ฮั่วเสี่ยวเหวินไม่เคยเห็นจางหวาหวาดกลัวขนาดนี้มาก่อนขนาดตอนที่ฮั่วเสี่ยวเหวินจับได้ว่าเธอเป็นชู้กับจางต้ากั๋วเธอยังแก้ตัวแบบไม่สะทกสะท้าน
เธอเห็นชัดว่าจางหวาก้าวเท้าออกมาแล้วแต่ถอยกลับเข้าไปเมื่อเห็นโจวเหอแม้แต่เสียงปิดประตูยังดูเร่งรีบ
มาถึงก็ถูกปิดประตูไม่ต้อนรับ โจวเหอกลับไม่โกรธแต่อย่างใดตรงกันข้ามเขาก้าวขึ้นบันไดไปทางบ้านของจางหวา งอนิ้วสองนิ้วเตรียมเคาะประตูแต่เสียงของจางหวาดังขึ้นมาจากในบ้านก่อน “ฉันไม่รู้จักคุณเชิญคุณไปเสียเถอะ”
เสียงของเธอยังคงนุ่มนวลเช่นเดิมทว่ากลับมีความเย็นชาและไม่ต้อนรับ
“คุณหนูจาง อย่าใจร้ายขนาดนี้สิถึงอย่างไรพวกเราก็เป็นเพื่อนกันมาหลายปี”
โจวเหอยิ้มอย่างเขินอายแต่คำพูดเย้าแหย่มากเหมือนจงใจยั่วโมโหให้เธอออกมา
“คนเขาไม่อยากเจอคุณ ช่วยรู้ตัวเองหน่อยไม่ได้หรือ?”
โจวเหอหันกลับไปด้วยความตกใจและต้องพบว่าคนที่กำลังสอนตัวเองคือเด็กผู้หญิงคนหนึ่งแต่เขาจะตอบโต้อะไรกลับไปก็ไม่ได้ เพราะเด็กคนนี้คือคนที่ให้เขาเข้าไปหลบฝนในบ้าน
คนที่มาคือฮั่วเสี่ยวเหวินนั่นเอง หากถามว่าโจวเหอเป็นคนอย่างไรให้พูดตรงๆ ก็คือเป็นเดนมนุษย์ที่ในหัวมีแต่เรื่องการผสมพันธุ์ต่อให้ไม่เห็นแก่หน้าภิกษุก็ต้องเห็นแก่หน้าพระพุทธรูปต่อให้ฮั่วเสี่ยวเหวินจะไม่ชอบจางหวาเพียงใดก็ไม่อาจทนมองอีกฝ่ายถูกผู้ชายประเภทนี้รบกวนได้
“แม่หนูน้อย เธอไม่รู้อะไรตอนที่คุณหนูจางทำงานในบ่อนไพ่นกกระจอกที่อำเภอฉวีเมื่อก่อน…”
โจวเหอพูดได้เพียงครึ่งเดียวก็ถูกตัดบทด้วยเสียงเปิดประตูที่เร่งรีบทั้งสองคนพากันมองไปทางจางหวา
จางหวาหน้าซีดเล็กน้อยหน้าอกอันเย้ายวนกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรง ฮั่วเสี่ยวเหวินยังไม่ทันตั้งตัวจางหวาก็ดึงเธอกับโจวเหอเข้าไปในบ้านแล้ว
ฮั่วเสี่ยวเหวินตามเข้าไปในบ้าน จางหวาสะบัดข้อมือของโจวเหอเต็มแรงกัดฟันพูดว่า “คุณต้องการอะไรกันแน่?”
เห็นจางหวาดูเป็นคนละคนกับที่ผ่านมาฮั่วเสี่ยวเหวินอดนึกถึงภาพที่หวางเจาหวากอดศพลูกชายไม่ได้ตอนนั้นอีกฝ่ายดูไม่ต่างกับหมาป่าเดือดดาล ไม่มีผู้ใดกล้าเข้าใกล้ทั้งนั้น
สีหน้าของโจวเหอเปลี่ยนไปเล็กน้อยแต่ไม่นานก็กลับมายิ้มหน้าระรื่นเหมือนเดิม เขาเอามือไขว้หลังมองพิจารณาภายในบ้านพลางพูดเสียงเบาว่า “คุณหนูจาง ที่นี่ไม่เห็นจะมีอะไรดีเลย ทิ้งชีวิตสุขสบายเพื่อมาอยู่อย่างลำบากแบบนี้เนี่ยนะ”
สีหน้าจางหวาย่ำแย่มาก เธอรีบเดินมาทางฮั่วเสี่ยวเหวิน “เสี่ยวเหวิน เธอกลับไปก่อน น้าจัดการเรื่องนี้เอง” น้ำเสียงกระชับและเร่งรีบ เธอกำลังลนลานมากจริงๆ
ฮั่วเสี่ยวเหวินจะกลับในช่วงเวลาแบบนี้ได้อย่างไร หากเกิดอะไรขึ้นจริงๆอย่างน้อยเธอก็ช่วยตะโกนให้คนมาช่วยได้เพราะชายคนนี้คงไม่ได้มาที่นี่ด้วยจุดประสงค์อันดีแน่
“ฉันไม่กลับ” ฮั่วเสี่ยวเหวินยืนกรานเธอเชื่อว่าหัวหน้าหมู่บ้านจะมาในอีกไม่ช้าถึงตอนนั้นจางหวาจะได้ไม่มีอันตรายอะไรอีก แม้จะรู้สึกรางๆ ว่าโจวเหอกุมความลับบางอย่างของจางหวาไว้ในกำมือแต่นี่ไม่ใช่เวลามาคิดเรื่องนี้
โจวเหอยกเก้าอี้ออกมานั่งเอง ทั้งยังยกขาไขว่ห้างอย่างสบายใจเขาหยิบกล่องบุหรี่ออกมาจากกระเป๋ากางเกง นำออกมาคาบในปากหนึ่งมวนเหมือนหัวหน้าอันธพาลในสังคมใต้ดิน
จางหวายังคงโน้มน้าวให้ฮั่วเสี่ยวเหวินกลับไปบอกว่าตัวเองจัดการเองได้ เธออยู่ที่นี่ไปก็เปล่าประโยชน์
เป็นความจริงที่เธอจัดการคนแบบโจวเหอเองได้ เขามาพยายามข่มขู่เธอขนาดนี้จะมีจุดประสงค์อะไรได้อีกก็คงเพราะอยากครอบครองร่างกายเธอนั่นแหละ
เพียงแต่หากมีครั้งที่หนึ่งก็ต้องมีครั้งที่สองเธอต้องคิดหาวิธีรับมือ
โจวเหอเคาะขี้เถ้าบุหรี่ลงพื้นสูบเข้าปอดอย่างมีความสุขและพ่นออกมาเป็นควันทรงกลมฟันสองซี่ที่ถูกควันรมจนดำเผยออกมาจากปาก เขาพยายามยิ้มให้ “ความจริงฉันมารับสมัครหญิงสาวไปทำงานเฉินอวี้มีปัญหาเลยอยากขอให้เธอช่วยแทน ไม่ได้มีความหมายอื่น”
จางหวายิ้มเยาะ “รับสมัคร?” พูดตรงๆ ก็คือหลอกหญิงสาวไปทำงานอย่างว่าสินะ
“ใช่ เธอคุ้นเคยกับที่นี่มากกว่าฉันแต่แน่นอนว่ารับสมัครคนได้แล้วมีค่าตอบแทน เอาแบบนี้…”
“เชื่อหรือไม่ว่าฉันจะไปแจ้งความเดี๋ยวนี้”
ไม่รู้ว่าเพราะถูกตัดบทหรือเพราะถูกจางหวาข่มขู่ในที่สุดโจวเหอก็โมโหขึ้นมา เขาลุกขึ้นยืนชี้หน้าจางหวาทันที “เอาสิ ไปแจ้งความเลยแต่ฉันขอรับรองเลยว่าเรื่องอับอายที่เธอเคยทำจะแพร่กระจายไปทั่วหมู่บ้านก่อนที่ตำรวจจะมาถึงแน่”
“นาย…”
จางหวาโกรธจนตัวสั่น สุดท้ายเธอก็ยอมแพ้เธอเดินไปนั่งที่เตียงอิฐอย่างหมดแรง ใช้มือทั้งสองข้างค้ำตัวและพูดเสียงเบา “ฉันจะไม่ช่วยนายแน่นอน นายอยากทำอะไรก็เชิญ ฉันขัดขวางไม่ได้”
ฮั่วเสี่ยวเหวินอดรู้สึกเคารพนับถือในตัวเธอขึ้นมาไม่ได้ที่ผ่านมาคิดว่าเธอเป็นแค่หญิงหน้าตาดีที่ดีแต่ล่อลวงผู้ชายนึกไม่ถึงว่าจะมีมุมที่แข็งกร้าวแบบนี้ด้วย
หากปล่อยให้โจวเหอแพร่งพรายความลับของจางหวาออกไปเธอคงไม่อาจอยู่กับจางต้ากั๋วได้อีกกระมัง
ฮั่วเสี่ยวเหวินยอมรับว่าตัวเองเริ่มหวั่นไหวเล็กน้อยถึงอย่างไรอีกฝ่ายก็เป็นมือที่สามที่ทำลายครอบครัวคนอื่น
จังหวะนี้เองมีคนเดินเข้ามาจากด้านนอกด้วยความเร่งรีบในมือถือกระสอบมาด้วย เขาเห็นจางหวามีสีหน้าไม่สู้ดีก็รีบวางกระสอบลง
“ภรรยา คุณเป็นอะไรไปหรือ?”
เสียงอันห่วงใยของเขาดังเข้าหูของจางหวา เธอน้ำตาไหลทันที
จางต้ากั๋วกอดเธอแน่น ชำเลืองตามองโจวเหอกับฮั่วเสี่ยวเหวินแวบหนึ่งแววตามีความขุ่นเคือง
เช้านี้จางหวายังช่วยจัดเสื้อผ้าให้เขาด้วยความเอาใจใส่อยู่เลยบอกให้เขาระวังความปลอดภัยบนภูเขา แต่ตอนนี้เธอกลับกลายเป็นแบบนี้ไม่ต้องคิดก็รู้ว่าเป็นเพราะฝีมือของสองคนตรงหน้า
เขาไม่อยากให้มีปัญหา พูดเพียงว่า “พวกเธอออกไป”
โจวเหอมองจางต้ากั๋ว สูบบุหรี่ในมือแล้วพ่นออกมา เขาพ่นแล้วสูบเข้าไปใหม่อีกครั้งเหมือนกำลังลังเลว่าจะบอกความลับดีหรือไม่
ในที่สุดเขาก็ยอมแพ้ จางต้ากั๋วกำลังโมโหต่อให้เขาพูดไปก็ใช่ว่าจะฟัง ดีไม่ดีอาจทำอะไรมากกว่านี้ก็เป็นได้
หลังฝนตกหนักถนนเต็มไปด้วยดินโคลน เมื่อเหยียบแล้วจะเป็นรอยประทับฮั่วเสี่ยวเหวินเลือกเหยียบแค่จุดที่สะอาด
ต้นหญ้าสองข้างทางสูงถึงเข่าน้ำฝนเม็ดใสดุจผลึกแก้วเกาะบนใบหญ้า
ฮั่วเสี่ยวเหวินได้รับรู้เรื่องราวของจางหวามาคร่าวๆเดาว่าหล่อนน่าจะเคยทำงานประเภทนั้นอยู่ในเมือง หากพูดด้วยคำพูดของโจวเหอก็คือเธอเคยเป็นโสเภณี
โจวเหอคงนำเรื่องนี้มาข่มขู่เธอเพราะรู้ว่าเธอแต่งงานแล้วเพราะเรื่องประเภทนี้ไม่อาจให้ผู้อื่นล่วงรู้ได้
น่าเสียดายที่เขาคำนวณผิด