ฮูหยินแม่ทัพผู้โง่เขลา

    ตอนที่ 6

    ในตอนนี้ฟ่านเว่ยกำลังจิบชาท่ามกลางธรรมชาติที่งดงามกับอี้เหม่ย ทันใดนั้นเขาก้นึกเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ได้
    "น้องเจ็ด ข้ามีเรื่องที่อยากถามเจ้าหน่อยเกี่ยวกับสามีข้า"ฟ่านเว่ยเอยปากถามเรื่องของ อี้หลง สามีของฟ่านเว่ย อี้เหม่ยเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็เกิดสนใจว่าพี่สะใภ้นั้นอยากรู้เรื่องใดของพี่สาม
    "ท่านมีเรื่องใดอยากรู้เกี่ยวกับพี่สามหรือเจ้าคะ"
    "ในวันนี้ แม่นางอี้เหลียนนางมาหาข้าพูดเกี่ยวกับคนที่อยู่ในใจสามีข้า เจ้าพอจะทราบไม่ว่าคือผู้ใด"ฟ่านเว่ยหรี่ตามองน้ำในจอกที่สะท้านแววตาของตน
    "ถ้าพูดถึงเรื่องนั้น ข้าเองก็ไม่แน่ใจ แต่ว่าก็พอมีข่าวลือในจวนอยู่"อี้เหม่ยเมื่อมีเรื่องให้ซุบซิบนางก็รู้สึกคันปาก ก้มตัวลงขยับมาใกล้ฟ่านเว่ยพูดเสียงเบา เขาเองก็ชักสนใจขึ้นมาแล้ว
    "ว่ากันว่า เมื่อตอนที่พี่สามยังเด็กได้เดินทางไปต่างเมืองระหว่างทางเกิดอุบัติเหตุโจรปล้น พี่สามหนีรอดมาได้แต่รับบาดเจ็บในตอนนั้นเองก็มีหญิงชาวบ้านที่เดินทางผ่านมาช่วยไว้ เมื่อพี่สามฟื้นตัวขึ้นก็กลับเมืองหญิงชาวบ้านผู้นั้นได้ให้บุตรสาวของตนมาติดตามพี่สาม ครั้งหนึ่งนางหายตัวไป พี่สามออกตามหานาง3วัน3คืนพี่สามไม่ได้หลับได้นอนจนกว่าจะได้เจอนาง ยิ่งไปกว่านั้นเสื้อผ้าเครื่องประดับของนางยังได้ของที่ดูดีกว่าตัวข้าเสียอีก นางน่าจะเป็นคนที่อยู่ในใจพี่สาม"อี้เหม่ยกัดฟันถึงช่วงเสื้อผ้าและเครื่องประดับ ดูท่าแม่นางผู้นี้ก็จะมีชีวิตที่สุขสบายกว่าข้า
    "แล้วเหตุใด เขาจึงไม่ตบแต่งนางเล่า"ฟ่านเว่ยถามมันแปลกจริงๆ การไม่ตบแต่งกับนาง
    "เรื่องนี้ข้าเองก็ไม่รู้เช่นกันเจ้าค่ะ หรือว่าอาจเป็นเพราะตัวท่านดูเป็นที่น่าหัวเราะมากกว่านางก็เป็นไปได้ ถ้าเรื่องภูมิหลังตัวท่านกับนางก็เหมือนกัน หญิงชาวบ้านกับใครไม่รู้ คนสติดีกับคนโง่ หญิงสกุลเฟยผู้นั้นไม่มีทางให้พี่สามสมหวังหรอก ถ้าข้าเป็นนางคงจัดการกับคนที่เป็นศัตรูก็คงเลือกแบบเดียวกัน แต่นางผู้นี้เป็นดอกบัวขาวยิ่งกว่านังเฟยเหยียนเสียอีก"เสียงนางขึ้นจมูก ใบหน้าบูดบึ้งเต็มไปด้วยความรังเกียจ เฟยเหยียนที่ว่า คืออนุของสามีข้า
    ตอนนี้ฟ่านเว่ยเงียบลง เขากำลังใช้ความคิด เหตุใดชายคนนี้ถึงได้ดูแลคนอื่นแถมยังเป็นคนที่แย่งตำแหน่งภรรยาของคนในใจอีก หรือว่า ไม่น่า ถ้าเป็นอย่างนั้นละก็คนผู้นี้ ก็ซ่อนลึกเกินไป
    ต่อหน้าทำดีคอยดูแลภรรยาชายที่โง่เขลาที่ไม่มีภูมิหลัง คอยตบตาข้างหน้า เพื่อปกป้องหญิงสาวในดวงใจพอจัดการปัญหาเสร็จคงมากำจัดตัวปัญหาอย่างข้าต่อ ฟ่านเว่ยหรี่ตาลง หวังว่าเขาจะคิดมากไปเอง เขาหงุดหงิดเพราะยังไม่อยากมีส่วนร่วมเหมือนนิยายเลือดหมาในชาติก่อน
    "ฮูหยินขอรับ ฮูหยิน ท่านมาอยู่นี้เอง อ้ะ คุณหนูเจ็ดท่านก็อยู่ด้วย"หลงเปากลับมาจากส่งจดหมายมาถึงเรือนก็ไม่เห็นนายตน หลงเปาตกใจอีกรอบ กลัวเป็นเหมือนวันนั้น เขารีบวิ่งออกตามหานายของตนจนมาพบฮูหยินกำลังนั่งดื่มชมชากับคุณหนูเจ็ดผู้นี้อยู่
    เขาก้มหน้าลง กระซิบข้างหูของฟ่านเว่ยถึงภารกิจที่ลุล่วงแล้ว
    "เก่งมากหลงเปาน้อย"เมื่อฟ่านเว่ยพูดเสร็จเขาก็หัวเราะชมหลงเปายกใหญ่ หลงเปาที่ได้ยินคำชมก็เขินจนตัวบิด หน้าแดง ฟ่านเว่ยกลับมาอารมณ์ดีอีกครั้ง
    "เอาละ ตอนนี้ถึงเวลาที่ข้าต้องกลับเสียแล้ว เมื่อเจอกันคราวหน้าข้าหวังว่าจะมีละครสนุกๆได้ชมนะคุณหนูหก"ฟ่านเว่ยลุกขึ้นก่อนมองหน้าอี้เหม่ยแล้วยิ้มที่มุมปาก
    "ได้สิเจ้าค่ะ พี่สะใภ้เจอกันคราวหน้าข้าจะไม่ให้ท่านต้องผิดหวัง"อี้เหม่ยได้ยินเช่นนั้นก็เอยเสียงหวานพร้อมยกยิ้ม
    ฟ่านเว่ยกลับเรือน ในวันนี้คงไม่มีใครในจวนมาหาข้า ตอนนี้คนพวกนั้นคงวุ่นกับอี้เหลียนเป็นแน่ เรื่องที่ข้าจัดการพวกบ่าวคงกระจายไปทั่ว ทั้งๆที่อยู่ในยุคนี้แต่ข่าวกลับแพร่ออกไปอย่างรวดเร็ว ในที่สุดอาทิตย์ก็ตกดิน
    คืนที่ค่ำมืด มีเพียงเสียงลมและแสงเทียนที่ริบหรี่ ในเรือนที่ทรุดโทรมมีคนผู้หนึ่งกำลังหลับใหลอยู่บนบนเตียง
    หวีด หวีด
    เสียงบางอย่างดังขึ้นตามสายลม แต่ไม่มีผู้ใดตื่นขึ้นเหมือนไม่มีผู้ใดได้ยิน ฟ่านเว่ยลืมตาขึ้นในความมืด เขาค่อยๆลุกขึ้นนั่ง ก่อนที่จะเคลื่อนตัว ปลายเท้าแตะลงพื้นสวมรองเท้าเดินออกไปอย่างแผ่วเบาอย่างกับขนนก เขาเดินออกจากเรือนเดินไปยังทางต้นเสียงก่อนที่หยุดลงหน้าต้นไม้ต้นหนึ่ง
    ฟ่านเว่ยเงยหน้าขึ้นมอง บนต้นไม้ เห็นชายผู้หนึ่งที่กำลังนั่งยองอยู่บนต้นไม้กำลังก้มมองมาที่เขาเช่นกัน ฟ่านเว่ยยิ้มมุมปากอย่างมีเสน่ห์ ดูท่าจดหมายไปถึงมืออย่างรวดเร็วจริงๆ
    "ในที่สุด ข้าก็พบท่าน"ชายผู้นั้นกระโดดลงมาจากบนต้นไม้ เขาเป็น1ใน4ขุนพลศึกข้างกายของเขา พวกเขาอยู่ด้วยกันตั้งแต่เด็ก
    "ไง ซุนหงไม่เจอกันนาน เจ้าก็ยังหล่อเหลาเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน ฮาฮา"ฟ่ายเว่ยหยอกล้อชายหนุ่มตรงหน้าก่อนจะหัวเราะอย่างอารมณ์ดี
    "..."ซุนหงยังคงมองหน้าฟ่านเว่ยนิ่งเงียบ
    "เรื่องนั้นช่างเถิด เหตุใดท่านถึงหายไป 2 ปี แถมยังมาอยู่ในจวนนี้ ถ้าข้อมูลข้าไม่ผิดนี้เป็นจวนของตระกูลพ่อค้าสกุลอี้"ซุนหงทำหน้าจริงจังจ้องฟ่านเว่ยเขม็ง
    "อ่า เรื่องนั้นก็อย่างที่เจ้าเห็นละ ฐานะของข้าในจวนนี้ค่อนข้างน่าอายนิดหน่อย"ฟ่านเว่ยยิ้มแย้ม ซุนหงเห็นเช่นนั้น เขาก็ขมวดคิ้วเริ่มเห็นเค้าโครงไม่ค่อยดี พอลองคิดๆดูแล้ว เขาเคยได้ยินเรื่องตลกเมื่อ 2 ปีที่แล้ว เสนาบดีสกุลอี้ได้แต่งภรรยาเอกชายที่เป็นคนโง่เข้าสกุล เมื่อซุนหงคิดได้เช่นนั้นเขาก็หน้าซีดแข็งค้าง
    ฟ่านเว่ยเห็นท่าทางนั้น เขาก็หัวเราะอีกครั้ง ช่างทำให้เขาเกิดอารมณ์ขันจริงๆ เขาก็เล่าเรื่องราวของตนในช่วงเวลาตั้งแต่เกิดเรื่องจนถึงปัจจุบัน
    "คนสกุลอี้หาเรื่องตายเสียจริง"ซุนหงทุบกำปั้นลงดินก่อนเหลือบมองห่านเว่ย "ในตอนนี้ ท่านก็ฟื้นความจำแล้ว ท่านจะทำอะไรต่อไป "
    "อืม ข้ามีหนี้ที่ต้องชำระอยู่ คงปล่อยหนี้นี้ไปไม่ได้หรอก"ฟ่านเว่ยนึกคิดพูดพึมพำ หรี่ตาเย็นลงก่อนที่จะมีไอเดียแวบเข้ามาในสมองของเขา ฟ่านเว่ยยิ้มขึ้นมาก่อนจะมองซุนหง
    "ซุนหงข้ามีเรื่องที่จะให้เจ้าไปทำ"ซุนหงรับฟังก่อนที่จะไปทำตามคำสั่ง ตัวเขาได้แต่คิดผู้ใดกันนะที่ไปปลุก ปีศาจบ้าเลือดที่อยู่ขุมนรกขึ้นมา เขาได้แต่ถอนหายใจ


    'ค่ำคืนนี้ยังอีกยาวนาน'