ถ่ายพรีเวดดิ้ง
พู่กันตื่นแต่เช้าอาบน้ำแต่งตัวเนื่องจากวันนี้เป็วันที่เธอและภาคิน นัดห้องเสื้อแบรนด์ต่างๆ เพื่อเลือกชุดแต่งงาน หลังจากที่เธออาบน้ำแต่งตัวเสร็จเธอก็ลงมาข้างล่าง ไม่นานเธอก็ได้ยินเสียงรถยนต์วิ่งเข้าจอดที่หน้าบ้าน ภาคินมาถึงที่บ้านพิพิธพงศ์แต่เช้า
“สวัสดีค่ะพี่ภีม”
“ครับ”
“พี่ภีมทานข้าวมาหรือยังคะ”
“ยังเลยครับ แต่พี่กินกาแฟมาแล้วแก้วหนึ่ง”
“แล้วพู่ทานข้าวหรือยังละ”
“ยังเลยค่ะพี่ภีมทานพร้อมกับพู่ไหมคะ”
“อืม ก็ได้ครับ”
“พี่ภีมกินอะไรดีคะ”
“อะไรก็ได้พี่ของ่ายๆ ครับ”
หลังจากทานอาหารเช้าเสร็จไม่นาน เวลา 9 โมงครึ่ง คนจากห้องเสื้อแบรนด์ต่างๆ ก็เดินทางมาถึงพอดี พู่กันและภาคินเลือกดูชุดจากห้องเสื้อเ่าั้ นานพอสมควร หลังจากตัดสินใจเลือกชุดได้แล้ว ก็คุยกับ เวดดิ้งออแกไนเซอร์ เกี่ยวกับ รูปแบบและรายละเอียดต่างๆ ในงาน
“พู่้าเพิ่มเติมอะไรอีกไหม”
“ไม่แล้วค่ะ พี่ภีมละคะ”
“งั้นก็เอาตามนี้เลยแล้วกันครับ”
“เอ่อ ยังมีอีกเื่ค่ะ”
“เื่อะไรเหรอคะ”
“เื่ภาพถ่ายพรีเวดดิ้งค่ะ ไม่ทราบว่าคุณภาคินและคุณพู่กันตัดสินใจได้หรือยังคะว่าจะถ่ายที่ไหน และวันไหน”
ทั้งสองต่างมองหน้ากัน ทีมงานถึงได้เป็ฝ่ายเสนอก่อน
“นี่เป็รายละเอียดสถานที่คร่าวๆ คะ คุณภาคินและคุณพู่กันลองดูก่อนก็ได้นะคะ” พู่กันรับแฟ้มมาเปิดดูสถานที่ถ่ายพรีเวดดิ้ง เป็จังหวะเดียวกันที่ภาคินจึงหันไปสั่งทีมออแกไนเซอร์
“เดี๋ยวผมแจ้งรายละเอียดอีกที วันนี้พอแค่นี้ก่อนแล้วกันครับ ส่วนเื่วันถ่ายพรีเวดดิ้งเดี๋ยวผมจะแจ้งภายในวันนี้
“ได้ค่ะ”
…..
หลังจากเลือกชุดและคุยรายละเอียดเื่การจัดงานเสร็จ ภาคินก็พาพู่กันออกมาทานข้าวที่ร้านอาหาร ย่านใจกลางเมือง
“พู่อยากไปถ่ายที่ไหนหรอ” ภาคินถามพู่กันเื่สถานที่
“ที่ไหนก็ได้ค่ะ เป็สถานที่ตามที่ทีมงานเค้าส่งมาก็สวยดีนะคะ ความจริงพู่ก็นึกไม่ออกหรอกค่ะ พู่ไม่ค่อยได้ไปไหน ไม่รู้ว่าที่ไหนสวยและเหมาะด้วย” ภาคินมองพู่กันอยู่นาน จริงสินะเธอไปอยู่เมืองนอกตั้งนาน
“เดี๋ยวเอาไว้พี่จะหาเวลาพาไปเที่ยวนะ” เธอเงยหน้าขึ้นมองเขา
“จริงหรอคะ”
“อืม พี่สัญญา ขอพี่ดูตารางงานก่อน งั้น เื่สถานที่ ก็เอาตามที่เขาเสนอมาเลยแล้วกัน ส่วนเื่วัน พี่ขอเป็วันเสาร์แล้วกันนะ”
“ได้ค่ะ”
หลังจากทานข้าวเสร็จภาคินก็มาส่งพู่กันที่บ้าน
.....
วันถ่ายพรีเวดดิ้ง
เสียงเกลียวคลื่นทะเลซัดฝั่ง ลมพัดเย็นสบาย อากาศยามเช้า กับแสงแรกของวันทำให้รู้สึกผ่อนคลาย
“ดื่มน้ำหน่อยไหม?” ภาคินยื่นน้ำในมือให้ว่าที่เ้าสาวที่กำลังพู่กันโดนรุมด้วยบรรดาช่างแต่งหน้า ช่างทำผม เพื่อเนรมิตเ้าสาวให้สวยที่สุดทำหรับถ่ายภาพพรีเวดดิ้งในวันนี้
“ขอบคุณค่ะ” มือบางเอื้อมไปหยิบแก้มน้ำจากคนตรงหน้า พร้อมคลี่ยิ้มบางให้
“เสร็จหรือยังครับ ถ้าเสร็จแล้วออกมาได้เลยนะครับ แสงกำลังดี” ช่างภาพร้องถามทีมช่างแต่งหน้า
“เรียบร้อยค่า” ทีมช่างแต่งหน้าหันไปแจ้งอีกฝ่าย ก่อนจะผละออกจากตัวพู่กัน ภาคินเดินเข้าไปจับมือพู่กันให้เดินไปจุดถ่ายพร้อมกัน
“เ้าบ่าวเ้าสาวพร้อมนะครับ” ทั้งสองพยักหน้าพร้อมกัน
“เ้าบ่าวเ้าสาวชิดๆ กันนะครับ” ช่างภาพบอกภาคินและพู่กัน ทั้งสองขยับตัวเข้าหากัน ตามที่ช่างภาพบอก
“ทำตัวสบายๆ นะครับ ไม่ต้องเก็ง ผ่อนคลายๆ” ว่าที่เ้าบ่าวเ้าสาวให้ความร่วมมือเป็อย่างดี
“ดีครับ แบบนั้นแหละ”
“เ้าบ่าวกอดเอวเ้าสาวเลยครับ กอดให้ชิดที่สุดเลยนะครับ” ภาคินกอดเอวของพู่กันแน่น ทำเอาพู่กันสะดุ้ง หน้าร้อนผ่าว แก้มแดงเพราะเขินอาย ส่วนช่างภาพก็กดชัตเตอร์รัวๆ ฉึบๆๆๆๆๆๆ
“เ้าสาวเอามือวางที่หน้าอกของเ้าบ่าวครับ แบบนั้นแหละ สวยครับ”
“เ้าสาวมองมาที่กล้องนะครับ เ้าบ่าวก้มหน้าเข้าไปใกล้หน้าเ้าสาวเยอะๆ ครับ” ภาคินขยับตามที่ช่างภาพบอก ตึกตึก!! ตึกตึก!! เสียงหัวใจของหญิงสาวเต้นรัวแรง จนหน้าซับสีแดงระเรื่อ
“ใกล้อีกนิดครับ แบบนั้นแหละครับ ส่งสายตาหวานเลยครับเ้าบ่าว”
“มื่อเย็นจัง” ภาคินกระชิบที่ข้างหูพู่กันเมื่อััมือบางที่เย็นจัด ความตื่นตระหนกกลัวว่าคนข้างๆ จะรู้จึงรีบหันหน้ามามอง สายตาหวานเยิ้มที่กำลังมองมาที่เธอนั้นทำเอาหัวใจดวงน้อยขๆ องเธอเกือบหยุดเต้น เธอกลั้นกายใจชั่วขณะนานนับนาที
“สวยครับ ภาพนี้สวยครับ นิ่งๆ ไว้นะครับ” ฉึบๆๆๆๆๆๆ เสียงรัวชัตเตอร์กับภาพตรงหน้า
“ต่อไป อบอุ่นขึ้นอีกนะครับ”
“เ้าบ่าวจูบที่หน้าผากเ้าสาวครับ” สิ้นเสียงช่างภาพ ดวงตากลมโตเบิกกว้าง เธอว่าเธอเตรียมใจมาบ้างแล้วแต่ว่าตอนนี้เธอเกรงไปหมด สายตาหวานกำลังกลอกตาไปมามองคนตรงหน้าที่กำลังก้มลงมาหาเธอ
ภาคินมองหน้าพู่กัน เห็นแววตาตื่นคู่นั้น มือหนาเลื่อนฝ่ามือมาจับที่แก้มเนียน พู่กันได้สติหันไปตามัั ก่อนจะหลุบตาต่ำมองที่หน้าแกร่งแทน ริมฝีปากหนากดเน้นๆ ที่หน้าฝากสวย พู่กันหลับตารับัันั้นด้วยหัวใจที่เต้นระรัว
“สวยมากครับ” ช่างภาพกดภาพรัวๆ ยาวๆ
“ภาพต่อไปให้เ้าบ่าวอุ้มเ้าสาว ท่ายืน” ช่างภาพทำท่าทางให้ภาคินดูเป็ตัวอย่าง ทั้งสองพยักหน้าเข้าใจ
“พร้อมไหม” พู่กันพยักหน้า
“ไม่ต้องกลัวพี่ไม่ทำให้เธอตกหรอก” เสียงกระซิบแ่เบาเอ่ยกับเธอ
“แบบนั้นแหละครับ เ้าสาวเอามือคล้องคอเ้าบ่าวนะครับ” “สวยครับ เ้าสาวก้มหน้าให้จมูกชนกับจมูกของเ้าบ่าวเลยนะครับ เ้าบ่าวเ้าสาวสบตากันครับ” พูดไปมือก็กดซัตเตอร์ไปสมกับเป็ช่างภาพมืออาชีพที่จองตัวยาก
พู่กันมองตาของภาคินตามที่ช่างภาพบอก ทั้งสองสบตากัน ใกล้เพียงลมหายใจ เธอมองหน้าผู้ชายที่เธอแอบรักมาตลอดหลายปีด้วยสายตาหวานที่สุด สวยที่สุด และเปิดใจที่สุด เพื่อสื่อความรักที่เธอมีให้กับคนตรงหน้าออกมาผ่านสายตาคู่สวยของเธอ
“สายตาคู่นั้นของเธอ ทำไมถึงได้หวานตราตรึงขนาดนี้นะ ถ้าหากว่า.... ถ้าหากว่าเธอใช้สายตาคู่นี้มองผู้ชายคนอื่นละ... แค่คิดภาคินก็รู้สึกหงุดหงิดใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก”
“เ้าบ่าวหวานขึ้นอีกครับ แบบนั้นแหละ สวยครับ” ช่างภาพกดภาพรัวๆๆ
“ภาพต่อไปครับ ให้เ้าบ่าวนั่งชันเข่าแบบนี้” ช่างภาพทำให้ภาคินดูเป็ตัวอย่าง ภาคินทำตามที่บอก
“เ้าสาวเข้ามาเลยครับ” พู่กันเดินเข้าไปนั่งคุกเข่าระหว่างขาของภาคินแล้วหันหน้า สบตากัน
“ชิดๆ เลยครับ ใกล้อีกหน่อยครับ” พู่กันพยายามทำตามที่ช่างภาพบอก ภาคินจึงใช้มืออีกข้างโอบเอวเธอให้เข้ามาแนบชิดกับหน้าอกของเขา เธอจึงล้มตัวเข้าไปในอ้อมกอดของเขาทันที มือของเธอวางป้องตรงหน้าอกเขาด้วยความใ พร้อมจ้องตาเขา ภาคินก้มลงมาใกล้ ส่งสายตาให้เธอ
“เหนื่อยไหม” เสียงกระซิบแหบพล่าเอ่ยแ่เบา
“มะ..ไม่..เหนื่อยค่ะ” พู่กันหลุบตาต่ำเพื่อซ่อนอารมณ์ประหม่า
“แบบนั้นแหละครับสวยมากๆ เลยครับ นิ่งไว้สักครู่นะครับ” เสียงช่างภาพกดภาพฉึบฉึบ รัวๆ
“ต่อไปเดินเล่นริมหาด ขอแบบสบายๆ นะครับ”
ภาคินจับมือพู่กันแล้วดึงเธอให้เดินตามเขา เขาหันหน้ากลับมามองเธอ ส่งยิ้มให้เธอ ราวกับความฝัน เธอกำลังฝันไปใช่ไหม เธอยิ้มตอบกลับเขา มันให้ความรู้สึกเหมือนมีแค่เธอกับเขาแค่สองคน จากนั้นภาคินก็กวักน้ำใส่เธอ เธอสะดุ้ง เธอกวักตอบ ทั้งสองเล่นกันอย่างสนุกจนลืมว่ากำลังถ่ายแบบอยู่ ทำให้ภาพที่ออกมาสวยเป็ธรรมชาติ
“ต่อไปเป็ชุดสุดท้ายครับ แสงกำลังสวยครับ ภาพพื้นหลังจะเป็พระอาทิตย์กำลังลับขอบฟ้านะครับ ชุดนี้ขอเป็ภาพที่เ้าบ่าวกำลังจะก้มลงจูบเ้าสาวนะครับ” เมื่อช่างภาพพูดจบ ทำเอาพู่กันถึงกับตาโต
“พร้อมไหม” ภาคินเอ่ยถามเ้าของร่าง ที่ยืนนิ่งตัวแข็งทื่อ
“หึหึหึ ไม่พร้อมค่ะ” พู่กันยิ้มจางๆ พร้อมตอบเสียงเบามากกกก
“อะไรนะ” ภาคินที่ได้ยินไม่ชัดเอ่ยถามเธออีกครั้ง
“พร้อมค่ะ”
.....
ช่างภาพจัดที่ยืนให้กับทั้งสองแล้วถอยออกมา
“พร้อมนะครับ เ้าสาวกอดเอวเ้าบ่าวเลยครับ” พู่กันเอามือสองข้างจับที่เอวหน้า ภาคินจึงดึงมือเธอมากอดเอวเขาให้แน่นกว่าเดิม
“ครับแบบนั้นแหละครับ” สองสายตากำลังสบประสานกันรอฟังคำสั่งจากช่างภาพ
“เ้าบ่าวเอามือทั้งสองข้างมาจับที่แก้มเ้าสาว ก้มลงมาเลยครับ แบบนั้นแหละ เอียงหน้าอีกครับ สวยมากครับรับช่องแสงพอดีสวยเลย”
พู่กันมองการกระทำของคนตรงหน้าที่กำลังก้มลงมาจูบเธอ จูบแรกของเธอกำลังจะ หมับ! ดวงตากลมเบิกกว้างขึ้นด้วยความตื่นใ ก่อนจะค่อยๆ หลับตาปี๋รับัันั้นของเขา ตึกตักๆๆ หัวใจที่เต้นไม่เป็จังหวะเต้นแรงเหมือนว่าจะทะลุเสื้อเธอออกมาก็ไม่ปาน เธอคงจะไม่เป็ลมต่อหน้าเขาใช่ไหม เสียงกระซิบในใจเอ่ยกับตัวเอง เมื่อความรู้สึกของเธอเหมือนคนที่กำลังจะขาดอากาศหายใจ
ภาคินมองร่างบางที่อยู่ตรงหน้าก่อนจะใช้มืออีกข้างโอบเอวเธอเข้ามาแนบอกพร้อมย้ำจูบอ่อนโยนกับเธออีกครั้ง ััแปลกใหม่หัวใจเบิกบานพู่กันลืมตาที่หลับอยู่ขึ้นมองคนตรงหน้า สองสายตาสื่ออารมณ์ยากที่จะคาดเดา แต่เหนือสิ่งอื่นใจแววตาคู่นั้นของพี่ภีม ที่กำลังมองเธอแบบนั้น เธอไม่เคยััมาก่อน
“สวยครับ ขอนานๆ นะครับ” ช่างภาพกดภาพรัวๆๆๆๆ
ภาคินเลื่อนใบหน้าขึ้นมาจากลืมฝีปากของเธอแล้วจ้องมองร่างบางที่อยู่ตรงหน้า เขาก้มมากระซิบที่ข้างหูของพู่กัน
“เสร็จแล้ว” พู่กันได้สติเงยหน้าขึ้นมามองเขา เธอหน้าแดงระเรื่อด้วยความเขินอาย ภาคินอมยิ้มให้กับท่าทางน่ารักของเธอ เธออายเขา ภาคินจับมือเธอให้เดินตาม
“ไปกินข้าวกัน พี่หิวแล้ว”
“ค่ะ” พู่กันมองไปที่มือของตัวเองที่ตอนนี้ถูกกุมไว้ด้วยมือใหญ่ เธอยิ้มอย่างมีความสุขแล้วเดินตามแผ่นหลังกว้างไป
ภาคินพาพู่กันเดินมาที่ร้านอาหารริมทะเลร้านหนึ่ง เป็ร้านเล็กๆ ดูสะอาดสะอ้าน ตกแต่งสบายๆ ชิลๆ ร้านตั้งอยู่ริมทะเล ลมพัดเย็นสบาย
“ร้านนี้หรอค่ะ”
“อืม ชอบไหม”
“ชอบค่ะ น่ารักดี บรรยากาศดีด้วยค่ะ” ทั้งสองเปิดดูเมนูอาหาร มีรายการอาหารทะเลเต็มไปหมด
“ว้าว หน้าตาน่าทานทั้งนั้นเลยนะคะ มีหลายอย่างที่พู่ไม่เคยทานมาก่อน” ภาคินเลือกสั่งอาหารหลายอย่าง ไม่นานอาหารที่สั่งก็วางเต็มโต๊ะ
“กินเยอะๆ นะ” ภาคินตักอาหารให้พู่กัน
“ขอบคุณค่ะ” ทั้งสองนั่งทานอาหารด้วยความหิวอย่างอร่อย
“เหนื่อยไหม” ภาคินถามเธอ
“นิดหน่อยค่ะ”
“อืม กินเสร็จ กลับเลยไหวไหม พอดีว่าพรุ่งนี้พี่มีเคสผ่าตัด”
“สบายมากค่ะ แล้วพี่ภีมละคะพรุ่งนี้ต้องทำงานอีก”
“ให้พู่ขับละกันค่ะ พี่ภีมจะได้นอนพัก”
“พี่ขับได้ สบายมาก”
“พู่ขับได้จริงๆ นะคะ พี่ภีมไม่เชื่อพู่หรอ”
“พี่บอกว่าพี่ไม่เหนื่อย ได้ยินไหม” พู่กันทำหน้าย่นเหมือนเด็กโดนขัดใจ ภาคินยิ้มให้เธอ
“ได้ยินแล้วค่ะ”
“หลังจากกินข้าวเสร็จยังพอมีเวลา อยากไปไหนไหม”
“กลับเลยก็ได้ค่ะ พี่ภีมจะได้รีบกลับไปพักผ่อน” ภาคินพยักหน้า
“พี่ภีม” เธอจ้องหน้าเขา
“ขอบคุณนะคะ”
“ขอบคุณพี่เื่อะไร”
“ขอบคุณสำหรับวันนี้ค่ะ”
“ทำไมต้องขอบคุณ” เขาจ้องหน้าเธอ
“พู่รู้ว่าการแต่งงานของเราไม่เหมือนคู่อื่นๆ”
“ไม่เหมือนยังไง”
“ก็... เอ่อ.. เรา.ไม่..ได้เริ่มจากความรักเหมือนคู่อื่นๆ เอ่อ..มันอาจจะทำให้พี่ลำบากใจ” ภาคินมองจ้องเข้าไปในตาของเธอ
“กินข้าวเถอะ ไม่ต้องคิดมากหรอก เราทำหน้าที่ของเราให้ดีก็พอ” ภาคินตัดบท แล้วทั้งสองก็นั่งกินข้าวต่อ หลังจากทานข้าวเสร็จภาคินก็ขับรถพาเธอกลับบ้าน