ลูอัส อัลฟาแลนด์ เกิดในตระกูลชั้นล่างของอาณาจักร ฮามู ชีวิตเขาอยู่กับพี่ชายตามลำพัง 2คน อย่างรันทด แต่ก็สู้มาตลอด เนื่องจากพ่อแม่จากไปั้แ่วัยเด็ก
พวกเขาทั้งสองต่างเป็ จอมเวทย์ แต่กำเนิด จึงออกตามหานาย ซึ่งพี่ชายของเขาโชคดีได้นายเป็ลุกชายแม่ทัพของอาณาจักร ฮามู
แต่อยู่มาวันหนึ่ง เ้าลูกชายแม่ทัพ เกิดไปต้องใจหญิงสาวคนหนึ่งในตลาด แต่สาวเ้าเกิดไม่เอาด้วย เ้าลูกชายแม่ทัพ จึงสั่งให้พี่ชายของลูอัส ใช้เวทย์มนต์กับเธอ
เพียงชั่วข้ามคืน หญิงสาวที่ต้องเวทย์มนต์ จากไม่สนใจลูกชายแม่ทัพ และพยายามผลักไสไล่ส่ง เกลียดแสนที่จะเกลียด กลับกลายเป็ทาสรัก ของ ลูกชายแม่ทัพ และมีอะไรกันในคืนต่อมา
ซึ่งเื่นี้ พี่ชาย ลูอัสรู้สึกไม่ดีอย่างมาก
ลูกชายแม่ทัพ เมื่อได้หญิงสาวแล้ว เกิดรู้ว่าหญิงสาว มีคนรักอยู่ เป็ทหารอยู่ที่ชายแดน อีกไม่กี่วันจะกลับบ้านมาหาเธอ เขาจึงสั่งให้พี่ชายลูอัสไปดักฆ่าเสีย เพื่อตัดไฟแต่ต้นลม ซึ่งพี่ชายลูอัสก็ต้องทำตามคำสั่ง
เขาฆ่าชายคนรักของหญิงสาว คนนั้นแล้วควักหัวใจกลับมาเป็หลักฐาน และคิดว่าเื่ทุกอย่างคงจะจบ แต่แล้ว…
เพียงไม่กี่เดือน ไอ้ลูกชายแม่ทัพ ก็ไปชอบหญิงสาวคนอื่นอีก และบังคับให้พี่ชายลูอัสใช้เวทย์มนต์กับเธออีก และทุกอย่างก็ลงเอยแบบเดิมอีก
พี่ชายลูอัส รู้สึกผิดมาก จึงเขียน จดหมายลาตายเล่าเื่ทุกอย่างให้ลูอัสที่กำลังมองหานายอย่าได้หลงผิดแบบตน ก่อนจะฆ่าตัวตาย
ลูอัส รู้สึกเศร้าเสียใจมาก ที่พี่ชายตาย จึงเดินทางออกจากอาณาจักร ฮามู มาเล่าเรียนที่ อาณาจักรบลูโดร่า แต่แล้วความฝันที่จะได้พบเ้านายที่ดี ก็พังทลาย
เมื่อลูอัส มาพบกับ ราชินีราเธียน่า ตอนที่เธออายุ16 ปี อาณาจักร บลูโดร่า ก็อยู่ในสภาวะร่อแร่ ใกล้จะล้ม เต็มที
ด้วยความสามารถของ ลูอัส เขาได้ไปสำรวจตามภูมิภาคต่างๆ จนพบว่า ที่อาณาจักรบลูโดร่า กำลังจะล่มอยู่ในขณะนี้ เพราะพวกขุนนางกังฉิน กวาดซื้อสินค้าในตลาด แล้วเอามาขายในราคาแพง ประกอบกับ เื่โรคระบาดได้ทวีความรุนแรงขึ้น จนเกิดกลุ่มกบฎและคณะปฏิวัติมากมาย
แม้ว่าทุกอย่างจะสายเกินแก้ แต่ลูอัสก็ยังเดินทางกลับมา เพื่อจะช่วย องค์ราชินี ราเธียน่าที่เขาเทิดทูน
ถ้าหากว่าฟ้า เป็ใจ ก็น่าจะให้เขาพบ องค์ราชินี ราเธียน่า ให้เร็วกว่านี้ ซัก 4ปีก็ยังดี
ในวันที่ ราเธียน่า ถูกปะาชีวิต ด้วยการถ่วงน้ำ ลูอัส ก็ะโเข้ากองไฟตายตาม และกลายเป็โศกนาฎกรรมบทหนึ่ง ที่ถูกเล่าขานในอาณาจักรบลูโดร่าไปอีกหลายปี
แต่แล้วใครจะคิดว่าฟ้าได้ให้โอกาสที่สอง แก่ ราเธียน่า และเธอ ก็มาพบเขาด้วยตัวเอง ในขณะที่เขากำลังถกเถียง กับขุนนางคุมสอบคนหนึ่งที่ทุจริต ให้เขาสอบตก เป็ผลทำให้เขา พบ ราชินีราเธียล่าช้าไปหลายปีเมื่อชาติก่อน
“ นายเป็คนคุมสอบ จะให้ชั้นสอบตกไม่ได้นะ นายเอาข้อสอบอะไรมาวัดกัน ” ลูอัสกล่าว กับคนคุมสอบ
“ ถ้างั้น ก็ภาวนากับฟ้าแล้วกัน ขอให้์ บรรจุนายเป็ขุนนางสิ ” ขุนนางคุมสอบกล่าว
ในขณะที่ ลูอัสกำลัง สบถอยู่นั้น…
“ ์ได้ยินเสียงความปรารถนาของนายแล้ว ” ราชินี ราเธียน่า เดินมาข้างๆ คนคุมสอบ พร้อมกับเซียร์ ที่ยกร่มบังแดดให้แม้ว่าตอนนี้จะเป็เวลากลางคืน
ใช่ครับ เนื่องจากเซียร์ ไม่รู้ว่าลูอัสเป็ใคร ดังนั้น ราเธียน่า จึงต้องลงมือตามหาเขาเอง โดยใช้ความทรงจำที่ลูอัส เคยเล่าให้ฟังว่า ถูกคนคุมสอบทุจริตให้เขาสอบตก จึงมาพบเธอช้าไป และนี่เองเป็เหตุผลที่ราเธียน่าต้องตามหาเขา เนื่องจากคน คนนี้ จะเป็จุดเปลี่ยนของอาณาจักร และชะตาชีวิตของเธอ
คนคุมสอบ มีสีหน้าใที่อยู่ๆ องค์ราชินี ก็มาปรากฏกาย ในสถานที่สอบ ่กลางดึก ของฤดูหนาว ก็รีบคุกเข่าลง
ส่วนลูอัสที่เห็น ราเธียน่าเป็ครั้งแรก ยังไม่ทันรู้ว่าเธอ เป็ราชินี ก็ถูกทหารตีเท้าให้คุกเข่า
“ อยู่ต่อหน้าองค์ราชินี รีบคุกเข่า ”ทหารกล่าว
ราเธียน่า รีบยกมือห้ามปรามทหาร แล้วเข้าไปประคองตัวของ ลูอัส แล้วถามเขาด้วยคำถามในข้อสอบ ซึ่งลูอัสก็สามารถตอบได้ทุกข้อ แถมได้คะแนนสูงสุดอีกต่างหาก
ราชินี ราเธียน่า ยิ้มให้ ลูอัส แล้วกล่าวกับเขาว่า เขามีวิธีการแก้ไขปัญหาของอาณาจักรบลูโดร่า ตอนนี้อย่างไร ซึ่งคำถามนี้ ลูอัสในตอนนี้ยังไม่สามารถตอบได้
แต่แล้ว ราเธียน่า ก็หยิบคำพูดของตัวเขาในอนาคตมากล่าว เป็คำพูดของลูอัสเองที่เดินทางไปสำรวจในพื้นที่ต่างๆ และกลับมาบอก กับองค์ราชินี ราเธียน่า ด้วยตัวเอง
“ “ อันดับแรก ต้องแก้ที่การคลัง ลดรายจ่ายเพิ่มรายได้ ” ” ทั้งสองพูดพร้อมกัน
ราชินี ราเธียน่า กล่าวแต่งตั้งลูอัส ให้เป็ รัฐมนตรี การคลังในทันที โดยไม่สนหน้าอินทน์หน้าพรหม และไล่คนคุมสอบทุจริตกลับบ้านไปนอนกินข้าวต้มเพราะตกงานก่อนจะเสด็จไป หาอะไรทาน และมอบหมายงานให้ลูอัส รีบรวบรวมข้อมูลของอาณาจักรตอนนี้ในทันที
เหมือนสองคนจะรู้ใจกัน เพียงมองตาก็รู้ใจ ลูอัสปฎิบัติตามคำสั่งในทันที โดยเขาไม่รู้ตัวเลยว่า เขาได้พบกับ ราเธียน่า เร็วขึ้นถึง 4ปี
“ คราวนี้ละ ข้าจะไม่ให้ซ้ำรอยเดิม ” ราเธียน่า กล่าวเบาๆ แต่เซียร์ หัวหน้าเมดสาวที่เพิ่งถูกแต่งตั้งหมาดๆ ก็ยังได้ยิน เพียงแต่เธอไม่ได้ใส่ใจ
และในตอนเช้าของวันต่อมา แม่ทัพฮัมรอนก็นำทหารเดินเท้า 7พันนาย ทหารม้า 2พันนาย มาประจำที่หน้าแท่นปฏิญาณ
ราเธียน่า เดินขึ้นไปที่หน้าแท่นปฎิญาณ และคิดว่าจะกล่าวปลุกขวัญทหารอย่างไรดี แต่เมื่อเริ่มงานแล้ว สิ่งแรกคือต้องทำทันที เธอจึงเริ่มเอ่ย
“ นารู วันนี้ ลูกสาวเ้าอายุ 6ขวบแล้วใช่มั๊ย ”
พลทหาร นารู เมื่อได้ยินเช่นนั้น ก็รีบตอบ “ใช่ พ่ะย่ะค่ะ ”
“ แล้วเ้าให้ของขวัญลูกสาวเป็หอก เหรอ ” ราเธียน่ากล่าวต่อ
“ 5555555+ ” เพื่อนทหารของนารู ต่างหัวเราะกันให้ควัก
“ ใช่ พ่ะย่ะค่ะ เพราะข้าน้อย ้าให้ลูกสาวเติบโตมาเป็องค์ครักษ์ ของพระองค์ ” พลทหาร นารู กล่าว
ทุกสิ่งที่นายบ่าวสองคนกำลังทำอยู่นั้น สร้างความครึกครื้นให้กับกองทัพไม่น้อย และนี่คือวิธีเรียกขวัญกำลังใจของ ราเธียน่า
ราเธียน่า ตบบ่า ของพลทหารนารู เล็กน้อย ก่อนเดินหน้าไปหยั่งทหารอีกคน
“ อาต้า ตาของเ้าเป็อะไร ทำไมต้องขยิบตลอดเวลาจีบหญิง ” ราเธียน่า กล่าวซึ่งทำให้อาต้าเกาหัว แกรกๆ แล้วหัวเราะแฮะๆ
“ ก็คนมันเขิน ” พลทหารอาต้ากล่าว ก่อนที่ ราเธียน่า จะผูกเชือกชุดเกราะบ่าที่หลุดของ พลทหารอาต้า อย่างไม่ถือพระองค์เลย "
ราเธียน่า ทำแบบนี้กับทหารทุกคนจนครบ และที่น่าประหลาดใจคือ เธอจำชื่อทหารทุกคนที่จะไปรบในครั้งนี้ได้
และแล้วด้วยการกระทำที่กล้าหาญ บวกกับความอ่อนโยนของเธอ ขวัญกำลังใจ ของกองทัพ บลูโดร่า เกือบหมื่นคน ก็เข้าขั้น Max…
*****************************************************************************************โปรดติดตามตอนต่อไป