ตฤณภาส ขับรถโฟล์วิลมาถึงออฟฟิศ เขาเดินเข้าไปในห้องทำงาน นั่งทำงานอยู่ที่โต๊ะทำงาน ตามองดูจอคอมพิวเตอร์ก็จริง แต่ใจคิดพะว้าพะวงไปถึงคนที่นอนอยู่ที่บ้านพักคนงาน ที่กำลังไม่สบายอยู่นั้น
“อะไร ทำไมจะเป็ห่วงผู้หญิงคนนั้นมากมายด้วยนะ ก็แค่ผู้หญิงที่มีอะไรกันเพียงแค่คืนเดียวเอง” ตฤณภาส พยายามสลัดความคิดพะว้าพะวงนั้นออกจากสมอง พยามให้ความคิดมุ่งจดจ่ออยู่กับงานที่อยู่ตรงหน้า
แต่จนแล้วจนรอดก็สลัดความคิด พะว้าพะวงถึงหญิงสาวคนที่นอนอยู่ที่บ้านพักคนงาน ไม่หลุดพ้นไปจากสมองสักที และแถมยิ่งเป็ห่วงหนักขึ้นมากกว่าเดิมอีก จึงตัดสินใจปิดคอมพิวเตอร์ ลุกขึ้นจากโต๊ะทำงาน เดินตรงไปขึ้นรถโฟล์วิลขับออกไป จุดมุ่งหมายนั้นก็คือบ้านพักคนงาน ห้องพักของภรรตรีนั้นเอง
ภรรตรีได้ยินเสียงดังมาจากประตูหน้าห้อง เหมือนว่ามีคนเปิดประตูห้องพักของเธอเข้ามา จึงลืมตาตื่นขึ้นมาพร้อมกับหันมองไปยังประตู หัวใจก็เต้นรัวเร็วราวกับกลองตี กลัวก็กลัวว่าจะเป็พวกที่ไม่หวังดี แอบลอบงัดแงะเข้ามาภายในห้อง เพราะตอนนี้เธอไร้ซึ่งเรี่ยวแรงที่จะต่อสู้กับใครหรืออะไรทั้งนั้น
แต่พอได้เห็นว่าเป็ตฤณภาสนั้นเอง ที่เปิดประตูห้องพักของเธอเข้ามา ก็ถึงกับถอนหายใจออกมาแรงๆ ด้วยความโล่งอก แต่ก็ยังขมวดคิ้วสงสัยอยู่อย่างนั้น เพราะชายหนุ่มพึ่งออกไปจากห้องของเธอ ยังไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงเลยด้วยซ้ำ แล้วทำไมชายหนุ่มถึงได้ย้อนกลับมาอีกล่ะ ก็ไหนบอกว่าจะกลับมาอีกครั้งในตอนเที่ยงยังไงล่ะ
“ทำไมยังไม่นอน?” ตฤณภาสร้องถามคนตัวเล็ก ที่นอนมองการเคลื่อนไหวของคนตัวโต ที่เดินเข้ามาในห้องพักของเธอตาใสแป๋ว ทั้งขมวดคิ้วเข้าหากันด้วย เหมือนว่ากำลังสงสัยใคร่รู้ยังไงยังงั้น ก็ภรรตรีสงสัยจริงๆ นั้นแหละ
“นอนไปแล้วค่ะ แต่ได้ยินเสียงเปิดประตู จึงได้ตื่นขึ้นมา แล้วคุณกลับมานี้ลืมอะไรไว้หรือเปล่าคะ?” ภรรตรี มองหน้าครามครันที่มีหนวดเคราขึ้นรกรุงรังของคนตัวโต ถามออกไปตามที่ตนเองสงสัยใคร่รู้ กับการหวนกลับมาของเขา
“เปล่า! ไม่ได้ลืมอะไร ก็แค่จะมาอยู่เป็เพื่อนเท่านั้นเอง กำลังไม่สบายอยู่ มีเพื่อนอยู่ด้วยไม่ดีหรือไง!!??”
ว่าแล้วชายหนุ่มก็วางคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คของเขาไว้ที่โต๊ะ เสียบสายไฟที่เต้าเสียบที่ข้างฝาห้อง ต่อเข้ากับคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คนั้น นั่งลงบนเก้าอี้ที่อยู่ใกล้ๆ โต๊ะ แล้วทำการเปิดหน้าจอคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค กดเปิดเครื่องขึ้นมา เพื่อจะได้ใช้ทำงานในระหว่างที่นั่งเฝ้าคนป่วย
“นอนต่อสิ ผมจะนั่งทำงานอยู่ที่นี่แหละ”
ตฤณภาส หันหน้าไปบอกคนตัวเล็กที่นอนมองมายังเขาตาปริบๆ ก่อนจะร้องบอกให้คลายความกังวลใจ แต่จนแล้วจนรอดคนที่กำลังป่วยที่นอนอยู่บนเตียง ก็ยังคงไม่หลับสักที ยังคงมองมายังคนตัวโตที่นั่งทำงานอยู่นั้นอย่างครุ่นคิดสงสัย ว่าที่ชายหนุ่มมานั่งเฝ้าเธออยู่อย่างนี้เพื่ออะไรกัน ทำไมถึงจะต้องสละเวลาในการทำงาน มาคอยนั่งเฝ้าไข้คนอย่างเธออยู่อย่างนี้ด้วย
“จะหลับไหม? หรือจะต้องให้ผมต้องกล่อมนอน คุณถึงจะยอมนอนหลับน่ะฮึ!”
ตฤณภาสรู้สึกได้ถึงการที่หญิงสาวที่นอนอยู่บนเตียงนอน กำลังจ้องมองแผ่นหลังของเขาอยู่ในขณะนี้ โดยไม่ยอมหลับยอมนอน จึงได้ร้องทักออกไปอย่างให้คนที่นอนอยู่ได้รู้ และแถมยังขู่คนตัวเล็กมาด้วยอีกต่างหาก
“หลับค่ะ หลับแล้วก็ได้ค่ะ”
ภรรตรีหลับตากลมแป๋วนั้นลงโดยพลัน โดยไม่รีรอที่จะให้คนตัวโตต้องเข้ามากล่อมให้เธอได้หลับ อย่างที่ชายหนุ่มได้พูดออกมานั้น เมื่อตฤณภาสเห็นการกระทำของคนตัวเล็กที่ได้กระทำอยู่นั้น ก็อมยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจแกมเอ็นดู ก่อนจะหันหน้ากลับไปจดจ่อ อยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คเช่นเดิม และคนตัวเล็กที่หลับตาลงไปแล้วนั้น ก็ค่อยๆ หลับใหลเข้าสู่ห้วงนิทรา ไปอย่างไม่พะว้าพะวงใจอีก เพราะมีคนมาคอยนั่งอยู่ด้วยในห้องนั้นเอง
๑๑_๑๑_๑๑_๑๑_๑๑_๑๑_๑๑_๑๑_๑๑_๑๑_๑๑_๑๑_๑๑_๑๑_๑๑_๑๑_๑๑