เอี้ยเสวียนนั่งอยู่ที่แผงลอยข้างทางจิบน้ำซุปจากชามบะหมี่ร้อนๆขณะที่สายตามองผ่านไอน้ำลอยกรุ่นไปยังท้องฟ้าสีครามเหนือด่านซีเหมินวันนี้เป็วันที่อากาศดี มีเมฆบางๆ ลอยผ่านไปมา ลมเย็นพัดโชยอ่อนๆพาเอากลิ่นของสมุนไพรจากร้านยาไม่ไกลลอยมาเป็ครั้งคราวเขามองเห็นนกกลุ่มหนึ่งบินวนอยู่เหนือตลาดบินเป็วงกลมอยู่เหนือร้านค้าที่มีเศษอาหารร่วงหล่น
"น่าสนใจนะ" เขาพึมพำกับตัวเองพลางจิบน้ำซุปอีกคำ "ถ้าเป็นกบนท้องฟ้า มองลงมายังพื้นดิน จะเห็นอะไรบ้างนะ?"
เอี้ยเสวียนหยิบตะเกียบคีบเส้นบะหมี่เข้าปากสายตายังคงจับจ้องท้องฟ้า ความคิดของเขาล่องลอยไปกับนกพวกนั้นพวกมันคงมองเห็นทุกอย่างจากมุมสูง เห็นผู้คนเดินไปมาเหมือนมดตัวเล็กๆเห็นบ้านเรือนเรียงรายเป็แถว เห็นกำแพงเมืองใหญ่โตที่ทอดยาวไปจนสุดสายตา...และอาจเห็นสิ่งที่อยู่นอกกำแพงด้วย สิ่งที่มนุษย์อย่างพวกเขาไม่เคยรู้
"พ่อหนุ่ม อยากเติมน้ำซุปอีกไหม?" เสียงของเ้าของร้านชายวัยกลางคนร่างท้วมใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มดึงความสนใจของเอี้ยเสวียนกลับมา
"ขอบคุณ แต่พอแล้วครับ" เอี้ยเสวียนยิ้มตอบวางเงินลงบนโต๊ะ "อาหารอร่อยมาก อีกสองสามวันข้าจะแวะมาใหม่"
เอี้ยเสวียนพยักหน้า ลุกขึ้นยืนมองไปรอบๆ ตลาดที่คึกคัก ผู้คนเดินขวักไขว่ไปมาพ่อค้าแม่ค้าต่างส่งเสียงเรียกลูกค้า เด็กๆ วิ่งเล่นไล่จับกันทหารยามยืนประจำการอยู่ตามจุดต่างๆ ทุกคนใช้ชีวิตอย่างปกติสุขโดยไม่รู้เลยว่ากำแพงใหญ่ที่ปกป้องพวกเขาอยู่นั้น กำลังเผชิญกับภัยคุกคามอันใหญ่หลวง
เอี้ยเสวียนเดินไปตามถนนฝีเท้าของเขานำพาเขาไปยังลานโล่งที่สามารถมองเห็นกำแพงใหญ่ทางทิศตะวันตกของเมืองได้อย่างชัดเจนกำแพงที่สูงตระหง่าน แข็งแกร่งเส้นอักขระโบราณสีทองที่จารึกไว้บนกำแพงเรืองแสงอ่อนๆ ในยามกลางวัน แต่ทว่าแม้กำแพงจะแข็งแกร่งเพียงใด ก็ยังถูกบุกโจมตีจากฝั่งอสูรอยู่บ่อยครั้ง
ทันใดนั้นความคิดหนึ่งก็แวบเข้ามาในหัวของเอี้ยเสวียน
"ถ้าเราสามารถรู้ว่าพวกมันอยู่ที่ไหน...ถ้าเรามีแผนที่ของดินแดนฝั่งนั้น..." เขายืนนิ่ง ความคิดมากมายผุดขึ้นในสมอง
มีนักสำรวจหลายคนที่ถูกส่งไปยังดินแดนอสูรแต่ส่วนใหญ่ไม่เคยกลับมา หรือกลับมาพร้อมกับข้อมูลเพียงเล็กน้อยพวกเขามักจะหลงทางในหมอกประหลาดที่ปกคลุมดินแดนนั้นหรือไม่ก็ถูกฝูงอสูรโจมตีจนเสียชีวิต
แต่ถ้าใช้วิธีการที่แตกต่างออกไป...ถ้าเราไม่ส่งทีมใหญ่เข้าไปแบบที่ผ่านมา แต่ส่งคนที่มีความสามารถพิเศษคนที่มีทักษะเฉพาะทาง...
"นั่นแหละ!" เอี้ยเสวียนพูดกับตัวเองเขาหันหลังและเดินอย่างรวดเร็วไปยังที่ว่าการของกองทัพประจำด่านซีเหมิน
ที่ว่าการกองทัพตั้งอยู่ใกล้กับประตูด้านตะวันตกของเมืองอาคารหินสีเทาสูงสามชั้น มีธงสีแดงสดปักอยู่ด้านหน้าทหารยามสี่นายยืนประจำการอยู่หน้าประตูใหญ่ สีหน้าเคร่งขรึม
"ขออนุญาตเข้าพบแม่ทัพลู่เส้าเทียน"เอี้ยเสวียนเดินเข้าไปหา พูดกับทหารยามนายหนึ่งที่มีท่าทางเป็หัวหน้า
"แม่ทัพกำลังประชุมกับนายทหารระดับสูง"ทหารยามตอบ สายตามองสำรวจเอี้ยเสวียนั้แ่ศีรษะจรดเท้า"เ้ามีธุระสำคัญอะไรหรือ?"
"ข้ามีเื่สำคัญเกี่ยวกับความปลอดภัยของด่านซีเหมินที่้านำเสนอ"เอี้ยเสวียนตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น "โปรดแจ้งท่านแม่ทัพว่า เอี้ยเสวียนขอเข้าพบด่วน"
ทหารยามมองเขาด้วยความลังเลแต่ในที่สุดก็พยักหน้า "รอสักครู่"
เขาหันไปพูดกุกกักกับทหารยามอีกนายก่อนที่ทหารนายนั้นจะเดินหายเข้าไปในตัวอาคาร เอี้ยเสวียนยืนรออยู่ด้านนอกสังเกตการทำงานของทหารยามรอบๆ ตัว พวกเขามีวินัย แต่ก็มีร่องรอยของความเหนื่อยล้าใบหน้าของทหารบางนายมีรอยถลอกจากการต่อสู้ที่ยังไม่หายดี ากับอสูรกำลังดำเนินไปอย่างหนัก
หลังจากรออยู่ประมาณหนึ่งชั่วยามทหารนายที่เข้าไปก็กลับออกมา
"แม่ทัพลู่เส้าเทียนจะพบท่าน" เขาบอก"โปรดตามข้ามา"
เอี้ยเสวียนเดินตามทหารเข้าไปในตัวอาคารผ่านโถงทางเดินยาวที่มีภาพวาดการรบในอดีตแขวนอยู่ ขึ้นบันไดไปชั้นสามและในที่สุดก็มาถึงห้องบัญชาการ ทหารเคาะประตูสามครั้ง
"เชิญเข้า" เสียงทุ้มดังมาจากภายใน
ทหารเปิดประตูให้เอี้ยเสวียนเมื่อเขาเข้าไปในห้อง ทหารก็ปิดประตูตามหลังทิ้งให้เอี้ยเสวียนอยู่ตามลำพังกับชายร่างสูงใหญ่ในชุดเกราะสีดำที่ยืนอยู่หลังโต๊ะทำงานลู่เส้าเทียน แม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่แห่งด่านซีเหมิน
"เอี้ยเสวียน" ลู่เส้าเทียนทักน้ำเสียงเรียบแต่มีความสนใจ "ข้าได้ยินว่าเ้ามีเื่สำคัญที่้านำเสนอเกี่ยวกับความปลอดภัยของด่านซีเหมิน ใช่หรือไม่?"
เอี้ยเสวียนคำนับอย่างนอบน้อม"ขอรับ ท่านแม่ทัพข้ามีแผนการที่อาจช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับด่านซีเหมิน"
"และแผนการนั้นคืออะไร?" ลู่เส้าเทียนถาม พลางผายมือให้เอี้ยเสวียนนั่งลงบนเก้าอี้ตรงข้าม
"ข้า้าอาสาลอบเข้าไปในดินแดนอสูรเพื่อทำการวาดแผนที่โดยละเอียด" เอี้ยเสวียนตอบตรงๆ
ลู่เส้าเทียนขมวดคิ้วสีหน้าของเขาเคร่งเครียดขึ้นทันที เขานั่งลงบนเก้าอี้ของตัวเองมองเอี้ยเสวียนด้วยสายตาคมกริบ
"นั่นเป็ความคิดที่อันตรายมาก เอี้ยเสวียน"แม่ทัพกล่าว น้ำเสียงจริงจัง"เ้ารู้หรือไม่ว่ามีกี่คนที่พยายามทำเช่นนั้นแล้วไม่เคยกลับมา?"
"ข้าทราบดี ท่านแม่ทัพ" เอี้ยเสวียนตอบหลังตรง สายตามั่นคง "แต่คนอื่นๆ ไม่มีความสามารถพิเศษเหมือนข้า"
"ความสามารถพิเศษ?" ลู่เส้าเทียนแสดงความสนใจเขาโน้มตัวมาข้างหน้าเล็กน้อย "เ้าหมายถึงอะไร?"
เอี้ยเสวียนลังเลเล็กน้อยก่อนตัดสินใจเปิดเผย "ท่านแม่ทัพ ข้ามีพร์พิเศษสองอย่างที่ไม่เคยเปิดเผยกับใคร"
เขาหยุดพูดชั่วครู่มองดูปฏิกิริยาของแม่ทัพ ก่อนจะพูดต่อ
"หนึ่งคือ ข้าสามารถมองเห็นได้แม้ในความมืดสนิทตาของข้าสามารถปรับตัวได้ดีเกินกว่าคนปกติ แม้ในยามที่ไร้แสงไฟข้ายังคงมองเห็นได้อย่างชัดเจน"
ลู่เส้าเทียนนิ่งฟังไม่แสดงอาการใหรือไม่เชื่อ
"และสองคือ ข้ามีความจำภาพถ่ายสิ่งใดที่ผ่านสายตาข้า ข้าจะไม่มีวันลืมและสามารถระลึกย้อนกลับไปตรวจสอบทุกรายละเอียดได้ในภายหลัง แม้จะผ่านไปหลายวันหลายเดือน หรือหลายปี"
ลู่เส้าเทียนมองเอี้ยเสวียนด้วยสายตาประหลาดใจ"นั่นเป็ความสามารถที่น่าทึ่งมาก เอี้ยเสวียน แต่..."
"หมอกหนาในดินแดนอสูรที่ทำให้นักสำรวจคนอื่นหลงทางจะไม่เป็ปัญหาสำหรับข้า" เอี้ยเสวียนอธิบายต่อ"ข้าสามารถมองเห็นในความมืดและหมอกหนา และด้วยความจำพิเศษของข้าข้าจะสามารถจดจำเส้นทางและกลับมาได้อย่างปลอดภัย"
ลู่เส้าเทียนลุกขึ้นจากเก้าอี้เดินไปมาในห้อง สีหน้าครุ่นคิด มือไพล่หลัง
"คำกล่าวอ้างของเ้าน่าสนใจแต่เราไม่อาจส่งเ้าเข้าไปในดินแดนอสูรเพียงลำพังแม้เ้าจะมีความสามารถพิเศษตามที่กล่าวก็ตาม"เขาหยุดเดินและหันมาหาเอี้ยเสวียน "บอกข้ามาก่อนเ้ามีความรู้เกี่ยวกับดินแดนฝั่งอสูรมากแค่ไหน?"
"นั่นคือสิ่งที่ข้าอยากถามท่านพอดี"เอี้ยเสวียนตอบ น้ำเสียงจริงจัง "ทางฝั่งเราเคยสำรวจดินแดนอสูรถึงแค่ไหน?และเส้นทางที่เผ่าอสูรมักจะใช้โจมตีด่านซีเหมินเป็ประจำคือเส้นทางใด?"
ลู่เส้าเทียนมองเอี้ยเสวียนอย่างพิจารณาเขาเดินไปที่โต๊ะด้านข้าง ปลดกุญแจจากเข็มขัด เปิดลิ้นชักและนำม้วนกระดาษใหญ่ออกมาเขาคลี่แผนที่ผืนใหญ่บนโต๊ะ เอี้ยเสวียนลุกจากเก้าอี้และเดินตามไป
"นี่คือแผนที่ที่เรามีในปัจจุบัน"แม่ทัพชี้ไปที่แผนที่ซึ่งแสดงด่านซีเหมินและพื้นที่โดยรอบทางฝั่งตะวันตกของกำแพงมีเพียงเส้นขาวๆและภาพวาดของูเาและแม่น้ำที่ไม่มีรายละเอียดพื้นที่ส่วนใหญ่เป็พื้นที่ว่างเปล่า มีเพียงคำเตือนเขียนไว้ว่า "ดินแดนอสูรอันตราย"
"เราสำรวจได้เพียงประมาณห้าสิบลี้จากกำแพง"ลู่เส้าเทียนชี้ไปที่เส้นประบนแผนที่ "หลังจากนั้น ทัศนวิสัยจะแย่ลงมีหมอกประหลาดที่ทำให้นักสำรวจหลงทาง ความพยายามล่าสุดของเรา..."เขาหยุดไปชั่วครู่ สีหน้าเศร้าลง "...เราส่งนักสำรวจไปห้าคน กลับมาเพียงหนึ่งและคนที่กลับมาก็าเ็สาหัส ได้สติเพียงพอที่จะบอกเราว่าพวกเขาถูกโจมตีก่อนที่เขาจะเสียชีวิตในวันถัดมา"
เอี้ยเสวียนศึกษาแผนที่อย่างละเอียดนิ้วของเขาไล้ไปตามเส้นทางต่างๆ
"และเส้นทางที่พวกอสูรมักใช้โจมตีล่ะขอรับ?"เอี้ยเสวียนถาม
"มีสามเส้นทางหลัก"ลู่เส้าเทียนชี้ไปบนแผนที่ "ทางเหนือผ่านหุบเขาเหวินซานทางกลางผ่านทุ่งราบหลงชวน และทางใต้ผ่านแม่น้ำฮุ่ยเหอแต่เราไม่รู้ว่าพวกมันมาจากที่ใดก่อนหน้านั้นไม่รู้ว่าแหล่งที่อยู่ของพวกมันอยู่ที่ไหน"
เอี้ยเสวียนจ้องมองแผนที่อย่างครุ่นคิดสมองของเขาประมวลข้อมูล วิเคราะห์รูปแบบและความเป็ไปได้ต่างๆ
"ท่านแม่ทัพ ข้ามีแผนการที่น่าสนใจ"เขากล่าวในที่สุด
"ว่ามา" ลู่เส้าเทียนมองเขาด้วยความสนใจ
"ในการโจมตีของอสูรครั้งหน้าหลังจากที่พวกมันถอยร่นกลับไปข้าจะลอบติดตามพวกมันไปเพื่อดูว่าที่รวมพลของพวกมันอยู่ที่ใด"เอี้ยเสวียนอธิบาย
"เราจะใช้การย้อนเส้นทางโดยเราจะเริ่มจากการสำรวจเส้นทางทั้งสาม"เอี้ยเสวียนชี้ไปที่เส้นทางที่แม่ทัพเพิ่งกล่าวถึง"เราจะสืบว่าเส้นทางแต่ละเส้นนำไปสู่จุดใดบ้างหรือบางทีเราอาจพบจุดรวมพลของพวกมัน"
เขาหยุดเพื่อสังเกตปฏิกิริยาของแม่ทัพก่อนจะพูดต่อ
"จากการสังเกตการเคลื่อนไหวของพวกอสูรข้าพบว่าพวกมันมักโจมตีกำแพงเมืองในทุกๆ ด้านถึงแม้จะรู้ว่าการโจมตีด่านซีเหมินเสมือนการฆ่าตัวตายพวกมันยังคงโจมตีอย่างต่อเนื่อง"
เอี้ยเสวียนเดินวนรอบโต๊ะแววตาของเขาเปล่งประกายด้วยความคิด
"ข้าสันนิษฐานว่าพวกมันกำลังหาช่องโหว่ในกำแพงเมือง หรือไม่ก็กำลังค้นหาบางสิ่งบางอย่างท่านเองก็เคยบอกว่า ใน่แรกๆ พวกอสูรมักจะโจมตีแบบย่อยๆ ที่จุดเดิมๆเพื่อก่อกวนและสร้างความหวาดกลัวให้กับผู้คน"
ลู่เส้าเทียนพยักหน้า "ใช่พวกมันเหมือนกำลังทดสอบจุดอ่อนของเรา"
"แต่่หลัง" เอี้ยเสวียนกล่าวต่อ"พวกมันกลับเริ่มมีการโจมตีแบบมีแบบแผน พวกมันส่งอสูรที่บินได้เข้ามาสอดแนมสืบดูว่าในด่านเป็อย่างไร แล้วเมื่อได้ข้อมูลที่้า เช่น ทหารใหม่กำลังมาถึงหรือนักจารึกอักขระกำลังซ่อมแซมอักขระป้องกัน พวกมันก็จะเริ่มโจมตี"
"ใช่" ลู่เส้าเทียนพยักหน้า สีหน้าครุ่นคิด"และการโจมตีของพวกมันก็เป็ระบบมากขึ้น"
"ขอรับ" เอี้ยเสวียนเห็นด้วย"การโจมตีถูกแบ่งออกเป็สามระลอก อสูรขนาดใหญ่จะเป็ทัพหน้าพวกมันใช้ร่างกายอันใหญ่โตรับความเสียหายจากอาวุธของเราตามด้วยขบวนทัพที่สองซึ่งเป็พวกที่เคลื่อนที่ว่องไวอาศัยร่างของอสูรขนาดใหญ่เป็บันไดเพื่อปีนขึ้นมาบนกำแพงและขบวนที่สามจะเป็พวกอสูรกลายพันธุ์ที่มีความสามารถในการต่อสู้พิเศษ"
"เ้าสังเกตได้ละเอียดมาก" ลู่เส้าเทียนพูดเสียงแฝงความประหลาดใจ "แต่นั่นทำให้ข้ายิ่งสงสัยถ้าพวกมันมีการวางแผนอย่างเป็ระบบเช่นนี้แสดงว่าต้องมีใครสักคนเป็ผู้นำที่ฉลาด"
"นั่นคือสิ่งที่ข้าสงสัยเช่นกัน"เอี้ยเสวียนพยักหน้า "ข้าคิดว่าในกลุ่มผู้ทรยศแห่งมนุษย์ต้องมีกุนซือที่วางแผนเหล่านี้อยู่ หรือไม่ก็อาจเป็สิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่านั้น..."
"สิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่า?" ลู่เส้าเทียนขมวดคิ้ว
"ในบรรดาอสูรที่กลายพันธุ์ อาจมีตนใดตนหนึ่งที่เกิดวิวัฒนาการจนสามารถควบคุมฝูงอสูรและเริ่มเลียนแบบวิธีคิดของมนุษย์ได้"เอี้ยเสวียนอธิบาย น้ำเสียงจริงจัง "อสูรที่ฉลาดแบบมนุษย์นั่นคือสิ่งที่น่ากลัวที่สุด"
ลู่เส้าเทียนนิ่งไปครู่หนึ่งเขามองออกไปนอกหน้าต่าง ไปยังกำแพงใหญ่ที่ปกป้องเมืองและผู้คน เมื่อเขาหันกลับมาสีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความกังวล
"ข้าเคยได้ยินเื่เล่าเก่าๆจากคนเฒ่าคนแก่" แม่ทัพเอ่ยเบาๆ "เื่เล่าเกี่ยวกับาาอสูรผู้มีเืมนุษย์และเือสูรผสมกัน มีร่างกายของอสูรแต่มีจิตใจและความคิดของมนุษย์ ข้าเคยคิดว่ามันเป็เพียงเื่เล่าปรัมปราแต่ตอนนี้..."
"ท่านคิดว่าเื่เล่านั้นอาจเป็จริง"เอี้ยเสวียนเสริมประโยค
"เป็ไปได้" ลู่เส้าเทียนพยักหน้า"และหากเป็เช่นนั้นจริง เราต้องรู้ให้ได้ว่าาาอสูรตนนี้อยู่ที่ใดและวางแผนอะไร"
"นั่นคือเหตุผลที่ข้าอยากลอบเข้าไปในดินแดนอสูร"เอี้ยเสวียนกล่าว "ข้า้าสำรวจว่าอสูรตนนี้มีจริงหรือไม่ และหากมีจริงพวกมันอาศัยอยู่ที่ไหน มีจำนวนมากน้อยเพียงใด"
ลู่เส้าเทียนเดินกลับไปที่เก้าอี้และนั่งลงเขานิ่งคิดอยู่นาน มือขวาลูบเคราสีดำที่คางอย่างครุ่นคิดก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองเอี้ยเสวียน
"แผนของเ้าเสี่ยงอันตรายมาก เอี้ยเสวียน"เขาพูดในที่สุด น้ำเสียงจริงจัง "แต่หากสำเร็จข้อมูลที่เ้าได้มาอาจช่วยเราต่อสู้กับภัยอสูรได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น"
เขาหยุดไปครู่หนึ่ง สีหน้าเคร่งเครียด
"ข้าจะอนุมัติภารกิจนี้ แต่มีเงื่อนไข"
“เ้าต้องแสดงให้ข้าเห็นว่าเ้าพร้อมที่จะเข้าไปในสถานที่นั้นพร้อมทั้งสามารถที่จะส่งข่าวมาให้ที่ด่านทราบตลอดเวลา” “และถ้าข้าย้ำว่าถ้าเ้าสามารถพิสูจน์ได้ว่าพร้อม ระยะเวลาในสำรวจ มีแค่ หกเดิอนเท่านั้น”
เอี้ยเสวียนขบคิดก่อนที่ตะกล่าวว่า“ขอรับ ในอีก ครึ่งเดือนข้าจะแสดงให้ท่านเห็นขอรับ”
“อืม....เ้าไปได้แล้ว”ลู่เส้าเทียนกล่าวขึ้นมา และเมื่อเอี้ยเสวียนเดินออกไป ตัวของลู่เส้าเทียนแหงานหน้ามองเพดานแล้วพึมพำว่า“เอี้ยเสวียน....ข้ารู้แล้วว่าทำไมพวกเขาถึงส่งเ้ามาที่นี่ เพราะที่นี่เ้าถึงจะสามารถเปล่งประกายได้ดีที่สุดและพวกตังประหลาดเฒ่าเ่าั้คงคาดหวังกับเ้าอย่างมาก...หึหึ ข้าด้วยสินะ”