บทที่ 27
เวลาผ่านไปภายในรถตู้ของอาร์ทที่กำลังเดินทางกลับไปยังตัวเมือง ภายในรถตู้แต่ละคนนั้นแทบจะไม่มองหน้ากันเลย ยกเว้นริสาที่เธอกำลังง้อแฟนหนุ่มของตัวเองอยู่ตลอดเวลา แต่ไม่ว่าเธอจะอ้อนอย่างไรกฤษณ์ก็ยังคงถามคำตอบคำอยู่ดี ส่วนกฤษณ์ที่ตอนนี้ในหัวของเขานั้นกำลังคิดอะไรหลายอย่าง ทั้งเรื่องหน้าที่การงานและเรื่องของความรัก เขาจะต้องคิดมันให้ดี อาร์ทที่ตอนนี้นั่งหน้ารถข้างปาร์คที่เป็นคนขับ เขาก็หันไปมองกระจกหลังเป็นระยะๆ มองไปยังแอมที่ได้รับรู้ความจริง และละครที่เขาได้แสดงไปจากปากของทั้งสองเอง แต่ดูเหมือนว่าเธอจะคิดอะไรบางอย่างอยู่ ไม่ว่าจะมองไปสักกี่ที เธอก็ได้แต่มองไปยังด้านนอกของหน้าต่างตลอดเวลา แอมที่ตอนนี้กำลังประมวลผล เธอเข้าใจดีว่าจุดที่อยู่เธอนั้น มันเป็นแผนที่พี่ริสาอยากจะลองใจพี่กฤษณ์ แต่ถึงอย่างนั้นเธอเองก็ต้องใช้ความคิด เพราะว่าชายคนที่เธอเผลอไปมีอะไรด้วยนั้นเขาไม่ได้เป็นเพียงแค่เด็กส่งเอกสารอีกต่อไปแล้ว เธอเองก็ไม่ใช่คนโง่ที่จะมองไม่ออกว่าตำแหน่งที่เธอได้มานั้น มันไม่ได้มาอย่างชอบธรรม ถึงเธอจะไม่กลัวที่จะเป็นขี้ปากของพนักงานคนอื่นๆก็ตามที และยังต้องคิดอีกว่าจะทำอย่างไรดีกับเรื่องราวต่อไปจากนี้ ไม่นานรถตู้ก็มาจอดยังโรงพยาบาลเซนต์มาติน มันก็นับว่าโชคดีที่ต้องขับมายังสถานที่เดียวไม่ต้องวนไปส่งใครอีกหลายแห่ง เมื่อมาถึงแล้วทุกคนก็เดินลงมาจากรถ หมอกฤษณ์ขอใช้เวลาเพียงครู่หนึ่งกับอาร์ทเป็นการส่วนตัว จากนั้นทั้งสองก็แยกตัวออกไปในเวลาต่อมา “มีเรื่องอะไรที่ต้องคุยกันอีกล่ะเนี้ย นึกว่าที่ไม่พูดกันมาตลอดทางเป็นเพราะว่าเกลียดขี้หน้ากันเสียอีก..” ริสาเอ่ยออกมาอย่างขัดใจ เธอพยายามง้อแทบตายยังไม่สำเร็จเลยด้วยซ้ำ แต่เธอเองก็แอบดีใจ และมั่นใจมากกว่าเดิมที่จะมีเขาคนนี้ยืนอยู่ข้างๆตลอดชีวิต“เขามีเรื่องที่จะต้องตัดสินใจครับ....” ปาร์คกล่าวพร้อมกับยิ้มออกมาแบบที่มันแปลได้หลายความหมาย ริสาไม่เข้าใจว่าเขากำลังพูดเรื่องอะไรอยู่ เธอก็แต่จ้องไปที่ปาร์คด้วยความสงสัย ก่อนจะหันไปมองแฟนหนุ่มของเธอที่กำลังคุยกับอาร์ทอยู่“เออ.. ท่านผู้ช่วยปาร์คคะ คือว่าแอมมีเรื่องอยากจะถามน่ะค่ะ” แอมที่เงียบมานาน เธอก็พูดออกมาจนได้ ปาร์คที่ได้ยินเองก็หันมาหาเธอด้วยรอยยิ้ม“เรื่องท่านรองประธานซินะครับ... มีอะไรก็ถามมาได้เลยครับ” แอมที่ได้ยินก็ตกใจเล็กน้อย เหมือนกับว่าผู้ช่วยปาร์คคนนี้จะไม่ธรรมดาอย่างที่เธอคิดเอาไว้ ในตอนแรกเธอกะว่าจะหลอกถามเอาเสียหน่อย แอมถอนหายใจ และรวบรวมความกล้าอีกครั้งหนึ่ง“แอมอยากรู้เรื่องของเขามากกว่านี้ค่ะ.. ช่วยบอกให้กับแอมหน่อยได้ไหมคะ” แอมกล่าว“อาร์ท อัสนี เกียรติพัฒนวงศา ทายาทเพียงหนึ่งเดียวของ นายอรุณ เกียรติพัฒนวงศา และนางพัชรี เกียรติพัฒนวงศา เจ้าของ และหุ้นส่วนใหญ่ตอนนี้น่าจะมากกว่า 70 เปอร์เซ็นต์แล้วมั้งเท่าที่ได้ยินจากข่าวมา .. พวกเราเจอกันบ่อยเมื่อก่อนตอนเด็ก จึงสนิทกันล่ะมั้ง อาร์ทน่ะเป็นคนชอบแผนการ เจ้าเล่ห์ แต่ถึงอย่างนั้นก็เป็นคนดีคนหนึ่งแหละนะ” ริสาที่ได้ยินแอมถาม เธอก็ถือโอกาสในการพูดอธิบายในเชิงลึกให้กับแอมฟัง“ใช่แล้วล่ะครับ ผมกับท่านรองประธาน รวมถึงบอดี้การ์ดคนอื่นเองก็ต่างเป็นเพื่อนที่เคยเรียนอยู่เมืองนอกด้วยกันน่ะครับ... ถ้าให้เดาก็คงจะเป็นเรื่องที่ทำไมท่านรองประธานถึงให้ตำแหน่งนั้นกับคุณซินะครับ” ผู้ช่วยปาร์คกล่าวออกมา“ห๊ะ!! นี่น้องแอมทำงานที่บริษัทไลท์อย่างนั้นเหรอ ไม่เห็นเคยรู้มาก่อนเลยนะ ...” ริสาทำท่าคิดตามสิ่งที่ได้ยิน“ใช่ค่ะผู้ช่วยปาร์ค .. ฉันกำลังคิดว่ามันไม่ยุติธรรมกับคนอื่นๆที่มีสิทธิ์... ฉันอยากให้มันเป็นไปตามการคัดเลือก ถึงจะต้องสูญเสียสิทธิประโยชน์จากตำแหน่งไป มันก็ยังดีกว่าต้องมารู้สึกผิดอย่างนี้นะคะ” แอมกล่าวพร้อมกับทำหน้าเศร้าๆ ปาร์คที่ได้ฟังในสิ่งที่เธอกล่าวมานั้น เขาก็ได้แต่ถอนหายใจ และมองไปยังบนท้องฟ้า“คุณแอมอาจจะยังไม่รู้นะครับ ว่าผมรู้เรื่องของพวกคุณสองคนเกือบจะทั้งหมด บัตรประชาชนที่คุณเป็นคนลืมไว้ ก็ผมนี่แหละที่เป็นคนเก็บมันได้.. การที่คุณได้ตำแหน่งนั้นไปก็ต้องยอมรับว่ามันเป็นการล็อกตัวของท่านรองประธาน แต่สิ่งที่คุณยังไม่รู้นั้นก็ยังมีอยู่... สวัสดิการของบริษัทที่คุณแอมได้ไปมันไม่มีอยู่จริงๆในบริษัทหรอกนะครับ... ท่านรองจะต้องแบกหน้าไปขอท่านประธานด้วยตัวเอง.. แล้วทั้งหมดนี้คุณแอมคิดว่าเขาทำไปเพื่ออะไรกันเหรอครับ…” ผู้ช่วยปาร์คกล่าวออกมา จริงๆแล้วตั้งแต่ที่เขาติดตามหัวหน้ามานั้น นับว่าเป็นน้อยครั้งมากที่เขาจะมีโมเมนต์อย่างนี้กับคนที่เขาชอบ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีเลย ล่าสุดน่าจะเป็นลูกสาวท่านนายพลใหญ่ท่านหนึ่งเท่าที่เขารู้ มันผิดกับแอมที่เขาต้องการที่จะเปิดเผยตัวตนอย่างโจ่งแจ้งว่าเขานั้นชอบเธอ ต่างกับลูกสาวนายพลคนนั้นลิบลับเลย“เอ๊ะ!! มีเรื่องอะไรแบบนี้ด้วยเหรอเนี้ย.. อาร์ทเนี้ยนะ....” ริสากล่าวออกมาหลังจากที่ปาร์คกล่าวจบ แน่นอนว่ามันก็ทำให้แอมนั้นคิดหนักมากกว่าเก่า เธอเงียบลง และไม่รู้ว่าจะทำอะไรหรือถามอะไรต่อ แต่ในอีกด้านหนึ่งที่คุยกันใกล้เสร็จแล้ว อาร์ทก็กล่าวออกมาตามที่กฤษณ์นั้นสงสัย“เข้าใจละ... ฉันจะตอบตามที่นายถามมาก็แล้วกัน... ถ้านายเข้ามาเป็นคนของสหประชาชาติในฐานะหมอ อย่างน้อยๆก็น่าจะยศใกล้ๆกับฉันเลยล่ะ ไม่นาวาเอกก็พันตรีเลยล่ะนะ... แต่มันเป็นแบบพิเศษ และจะไม่มีการเพิ่มยศให้ตามขั้นประจำปี แต่จะให้ตามผลงานนะ.. อย่างงานที่นายกำลังจะไปทำเกี่ยวกับไวรัสตัวที่นายกำลังศึกษานั้น และผลมันออกมาดี นายได้ไม่ต่ำกว่านี้แน่นอน...” อาร์ทกล่าวเพื่อเพิ่มความมั่นใจให้กับตัวของกฤษณ์ แน่นอนว่ากฤษณ์มีคำถามหลายอย่างเช่น เขาต้องเข้ารับการฝึกหรือไม่ และต้องคอยประจำการไหม จะได้อยู่ประเทศไทยหรือเปล่า อาร์ทก็ได้ตอบไปว่าในอนาคตกฤษณ์จะต้องมาเป็นหมอประจำหน่วยของเขาที่ประจำการอยู่ประเทศไทย ทำงานเป็นเวลา และสำหรับแพทย์นั้นไม่มีการประจำการหรือการฝึกใดๆทั้งสิ้น“เข้าใจแล้วครับ... ผมจะเข้าร่วมกับสหประชาชาติ แต่ผมไม่มีเหตุผลที่อยากจะช่วยประเทศชาติหรือโลกใบนี้ แต่ผมเพียงแค่ทำเพื่อตัวเองเท่านั้น เพื่อที่จะได้การยอมรับจากท่านประธาน..ผมจะทำครับ” กฤษณ์กล่าวปณิธานของตัวเอง มันทำให้อาร์ทยิ้มก่อนจะตบไหล่ และเดินมารวมกลุ่ม“งั้นก็รีบไปเก็บของได้แล้ว ฉันจะแจ้งทางศูนย์ใหญ่ให้มารับตัวนายในอีก 1 ชั่วโมง ไปบอกกล่าวกับริสาไว้หน่อย พยายามอย่าบอกเรื่องที่เราเป็นอะไรล่ะ มันเป็นความลับของความมั่นคงระดับประเทศ อีกอย่างถ้าริสารู้เข้าเธออาจจะตกอยู่ในอันตราย....” กฤษณ์ที่ได้ยินก็ก้มหัวให้กับอาร์ทเล็กน้อย ชายคนนี้ถ้ารู้จักจริงๆแล้ว เขาเป็นชายที่ควรคู่แก่การเคารพอย่างแท้จริง เขาลืมไปแล้วว่าเคยโกรธเกลียดมากแค่ไหน ในใจตอนนี้ชายคนนี้คือผู้มีพระคุณกับชีวิตเขาจริงๆ… ‘พวกเขาคุยอะไรกันนะ....’ นั่นคือคำถามที่ติดอยู่ในใจของหญิงสาวทั้งสองคน ริสามองไปที่กฤษณ์ด้วยความแปลกใจ อาร์ทมันทำได้อย่างไรที่ทำให้แฟนหนุ่มของเธอที่มั่นใจในศักดิ์ และศรีก้มหัวเคารพ ส่วนแอมเองก็มองไปที่อาร์ทด้วยความสนใจมากกว่าแต่ก่อน ถึงตอนนี้มันจะไม่มีสิ่งที่เรียกว่ารักอยู่ในหัวใจเธอก็ตาม แต่หลังจากได้ยินว่าเขาคนนี้ทำอะไรเพื่อช่วยเหลือเธอมาบ้าง มันก็ทำให้เธอคิดที่จะลองเปิดใจกับชายคนนี้สักครั้งหนึ่ง...