บทที่ 9 ฉันไม่เป็ไร พี่ทำต่อไปเถอะ!
ในที่สุดโม่เฟิงก็สัญญาว่าจะรักจูลี่ไปตลอดชีวิต จูลี่จึงหยุดร้องไห้แล้วยิ้มออกมา จากนั้นก็จูบเบา ๆ ที่แก้มของโม่เฟิง
หลังจากตรวจสอบก็พบว่าไม่มีใครชื่อติงว่านหรูเลย แต่กลับพบว่ามีคนที่มีนามสกุลติงจำนวนมาก แต่โม่เฟิงก็ยังไม่ยอมแพ้ คิดว่าติงว่านหรูอาจจะใช้ชื่อปลอม จึงดูรูปของคนเ่าั้ทีละคน แต่ก็ยังไม่พบอะไร โม่เฟิงจึงลองค้นหาผู้หญิงทุกคนที่มีอายุั้แ่สิบแปดถึงสามสิบปี แต่ก็ยังไม่พบ…
ท้ายที่สุดเขาก็ตัดใจยอมแพ้และนัดดูหนังกับจูลี่ในตอนเย็น จากนั้นก็จูบลาที่แก้มของจูลี่ ก่อนจะหันหลังจากไปจากสถานที่อันเร่าร้อนนี้ไปทันที
ในตอนนี้ โม่เฟิงกำลังมุ่งหน้าไปยังโรงอาหารเพื่อตักอาหารที่เหลืออยู่น้อยนิดมากิน เพราะยังไงก็ต้องกินข้าว จากนั้นโม่เฟิงก็รีบกลับไปที่ห้องทำงานของเขา
ถึงแม้ว่าเื่ของติงว่านหรูจะยังไม่พบเบาะแสอะไร แต่โม่เฟิงก็ยังรู้สึกไม่สบายใจอยู่ดี…
ในตอนนี้ก็ยังทำอะไรไม่ได้มากอยู่ดี โม่เฟิงจึงตั้งใจจะทำงานอย่างจริงจัง เพราะถึงอย่างไรตัวเขาก็ไม่ได้ตัวคนเดียวอีกต่อไปแล้ว ที่สำคัญคือเขาเริ่มไม่อยากจากที่นี่ไปแล้ว ถึงแม้ว่าติงหรูจวินจะคอยกลั่นแกล้งเขาอยู่ตลอด ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังได้เปรียบอยู่ดีเรียกได้ว่าเป็ความเ็ปที่มาพร้อมกับความสุข
เขาเหม่อมองการจราจรที่หนาแน่นนอกหน้าต่าง พลางนึกถึงฉากอันเร่าร้อนและเสียงครางที่เร้าใจที่ยังคงก้องอยู่ในหัว ตอนนี้เขาเพิ่งผ่านเื่พวกนั้นมา จึงไม่มีอารมณ์ทำงานเลย ในสมองของเขาเต็มไปด้วยภาพของจูลี่และในใจก็คิดแต่เื่จะที่เอาจูลี่ขึ้นเตียงให้ได้ในคืนนี้
เมื่อเผชิญหน้ากับสาวสวย ผู้ชายทุกคนล้วนไม่อาจต้านทานได้ ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็สาวบริสุทธิ์อีกด้วย
ในตอนนี้ โม่เฟิงไม่ต่างอะไรกับเด็กน้อยที่อยากเก็บรักษาขนมแสนสวยเอาไว้ แต่ก็ยังอยากจะลิ้มรสชาติของมันเช่นกัน เปรียบเสมือนการทรมานตนเองอย่างบริสุทธิ์ และความคิดเหล่านี้ ชายหนุ่มผู้เป็เ้าของความคิดนี้กลับไม่รู้ตัวเลยสักนิด แถมยังทุ่มเทให้กับความคิดฟุ้งซ่านเ่าั้อย่างสนุกสนานอีกด้วย
่บ่ายผ่านไปอย่างรวดเร็ว อาจเป็เพราะติงหรูจวินยุ่งมาก เธอจึงไม่มีเวลาเล่นงานโม่เฟิงเลย ทำให้โม่เฟิงต้องเผชิญกับความหวาดระแวงและความคาดหวัง ก่อนจะกลายเป็ความผิดหวัง ถึงอย่างไรติงหรูจวินก็เป็ผู้หญิงที่สวยมากคนหนึ่ง การได้ััใกล้ชิดกับเธอถือเป็สิ่งที่ใคร ๆ ต่างก็ปรารถนา…
ทว่าความคิดถึงของโม่เฟิงคงส่งไปไม่ถึงติงหรูจวิน เพราะตอนนี้ถึงเวลาเลิกงานแล้วแต่ก็ยังไร้เงาของเธอ เมื่อโม่เฟิงเห็นว่าวันนี้คงไม่มีอะไรเกิดขึ้นแล้ว เขาจึงเก็บของและออกจากห้องทำงานไป
เนื่องจากนี่เป็ครั้งแรกที่โม่เฟิงไปรับจูลี่หลังเลิกงาน หากเขาไปสายก็คงจะดูไม่ดี ยิ่งไปกว่านั้น คืนนี้โม่เฟิงยังตั้งใจอยากจะแสดงให้จูลี่เห็นว่าเขาเป็ผู้ชายที่แท้จริง เขาจึงรีบตรงไปที่แผนกบุคคลทันที เมื่อมาถึงก็เห็นจูลี่กำลังรออยู่ก่อนแล้ว จากนั้นทั้งสองคนก็จูงมือกันออกจากตึกเฟยอวิ๋นราวกับคู่รัก…
ภายในห้องที่มีแสงไฟสลัว จูลี่กำชายกระโปรงแน่นด้วยมือทั้งสองข้าง ราวกับว่าเธอพบกับบางสิ่งที่น่ากลัวมาก ทว่าจูลี่ก็กัดริมฝีปากบางของเธอเบา ๆ ราวกับว่ากำลังจะทำการตัดสินใจครั้งสำคัญ
เดิมทีทั้งคู่วางแผนทำกิจกรรมกันไว้หลายอย่าง แต่สุดท้ายถูกโม่เฟิงยกเลิกทั้งหมด เพราะในตอนนี้เขาอดทนต่อไปไม่ไหวแล้ว ความคิดของโม่เฟิงมีเพียงแค่ต้องทำให้จูลี่กลายมาเป็ผู้หญิงของเขาให้ได้
โม่เฟิงไม่รอช้า รีบกระโจนเข้าใส่จูลี่ทันที เขากดตัวหญิงสาวไว้ใต้ร่าง แล้วกระซิบที่ข้างหูเบา ๆ ว่า “ที่รัก ฉันจะรักเธอให้สุดหัวใจเลย!”
จูลี่สบตาของโม่เฟิงแล้วยิ้มอย่างเย้ายวน “ผู้ชายก็มักจะพูดจาหวานหูแบบนี้แหละ พอได้แล้วก็ไม่เห็นค่า… แต่ฉันไม่สนใจเื่นั้นหรอก แค่คุณต้องปฏิบัติต่อฉันให้ดี ๆ หน่อย เพราะนี่ก็เป็ครั้งแรกของฉัน!”
โม่เฟิงพยักหน้า ก่อนจะตอบสนองต่อคำพูดของจูลี่ ด้วยการประทับริมฝีปากพรมจูบลงบนเรือนร่างของเธออย่างทะนุถนอม ไล่ั้แ่เส้นผม หน้าผาก คิ้ว ดวงตา จมูก คาง เป็การจูบที่อ่อนหวานและละมุนละไมอย่างมาก เขาบรรจงจูบไปทีละนิดอย่างเชื่องช้าราวกับ้าปลุกเร้าอารมณ์ของหญิงสาวให้ร้อนแรงยิ่งขึ้น
จนกระทั่งลมหายใจของทั้งคู่เริ่มถี่แรง บรรยากาศชวนให้หลงใหลมากยิ่งขึ้นไปอีก กลิ่นหอมเย้ายวนที่ลอยอบอวลอยู่ในอากาศนั้นช่างน่าดึงดูดใจเสียเหลือเกิน…
จูลี่จับแขนโม่เฟิงไว้แน่น ก่อนจะพูดว่า “พี่เฟิงรักฉันให้มากกว่านี้อีกสิคะ!”
เมื่อได้ยินแบบนั้นโม่เฟิงก็รู้สึกฮึกเหิมขึ้นมาอย่างมาก เขารีบปลดกระดุมเสื้อของจูลี่ออกอย่างรวดเร็ว แล้วซุกไซร้หน้าอกนิ่มคู่นั้นอย่างเอาแต่ใจ ทั้งยังดูดเม้มอย่างหื่นกระหาย ทำให้จูลี่ส่งเสียงครางออกมาเป็ระยะ ก่อนที่เธอจะยกมือขึ้นกดหัวของโม่เฟิงลงในร่องอกแน่นราวกับอยากจะฝังเขาเอาไว้ตรงนั้น
คนอย่างโม่เฟิงไม่มีทางยอมแพ้แน่นอน ผู้ชายอย่างเขาก็ต้องเป็ฝ่ายรุกสิ! จากนั้นมือใหญ่ทั้งสองข้างก็ไม่ได้อยู่นิ่งเฉยอีกต่อไป ลูบไล้ไปยังส่วนลับของจูลี่ทันที…
ตอนนี้ภายในห้องเต็มไปด้วยกลิ่นอายอันหื่นกระหายและกลิ่นเร้าอารมณ์ที่ฟุ้งกระจายไปทั่วทุกมุมห้อง
ในพริบตาเดียว สิ่งที่ปกปิดตรงส่วนลับของจูลี่ก็ถูกปลดออก ขณะเดียวกันจูลี่ก็เริ่มถอดเสื้อผ้าของโม่เฟิงอย่างบ้าคลั่ง หากเจอส่วนที่ถอดออกยาก เธอก็ใช้มือฉีกมันจนขาดแล้วทิ้งไปอย่างไม่ไยดี ไม่นานนักทั้งสองคนก็เปลือยกายต่อหน้ากันอย่างไม่มีใครเคอะเขินอีกต่อไป…
โม่เฟิงเงยหน้าขึ้นมาจากร่องอกของหญิงสาว แล้วค่อย ๆ จูบไล่ลงไปเรื่อย ๆ ท้ายที่สุดแล้วส่วนลับนี่แหละคือความ้าอย่างแท้จริงของเขา หากพอใจแค่ยอดอกคู่งามเมื่อครู่นี้ โม่เฟิงจะไปพิชิตส่วนอื่นได้อย่างไร?
ในสายตาของโม่เฟิงผู้ชายที่แท้จริง จำเป็ต้องพิชิตทุกส่วนบนเรือนร่างของหญิงสาวให้ได้ ไม่อย่างนั้น หากไม่สามารถพิชิตทุกส่วนบนเรือนร่างของเธอได้หรือแม้แต่ส่วนที่เธอรอคอยให้เข้าไปัั แล้วจะกล้าบอกว่าตัวเองเป็ผู้ชายตัวจริงได้ยังไง?
หลังจากนั้นไม่นาน… เสียงหอบหายใจก็ดังก้องไปทั่วห้อง โม่เฟิงไม่ได้พยายามสอดใส่เข้าไปในทันที เนื่องจากทั้งเขาและจูลี่ต่างก็เป็ครั้งแรก หากเข้าสู่ฉากหลักเร็วเกินไป เกรงว่าผลลัพธ์ของทั้งสองคนจะไม่ค่อยดีเท่าไร
โม่เฟิงจึงบรรจงจูบลงบนผิวขาวเนียนของจูลี่อย่างอ่อนโยน บางครั้งแ่เบา บางครั้งเม้มหนัก บางครั้งก็หวานละมุน บางครั้งก็ดุดัน อีกทั้งยังััด้วยการเลียเบา ๆ สลับกับขบกัดอย่างแรง
โม่เฟิงงัดทุกทักษะที่ทำได้ลงบนเรือนร่างของจูลี่ ในตอนนี้โม่เฟิงเองก็ตื่นเต้นมากเหมือนกัน แต่เขาประหม่าจนไม่กล้าจะเริ่มต้นฉากรักอันเร้าร้อนนั้นง่าย ๆ เพราะครั้งแรกนั้นเป็อะไรที่กดดันมากจริง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อทั้งสองคนเป็ครั้งแรกด้วยกันทั้งคู่…
แม้ว่าจูลี่จะจมอยู่ในความปรารถนาตลอดเวลา แต่เธอก็สังเกตเห็นความผิดปกติของโม่เฟิง เธอขมวดคิ้วอย่างงุนงงและถามเขาทันที “พี่โม่เฟิงเป็อะไรหรือเปล่าคะ?”
โม่เฟิงยิ้มอย่างอ่อนโยนให้จูลี่แทนการตอบคำถาม เพราะในตอนนี้คำพูดของผู้ชายนั้นไร้ความหมาย สิ่งสำคัญคือการกระทำ โม่เฟิงจึงตัดสินใจทำสิ่งที่เขาปรารถนามานาน เขาค่อย ๆ สอดใส่เข้าไปในช่องทางรักนั้นอย่างช้า ๆ ัักับความรู้สึกที่ห่อหุ้มไว้ด้วยความสุข
จูลี่ขมวดคิ้วเล็กน้อยพร้อมกับสีหน้าที่ดูทรมาน ดวงตาของเธอเริ่มมีน้ำตาไหลออกมาอย่างควบคุมไม่ได้ ต่อมาความเ็ปที่ราวกับจะฉีกร่างของเธอออกเป็ชิ้น ๆ ก็ถาโถมเข้ามา จูลี่เ็ปจนแทบจะกรีดร้องออกมา เธอกอดรัดร่างของโม่เฟิงไว้อย่างแแ่ มือเรียวเล็กทั้งสองของเธอก็เกาะแขนของโม่เฟิงไว้แน่น
แต่ทว่าจูลี่กลับไม่มีทีท่าว่าจะยอมแพ้เลยสักนิด เพราะนี่คือสิ่งที่เธอต้องเผชิญเพื่อบรรลุการเป็ผู้ใหญ่ของเธอ อีกอย่างจูลี่ไม่อยากให้ตัวเองดูอ่อนแอเกินไปในสายตาของโม่เฟิง ดังนั้นเธอจึงข่มความรู้สึกเ็ปนั้นเอาไว้ และพยายามปล่อยใจกับััรักที่โม่เฟิงมอบให้
จูลี่ลืมตาที่เอ่อล้นไปด้วยน้ำตาแห่งความเ็ป แต่แววตาของเธอนั้นแฝงไปด้วยความแน่วแน่ จูลี่พูดช้า ๆ ว่า “พี่โม่เฟิง ไม่ต้องห่วง ฉันไม่เป็ไร พี่ทำต่อไปเถอะ!”