝืนรอยยิ้มเล็กๆ ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “ได้โปรด...ช่วยมีชีวิตรอดไป อย่าให้ฉันและมาสต้องตายเปล่า”
บอยเข้ากอดจอนแน่นร้องไห้ท่ามกลางเสียงะุที่ยังดังอยู่รอบๆ “ขอบคุณมาก ไอเพื่อนรัก... ฉันสัญญาฉันกับกันจะต้องรอดกลับไปให้ได้”
กันหันมามองจอนด้วยความเศร้าและยกมืออำลา“ลาก่อนนะเพื่อน... นายกล้าหาญมาก”
จอนพยักหน้าแล้วพูดเบาๆ“ขอบุหรี่หน่อยสิ”
กันโยนบุหรี่ให้จอนจอนหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุด สูดหายใจลึกๆ พลางมองท้องฟ้าที่มืดลงบรรยากาศเงียบลงในชั่วขณะ ราวกับเวลาหยุดนิ่ง
“ไปได้แล้ว”จอนพูดพลางพ่นควันออกมาเบาๆ
บอยและกันหันหลังวิ่งต่อไปพวกเขารู้ดีว่าต้องหนีออกจากที่นี่ให้เร็วที่สุดแต่ใจยังหนักอึ้งกับการเสียสละของเพื่อน
ขณะที่เสียงฝีเท้าของพวกศัตรูเริ่มใกล้เข้ามาจอนหยิบะเิขึ้นมาในมือ เขามองไปยังขบวนศัตรูที่วิ่งเข้ามาใกล้ รอยยิ้มเล็กๆปรากฏบนใบหน้าของเขาขณะที่เขาพูดเบาๆ กับตัวเอง “ไปลงนรกนะ ไอพวกเวร”
จอนปลดสลักะเิและกอดมันไว้แน่นเสียงะเิดังสนั่นพริบตาต่อมา ท่ามกลางเปลวไฟและการะเิจอนพรีชีพตัวเองพร้อมกับพวกผู้ก่อการร้ายที่เข้ามาใกล้เหล่าศัตรูล้มตายไปพร้อมกับเขา จอนจากไปด้วยความกล้าหาญและการเสียสละที่ยิ่งใหญ่
บอยและกันยังคงวิ่งฝ่าป่าท่ามกลางความมืดเสียงะเิของจอนยังคงดังก้องอยู่ในหัวใจของทั้งสองคนมันเป็สัญญาณที่บอกว่าพวกเขาไม่สามารถหยุดได้ การเสียสละของจอนจะต้องไม่สูญเปล่าพวกเขาต้องรอดออกไปจากที่นี่ให้ได้
กันหันไปมองบอยซึ่งกำลังจับแขนซ้ายที่ถูกยิง“บอย นายยังไหวไหม”
บอยกัดฟันฝ่าความเ็ป“ฉันไหว นายล่ะ”
“ไม่เป็ไรแต่พวกมันยังตามเราอยู่แน่ๆ เราต้องรีบหาที่ซ่อนก่อนที่ฟ้าจะสว่าง”กันตอบพร้อมหันกลับไปมองด้านหลัง
เสียงปืนยังดังไล่ตามมาอย่างต่อเนื่องศัตรูไม่มีทีท่าว่าจะยอมแพ้พวกมันรู้ดีว่าบอยและกันคือสองคนสุดท้ายที่ยังหลบหนีไปได้บอยพยายามเร่งฝีเท้าให้เร็วที่สุด ฝ่าดงไม้และพื้นดินที่เป็โคลนความเหนื่อยล้าเริ่มครอบงำร่างกาย แต่จิตใจของเขายังคงมุ่งมั่น
ทันใดนั้นเสียงปืนดังขึ้นจากด้านหลัง ะุพุ่งเฉียดผ่านไหล่ของบอยกันรีบหันกลับไปและยิงโต้ตอบทันทีเสียงปืนดังลั่นกันและบอยผลัดกันยิงเพื่อกดดันศัตรู
"พวกมันมาไม่หยุดเราจะทำยังไงดี" กันะโท่ามกลางเสียงปืน
บอยหายใจหอบแต่ยังไม่ยอมแพ้"ต้องวิ่งต่อ ไม่มีทางเลือก"
ทั้งสองคนวิ่งต่อไปแม้ว่าร่างกายจะเริ่มอ่อนแรงความเหนื่อยล้าจากการต่อสู้อย่างต่อเนื่องั้แ่กลางคืนจนถึงเกือบเช้าทำให้ขาของพวกเขาหนักขึ้นเรื่อยๆแต่เสียงปืนที่ดังตามหลังมาเป็ตัวกระตุ้นให้พวกเขาต้องไม่หยุด
“ขึ้นไปบนเนินเขานั่น”บอยะโพร้อมกับชี้ไปที่เนินเขาข้างหน้า พวกเขารู้ดีว่าถ้าไปถึงจุดสูงสุดของเนินอาจมีโอกาสที่พวกเขาจะหาที่กำบังหรือหาทางติดต่อศูนย์บัญชาการเพื่อขอความช่วยเหลือ
ทั้งสองเร่งฝีเท้าขึ้นไปจนถึงยอดเนินขณะที่แสงแรกของรุ่งอรุณเริ่มส่องขึ้นจากขอบฟ้า ฟ้าเริ่มเปลี่ยนเป็สีส้มอ่อนๆบ่งบอกถึงการมาของวันใหม่ แต่ศัตรูยังไม่ยอมแพ้เสียงปืนดังไล่หลังตามมาอย่างไม่ลดละ
เมื่อพวกเขามาถึงยอดเนินบอยและกันพยายามหายใจและมองรอบๆ เพื่อหาทางหนี
"พวกเราต้องทำยังไงต่อ"กันหอบหายใจอย่างหนัก
บอยมองลงไปยังป่าด้านล่างที่เต็มไปด้วยศัตรูพวกมันยังคงตามมาอย่างไม่มีทีท่าจะหยุด "เราต้องติดต่อศูนย์บัญชาการ...แต่ถ้าพวกมันขึ้นมาถึงตรงนี้ เราจะไม่มีที่หลบซ่อนอีกแล้ว"
กันพยักหน้า"แต่เราจะไม่ยอมตายที่นี่ เราจะต้องรอด"
ทันใดนั้นเสียงวิทยุของบอยดังขึ้น "ศูนย์เรียก ได้ยินไหมพวกเรากำลังส่งเฮลิคอปเตอร์ไปช่วย! ตำแหน่งของพวกนายอยู่ที่ไหน"
บอยหยิบวิทยุขึ้นมาอย่างรวดเร็ว"เราอยู่บนเนินเขาทางเหนือ พวกเราถูกล้อม ต้องรีบมาเดี๋ยวนี้!"
เสียงตอบกลับจากศูนย์บัญชาการ“รับทราบ เฮลิคอปเตอร์จะถึงใน 10 นาที พยายามถือไว้ เราจะมาถึงเดี๋ยวนี้”
บอยและกันมองหน้ากันทั้งสองรู้ดีว่าพวกเขาต้องถือเอาไว้ 10 นาทีสุดท้ายนี้ให้ได้ขณะที่ศัตรูยังคงบุกเข้ามาใกล้เรื่อยๆ
"เอาเลยสู้ให้ถึงที่สุด" บอยะโพลางหยิบปืนขึ้นมาอีกครั้งทั้งสองเริ่มยิงปะทะศัตรูที่บุกเข้ามาใกล้ พวกเขายิงอย่างไม่หยุดยั้งแม้ะุจะใกล้หมด แต่พวกเขาก็ยังคงไม่ยอมแพ้
เสียงของผู้ก่อการร้ายยังคงดังเข้ามาใกล้มากขึ้นรถกระบะติดปืนกลหนักถูกขับพุ่งตรงมาหาบอยและกัน พร้อมด้วยชายที่ถือ RPGอยู่ข้างหลังกลุ่มก่อการร้ายหลายสิบคนพุ่งเข้าหาอย่างไม่มีความปราณีบอยและกันยืนหยัดอยู่ด้วยความเหนื่อยล้าแต่ยังคงยืนสู้เพื่อชีวิตและเพื่อเพื่อนที่พวกเขาเสียไป
บอยมองนาฬิกาที่ข้อมือ“เหลืออีก 7 นาที…”
กันที่อยู่ข้างๆกัดฟันแน่น “บ้าเห้ย! พึ่งผ่านไป 3 นาทีเองเหรอ”
ทันใดนั้นเสียงวัตถุที่ตกลงกลางพื้นดังก้องในหูของกันมันคือะเิมือจากฝ่ายศัตรูที่กลิ้งเข้ามาอยู่ตรงกลางระหว่างพวกเขากันหันมามองบอยในชั่วพริบตา สัญชาตญาณทหารสั่งให้เขาลงมือในทันที
“บอย!ระวัง!!” กันผลักบอยออกไปอย่างแรง จากนั้นก็ทิ้งตัวลงไปทับะเิด้วยตัวเองเสี้ยววินาทีนั้นะเิก็ทำงาน เสียงะเิดังสนั่นแรงะเิกระจายออกไปทั่วบริเวณ
บอยถูกแรงะเิกระแทกจนกระเด็นร่างกายกระแทกกับหินหัวของเขากระแทกอย่างแรงจนมึนงงไปหมด ภาพที่เขามองเห็นเบลอไปทั้งหมดร่างกายของเขาปวดแสบปวดร้อน แต่ทันใดนั้นความจริงอันโหดร้ายก็ปรากฏขึ้นต่อหน้าเขา—กันเสียชีวิตทันทีจากการะเิ
บอยลุกขึ้นมาทั้งที่ยังมึนหัวเขามองเห็นศัตรูที่ยังคงวิ่งเข้ามาไม่มีหยุด บอยหยิบปืนขึ้นมาในมือสายตาเต็มไปด้วยความโกรธแค้น เขาโยนะเิออกไปข้างหน้าแล้วกราดยิงใส่กลุ่มก่อการร้ายที่เข้ามาใกล้มากขึ้น
“พวกมึงฆ่าเพื่อนกู”บอยะโสุดเสียงพร้อมกับยิงใส่ทุกคนที่ขวางหน้า
ทันใดนั้นะุจากฝ่ายศัตรูพุ่งเข้ามาอีกครั้ง ะุหนึ่งเจาะเข้าที่ท้องของบอยอีกนัดทะลุเข้าไหล่ขวาของเขา ความเ็ปแผ่ซ่านไปทั่วร่าง บอยล้มลงกับพื้นหายใจหอบอย่างหนัก เขาพยายามฝืนตัวเองเพื่อไม่ให้หมดสติแต่น้ำหนักของาแทำให้เขารู้ว่าคงอีกไม่นานแล้ว
บอยมองไปรอบๆเห็นศัตรูวิ่งเข้ามาใกล้ สายตาของเขาเริ่มเลือนลาง ทุกอย่างช้าไปหมด “จบแล้วสินะ…”เขาพูดกับตัวเองอย่างเบาหวิว
แต่ทันใดนั้นเสียงเครื่องยนต์ดังสนั่นทำลายความเงียบทุกอย่างเปลี่ยนไปเมื่อเครื่องบินรบจากกองทัพพุ่งเข้ามาเหนือฟ้าปีกขวาของมันยิงจรวดพุ่งตรงเข้าถล่มกลุ่มก่อการร้ายที่วิ่งเข้ามาเสียงะเิดังสนั่นอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่ความพินาศของพวกเขา มันคือการทำลายล้างของศัตรู
จรวดหลายลูกกระหน่ำใส่กลุ่มผู้ก่อการร้ายรถกระบะติดปืนกลหนักะเิกระจาย เศษซากกระเด็นไปทั่ว ศัตรูที่เหลือล้มลงกับพื้นบอยนอนหายใจรวยริน พยายามทำให้ตัวเองยังคงมีสติอยู่แม้ว่าจะลำบากแค่ไหน
ไม่กี่วินาทีต่อมาเฮลิคอปเตอร์ของหน่วยรบพิเศษก็มาถึง ใบพัดหมุนกระหน่ำในอากาศทหารจากหน่วยรบพิเศษโรยตัวลงมาอย่างรวดเร็วพร้อมอาวุธครบมือพวกเขารีบเข้ามาเก็บกวาดศัตรูที่ยังหลงเหลือ
ทหารคนหนึ่งวิ่งเข้ามาหาบอยที่นอนอยู่บนพื้น“บอย! เรามาช่วยแล้ว นายต้องรอด!”
บอยที่อยู่ในสภาพอ่อนแรงยิ้มเล็กๆแม้จะเ็ปไปทั้งร่างกาย “กัน…จอน…มาส...พวกเขาตายเพื่อให้ฉันได้รอด…”
หน่วยแพทย์รีบเข้ามาและพาบอยขึ้นเฮลิคอปเตอร์ขณะที่เฮลิคอปเตอร์ยกตัวขึ้น บอยหันมองดูพื้นดินที่เต็มไปด้วยซากศพของศัตรูและเขารู้ดีว่าการเสียสละของเพื่อนรักทั้งสามนั้นไม่สูญเปล่า
หลังจากเหตุการณ์อันโหดร้ายผ่านไปบอยได้นั่งเล่าเื่ราวทั้งหมดให้กับทุกคนฟัง ไม่ว่าจะเป็การต่อสู้ การเสียสละและความกล้าหาญของเพื่อนร่วมทีม มาส จอน และกันทุกคนในหน่วยและครอบครัวของผู้เสียชีวิตต่างฟังด้วยความซาบซึ้งและเศร้าสลด
พิธีศพของมาสจอน และกันถูกจัดขึ้นอย่างสมเกียรติในฐานะทหารผู้กล้าหาญผู้เสียสละเพื่อปกป้องชาติบ้านเมืองและเพื่อนร่วมทีมบอยยืนอยู่หน้าหีบศพของเพื่อนๆ ด้วยหัวใจที่หนักอึ้งแต่เต็มไปด้วยความเคารพและความซาบซึ้ง เขาไว้อาลัยให้กับทุกคนผู้คนในหน่วยต่างยืนตรงให้เกียรติทหารผู้กล้า เสียงเพลงไว้อาลัยดังเบาๆท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้า
วันเวลาผ่านไป บอยยังคงนึกถึงการเสียสละของเพื่อนรักเ่าั้อยู่เสมอจนกระทั่งถึงวันที่เขาและปรางได้แต่งงานกัน
ในวันแต่งงานที่สวยงามปรางยืนอยู่ข้างบอยในชุดเ้าสาวที่สวยสง่าบรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยความรักและความอบอุ่นแขกที่มาร่วมงานต่างร่วมยินดีกับพวกเขา บอยยืนอยู่กับปรางมองไปบนฟ้าด้วยหัวใจที่รู้สึกขอบคุณ
บอยพูดเบาๆกับตัวเอง ขณะที่มองขึ้นไปบนท้องฟ้า “ขอบคุณพวกนายนะ มาส จอน และกันที่ทำให้ฉันได้มีวันนี้... ฉันจะไม่มีวันลืมพวกนาย”
ปรางยิ้มและจับมือบอยไว้แน่นทั้งสองคนรู้ดีว่าวันนี้เกิดขึ้นได้เพราะความกล้าหาญและการเสียสละของเพื่อนรักบอยยืนอยู่ตรงนั้นในวันที่สำคัญที่สุดของชีวิตเขาด้วยความรักที่เต็มไปด้วยความหมาย ทั้งสำหรับปรางและสำหรับเพื่อนร่วมรบที่ไม่มีวันลืม