เมื่อผมได้เป็ลูกศิษย์ของเสเกแล้ว เขาก็เดินนำพาเข้าป่าไปแต่ไม่ลึกมาก ไม่นานก็มาถึงบ้านของเขา ซึ่งสร้างจากไม้ชั้นเดียวไม่ใหญ่มาก ด้านหน้าบ้านเป็ลานโล่งกว้าง มีหุ่นฟางไว้ซ้อมดาบ และไม่ได้ใช้งานมานานหลายปี
“เอานี่ดาบของเ้า” เสเกพูดกับผม พลางโยนดาบไม้อันน้อยให้ ซึ่งไม่เหมาะมือสักเท่าไหร่ และยังมีน้ำหนักมากเกินไป ร่างกายเด็กห้าขวบของผม คงไม่สามารถกวัดเกว่งมันได้อย่างคล่องแคล่วแน่ๆ
“เอาล่ะเรามาเริ่มกันเลย”
“ห่ะ!!? " ผมอุทานออกมาอย่างใ เพราะว่าอาจารย์นั่นเริ่มฝึกฝนทันที โดยเขาเดินเข้ามาหา แล้วเริ่มฟาดผมอย่างช้าๆ ทำให้เด็กห้าขวบก็หลบได้ ทว่ามีหน้าแข้งตวัดเข้ามาตรงเอวของเรา
ปึกกก!! “อั๊กกก!!” เจ็บๆๆ ถึงเขาจะออมแรงไว้แล้วก็ตาม แต่ผมก็แค่เด็กห้าขวบนะ
“เอ้าแค่นี้ก็จอดแล้วเหรอ ลุกขึ้นมาสิ” อาจารย์ไม่ปรานีเลยแม้แต่น้อย ผมเมื่อได้ยินก็ได้แต่เอามือกุมท้อง กัดฟันเพื่อจะได้ลดความเจ็บ จากนั้นก็ค่อยๆ ยืนขึ้นมาตั้งท่าเตรียมต่อสู้
“ดี ข้าจะบอกเ้าว่า ทุกส่วนของร่างกายคืออาวุธ ดังนั้นเวลาเห็นอีกฝ่ายเหวี่ยงดาบ อย่าจดจ้องมากจนเกินไป ให้มองรอบตัวว่าศัตรูจะโจมตีแบบไหนต่อ ไม่อย่างนั้นเ้าจะโดนแตะแบบเมื่อกี๊อีก” อาจารย์ของผมเริ่มสอนอย่างจริงจัง ทั้งที่เขาก็ไม่ได้มีทักษะการแตะต่อยอะไร ทำไมถึงทำแบบนี้ได้ล่ะเนี่ย หรือแค่เตะส่งๆ อ่าเอ๊ะ!! ในขณะที่กำลังสงสัยอยู่ คำพูดของัก็ดังขึ้นมาในหัว ความเชี่ยวชาญนะไม่ใช่ทุกอย่างหรอกนะ
“ขอบคุณที่ชี้แนะครับ!” ผมพูดขอบคุณพลางยิ้มเล็กน้อย ดูเหมือนว่าชาติที่แล้วเราจะพึ่งความเชี่ยวชาญเกินไป คราวนี้แหละต้องเก่งขึ้นกว่าใครๆ จากนั้นผมก็ดันตัวเองเข้าโจมตีอาจารย์ อย่างที่เคยทำไปตอนแรก
“หึ! ลูกไม้เดิมๆ” ดูเหมือนเขาจะจับทางได้ ทว่าใครมันจะไปโจมตีเหมือนกันสองรอบเล่า เมื่อผมเข้ามาใกล้ประมาณหนึ่งก็ต้องหยุด เพราะว่าอาจารย์ชี้ดาบไม้มาข้างหน้า และด้วยความตัวใหญ่กว่า ทำให้ระยะการโจมตีเสเกยาวกว่าผม ดังนั้นต้อง
“ฮืม!?” อาจารย์อุทานออกมาด้วยความใเล็กน้อย เพราะผมเหวี่ยงดาบ และปล่อยให้มันลอยไปโจมตีเขา ทั้งที่อยู่ห่างกันไม่มาก มันไม่จำเป็ต้องโยนดาบโจมตีเลย แต่นี่แหละแผนของเราล่ะ ในขณะที่อีกฝ่ายกำลังจะปัดดาบ เราต้องพุ่งตัวไปข้างหน้าให้เร็วที่สุด
หมับ!! จากนั้นก็จับดาบที่กำลังโดนปัดให้ทัน การเหวี่ยงดาบปัดของอีกฝ่าย จะทำให้เปิดช่องว่างมากมาย เมื่อเราจับดาบที่โยนไปแล้วดึงกลับมาทัน แล้วทำการโจมตีไปทันที ยังไงเสียอีกฝ่ายก็ตั้งรับไม่ทัน ทว่า
พล๊องงง!!! อาจารย์ใช้ด้ามดาบมาป้องกันการโจมตีของผมไว้ทัน
“ความคิดดีนี่ไอ้หนู” ผั๊ว!! “อ็อค!!” ทั้งเจ็บทั้งจุกเลยวุ้ยยยย!!! แถมคราวนี้เตะผมแรงจนปลิวไปด้านหลังเลยนะ และร่างกายผมกระแทกพื้นกลิ้งเป็ลูกบอล
“แฮ่กๆๆ โอ๊ย!!” เมื่อถูกโจมตีตรงท้องมากเข้า การหายใจก็เริ่มปั่นป่วน ตอนนี้ผมได้แต่นั่งก้มหน้าเอามือกุมท้อง พยายามทำให้ตัวเองหายจุก
“อ้าวๆ อย่าเพิ่งจอดแค่นี้สิ ลุกขึ้นมาได้แล้ว” อาจารย์ยังคงพูดอย่างไม่มีความปรานี ซึ่งผมเองก็พยายามลุกขึ้นมา และแล้วร่างเด็กห้าขวบ ก็ยืนขึ้นมาได้ พลางกำหนดลมหายใจให้เป็ปกติ
“ต่อเลยครับอาจารย์” ผมพูดไปแบบนั้นทั้งที่ยังอาการไม่ดีเท่าไหร่
“โฮ๊ะโฮ้!! มุ่งมั่นดีนี้ไอ้หนู ดูสิว่าถ้าถูกกระทืบบ่อยๆ จะยอมแพ้เหมือนเด็กคนอื่นไหม? " อาจารย์พูดจบ เขาก็เข้ามาโจมตีผมบ้าง จากนั้นเราทั้งสองก็ฝึกกันอย่างนี้ทั้งวัน ซึ่งส่วนมากผมจะเป็ฝ่ายโดนกระทืบ ก็ทำยังไงได้เพราะเป็เด็กห้าขวบ จะไปเอาชนะผู้ใหญ่ได้ยังไง ขนาดเสเกออมมือค่อนข้างมากแล้วนะ
เมื่อตกเย็นผมก็อยู่ในสภาพสะบักสะบอม ร่างกายเต็มไปด้วยาแและรอยฟกช้ำ แถมอาจารย์ยังรักษาให้แค่นิดหน่อย เพราะเ้าตัวบอกว่าจะทำให้เราชินกับความเ็ป แต่เมื่อกลับสถานที่เลี้ยงเด็กกำพร้า ก็ถูกพี่สาวผู้ดูแลดุเอา สุดท้ายผมก็ตัดสินใจ จะออกมาอยู่กับอาจารย์
วันต่อมา
“ฮ่าๆๆ เ้านี้ช่างเป็เด็กที่น่าสนใจ ได้ถ้าอยากฝึกฝนมากขนาดนั้น ข้าเองก็จะไม่เกรงใจเ้าเช่นกันไอ้หนู แล้วอย่ามาร้องไห้ล่ะ” อาจารย์ก็ยังพูดปากคอเราะรายตามประสาของเขา จากนั้นก็ฝึกอย่างนี้ตลอดเป็เวลาหนึ่งเดือน ทว่าผมยังมีความรู้สึกว่า ขาดอะไรไปบางอย่าง
พล๊อง พล๊อง เสียงดาบไม้ของเราสองคนปะทะกัน ซึ่งผมเริ่มไม่ถูกกระทืบมากเท่าตอนแรก และดูเหมือนร่างกายเริ่มชินกับความเ็ปนิดหน่อย ทว่ายังไงก็เจ็บอยู่ดีแหละ ส่วนอาจารย์ก็เริ่มเอาจริงขึ้นมาอีกนิด
ผั๊วะ!! “อั๊ก!! โอ๊ยยย!!!” ผมโดนดาบไม้ของอาจารย์ฟาดจนปลิว และตลอดหนึ่งเดือนไม่มีวันไหน ที่เราจะไม่เจ็บตัวเลยสักวันเดียว แต่เหมือนว่าจะขาดอะไรไปบางอย่าง มันคือสิ่งใดกันนะ
“นี่พอได้แล้วนะค๊าาา!! เพริกลับบ้านพักกับพี่เถอะนะ” พี่สาวในสถานที่เลี้ยงเด็กกำพร้า ซึ่งตลอดหนึ่งเดือนไม่เคยโผล่หน้ามาเลย แต่วันนี้เธอออกมาจากป่า พลางพูดเสียงดังด้วยสีหน้าไม่พอใจ
“พออะไรเล่า วันนี้ยังฝึกไม่ถึงครึ่งเลยนะ ใช่ไหมเ้าหนู” อาจารย์ผมก็ยังคงพูดด้วยน้ำเสียงยียวนกวนประสาท จนพี่สาวเริ่มโกรธหน้าแดงกำหมัดแน่น
“คุณเสเกค่ะ เลิกทำร้ายเด็กได้แล้วนะคะ การกระทำชั่วร้ายแบบนั้น ฉันไม่ยอมหรอกนะ!!” พี่สาวดูเหมือนจะโกรธสุดๆไปเลยแฮะ ทั้งที่ตอนผมออกมายังทำหน้าบูดบึ้ง และไล่ผมให้ไปไกลๆ อยู่เลย
“ก็เด็กคนนี้อยากโดนข้ากระทืบเองนี้”
“เป็ไปไม่ได้ ไม่มีเด็กคนไหนอยากโดนทำร้ายหรอกค่ะ บอกมานะว่าคุณขู่อะไรเด็กคนนี้ไว้ เขาถึงยอมให้ทำร้ายแบบนี้ ถ้ามากไปกว่านี้ฉันจะเรียกทหารมาจับแล้วนะคะ” งานไส้แล้วไง ดูเหมือนจะเข้าใจผิดกันไปไกลแล้ว ว่าแต่จับเหรอ!!? ชาติก่อนผมก็เคยเป็ทหาร และจับโจรมามากมาย โดยเราจะใช้ห่วงเวทมนตร์ถ่วงน้ำหนัก ทำจากมอนสเตอร์ตัวนิ่มหนัก อะ!! รู้แล้วว่าเราขาดอะไรไป
“ไม่ต้องห่วงหรอกครับพี่สาว ผมฝึกกับอาจารย์เสเกเพื่อจะแข็งแกร่งขึ้น ได้โปรดทนดูผมไปก่อนนะครับ ไม่นานผมจะแข็งแกร่ง จนไม่มีใครมาทำร้ายได้อีกแล้ว” ผมพูดไปด้วยท่าทางมุ่งมั่น ทำให้พี่สาวเริ่มทำหน้าเศร้าเล็กน้อย แต่เธอก็ยอมรับในการตัดสินใจของผม พลางชี้หน้าด่าอาจารย์อีกว่า
“คราวนี้รอดไปนะคะ แต่อย่าให้ได้ยินล่ะว่า ทำร้ายเด็กจนเขาพิการ ไม่อย่างนั้นฉันเอาเื่ให้ถึงที่สุดแน่” เธอพูดอย่างอารมณ์เสีย ก่อนจะเดินจากไปด้วยใบหน้าบูดบึ้ง จากนั้นผมก็สู้กับอาจารย์ต่อจนถึง่เย็น ซึ่งเวลานี้เสเกจะออกไปล่าสัตว์ เพื่อนำมาทำอาหาร และไปขายแลกเป็เงินซื้อเหล้า เอาล่ะเราต้องออกล่าบ้าง
ตัวนิ่มหนักจะมีเกราะแข็งทั่วตัว ทว่าตรงใต้ท้องของมันคือจุดอ่อน และการโจมตีจะเป็การะโทับ ถ้าอีกฝ่ายวิ่งหนี ดังนั้นวิธีการล่าแค่เด็กห้าขวบอย่างเราก็ทำได้ จากนั้นทุกวันผมก็ออกตามล่าหามัน เวลาล่วงเลยไปห้าวัน ในที่สุดก็เจอตัวสักที เ้ามอนสเตอร์ตัวนิ่มหนัก