เสิ่นเป้ยอีมองหนิงเส้าเฉินอย่างฉงนใจ “หมายความว่ายังไง?”
“เธอช่วยเขาฉันก็ควรให้การตอบแทนเธอเป็เื่ปกติ” เขาเป็นักธุรกิจซึ่งเขาคิดว่าทุกความสัมพันธ์ระหว่างคนสามารถใช้เงินซื้อมันได้เขาไม่อยากติดค้างอะไรผู้หญิงคนนี้
เสิ่นเป้ยอีขมวดคิ้ว สูดหายใจเข้าเฮือกใหญ่ หันหน้าหนีไปทางหน้าต่างแล้วทอดมองไปด้านนอกสักพักจึงหันกลับมามองหนิงเส้าเฉินนิ่งเมื่อคืนดูเหมือนว่าเขาจะไม่ค่อยได้นอน ใบหน้าถึงเต็มไปด้วยความเหนื่อยอ่อนแบบนั้นเมื่อนึกถึงเื่เมื่อคืนคาดว่าเขาคงใไม่น้อยเหมือนกัน
คิดถึงตรงนี้ความโกรธในใจก็จางหายไปมาก เธอพูดอย่างใจเย็น “ฉัน้าอยู่ดูแลเสี่ยวซีต่อ”
หนิงเส้าเฉินไม่ตอบเธอแต่กลับกวาดมองตัวเธอรอบหนึ่งถึงหมุนตัวเดินออกไปอย่างสบายใจมากกว่าเดิมเธอไม่เหมือนใครจริงๆ ด้วย
“ไม่เป็อะไรแล้วก็รีบเก็บของเขาบอกว่าให้เธอไปซื้อของในเมืองด้วยกันไม่ใช่เหรอ?”
เสิ่นเป้ยอีอ้าปากค้างก่อนจะเผยหน้ายิ้มแย้มอย่างดีใจ แม้น้ำเสียงของเขาจะเ็าดั่งปกติแต่เสิ่นเป้ยอีกลับรู้สึกว่าไพเราะเสนาะหูเหลือเกิน
หลับตาลงแล้วลืมตาขึ้นใหม่พลันคิดว่าอากาศยังดีขึ้นกว่าเดิมไม่น้อย
ไม่รู้ว่าได้ข่าวที่เธอเกือบจะโดนรถชนมาจากไหน เธอถึงเจอเซี่ยหยูที่มาพร้อมกับรถยนต์คันหรูของเขาคันนั้นอยู่หน้าประตูหลังกลับจากซื้อของในเมืองกับหนิงเสี่ยวซี
หนิงเสี่ยวซีดูท่าไม่ค่อยชื่นชอบเซี่ยหยูสักเท่าไร ถึงสะบัดตัวเข้าไปในห้องอย่างไม่สนใจเสียงเรียกของเสิ่นเป้ยอี
“คุณมาได้ยังไง? ไหนบอกว่ากลับเมือง W มีธุระอะไรหรือเปล่า?” กับเซี่ยหยู เสิ่นเป้ยอีไม่รู้ว่าควรรู้สึกกับเขายังไงดี
ทั้งที่ก่อนหน้าเมื่อวานยังเป็เพียงคนแปลกหน้าต่อกัน แต่กลับเป็เพราะเขาทำให้เธอเกือบสูญเสียโอกาสที่จะได้อยู่เคียงข้างหนิงเสี่ยวซีไป
ทว่าหลายปีที่มารดาป่วยหนักก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเขาได้ดูแลอย่างเต็มความสามารถแล้วฉะนั้นยามนี้กับความจริงใจที่ถาโถมเข้ามาอย่างฉับพลันจากเขาเริ่มทำให้เธอรู้สึกลำบากใจน้อยๆ
เซี่ยหยูเห็นรอยฟกช้ำตามเรียวแขนก็หน้าเรียบนิ่ง “คุณเป็บ้าไปแล้วเหรอ?เขาไล่คุณไปแล้วแท้ๆ ทำไมคุณยังไปปกป้องลูกชายของเขาจนเกือบตายอีก?”
เซี่ยหยูในความทรงจำมักอ่อนโยนโอนอ่อนเสมอเขาในท่าทีจริงจังแบบนี้เสิ่นเป้ยอีกลับเห็นเป็ครั้งแรกจึงไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวแต่อย่างใดตรงกันข้ามกลับรู้สึกขบขันเล็กน้อยจนหลุดเสียงขำออกมาอย่างอดไม่ได้
“ยังจะหัวเราะอีก?” เซี่ยหยูถูกเธอหัวเราะใส่จนเริ่มทำตัวไม่ถูกจึงยกนิ้วดีดหน้าผากเธอไปที
เสิ่นเป้ยอีหุบยิ้มก้มหน้าเพราะเริ่มตั้งรับไม่ไหวกับการกระทำที่แสนสนิทสนมของเขาแบบนี้บ่อยๆ
“คุณรู้เื่เมื่อวานได้ยังไง?” เสิ่นเป้ยอีครุ่นคิดด้วยความสงสัยเื่เพิ่งเกิดเมื่อวานแถมยังเกิดขึ้นในตระกูลหนิงนี่เซี่ยหยูรู้เร็วเกินไปหรือเปล่า?
เซี่ยหยูลูบปลายจมูกไปมาบนโลกนี้มีอะไรที่ซื้อไม่ได้ด้วยเงินหรือ? ระหว่างทางที่เขากลับไปเมือง W ก็สั่งให้คนไปซื้อตัวคนรับใช้คนใหม่ที่เพิ่งเข้าไปเพื่อให้เธอคอยระวังติดตามเสิ่นเป้ยอีให้เขาและไม่คิดว่าจะเกิดเื่เมื่อคืนทันที
ซึ่งสิ่งเหล่านี้เขาไม่คิดจะอธิบายกับเสิ่นเป้ยอี
“ไม่ทำได้มั้ย?ถ้าคุณอยากทำงานผมช่วยคุณหางานที่เหมาะกว่านี้ได้คุณยังอายุน้อยแบบนี้ก็ไปเป็พี่เลี้ยงให้คนอื่น…อนาคตจะไม่ค่อยดีต่อชื่อเสียงคุณหรือเปล่า”
“เซี่ยหยู…” เสิ่นเป้ยอีพูดขัดเขาแม้จะรู้ว่าเขาหวังดี แต่เธอก็กัดปากล่างไว้ทำท่าชั่งใจว่าจะบอกความจริงแก่เซี่ยหยูดีหรือไม่การปรากฏตัวบ่อยครั้งของเขาก็ไม่ใช่เื่ดีนัก
นานเข้าอาจถูกหนิงเส้าเฉินเอาเป็ข้ออ้างอีกก็เป็ได้
มองดูเวลาเล็กน้อยเห็นว่ายังห่างจากมื้อเย็นอีกนาน
เธอให้เซี่ยหยูรอสักครู่เพื่อกลับไปบอกแม่หลิวก่อน
จากนั้นก็พาเซี่ยหยูไปที่ร้านกาแฟร้านหนึ่งใจกลางชุมชน
ก่อนจะเลือกเล่าประเด็นสำคัญจากเื่ราวที่เกิดในห้าปีนี้ให้เซี่ยหยูทั้งหมดและแน่นอนว่าเธอได้ปิดเื่หน้าตาของเธออยู่อย่างเดิม
เซี่ยหยูขมวดคิ้วเป็ปม เห็นได้ชัดว่าเขาค่อนข้างรับไม่ได้กับเื่ราวที่เหมือนละครหลังข่าวแบบนี้
ทว่าเสิ่นเป้ยอีกลับโล่งอกขึ้นมากนี่เป็ครั้งแรกที่ได้เล่าให้คนนอกฟังหลังจากผ่านมาหลายปี
“คุณบอกว่าลูกชายของหนิงเส้าเฉินเป็ลูกชายของคุณ?” เซี่ยหยูทำหน้าสติหลุดและพูดด้วยน้ำเสียงเชื่องช้าเสิ่นเป้ยอีจิบกาแฟหนึ่งอึกพยักหน้าตามจากปฏิกิริยาของเซี่ยหยูกลับทำให้เธอคิดว่าตัดสินใจถูกแล้วเธอเองไม่ได้โง่ที่จะไม่รับรู้ถึงความรู้สึกที่ชายผู้นี้มีต่อเธอ เขาชอบเธอแม้เธอจะไม่เข้าใจว่าคนที่โดดเด่นอย่างเขามาชอบตัวเองที่แสนจะ ‘ธรรมดา’ แบบนี้ได้ยังไงแต่บางทีความรักอาจจะไม่ต้องมีเหตุผลอะไรจริงๆ ก็เป็ได้
มีบางเื่ก็เหมือนเป็ความยุติธรรมที่มีต่ออีกฝ่าย หากได้บอกกล่าวให้อีกฝ่ายไว้เผื่อเป็ทางเลือกอย่างเช่นเื่ที่หนิงเสี่ยวซีเป็ลูกชายของเธอ
เซี่ยหยูไม่พูดอะไร มือตั้งศอกกับโต๊ะแล้วอังหน้าผากไว้ผ่านไปสักพักก็เงยหน้ามองมาที่เสิ่นเป้ยอีนิ่ง
เสิ่นเป้ยอีถูกเขาจ้องจนเริ่มทำตัวไม่ถูกขยับปากแต่ไม่รู้ควรพูดอะไร
“เป้ยอี ผมชอบคุณผมไม่สนว่าคุณมีลูกกับใครมาหรือเปล่า” เสียงทุ้มต่ำปนอ่อนโยนดังแว่วมาจากปากของเซี่ยหยู ก่อนที่มือทั้งคู่ของเสิ่นเป้ยอีจะค่อยๆถูกกอบกุมไว้แน่น
คำสารภาพรักอย่างฉับพลันนี้เรียกให้เสิ่นเป้ยอีแนบนิ่งไปทันทีเธอเม้มปาก “เซี่ยหยู ขอบคุณที่คุณชอบฉันแต่ฉันคิดว่าระหว่างเรามันเป็ไปไม่ได้แค่ดูจากท่าทางคุณฉันก็เดาได้แล้วว่าเื้ัครอบครัวคุณต้องไม่ธรรมดาแน่ฉันคิดว่าคนในครอบครัวคุณไม่มีทางยอมรับผู้หญิงที่เคยมีลูกมาแล้วนะ”
ว่าจบก็ชักมือกลับดวงตาเซี่ยหยูหม่นลงทันใดแต่ได้ยินเพียงเขากล่าวว่า “คุณตั้งใจบอกเื่นี้กับผมเพราะคุณไม่ชอบผมใช่มั้ย?”
ความเศร้าของเขาทำให้เสิ่นเป้ยอีขอบตาแดงระเรื่อขึ้นมาอย่างประหลาดใจสายตาเริ่มพร่ามัวเมื่อก่อนที่มีหน้าตาสะสวยทว่ากลับไม่รู้ว่าความรักคืออะไรเนื่องจากอายุยังน้อยนักเธอไม่เคยเก็บคำสารภาพรักจากเพื่อนๆ มาไว้ในใจเลยสักนิด
ในที่สุดก็ถึงอายุที่สามารถมีความรักได้แล้ว แต่กลับ ‘สูญเสีย’ ความงามไป
เธอยอมรับว่าเซี่ยหยูยอดเยี่ยมมากและอ่อนโยน แต่ว่า…
มารดาที่เก่งกาจมากขนาดนั้นทั้งที่ปกติบิดาทำดีกับท่านขนาดนั้นก็เลือกที่จะหนีไปยามตกระกำลำบากไม่ใช่หรือ?
กับหน้าตาของเธอแบบนี้ ความรัก…เป็ไปได้หรือ? บางทีเซี่ยหยูอาจจะแค่ไม่เคยเจอผู้หญิงอย่างเธอมาก่อนเลยรู้สึกแปลกใหม่ชั่วคราวเท่านั้นเอง
คิดไปเธอก็สูดจมูก ไม่ทำการตอบรับใดๆเพราะไม่รู้ว่าควรตอบรับอย่างไร
จู่ๆ เสียงโทรศัพท์ก็แผดเสียงดังลั่นเป็โทรศัพท์ของเสิ่นเป้ยอี เธอเงยหน้ายิ้มแหยให้เซี่ยหยูก่อนจะกดรับ “เสี่ยวซี มีอะไรหรือเปล่า?”
ไม่รู้ว่าแม่หลิวพูดอะไรไป เสิ่นเป้ยอีถึงผุดลุกขึ้นกะทันหัน“ได้ ฉันจะรีบกลับไปเดี๋ยวนี้”
******ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/63f395e636c33abad663f9e74093f24d
******เวลาแชร์หรือเมาท์มอยนิยายเื่อัจฉริยะตัวน้อยกับคุณแม่ผู้ลึกลับที่ไหนขอฝากแฮชแท็ก #อัจฉริยะตัวน้อยกับคุณแม่ผู้ลึกลับ#readAwrite ด้วยน้า