เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เล่มที่ 3 บทที่ 66 อย่าดิ้นสิ

            เริ่มทำตอนนี้ก็ยังไม่สาย?

            เขาคิดจะทำอะไร?

            สมองซูเจี่ยนอันเริ่มสับสนไปหมดใบหน้าของลู่เป๋าเหยียนก็เข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ

            ไม่ถึงหนึ่งวินาทีให้หลังเธอก็จับเสื้อเขาและหลับตาลงโดยอัตโนมัติ

            ทว่า ริมฝีปากอุ่นกลับไม่ประทับลงบนเรียวปากตามที่คิดมีเพียงเสียงหัวเราะแผ่วเบาที่ดังขึ้น

            เธอลืมตาขึ้นมาสายตาปะทะกับนัยน์ตาที่เต็มไปด้วยความขบขันของลู่เป๋าเหยียน

            เป็นครั้งแรกที่เธอเห็นลู่เป๋าเหยียนหัวเราะอย่างไร้มาดแต่มันกลับเกิดขึ้นหลังจากที่เขาแกล้งเธอนี่สิ!

            “คนบ้า!”

            เธอดันเผลอทำท่าเหมือนกำลังรอคอยให้เขาจูบซะอย่างนั้นซูเจี่ยนอันหน้าแดงก่ำอย่างเขินอาย ว่าแล้วจึงดิ้นขืนตัวให้หลุดออกจากวงแขนเขาแต่ทำยังไงลู่เป๋าเหยียนก็ไม่ยอมปล่อยเธอ

            “อยู่นิ่งๆ”ลู่เป๋าเหยียนเอนศีรษะซบลงไปบนไหล่ของเธอ น้ำเสียงดูอ่อนล้า “วันนี้ฉันเหนื่อยมาทั้งวัน”

            ซูเจี่ยนอันคิดถึงคำพูดของเสิ่นเยว่ชวนในทันที

            ‘หายากนะที่จะเห็นเขาขมวดคิ้วเคร่งเครียดกับเรื่องงานแบบนี้’

            เพื่อชดเชยสัญญาที่ล้มเหลวในครั้งนั้นเขาคงเหนื่อยมากสินะ

            ไม่ว่าจะคิดอย่างไรที่เขาทิ้งสัญญามาก็เพื่อกลับมาหาเธอ เพราะฉะนั้นให้เขายืมไหล่สักพักคงไม่เป็นไรแต่ว่า...เขากอดเธอไว้แบบนี้จะพักได้อย่างสบายจริงเหรอ?

            ซูเจี่ยนอันนึกสงสัยจนกระทั่งรถได้จอดลงตรงหน้าโรงแรม

            พนักงานรีบเดินมาช่วยเปิดประตูรถลู่เป๋าเหยียนลงจากรถด้วยอย่างสง่าและสูงศักดิ์เขาจูงมือซูเจี่ยนอันเดินเข้าโรงแรม ใครก็คงนึกไม่ถึงว่าเมื่อครู่เขาคือคนที่นอนกอดพลางซบพิงไหล่เธออยู่บนรถ

            ขณะเตรียมตัวเข้านอนลู่เป๋าเหยียนก็บอกกับซูเจี่ยนอันว่า

            “พรุ่งนี้เธอช่วยบอกกับสวี่โยว่หนิงทีว่าให้ไปหาเจ้าของร้านได้เลย”

            “เอ๋? เพื่อนนายตอบตกลงให้เธอไปเริ่มงานแล้วงั้นเหรอ”ทำไมไม่เห็นได้ยินลู่เป๋าเหยียนคุยโทรศัพท์กับมู่ซือเจวี๋ยเรื่องนี้เลย

            “อืม”ลู่เป๋าเหยียนยกมุมปากยิ้มมองเธอ “ควรจะขอบคุณฉันหรือเปล่า”

            “คนที่ควรจะขอบคุณนายคือสวี่โยว่หนิงมากกว่าไม่ใช่เหรอ”

            ซูเจี่ยนอันย้อนลู่เป๋าเหยียนไม่ได้ช่วยหางานให้เธอสักหน่อย แล้วทำไมเธอต้องขอบคุณเขาด้วยล่ะ

            “เพราะเธอฉันถึงลงมือจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเอง” ลู่เป๋าเหยียนกล่าว“เธออยากให้สวี่โยว่หนิงได้งานที่ร้านฉันก็เลยช่วยทำให้ความปรารถนาของเธอเป็นจริง”

            ซูเจี่ยนอันเริ่มเห็นด้วยกับคำพูดเขาจึงพยักหน้า

            “ก็ได้ ขอบคุณนะ”

            ลู่เป๋าเหยียนหรี่ตาลงอย่างไม่พอใจ“ไม่จริงใจเลย”

            “...”ลู่เป๋าเหยียนยังจะเรื่องมากกับเธออีกเหรอเนี่ย?

            คนที่ทำเหมือนจะจูบเธอแต่ก็ทิ้งเธอไว้กลางคันแบบนั้นต่างหากที่เรียกว่าไม่จริงใจ!

            ความคิดแผลงๆ เริ่มผุดขึ้นมาในสมองซูเจี่ยนอันจึงตัดสินใจว่า จะให้ลู่เป๋าเหยียนรู้ซึ้งถึง “ความจริงใจ” ของเธออย่างเต็มที่ว่าแล้วก็เขย่งเท้าขึ้น และจุ๊บปากเขาไปหนึ่งที

            “ขอบคุณนะ”

            ขอบคุณที่เขาช่วยเธอในยามคับขันขอบคุณที่เขารีบกลับมาหาเธอหลังจากเกิดเรื่อง

            ขอบคุณที่เขาทำให้เธอใจเต้นรัวขอบคุณที่เขาทำให้เธอรู้ว่าการชอบใครสักคนนั้นรู้สึกอย่างไร

            หายากที่ลู่เป๋าเหยียนจะนิ่งอึ้งไปแบบนี้

            เขาแค่ตั้งใจจะพูดแหย่ซูเจี่ยนอันเฉยๆนึกไม่ถึงว่าเธอจะให้ความจริงใจกับเขาขนาดนี้

            ที่จริงตอนอยู่บนรถไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากจูบเธอ แต่เพราะคนขับก็อยู่ด้วยเขากลัวว่าตัวเองจะห้ามใจไม่ไหวจนเผลอทำอะไรเกินเลย

            แต่ว่าในตอนนี้...ไม่มีคนอื่นอยู่อีกแล้วแถมปีศาจน้อยก็ยังเปิดเกมรุกหาเขาแบบนี้...

            “อื้อ...”

            คราวนี้เป็นซูเจี่ยนอันบางที่ตั้งตัวไม่ทันเธอถูกลู่เป๋าเหยียนรั้งตัวเขาสู่อ้อมกอด และเริ่มจูบเธออย่างเร่าร้อน

            ริมฝีปากของเขาเหมือนมีเวทมนตร์ยามที่ได้สัมผัส มันทำให้เธอลืมทุกสิ่งทุกอย่าง แม้กระทั่งการขัดขืน

            เธอเหมือนเหยื่ออันโอชะที่นายพรานอย่างลู่เป๋าเหยียนจับเอาไว้ได้ และไม่มีทางดิ้นหลุด

            แต่ในความเป็นจริงคนที่สูญเสียการควบคุมไปอย่างสิ้นเชิงคือ ลู่เป๋าเหยียน

            เรียวปากของปีศาจน้อยหวานล้ำและนุ่มนวลดุจสายไหมรสชาติเยี่ยมเขาอยากจะกอดเธอไว้ และค่อยๆ ชิมลิ้มรสความอ่อนหวานของเธอทีละนิดไปตลอดชีวิต

            แต่ปีศาจน้อยตัวเกร็งเกินไปแล้วลู่เป๋าเหยียนพูดเสียงต่ำ

            “เด็กดี ทำตัวสบายๆ”

            ลมหายใจอุ่นร้อนของเขาที่รดลงมาทำให้สติขาดผึง ร่างกายของเธอเริ่มผ่อนคลายลงพลางโถมเข้าสู่อ้อมกอดของเขา

            ปฏิกิริยาของเธอทำให้ลู่เป๋าเหยียนพอใจจนยิ้มออกมาเล็กน้อยเขาให้รางวัลเธอเป็นจูบอันดูดดื่มพลางกอดรัดเธอแน่นขึ้นกว่าเดิมซูเจี่ยนอันไม่อาจต้านทานเขาได้อีกต่อไป

            น้อยครั้งที่เธอจะยอมเชื่อฟังเขาลู่เป๋าเหยียนเริ่มอยากได้อะไรมากขึ้นกว่าที่เคย

            เขาผละออกจากเรียวปากของเธออย่างนึกเสียดายพลางมองเธอนิ่งด้วยสายตาเหมือนยังคงอยู่ในภวังค์

            “เจี่ยนอัน จูบฉัน”

            สายตาของเขาช่างเย้ายวนซูเจี่ยนอันมองลงไปในนัยน์ตาสีนิลคู่นั้น ทั้งที่รู้ดีว่าไม่ควรแต่เธอก็ควบคุมตัวเองไว้ไม่ได้

            เธอประทับเรียวปากบางลงบนริมฝีปากหนาของเขาพลางถึงภาพเวลาเขาจูบเธอว่าทำเช่นไร จากนั้นก็ค่อยๆ เลียนแบบทุกสิ่งอย่างจึงได้รู้ว่า มันเป็นเรื่องยากขนาดไหน

            สำหรับลุ่เป๋าเหยียนถึงท่าทางของซูเจี่ยนอันจะดูอ่อนหัด แต่ถึงอย่างนั้น มันกลับน่าหลงใหลชวนลิ้มลอง

            เขาหลับตาลงและครอบครองเรียวปากบางอย่างอดใจไม่ไหว จูบของเขาหนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ

            ทั้งร่างกายและหัวใจของเขาต่างร้องเป็นเสียงเดียวกันว่า

            ยังไม่พอแบบนี้ยังไม่พอ เขายังอยากได้มากกว่านี้!

            ซูเจี่ยนอันถูกเขาจูบจนสติกระเจิดกระเจิงเธอรู้สึกเหมือนตนเองกำลังล่องลอยอยู่ในหมู่เมฆ ตัวเธอนอนทับอยู่บนปุยฝ้ายอ่อนนุ่มแต่บนตัวกลับหนักอึ้งไปด้วยรสสัมผัสลมหายใจร้อนรุ่มของเขารดอยู่บนพวงแก้มเธอไม่ห่าง

            ผ่านไปนานกว่าเธอจะรู้ตัวว่าเมฆอะไรกัน นี่มันฉากเดิมกับเมื่อวันก่อนชัดๆเธอถูกลู่เป๋าเหยียนคร่อมทับอยู่บนเตียงอีกแล้ว

            เขาไม่ได้ป่าเถื่อนเหมือนเมื่อวันก่อนอีกต่อไปทุกการกระทำช่างอ่อนโยนและทะนุถนอม จนเธออดหลงใหลไปกับการกระทำเหล่านั้นไม่ได้

            เธอพยายามใช้แรงเฮือกสุดท้ายผลักเขาออกไป

            “ลู่เป๋าเหยียนไม่ได้นะ...”

            การแต่งงานของพวกเธอเป็นแค่เรื่องธุรกิจเธอจะปล่อยให้เรื่องแบบนี้...เกิดขึ้นไม่ได้ แถมตอนนี้เธอเองก็...ไม่สะดวก

            ลู่เป๋าเหยียนรู้ดีว่าเธอไม่สะดวกแต่เธอเหมือนดอกฝิ่นที่สวยงามที่สุดในโลกแค่เพียงได้สัมผัสก็เสพติดจนถอนตัวไม่ขึ้น เรื่องง่ายๆ อย่างการปล่อยเธอให้เป็นอิสระเขากลับรู้สึกราวกับต้องใช้พลังมหาศาล

            เขายิ่งจูบยิ่งดุดัน เขาส่งลิ้นเกี่ยวกระหวัดแลกความหวานกับซูเจี่ยนอันอย่างเร่าร้อนราวกับจะสูบพลังของเธอไปให้หมดสิ้น จนซูเจี่ยนอันขมวดคิ้ว

            “เจ็บ...”

            ลู่เป๋าเหยียนเหมือนคนเพิ่งตื่นออกจากฝันเขาพยายามควบคุมตัวเองและผละริมฝีปากออก จากนั้นจึงประทับจูบอ่อนโยนลงบนหน้าผากมน

            “ฉันจะไปอาบน้ำ”

            เสียงประตูห้องน้ำปิดลงซูเจี่ยนอันนอนมองเพดานพลางนึกว่านี่เรื่องจริงหรือความฝัน

            เธอยกมือสัมผัสริมฝีปากอิ่มที่เริ่มบวมแดงและเจ็บนิดๆลมหายใจอุ่นละสัมผัสอันเร่าร้อนของเขาที่เห็นกับตาเมื่อครู่ ทำให้เธอเชื่อแล้วว่านี่ไม่ใช่ความฝัน

            ครั้งนี้ เขาจูบเธอส่วนเธอก็ไม่ได้ปฏิเสธ...

            นี่มันหมายความว่าอย่างไรซูเจี่ยนอันเองไม่กล้าคิดหาคำตอบ ว่าแล้วก็ดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมโปงพยายามข่มตาหลับภายใต้ความมืด เธออยากจะให้ตัวเองสามารถหลับได้ในหนึ่งวินาทีจริงๆ

            แต่เมื่อประตูห้องน้ำเปิดขึ้นอีกครั้งเธอก็ยังข่มตาหลับไม่สำเร็จ และเมื่อสัมผัสได้ว่ามีคนล้มลงนอนที่ข้างกายเธอก็ตัวแข็งเป็นหิน แม้แต่หายใจยังไม่กล้า

            ลู่เป๋าเหยียนถอนหายใจเขาตลบผ้าห่มที่เธอยกขึ้นมาคลุมจนมิดหัวออกมา

            “ตอนนี้เธอเหมือนกุ้งฝอยเลย”

            ซูเจี่ยนอันยอมให้เขาว่าเสียที่ไหนเธอพลิกตัวหันกลับมามองหน้าลู่เป๋าเหยียน

            “นายต่างหากที่เป็นกุ้งฝอย!”

            พูดจบภาพเหตุการณ์เมื่อกี้ก็เริ่มฉายซ้ำในความคิดอีกครั้งหน้าของเธอแดงระเรื่อขึ้นเรื่อยๆ จนทนไม่ไหว ต้องมุดตัวกลับเข้าใต้ผ้าห่มอีกรอบ

            ลู่เป๋าเหยียนดึงเธอเขาสู่อ้อมกอดในทันทีและเมื่อเธอเริ่มดิ้นก็พูดขึ้นว่า

            “อย่าดิ้นไม่งั้นเรื่องที่เธอกำลังกลัว ฉันอาจจะทำมันลงไปจริงๆ ก็ได้”

            คำพูดและน้ำเสียงอันคลุมเครือของเขาทำเอาซูเจี่ยนอันตกใจเธอจึงไม่กล้าดิ้นอีกต่อไป และนอนซุกอยู่บนแผงอกแกร่งอย่างเชื่อฟัง

            ลู่เป๋าเหยียนลูบผมเธอแผ่วเบาอย่างพอใจ“นอนซะนะ”

            ที่จริงซูเจี่ยนอันอยากจะขัดขืนเขาเพื่อแสดงให้เห็นว่าตัวเองไม่ยอมแพ้ง่ายๆแต่อาจเป็นเพราะอ้อมกอดของเขาที่มักทำให้เธอสบายใจ เธอจึงหลับไปหลังจากนั้นไม่นาน

            เธอชอบนอนขดตัว ขนตางอนยาวที่ปรกลงมาบนเปลือกตาและลมหายใจที่แผ่วเบาเป็นจังหวะทำให้เธอเหมือนเด็กน้อยที่กำลังหลงทางไม่มีผิด

            นิ้วเรียวของลู่เป๋าเหยียนลากผ่านพวงแก้มของเธอถ้าเธอยังตื่นอยู่ละก็ คงได้เห็นแววตารักใคร่ทะนุถนอมของลู่เป๋าเหยียนในตอนนี้

            คืนนี้เป็นคืนที่ซูเจี่ยนอันไม่ฝันร้ายอีกแล้ว

            เป็นคืนแรกหลังเกิดเหตุที่เธอนอนได้อย่างสงบสุข หลังตื่นขึ้นจึงรู้สึกสดชื่นกว่าทุกที

            คราวนี้แม้ตนเองจะตกอยู่ในอ้อมกอดของลู่เป๋าเหยียนแต่เธอก็ไม่ตกใจอีกแล้ว เธอยกมือของเขาขึ้น และลุกออกจากเตียงอย่างเงียบเชียบจากนั้นจึงล้างหน้าล้างตาและเดินออกจากห้องไป

            เมื่อลู่เป๋าเหยียนตื่นขึ้นมาแล้วไม่พบซูเจี่ยนอันเขาเดินหาทั่วห้องรับแขกและห้องหนังสือแต่ก็ไม่พบเธอแม้แต่เงาในขณะที่กำลังจะเรียกให้พนักงานโรงแรมช่วยกันตามหาประตูห้องก็ถูกใครบางคนเปิดเข้ามา

            เธอกลับมาแล้ว

            เขาวางโทรศัพท์ลงพลางเดินขมวดคิ้วเข้าไปหา “แอบหนีไปไหนแต่เช้า”

            น้ำเสียงที่ดูเหมือนจะต่อว่าแต่เจือความโล่งใจดังขึ้นซูเจี่ยนอันมองชายตรงหน้าที่ผมเผ้าและชุดคลุมดูยุ่งเหยิงไปบ้าง พลางแย้มยิ้ม

            “นายกำลังตามหาฉันเหรอ”

            เธอยังจะยิ้มอีก?

            ลู่เป๋าเหยียนดึงซูเจี่ยนอันเข้ามาและปิดประตูดังปัง เขาหรี่ตามองเธออย่างข่มขู่หวังให้เธอตกใจกลัว

            แต่ซูเจี่ยนอันไม่กลัวสักนิดเธอส่งยิ้มดีใจกว่าเดิม และยกมือลูบหน้าเขา

            “ฉันก็แค่ลงไปขอยืมห้องครัวของโรงแรมเพื่อต้มโจ๊กนายไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเถอะ เดี๋ยวพนักงานก็คงเอาอาหารมาเสิร์ฟแล้วล่ะ”

            พูดจบเธอก็เดินยิ้มๆ เข้าห้องนอนไป

            ลู่เป๋าเหยียนเพิ่งหายอึ้งซูเจี่ยนอันไม่เพียงไม่กลัวเขา แถมยังกล้าสัมผัสเขาก่อน

            ปีศาจน้อยของเขาเริ่มใจกล้าขึ้นบ้างแล้ว?

            หลังมื้อเช้าลู่เป๋าเหยียนก็จัดการให้คนขับรถไปส่งซูเจี่ยนอันที่บ้านคุณย่าสวี่ระหว่างทางซูเจี่ยนอันก็ได้รับโทรศัพท์จากลั่วเสี่ยวซี

            “ผู้จัดการจากหัวซิงติดต่อฉันมา!”ลั่วเสี่ยวซีพูดอย่างตื่นเต้นราวกับตัวเองโด่งดังเป็นพลุแตกเป็นที่เรียบร้อย“ขอแค่ฉันผ่านสัมภาษณ์ ต่อด้วยอบรมอีกนิดหน่อย ก็จะได้เข้าวงการเต็มตัวแล้วล่ะ!”

            “คุณลุงลั่วยอมแล้วงั้นเหรอ”ซูเจี่ยนอันถาม

            “แน่นอนว่าไม่แถมยังบอกอีกว่าจะส่งบอดี้การ์ดมาจับฉันกลับบ้าน” ลั่วเสี่ยวซีพูดอย่างหงุดหงิด“แต่ฉันไม่ยอมหรอก ครั้งนี้ฉันเอาจริงนะ ไม่เชื่อฉันเหรอ?”

            ซูเจี่ยนอันขี้เกียจจะบ่น“เรื่องนี้เธอคงต้องถามตัวเองแล้วล่ะ ใช่สิ แล้วพวกเขาจะสัมภาษณ์อะไรเธอล่ะ”

            “ยังไม่รู้เหมือนกัน”ลั่วเสี่ยวซีตอบ “แต่ว่าหัวซิงก็นับว่าเป็นโมเดลลิ่งระดับต้นๆ ของวงการคงไม่ใช้วิธีประหลาดๆ หรอกมั้ง วางใจเถอะ ฉันจะระวังตัว ว่าแต่เธอกับบอสใหญ่อยู่เมือง G เป็นยังไงบ้าง”

            ภาพเมื่อคืนเริ่มผุดขึ้นมาในความคิดของซูเจี่ยนอันอีกครั้งเธอหน้าแดงพลางตอบช้ากว่าทุกที

            “จะให้เป็นยังไงล่ะ...”

            “ฮ่าๆๆ!”ลั่วเสี่ยวซีหัวเราะแบบมีเลศนัย “ต้องมีอะไรแน่ๆ พวกเธอแบบนั้นกันแล้วใช่ไหม? อย่างว่าพักโรงแรมด้วยกันนี่ยิ่งเกิดขึ้นง่ายนะ...”

            “ยุ่งกับการสัมภาษณ์ของตัวเองเถอะ!”

            ซูเจี่ยนอันตัดสายในทันที

    คล้ายกับเรื่องเจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่ ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498