ฮั่วเจี้ยนจงกอดอกนั่งตัวตรงเป๊ะหลับตาลงเช่นกัน ทว่าภาพที่ทั้งสองนั่งเคียงคู่กันช่างดูกลมกลืนและอบอุ่นเสียจนบาดตาเซียวหยวนิ ทำให้ใจของเขาเ็ปรวดร้าว
จริงๆด้วย...
เจียวเจียวไปตัวอำเภอกับฮั่วเจี้ยนจง
ไม่แปลกที่เธอไม่ยอมให้เขาไปด้วย
เซียวหยวนิคลี่ยิ้มขื่นขมและเศร้าสร้อยออกมามันช่างเป็รอยยิ้มที่แสนเศร้าเหลือเกิน
ทว่าซูเจียวเจียวที่อยู่ในรถกลับไม่ทันสังเกตเห็น
เมื่อรถหยุดซูเจียวเจียวก็ตื่นขึ้นมา จากนั้นก็ปาดน้ำลายที่มุมปากออกอย่างงุนงง
เมื่อหันไปเผชิญหน้ากับสายตาที่เต็มไปด้วยความรังเกียจของฮั่วเจี้ยนจงสีหน้าของซูเจียวเจียวก็มืดมิดลง
เธอต้องเหนื่อยมากแน่ๆถึงได้หลับจนน้ำลายไหล ปกติไม่เคยเป็แบบนี้มาก่อนเลยนี่!
น่าขายหน้าชะมัด!
ฮั่วเจี้ยนจงมองเธอด้วยสายตารังเกียจอีกครั้งก่อนจะลุกขึ้นหยิบข้าวของเตรียมลงจากรถ
ซูเจียวเจียวค่อยๆลุกขึ้น หยิบข้าวของของเธอ แล้วค่อยๆ เคลื่อนตัวไปทางประตูรถอย่างทุลักทุเล
ฮั่วเจี้ยนจงเห็นดังนั้นจึงหันกลับมา ช่วยถือของที่หนักที่สุดถุงหนึ่งของซูเจียวเจียวลงไป
ซูเจียวเจียวรีบกล่าวขอบคุณ
เพียงลงจากรถฮั่วเจี้ยนจงก็สังเกตเห็นเซียวหยวนิยืนหน้าถมึงทึงรออยู่ เขาชะงักเล็กน้อยก่อนจะวางของลง
ฮั่วเจี้ยนจงััได้ถึงสายตาที่จ้องมองสำรวจของเซียวหยวนิจึงยิ้มตอบอย่างสุภาพ จากนั้นก็หันหลังเดินจากไป
แต่รอยยิ้มนี้ในสายตาของเซียวหยวนิกลับไม่เป็เช่นนั้น
มันเป็การยั่วโมโหชัดๆ!
นอกจากความโศกเศร้าเสียใจแล้วใจของเซียวหยวนิยังเต็มไปด้วยความโกรธเผยความรู้สึกหลากหลายดุจดั่งรสชาติของอาหารทั้งห้าอย่างที่ถูกเทรวมกัน
“เอ๊ะ? อาิ คุณมาได้ยังไง?”
ซูเจียวเจียวเห็นเซียวหยวนิทันทีที่ลงจากรถใบหน้าของเธอก็พลันเผยรอยยิ้มยินดีออกมา
เซียวหยวนิสีหน้ามืดครึ้มไม่พูดอะไร
แม้ว่าปกติเขาจะเป็คนเงียบขรึมและมีสีหน้าเคร่งขรึมจริงจังอยู่แล้วแต่ซูเจียวเจียวก็ยังคงสังเกตเห็นความผิดปกติของเขา
“อาิ คุณดูไม่ค่อยมีความสุขเลย เกิดอะไรขึ้นคะมีใครทำให้คุณไม่พอใจหรือเปล่า?”
“ใครทำอะไรคุณคะ? บอกฉันมาสิ ฉันจะไปด่าเขาให้ยับเลย!”
เซียวหยวนิอยากจะพูดว่าเป็ฮั่วเจี้ยนจงแต่สุดท้ายเขาก็เก็บปากเงียบ สุดท้ายจึงเค้นเสียงตอบอย่างหนักอึ้งเพียงสองคำว่า“ไม่ใช่”
เขาทำหน้าบึ้งยกถุงที่วางอยู่บนพื้นขึ้น แล้วเดินไปข้างหน้า
ซูเจียวเจียวคิดทบทวนดูสักครู่ก็พลันนึกถึงสาเหตุได้ และอธิบายว่า “เป็เพราะฉันเข้าเมืองคนเดียวไม่ได้ชวนคุณหรือเปล่า?ฉันเห็นคุณเหนื่อยมาก ก็เลยอยากให้คุณนอนพักผ่อนเยอะๆ หน่อย…”
แล้วเธอก็เห็นสายตาของเซียวหยวนิเหลือบมองไปทางฮั่วเจี้ยนจงทันใดนั้นเธอก็เข้าใจ
“ฉันบังเอิญเจอสหายฮั่วตอนไปรับพัสดุในเมืองพอดีฉันไม่ได้มีความสัมพันธ์อะไรกับเขาหรอกนะ”
เซียวหยวนิดวงตาพลันวูบไหวด้วยความประหลาดใจเจียวเจียวอธิบายให้เขาฟังด้วย!
เขาควรจะเชื่อเจียวเจียวเขาเองก็อยากจะเชื่อเจียวเจียว เพียงแต่ในใจเขาก็ยังคงรู้สึกไม่สบายใจนักเขาจึงตอบรับเสียง “อืม” อย่างเสียไม่ได้
ซูเจียวเจียวเพื่อที่จะทำให้เขาอารมณ์ดีขึ้นจึงพูดว่า “ฉันซื้อเนื้อหมูมาด้วยนะแล้วก็ซื้อแป้งมาด้วย คืนนี้ฉันจะทำซาลาเปาเนื้อลูกใหญ่ให้คุณกิน!”
เซียวหยวนิก็ยังคงตอบแค่“อืม”
ทั้งสองคนมาถึงบ้านอย่างรวดเร็วเซียวหยวนินำสิ่งของเข้าไปในบ้าน
แม้ว่าเขาจะรู้สึกไม่สบายใจนักแต่เขาก็ยังคงซื่อสัตย์ รีบเทชาถ้วยหนึ่งส่งให้ซูเจียวเจียว
ซูเจียวเจียวรับชาเย็นมาดื่มอึกๆไม่กี่อึกก็หมดเกลี้ยง เธอรีบเร่งเดินทางมาตลอดบ่ายจนไม่ได้ดื่มน้ำแม้แต่หยดเดียวลำคอของเธอแทบจะแห้งผากเป็ผุยผงแล้ว
พอได้ดื่มชาสักถ้วยเธอก็รู้สึกสบายขึ้นมาก
เธอยิ้มหวานให้เซียวหยวนิ
เซียวหยวนิสบตากับดวงตาที่ใสสะอาดดุจน้ำในฤดูใบไม้ร่วงของเธอคำถามที่เตรียมจะเอ่ยก็พลันเปลี่ยนเป็ “ผม…วันนี้โชคดีมาก ผมจับกระต่ายป่าได้สองตัวบนูเาเดี๋ยวผมจะเอาไปตุ๋นให้คุณกินบำรุงร่างกายนะ”
ซูเจียวเจียวเหลือบมองไปที่มุมครัวก็เห็นกระต่ายป่าสองตัวที่ถูกมัดขาไว้จริงๆ
“ว้าว อาิ คุณเก่งมากเลยนะเนี่ยจับกระต่ายป่าอ้วนพีแบบนี้มาได้ถึงสองตัว” ซูเจียวเจียวตาเป็ประกายแวววาวระยิบระยับจับใจ
เธอทรุดตัวลงนั่งหน้ากระต่ายป่าสองตัวกลืนน้ำลายเอื๊อกอย่างไม่เหลือความสง่างาม
เธอไม่เคยคิดเลยว่ากระต่ายน่ารักขนาดนี้ทำไมถึงต้องกินกระต่ายด้วย
ในยุคนี้ที่อาหารการกินไม่เพียงพอเนื้อสัตว์ก็หายากยิ่งนัก
การได้กินกระต่ายป่าถือเป็อาหารโอชะชั้นเลิศ
ซูเจียวเจียวกำลังคิดว่าจะทำรสจัดจ้านหรือจะตุ๋นพะโล้ดี?
ทันใดนั้นซูเจียวเจียวก็นึกถึงหญิงสองคนที่ขายไข่ในตลาดวันนี้ขึ้นมาดวงตาของเธอก็พลันสว่างไสว
ไก่บ้านออกไข่แล้วนำไปขายเองได้แล้วสัตว์ป่าที่จับมาเองก็เอาไปขายได้ด้วยหรือเปล่า?
ซูเจียวเจียวหยุดเซียวหยวนิที่กำลังจะไปจัดการกับกระต่ายป่า“เรากินแค่ตัวเดียว แล้วอีกตัวเก็บไว้อีกไม่กี่วันก็เป็วันตลาดนัดใหญ่แล้วเราลองเอาตัวที่เหลือไปขายที่ในเมืองดีกว่าค่ะ”
เซียวหยวนิประหลาดใจ“เจียวเจียว สัตว์ป่าจะเอาไปขายเองไม่ได้นะ”
“ขายไม่ได้เหรอคะ” ซูเจียวเจียวแสดงสีหน้าผิดหวัง
ในชาติที่แล้วสัตว์ป่าที่เซียวหยวนิจับมาได้ ล้วนตกถึงท้องของซูเจียวเจียวทั้งหมดซูเจียวเจียวจึงไม่เคยสนใจเลยว่าสัตว์ป่าเหล่านี้จะสามารถนำไปขายเป็เงินได้หรือไม่
“เจียวเจียว คุณขาดเงินใช้หรือเปล่า?” เซียวหยวนิหน้าแดงก่ำเมื่อเห็นชุดที่มอซอของซูเจียวเจียว
เขารู้ว่าซูเจียวเจียวเป็คนรักสวยรักงามปกติแล้วเธอชอบใส่กระโปรงสวยๆ และทาครีมหิมะหอมๆแถมยังกินนมมอลต์วันละกระป๋องทุกเดือน
แต่หลังจากแต่งงานกับเขาผู้ยากไร้เธอกลับสวมเสื้อผ้าสีเทาหม่น แม้แต่ครีมหิมะก็ไม่ได้ทาบ่อยเหมือนเมื่อก่อนแล้ว...
ความรู้สึกผิดหลั่งไหลเข้ามาก่อนที่ซูเจียวเจียวจะตอบ เซียวหยวนิก็รีบพูดขึ้นว่า“ผมยังมีเงินอยู่บ้าง ผมจะเอามาให้คุณนะแล้วหลังจากนี้เงินในบ้านก็ให้คุณจัดการ”
“เอ๊ะ!”
ซูเจียวเจียวลุกขึ้นยืนก็เห็นเพียงแผ่นหลังของเซียวหยวนิ
เขาเป็อะไรไปนะ?ดูเหมือนอารมณ์จะไม่ค่อยดีเลย
เมื่อเซียวหยวนิกลับเข้ามาในครัวอีกครั้งในมือก็มีผ้าเช็ดหน้าผืนหนึ่ง
ผ้าเช็ดหน้านั้นถูกห่อไว้อย่างพูนๆข้างในคือทรัพย์สินทั้งหมดของเซียวหยวนิ
“เจียวเจียว ผมมีเงินอยู่บ้าง คุณเอาไปใช้ก่อนเถอะ” เซียวหยวนิไม่พูดพร่ำทำเพลงยื่นเงินทั้งหมดให้ซูเจียวเจียว
ซูเจียวเจียวเปิดดูพบว่าเงินเ่าั้มีทั้งธนบัตรใบย่อยและธนบัตรใบใหญ่ซึ่งแสดงว่าเขาเก็บสะสมมานานแล้ว
ซูเจียวเจียวนับดูแล้วพบว่ามีถึงห้าสิบหยวน!
“คุณให้ฉันหมดเลย แล้วคุณจะทำยังไงคะ?” ซูเจียวเจียวรู้สึกอบอุ่นไปทั้งใจ
เซียวหยวนิเกาหัวอย่างซื่อสัตย์“ผมเป็ผู้ชายตัวคนเดียว แค่มีข้าวกินก็พอแล้วไม่ได้มีเื่อะไรให้ต้องใช้เงิน”
ถ้าไม่ใช่เพราะเมื่อสองสามเดือนก่อนหลานของเขาป่วยเขาจึงต้องช่วยพี่สาวออกเงินไปบ้าง ไม่เช่นนั้นเขาก็คงจะมีเงินเก็บมากกว่านี้
“คนโง่…” ซูเจียวเจียวตาแดงก่ำมองชายหนุ่มที่ยิ้มกริ่มอย่างซื่อสัตย์ตรงหน้าด้วยความเอ็นดู
เมื่อครู่เขายังดูอารมณ์ไม่ดีอยู่เลยแต่ตอนนี้กลับเพื่อที่จะเอาใจเธอ ก็โยนทุกอย่างทิ้งไป ควักเงินเก็บทั้งหมดให้เธอ
“ได้ ฉันจะเก็บไว้ เรามาเก็บเงินไว้ด้วยกันสำหรับครอบครัวของเรานะคะ”ซูเจียวเจียวยิ้มสดใส เต็มไปด้วยความหวังสำหรับอนาคต
พวกเราเป็สามีภรรยากันแล้วการที่เซียวหยวนิให้เธอจัดการเื่เงินในบ้านก็เป็เื่ที่สมควรอยู่แล้ว
“ไม่ต้องห่วงเื่เงินทอง เจียวเจียว ผมจัดการเอง คุณเป็เหมือนเดิมก็พออยากซื้ออะไรก็ซื้อ อยากใส่กระโปรงก็ใส่” เซียวหยวนิมองเธออย่างลึกซึ้ง“แม้ว่าผมจะให้ขุนเขาทองคำกองเงินกองทองกับคุณไม่ได้แต่ผมก็จะไม่ทำให้คุณลำบากเด็ดขาด”
ซูเจียวเจียวใจอ่อนยวบแทบจะละลาย เธออดไม่ได้ที่จะยื่นมือออกไปกอดเขา
“อาิ ฉันรู้แล้ว ฉันไม่ลำบากหรอก”
อ้อมกอดนี้ทำให้ไฟในใจของเซียวหยวนิลุกโชนความไม่สบายใจและความโศกเศร้าที่เกิดขึ้นเพราะฮั่วเจี้ยนจงก็พลันมลายหายไปสิ้น
ส่วนคำพูดที่โจวเม่ยพูดมานั้นเซียวหยวนิก็ถือว่าเธอพูดจาเหลวไหล
เขาไม่สนเขาเป็คนไร้ศักดิ์ศรีแบบนี้แหละ
พอเจียวเจียวปลอบพอเจียวเจียวกอด เขาก็หายโกรธเป็ปลิดทิ้งทันที!